ผ้าพับนี้ที่แท้เป็เื่อะไรกัน?
ซูเต๋อเหยียนได้รับคำชี้แนะจากหมอหลวงชิวแล้วอดไม่ได้ที่จะสงสัยซูจิ้งเถียนขึ้นมา “เถียนเอ๋อร์ ที่แท้เป็เื่อะไรกัน? เ้าไม่ใช่บอกว่าเห็นจือฉินโรยผงแป้งสีขาวไปบนผ้าพับหรือ? เหตุใดหมอหลวงชิวถึงกล่าวว่าบนนั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าผงแป้งสีขาวเล่า? ”
“ลูก...ท่านพ่อ ต้องเป็หมอหลวงชิววินิจฉัยผิดแน่ๆต้องใช่แน่นอน ท่านรีบไปเชิญหมอหลวงคนอื่นมาเถิด” สีหน้าซูจิ้งเถียนเปลี่ยนไปอย่างมาก นางร้อนใจจนแทบจะร้องไห้แล้ว
“บังอาจ หมอหลวงชิวเป็ผู้อำนวยการของสถาบันหมอหลวงวิชาการแพทย์สูงส่งเป็ไปได้อย่างไรที่จะวินิจฉัยผิด? ” ซูเต๋อเหยียนตบโต๊ะอย่างแรงทันทีเห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธ
เื่ภายนอกของจวนอัครมหาเสนาบดีมีมากเพียงพอแล้ว ถ้าให้เขาพบว่ามีการต่อสู้ภายในอีก เขาจะไม่มีวันให้อภัยง่ายๆเด็ดขาด
“แต่...ลูกได้เห็นกับตาตัวเองชัดๆ ...”ซูจิ้งเถียนเพียงรู้สึกมีปากยากที่จะโต้แย้งเถียงได้
ที่แท้เกิดความผิดพลาดที่ตรงไหนกัน ทำไมเื่ถึงกลายเป็แบบนี้?
“น้องสี่ หมอหลวงบอกว่าผ้าพับนี้ปลอดสารพิษควรเป็เื่ดีทำไมเ้าดูมีลักษณะที่ผิดหวังมาก หรือว่าเ้ารู้สึกว่าผ้าพับนี้ควรมียาพิษ หรืออาจกล่าวได้ว่าเ้ารู้สึกว่าข้าควรวางยาพิษให้สนมโหยวหรือ? ” ซูเฟยซื่อหยักริมฝีปากยิ้มทันทีไม่ลืมโยนหินใส่บ่อซ้ำเติมไป
“เป็ไปได้อย่างไร ข้ารู้สึกผิดหวังที่ไหน เราสามคนเป็พี่น้องแท้ๆ กัน ไม่ว่าเป็พี่หรือเป็สนมโหยวเกิดเื่ล้วนเป็สิ่งที่น้องไม่้าที่จะเห็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้ภายใน” ซูจิ้งเถียนรีบปฏิเสธทันที
“งั้นหรือ? แต่ทำไมพี่ถึงรู้สึกว่าน้องสี่อยากเห็นพี่เกิดเื่?ไม่อย่างนั้นทำไมถึงปรักปรำสาวรับใช้ของพี่ว่าวางยาพิษทำร้ายสนมโหยวโดยไม่มีเหตุผลยังต้องเชิญหมอหลวงมาดูให้จงได้ หรือน้องสี่ไม่รู้ว่าการกระทำแบบนี้จะมีผลกระทบต่อพี่กับจวนอัครมหาเสนาบดีใหญ่อย่างใหญ่หลวง?” ซูเฟยซื่อจงใจเน้นคำว่าจวนอัครมหาเสนาบดี สิ่งที่้าคือแตะกระทบจุดอ่อนของซูเต๋อเหยียน
“เื่ผงแป้งเป็สิ่งที่ลูกได้เห็นกับตาตัวเองถัดมาสนมโหยวถูกพิษ ลูกรู้สึกร้อนใจ ในชั่วพริบตาจึงได้...พวกท่านสองคนต่างเป็พี่สาวแท้ๆของข้า ข้ามิอาจเพื่อพี่สามแล้วไม่สนใจความเป็ความตายของสนมโหยวหรอกเ้าค่ะ” ซูจิ้งเถียนพูดจนดูจากภายนอกช่างน่าสงสารนัก
ซูเฟยซื่อกลับยิ้มอย่างดูถูก“ความหมกมุ่นใจของน้องสี่ทำให้ข้าซาบซึ้งใจจริงๆ แต่ตอนนี้น้องก่อกวนทำเื่ผิดพลาดจนน่าอับอายเช่นนี้ออกมาทั้งล่วงเกินหมอหลวงชิวอีก ถ้าบังเอิญหมอหลวงชิวแพร่เื่นี้ออกไป...ข่าวลือที่น่ากลัวที่สุดก็คือข่าวลือที่แพร่กระจายไปทั่วหนึ่งแพร่สิบ สิบแพร่ร้อย เติมแต่งทั้งน้ำมันผสมน้ำส้มสายชู ลือจนท้ายสุดไยมิใช่กลายเป็พี่วางยาพิษใส่พี่สาวแท้ๆของตน ถึงเวลาชื่อเสียงของจวนอัครมหาเสนาบดีจะได้รับความเสียหายมากเท่าใดทั้งมีคนมากมายที่จะกล่าวตำหนิว่าท่านพ่อสอนลูกไม่เป็อีกเท่าไร? ”
“นี่...” ซูเฟยซื่อจงใจเพิ่มความรุนแรงของเหตุการณ์ทำให้ซูจิ้งเถียนใจนก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง นางถึงกับเป็ใบ้ไร้วาจา
“น้องสี่ พี่รู้ว่าเพราะเื่แม่ใหญ่ น้องมีความแค้นในใจต่อพี่มาตลอดแต่น้องไม่ควริ่ประมาททำให้พี่เป็มลทินแบบนี้นะ”ซูเฟยซื่อแกล้งปาดน้ำตาอย่างทุกข์ใจ “ิ่ประมาททำให้พี่เป็มลทินไม่เป็ไรพี่เกรงว่าน้องจะเดินเส้นทางในแบบเดียวกันกับแม่ใหญ่ ถ้าเป็เช่นนั้นจะให้ท่านพ่อแบกรับได้อย่างไร? ”
อะไรนะ?
เื่ของแม่ใหญ่แซ่หลี่ก็เพียงพอที่จะตีกระทบจวนอัครมหาเสนาบดีแล้ว
ถ้าหากเพิ่มซูจิ้งเถียนมาอีกคน...
“ตามกฎหมายของต้าซ่ง ผู้ทำการิ่ประมาทควรได้รับการจัดการอย่างไร” ซูเต๋อเหยียนเอ่ยปากอย่างเ็า เขา้าเชือดไก่ให้ลิงดูเป็แบบอย่างเผื่อในอนาคตถ้าเกิดเื่แบบนี้อีก
“อา?” ได้ยินอย่างนี้ ซูจิ้งเถียนสับสนในทันที
นี่หมายความว่าซูเต๋อเหยียนจะลงโทษนาง?
นางรีบใช้แววตามองไปยังซูจิ้งโหยวเพื่อขอความช่วยเหลือ
ซูจิ้งโหยวไม่มีทางเลือก ได้แต่เอ่ยปาก“ท่านพ่อ น้องสาม น้องสี่เพื่อความปลอดภัยของลูก ใน่เวลาที่รีบร้อนจึงก่อเื่เข้าใจผิดออกมาด้านเหตุผลมีที่ให้อภัยได้ ก็ไม่ต้องถูกลงโทษแล้วกันไปเถิด”
“ด้านเหตุผลข้อแก้ตัวมีที่ให้อภัยได้ก็ไม่ต้องถูกลงโทษแล้ว? ลูกเล่นแบบนั้น วันข้างหน้าน้องสี่ทำความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่กว่า ควรให้ใครมารับผิดชอบ? ” ซูเฟยซื่อกล่าวจบ นางก็คุกเข่าโขกศีรษะต่อซูเต๋อเหยียน “ท่านพ่อ ทุกสิ่งล้วนเป็ความผิดของลูก ลูกไม่ฆ่าป๋อเหริน แต่ป๋อเหรินกลับตายเพราะลูก ถ้าไม่มีเื่ของแม่ใหญ่น้องสี่ก็คงไม่เกลียดชังลูกมากเช่นนี้ เป็ลูกไม่มีวิธีสอนน้อง จึงทำให้เกิดเื่นี้ออกมายังขอท่านพ่อตำหนิลงโทษลูกเถิดเ้าค่ะ”
เสียงของนางจบลง ไม่เพียงแต่ซูจิ้งเถียนก็กระทั่งซูจิ้งโหยวต่างอดไม่ได้ที่จะจ้องถลึงจนตาเบิกโพลง
ซูเฟยซื่อ... หรือนี่เป็การจะสังหารศัตรูหนึ่งหมื่น ตนเองสูญเสียแปดพันดาบกระทบดาบ ยอมาเ็สาหัสทั้งสองฝ่าย?
ถ้าเป็เช่นนี้ นางคงมิอาจปกป้องซูจิ้งเถียนไว้ได้
“เถียนเอ๋อร์สมควรได้รับการลงโทษจริงๆแต่เื่นี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเ้า เ้าลุกขึ้นเถิด” ซูเต๋อเหยียนเอื้อมมือไปจะช่วยพยุงซูเฟยซื่อขึ้นมากลับถูกซูเฟยซื่อหลบเลี่ยงไป
เขาเห็นเพียงซูเฟยซื่อที่โขกศีรษะลงไปอีกครั้ง“ขอท่านพ่อฟาดยี่สิบไม้กระดานใหญ่เพื่อเป็การลงโทษลูก มิฉะนั้นในวันนี้ลูกก็จะคุกเข่าอยู่ที่นี่ไม่ลุกไปไหนเ้าค่ะ”
นี่...
เดิมซูเฟยซื่อก็ไม่ได้ทำผิด
ถ้าฟาดลงโทษนางอย่างหนักยี่สิบไม้กระดานใหญ่ถ้าเช่นนั้นซูจิ้งเถียนต้องเพิ่มการลงโทษเป็เท่าตัวแน่นอน ก็เป็สี่สิบไม้กระดานใหญ่
สี่สิบไม้กระดานใหญ่ ซูจิ้งเถียนไหนเลยจะรับไหว
ครานี้ ไม่เพียงพี่น้องสองสาวตระกูลซูแม้แต่สีหน้าของซูเต๋อเหยียนก็ล้วนเปลี่ยนแปลงไปอย่างยิ่ง
“ยี่สิบไม้กระดานใหญ่ค่อนข้างมากเกินไปบ้าง ยังคงเปลี่ยนเป็คัดลอกพระคัมภีร์พุทธศาสนาแทนดีกว่าหรือไม่? ” ซูเต๋อเหยียนกล่าวเสนอ
แต่ท่าทีซูเฟยซื่อตัดสินใจแน่วแน่ “ไม่ได้ไม่ว่าแม่ใหญ่ต้องโทษ ก็ควรได้รับการลงโทษหรือ ไม่ว่าชีวิตผู้ใดล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น ใช่ว่าคัดลอกพระคัมภีร์พุทธศาสนาจะสามารถทดแทนได้ ท่านวางใจยี่สิบไม้กระดานใหญ่ลูกยังสามารถรับไหว ที่สำคัญที่สุดต้องเป็น้องสี่ที่สามารถปล่อยวางความแค้นที่มีต่อลูกลงได้ั้แ่นี้ต่อไปพี่น้องสามัคคีปรองดอง พร้อมใจกันต่อสู้กับภายนอก”
“วาจานี้กล่าวได้อย่างไม่ผิดแต่...” ซูเต๋อเหยียนค่อนข้างลำบากใจบ้างแล้ว
“ท่านพ่อ หรือว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่าน้าจะได้เห็นหรือ?หรือเป็ที่ท่านพ่อ... ท่านไม่คิดลงโทษน้องสี่? ท่านมีความลำเอียงต่อนาง?” ซูเฟยซื่อไม่ยอมอ่อนข้อให้สักนิดบีบคั้นซูเต๋อเหยียนให้เข้าใกล้สู่ทางตันเข้าทุกที
ซูเต๋อเหยียนตะลึงลานแล้ว เขาไม่เต็มใจที่จะฟาดซูจิ้งเถียนสี่สิบไม้กระดานใหญ่จริงๆ
แต่คุณค่าการใช้ประโยชน์ของซูเฟยซื่อยิ่งใหญ่มากกว่าซูจิ้งเถียนอย่างเห็นได้ชัดคงไม่สามารถให้ซูเฟยซื่อรู้สึกว่าเขาลำเอียงเพื่อซูจิ้งเถียนคนเดียวแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ ซูเต๋อเหยียนได้แต่เอ่ยปาก“ในเมื่อเ้ายืนหยัดแน่วแน่ ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่เ้าเถิด ส่วนเถียนเอ๋อร์...เป็เท่าตัวสี่สิบไม้กระดานใหญ่ ยังขอสนมโหยวช่วยจัดเตรียมด้วย”
ทั้งนี้ตำหนักเสียนโหย่วเป็สถานที่ของซูจิ้งโหยวแม้ว่าเขาเป็อัครมหาเสนาบดี ก็ไม่สามารถให้คนดำเนินการลงอาญาได้โดยตรง
เื่ได้มาถึงจุดนี้ ต่อให้ซูจิ้งโหยวมีใจจะช่วยซูจิ้งเถียนก็ไม่มีทางเลือกแล้ว
หรือว่าจะให้ซูเต๋อเหยียนรู้ว่านางมีส่วนร่วมในเื่นี้ด้วย?
“บ่าวไพร่ลากนางออกไป”
ซูจิ้งโหยวเป็ที่พึ่งพิงสุดท้ายของซูจิ้งเถียนแต่ตอนนี้นางถึงกับกล่าวเช่นนี้ ซูจิ้งเถียนพลันมีแววไม่อยากเชื่อ “พี่ใหญ่”
“ลากออกไป” ซูจิ้งโหยวเบือนหน้าหนีไม่้าที่จะดูนาง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความจนใจ
ฟาดตีไปบนตัวของซูจิ้งเถียนเท่ากับตบตีไปบนใบหน้าของนางนางไม่ปวดใจได้อย่างไร
“พี่ใหญ่...” ซูจิ้งเถียนะโร้องไห้พลางถูกลากออกไปด้วยกันกับซูเฟยซื่อไม่นานนัก เสียงกรีดร้องที่น่าสยองก็ดังลอดมา
แต่ซูเฟยซื่อกลับกัดฟันไว้แน่น กระทั่งไม่ส่งเสียงใดๆสักเสียงเดียว
ยี่สิบไม้กระดานใหญ่ฟาดจบ เืเนื้อที่ก้นช้ำทั่วไปหมดให้คนมิอาจสบมองตรงๆ ได้
“เร็ว รีบหามคุณหนูสามกลับจวนอัครมหาเสนาบดีแล้วเชิญหมอหลวงมา” ซูเต๋อเหยียนรีบสั่งไปพลางมองดูซูเฟยซื่อที่สีหน้าซีดขาว ริมฝีปากล่างฝืนกัดจนปริขาด
