กลางป่าแห่งหนึ่ง กระโจมหยาบๆ หลังหนึ่งมีกลิ่นควันไฟลอยออกมา บุรุษผู้หนึ่งกุมใบหน้าครึ่งหนึ่งของตน ดวงตาวาววับ ไม่ผิดจากที่คาดไว้! ก่อนมาแคว้นเฉินเขาได้สืบรู้ชัดเจนแล้วว่าความสามารถของแคว้นเฉินไม่ได้มีดีอะไร ทว่าครั้งนี้ม้าของพวกเขาสามารถเอาชนะม้าของแคว้นอี้ได้ แน่นอนว่าเื่จะต้องมีเื้ั
เขามองไปยังเนื้อม้าที่ถูกเผาไหม้ เช็ดคราบสีดำบนหน้าพลางยิ้มเย็น คนผู้นี้ก็คือหลานเซียงเหลียงที่ถูกทิ้งไว้ให้สืบหาความจริง
คิดไม่ถึงเลยว่าแคว้นเฉินจะรู้จักการให้ยาม้าด้วย ครั้งนี้เป็เขาที่วางแผนผิดพลาดไปเอง สมควรตาย! ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดิเซียว แต่ผลลัพธ์กลับมาล้มเหลวเอาในตอนสุดท้าย!
“เจิ้นไม่้าคนไร้ประโยชน์!” เมื่อนึกถึงสายพระเนตรอันเ็าของจักรพรรดิเซียว หลานเซียงเหลียงสูดหายใจลึก จะต้องมีสักวัน...
ปังๆๆ ด้านนอกมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นถี่ๆ บุรุษผู้หนึ่งผลักประตูเปิดออกแล้วปิดลงอย่างลึกลับ สุดท้ายจึงคุกเข่าให้หลานเซียงเหลียง “นายท่าน”
“ไปขโมยยาที่ครูฝึกม้าผู้นั้นให้มาเสีย ให้เวลาเ้าสองวัน!”
“...ขอรับ นายท่าน!”
หลานเซียงเหลียงย้อนนึกไปถึงผู้เยาว์ในวันนั้น สุดท้ายก็นึกไม่ออกว่าเคยพบที่ไหน แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็ผู้ใด ขอเพียงล้ำเส้นเข้ามา เขาจะมอบจุดจบให้อีกฝ่ายได้เพียงอย่างเดียว!
...
ภายในสนามฝึกม้าของราชวงศ์
ตงฟางซวี่มองม้าบนพื้นที่หมดลมหายใจไปแล้ว าแเ่าั้ถูกฟันอย่างเฉียบขาดไร้ความลังเลแม้แต่น้อย ทั้งตำแหน่งที่เลือกยังพิถีพิถัน ล้วนเป็ตำแหน่งที่มีหลอดเือยู่จำนวนมากทั้งสิ้น ตามที่คุณหนูหกบอก ผู้ลงมือจะต้องเป็ผู้ที่มีความเข้าใจในม้าอย่างมากผู้หนึ่ง
“ฝ่าา ส่งคนไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ตงฟางซวี่พยักหน้าเบาๆ ตอนนี้เอง คนผู้หนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เขาเก็บสีหน้าอย่างรวดเร็วทว่าในดวงตายังคงปรากฏแววอ่อนโยน “ท่านอาจารย์อวิ๋น”
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย ปรายตามองไปยังม้าบนพื้น “ฝ่าา กระหม่อมนำยาที่เหลือมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
นางส่งสัญญาณ ตงฟางซวี่จึงพานางไปยังห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง เพียงแต่ด้านหลังยังคงมีองครักษ์สามคนตามมาด้วย
อวิ๋นซูยืนอยู่หน้าโต๊ะไม่เคลื่อนไหวอยู่นาน ตงฟางซวี่เข้าใจทันทีว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ “ท่านอาจารย์อวิ๋นโปรดวางใจ สามคนนี้ล้วนเป็คนสนิทของข้า”
คำพูดของเขาทำให้อวิ๋นซูแย้มยิ้มน้อยๆ นำห่อผ้าออกมา “การแข่งม้าครั้งนี้ทำให้แคว้นเฉินมีชื่อเสียงโด่งดัง กระหม่อมกังวลว่าจะเป็จุดสนใจของใครหลายคน ดังนั้นจึงไม่อาจไม่ระวัง ขอฝ่าาทรงอย่าได้ตำหนิ”
“ลำบากท่านอาจารย์อวิ๋นหายาเหล่านี้มาแล้ว ข้าจะต้องใช้อย่างระมัดระวังแน่” ตงฟางซวี่จัดการห่อยาเ่าั้ให้เรียบร้อย แล้วจึงหันไปมององครักษ์ทั้งสาม “นำกลับไปเก็บไว้ให้ดี!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา”
รอจนกระทั่งพวกเขาจากไป ทั้งสองภายในห้องจึงสบตากัน
“ท่านอาจารย์อวิ๋น ความจริง...”
“หากพวกเขาเป็คนสนิทของฝ่าาจริง ทดสอบดูเสียหน่อยมิได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?” อวิ๋นซูกล่าวเป็นัย จากความคิดของนาง อีกฝ่ายตัดเอาเนื้อม้าไปก็คงมั่นใจแล้วว่าแคว้นเฉินใช้ยา เช่นนั้นจะต้องส่งคนมาขโมยห่อยาไปศึกษาอย่างแน่นอน มิหนำซ้ำนี่ยังเป็โอกาสที่ดีที่สุดของพวกเขา!
เมื่อจับคนทรยศได้เมื่อไร ค่อยคืนหมากให้แคว้นอี้!
กลางดึก
หลานเซียงเหลียงยืนเอามือไพล่หลังอยู่เบื้องหน้าม้าแก่ตัวหนึ่ง ด้านหลังมีเสียงเบาๆ แว่วมา ไม่นานบุรุษชุดดำผู้หนึ่งเข้ามายืนข้างกายเขา สองมือยื่นยาให้เขาอย่างเคารพ “นายท่าน”
อีกฝ่ายค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจขึ้น “ถูกพบหรือไม่?”
“ผู้น้อยมิกล้า!”
หลานเซียงเหลียงค่อยๆ ยื่นมือออกไปรับห่อยามาเปิดออกดม ใบหน้าพลันเปลี่ยนสี กลิ่นเช่นนี้คุ้นเคยเป็ที่สุด เหมือนกับที่สนามม้าแคว้นอี้ทุกระเบียบนิ้ว! กล่าวคือข้างกายตนอาจจะมีหนอนบ่อนไส้!
ม้าแก่ท่าทางอ่อนแอแสดงอาการออกมาเล็กน้อย องครักษ์ข้างๆ รีบยกน้ำมา หลานเซียงเหลียงนำยาผสมลงไป วางไปที่ปากของม้าแก่ตัวนั้น
“ดูไว้”
“ขอรับ”
ครึ่งชั่วยามต่อมา องครักษ์มองม้าแก่ที่มีสภาพกระปรี้กระเปร่าจึงรีบไปเรียกหลานเซียงเหลียงในห้อง
“ฮึ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ เ้ากลับไปจับตาดูรัชทายาทแคว้นเฉินต่อไป ข้าจะกลับแคว้นอี้!” ต้องนำม้าแก่ตัวนี้กลับไป ทูลจักรพรรดิเซียวว่ามีเกลือเป็หนอนอยู่ข้างพระวรกาย จะต้องรีบค้นหาให้เร็วที่สุด!
ในมุมมืด ดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องเหตุการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด ไม่นานจึงหายไปในความมืด
ในใจของตงฟางซวี่สั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามย้อนนึกไปถึงความอุทิศทุ่มเททั้งหมดขององครักษ์ผู้นี้ในกาลก่อน คิดไม่ถึงว่าจะถูกคุณหนูหกคาดเดาได้ ความคิดของเขายังไม่อาจรอบคอบเท่ากับสตรีนางหนึ่ง พระพักตร์ของรัชทายาทปรากฏความขมขื่นออกมา
ความรู้สึกพ่ายแพ้ที่ไม่เคยพบเจอนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน นางช่วยเขาไว้อีกครั้งหนึ่งแล้ว หากไม่ได้นางเตือนว่ามีคนทรยศ ไม่แน่ว่าวันหน้าอาจเกิดเื่ร้ายแรงอะไรขึ้นก็เป็ได้
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป จับตาดูเขาทุกฝีก้าวอย่าให้รู้ตัว”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ณ พระราชวัง
“องค์หญิงช้าหน่อยเถิดเพคะ...” บนระเบียงทางเดิน เงาร่างในชุดสีม่วงวิ่งอย่างเบิกบานใจ เหล่าแม่นมด้านหลังตามมาติดๆ
บนชั้นลอย เฟิ่งหลิงนั่งแกว่งขาอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่ข้างราวจับ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดวงตาพลันสว่างวาบ
“หลิงเอ๋อร์!”
องค์หญิงหย่งหนิงพลันหยุดยืน หันไปมองเหล่าแม่นมที่ตามมาอย่างเ็า พวกนางรีบหยุดฝีเท้ายืนก้มหน้า ได้ยินเสียงปังดังขึ้น ประตูห้องถูกปิดอย่างแ่า
เฟิ่งหลิงมุ่ยปากเล็กๆ ของนาง องค์หญิงหย่งหนิงเดินเข้าไปใกล้ “เป็อะไรไป หรือว่าพี่ซูเกิดเื่อะไรอีกแล้วหรือ?”
“ฮึ พี่สามของข้านี่ก็จริงๆ เลย หากเป็เช่นนี้ต่อไป เมื่อไรพี่ซูจะได้กลายเป็พี่สะใภ้สามของข้าเล่า!”
ดรุณีน้อยทั้งสองที่นั่งอยู่บนชั้นลอยสบตากัน แสดงท่าทางราวกับมีความคิดบางอย่าง
“นี่ ข้ามีวิธี!”
“อะไร? รีบพูดมาเร็ว!” เฟิ่งหลิงเขย่าพระวรกายขององค์หญิงหย่งหนิงอย่างตื่นเต้น ระหว่างทั้งสองมีความสัมพันธ์ดังพี่น้อง ไม่ถือมารยาทดั่งขุนนางเชื้อพระวงศ์เลยสักนิด
“ก็คือ...เ้าก็ช่วยพี่สามของเ้าก็ได้แล้วมิใช่หรือ?!”
“...”
ภายในเขตแดนของแคว้นอี้
ณ สนามฝึกม้า บุรุษสูงศักดิ์สวมชุดฮว๋าฝูผู้หนึ่งมาถึงเส้นทางวิ่งม้าท่ามกลางการห้อมล้อมของผู้คน มองดูม้าศึกอันแข็งแรงแต่ละตัวตรงหน้าวิ่งตะบึง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส
“ถวายพระพรฝ่าา!”
หลานเซียงเหลียงเดินออกจากคอกม้ามาต้อนรับ คุกเข่าเบื้องหน้าจักรพรรดิเซียวอย่างเคารพ
“จำได้หรือไม่ว่าเจิ้นกล่าวอะไรไว้?” น้ำเสียงของเซียวอี้เชินเจือไปด้วยไอสังหารบางเบา ทรงทอดพระเนตรไปยังบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาโเี้
“กระหม่อมหาความลับของแคว้นเฉินพบแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทั้งหมดล้วนเป็เพราะครูฝึกม้าลึกลับผู้นั้น ดูเหมือนจะนำยาสำหรับม้าไปจากแคว้นอี้ของพวกเรา...”
เมื่อกล่าวจบ จักรพรรดิเซียวรีบเก็บงำสีหน้า ดวงพระเนตรของพระองค์ทรงกวาดมองไปทั่วทั้งสี่ทิศ สุดท้ายจึงสะบัดแขนเสื้อเดินก้าวยาวๆ เข้าไปในห้อง
เมื่อปิดประตูห้อง หลานเซียงเหลียงพลันคุกเข่าลง
“เ้าบอกว่า ข้างกายเจิ้นมีคนทรยศ?” น้ำเสียงของเซียวอี้เชินเต็มไปด้วยความอันตราย ต้องทราบว่าหากปั้นน้ำเป็ตัว หลานเซียงเหลียงจะต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างแสนสาหัส!
“ฝ่าาโปรดทอดพระเนตร”
เขานำผงยาที่เหลือในมือแผ่ออกวางบนโต๊ะ คิ้วกระบี่ของเซียวอี้เชินขมวดแน่น อีกฝ่ายกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “หลังจากม้าแก่อ่อนแอกินยานี้เข้าไปก็ฮึกเหิมดุจเสือดุจั หากไม่ใช่ว่าหลุดออกไปจากแคว้นอี้ของพวกเรา กระหม่อมก็มิอาจเชื่อว่าแผ่นดินนี้จะมีผู้ใดสามารถปรุงยาเช่นนี้ออกมาได้อีก”
คำพูดของเขาทำให้ในหัวของเซียวอี้เชินอดไม่ได้ที่จะปรากฏภาพใบหน้างดงามนั้นออกมา อารมณ์พลันสั่นไหว เขาพยายามลืมเลือนใบหน้านั้น ใช่แล้ว ในโลกนี้ยังมีผู้ใดที่สามารถปรุงยาเช่นนี้ได้อีก ั้แ่นางตายไป ไม่ว่าหมอกี่คนล้วนไม่อาจพัฒนายาสำหรับม้าที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ออกมาได้อีก เขาไม่เชื่อว่าแคว้นเฉินจะมีวิชาแพทย์เทียบเคียงได้กับตระกูลอวิ๋น
“ตรวจสอบครูฝึกม้าผู้นั้นแล้วหรือไม่”
“คนของกระหม่อมรายงานว่า ฐานะของครูฝึกม้าผู้นั้นลึกลับยิ่งนัก จู่ๆ วันหนึ่งก็ถูกรัชทายาทพาตัวมา ไม่เคยได้ยินพวกเขาพูดถึงเื่อื่นๆ ของครูฝึกม้าผู้นี้มาก่อนพ่ะย่ะค่ะ” หลานเซียงเหลียงย่อมมิอาจบอกความสงสัยในใจของตนกับจักรพรรดิเซียวได้ มิฉะนั้นอาจจะทำให้เขาสงสัย
สีหน้าของเซียวอี้เชินเจือแววเ็าโเี้ ย้อนนึกไปถึงผู้เยาว์ผู้นั้น อายุยังน้อยแต่มีความสามารถถึงเพียงนี้เชียว? ไม่คิดเลยว่าแคว้นเฉินจะมีบุคคลเช่นนี้อยู่ เป็ตนที่ดูแคลนพวกเขาเกินไป! อย่างไรก็ตามบัญชีแค้นนี้ เขาจะต้องคืนให้ทั้งต้นทั้งดอกในเร็ววัน!
“ฝ่าา!” ด้านนอกมีเสียงะโอย่างใดังขึ้น ดวงตาของเซียวอี้เชินเย็นเยียบ “เข้ามา!”
องครักษ์คนหนึ่งพุ่งเข้ามา “ฝ่าา แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ม้าศึกข้างนอกไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ถึงได้ล้มลงไปชักพร้อมกันหลายตัว มีน้ำลายฟูมปากด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
อะไรนะ?! ทั้งสองสบตากันอย่างยากจะเชื่อ
จริงดังคาด บนเส้นทางวิ่งม้า มีม้าพันธุ์ดีล้มลงเกลื่อนกลาด ร่างกายของพวกมันชักกระตุกไม่หยุด สองตาปิดปรือ มุมปากมีฟองน้ำลาย หมอรักษาสัตว์รีบเข้ามา มองไปยังสถานการณ์ตรงหน้าด้วยใบหน้าสงสัย
ม้าทั้งหมดตัวร้อนจัดจนทำให้ผู้คนตื่นใ เมื่อใช้มือกดลงไปบริเวณท้องพบว่ามีลมอยู่ข้างใน ใบหน้าบวมแดง ในใจของหมอรักษาสัตว์หลายคนใ พากันมีสีหน้าไม่น่ามอง
“ฝ่าา นี่...นี่คือโรคระบาดม้า! ต้องรีบนำม้าที่ตายเพราะติดเชื้อทั้งหมดไปเผา มิฉะนั้นอาจส่งผลร้ายตามมาได้พ่ะย่ะค่ะ!”
“โรคระบาดม้า? ในฤดูเช่นนี้จะเป็ไปได้อย่างไร?!” ใบหน้าของเซียวอี้เชินน่ากลัว หมอรักษาสัตว์ใจนเหงื่อเย็นผุดเต็มใบหน้า ทำได้เพียงก้มหน้าตรวจสอบต่อไป จะอย่างไรโรคระบาดม้าไม่ใช่เื่ล้อเล่น ร้ายแรงที่สุดอาจจะส่งผลอันตรายไปถึงม้าทั่วทั้งแคว้นอี้
องครักษ์นายหนึ่งเข้ามาข้างกายหลานเซียงเหลียงเงียบๆ สายตาเจือความเครียดอยู่หลายส่วน
ม้าแก่ที่เขานำกลับมาตอนนี้มีสภาพสาหัส มันร้องเสียงแหลมเสียดหู ปากกระอักฟองน้ำลายสีดำ สี่ขาเหยียดตรง ล้มลงไปข้างรางอาหาร ท่าทางอัปลักษณ์น่ากลัวยิ่ง
“ฝ่าา ม้าตัวนั้น...” ทันใดนั้นหมอรักษาสัตว์ผู้หนึ่งพบความผิดปกติ เพียงพริบตาเดียว ข้างกายม้าแก่มีผู้คนล้อมรอบเต็มไปหมด
ใบหน้าหล่อเหลาของเซียวอี้เชินปรากฏหมอกดำทะมึนอย่างน่ากลัว มองม้าตัวนั้นที่อาการป่วยร้ายแรงยิ่งขึ้น พลันยื่นมือออกไปดึงเสื้อของหลานเซียงเหลียงอย่างแรง “เ้านำม้าดีกลับมานี่!”
ความหมายของคำพูดนี้ชัดเจนยิ่งนัก ม้าศึกในสนามม้าแห่งนี้ไม่เคยมีสภาพเช่นนี้มาก่อน หลังจากที่หลานเซียงเหลียงนำม้าแก่ที่กินยากลับมาก็เกิดโรคระบาดม้าอย่างฉับพลัน หากไม่ใช่มันแพร่เชื้อแล้วจะเป็เพราะสาเหตุใดได้อีก?!
“ฝะ...ฝ่าาโปรดระงับโทสะ...” ตอนนี้หลานเซียงเหลียงรับรู้ได้ว่าสถานการณ์ผิดปกติ แต่อย่างไรเขาก็ไม่อาจเชื่อได้ว่าม้าที่ตนเองนำมาจะติดโรคระบาดม้าอยู่ก่อนแล้ว นี่เป็ไปไม่ได้!
โทสะแปรเปลี่ยนเป็พลังกลางฝ่ามือ ความเ็ปแผ่ซ่านออกมาจากบริเวณหน้าอก หลานเซียงเหลียงกระอักเืปลิวไปไกล พยายามดิ้นรนเงยหน้าขึ้นมองท่าทางโเี้ของจักรพรรดิเซียว
“หากม้าศึกของเจิ้นเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้น เจิ้นจะปะาเก้าชั่วโคตร!”
