จางเซวียนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ มาครึ่งวัน อดเอ่ยปากถามไม่ได้ “ทำไมเธอต้องปล่อยข่าวเื่ที่อาจารย์และศิษย์น้องของเธอเป็แม่ลูกกันด้วย! มันไม่เป็ผลดีต่อเธอเลยสักนิด”
คนของวังจันทราให้ความสำคัญเื่ชื่อเสียง เมื่อสือเยว่ปล่อยข่าวออกไป คนของวังจันทราจึงโกรธแค้นเป็อย่างมาก
ดวงตาของสือเยว่พลันฉายแววเกลียดชัง “ฉันเกลียดวังจันทรา คนของวังจันทราคิดว่าตนเป็ธิดา์ คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคี แต่แท้จริงแล้วไม่มีที่ไหนสกปรกโสมมเท่ากับวังจันทราอีกแล้ว วังจันทราเป็สถานที่ที่น่ารังเกียจที่สุด”
จางเซวียนกะพริบตาปริบๆ แล้วคิดในใจว่า น้องสาว... เมื่อก่อนเธอก็เป็คนของวังจันทรานี่นา! พูดแบบนี้มันจะดีหรือ?
“นักพรตจาง ฉันคิดว่าคุณน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง ผู้หญิงในวังจันทราจะต้องตัดขาดจากเื่ทางโลก และจะไม่เข้าไปพัวพันกับโลกภายนอกมากเกินไป ดังนั้นเวลาวังจันทราคัดเลือกลูกศิษย์ ก็จะคัดเลือกจากเด็กกำพร้าที่มีคุณสมบัติเป็เลิศ” สือเยว่เล่า
จางเซวียนพยักหน้าแล้วตอบว่า “ฉันรู้เื่นี้ดี”
จางเซวียนรู้สึกมาตลอดว่านิกายวังจันทรามีลักษณะคล้ายลัทธินอกรีต สอนให้ลูกศิษย์น้อมใจและกายบูชาแก่เทพเ้าจันทรา
สือเยว่หัวเราะด้วยความเ็า “คุณคิดว่าจะมีเด็กหญิงกำพร้าที่คุณสมบัติเป็เลิศมากมายขนาดนั้นไหม! ประกอบกับเวลาที่วังจันทรารับลูกศิษย์พวกเขาจะพิถีพิถันเื่รูปร่างหน้าตามาก แบบนี้ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ ในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าขอเพียงแขนขาไม่พิการ ก็ถูกเหล่าคู่สามีภรรยาที่ไร้ทายาทชิงรับไปเลี้ยงก่อนแล้ว ดังนั้นหากนิกายนี้ไปพบกับคนที่เหมาะสม ก็จะสังหารคนในครอบครัวของเด็กคนนั้นซะ อย่างนี้เด็กก็จะกลายเป็เด็กกำพร้าไปโดยปริยาย”
เมื่อได้ยินคำพูดของสือเยว่แล้ว จางเซวียนก็อดตระหนกใไม่ได้
จางเซวียนเบิกตากว้างแล้วเอ่ยว่า “มันเป็เื่จริงหรือนี่...”
“่นี้อาจารย์ของฉันหายตัวไป ฉันเดาว่าอาจเกิดเื่ขึ้นกับเขาแล้ว” พอสือเยว่พูดถึงตรงนี้ หล่อนก็กวาดตามองเย่ฝานแวบหนึ่ง หลี่ชิงเสวี่ยหายไปอย่างไร้วี่แววมาหลายวัน สือเยว่คาดว่าหล่อนน่าจะถูกสังหารไปแล้ว “ฉันเสี่ยงตายเปิดตู้เซฟของอาจารย์ และได้พบกับสมุดไดอารี่ของหล่อนเข้า ฉันถึงได้รู้ว่าที่แท้หล่อนเป็คนฆ่าพ่อแม่ของฉัน”
หลายปีมานี้สือเยว่สงสัยในความลำเอียงของอาจารย์มาตลอด หลังจากนาทีที่เปิดตู้เซฟ หล่อนก็กระจ่างแจ้งเหตุผลทั้งหมด
ความจริงแล้วเมื่อหลายปีก่อน สือเยว่ก็แอบสงสัยในความสัมพันธ์ที่ดูผิดปกติของอาจารย์และศิษย์น้อง แต่ผลที่ออกมามันเหนือความคาดหมายของหล่อนไปมากทีเดียว
เดิมทีจางเซวียนก็รู้สึกอยู่แล้วว่าอำนาจและอิทธิพลของวังจันทราดูแปลกประหลาดชอบกล ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งบอกว่าพวกตนเป็นางฟ้านาง์ พอยิ่งได้ยินที่สือเยว่เล่า เขาก็ยิ่งสะอิดสะเอียนกับนิกายนี้เข้าไปอีก
จางเซวียนมองเย่ฝานที่กลอกตาไปมาไม่หยุด ก็รู้ว่าเย่ฝานหวั่นไหวกับเงินหนึ่งพันล้านหยวน จางเซวียนอดไม่ได้จึงกระแอมออกมาสองครั้ง แล้วพูดเตือนเสียงทุ้ม “คุณชายเย่ คุณชายไป๋คงจะ...”
เย่ฝานพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง จึงพูดออกมา “ต้องขอโทษด้วย ่นี้ฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลาคุ้มครองเธอจริงๆ แต่ฉันมีขอเสนอให้”
สือเยว่ถามด้วยความสงสัย “ขอเสนออะไรคะ?”
“ฉันสามารถขายของวิเศษจำนวนหนึ่งให้กับเธอ! ยันต์ของฉันไง! เธอเหมือนกับจะาเ็ด้วย ฉันสามารถขายโอสถรักษาอาการาเ็ให้กับเธอได้ ของของฉันเป็ของที่มีการรับรองคุณภาพ เธอซื้อไปรับรองว่าไม่เสียเปรียบแน่นอน ไม่เชื่อก็ลองถามเขาดูสิ” เย่ฝานพูดพลางชี้จางเซวียน
จางเซวียนพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่ ของวิเศษของคุณชายเย่ล้วนเป็ของดีทั้งนั้น” จางเซวียนคิดในใจ มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว
สีหน้าของสือเยว่เปลี่ยนไปทันที เธอรับข้อเสนอของเย่ฝานอย่างรวดเร็ว หล่อนจ่ายเงินหนึ่งพันล้านหยวนเพื่อซื้อของวิเศษและยันต์จากเย่ฝาน
สำหรับสือเยว่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับหล่อนในตอนนี้คือการรักษาชีวิตเอาไว้ ส่วนเงินทองล้วนเป็ของนอกกาย
เมื่อการซื้อขายสำเร็จไปได้ด้วยดี สือเยว่ก็จากไป
จางเซวียนเห็นสือเยว่เดินจากไป ก็พูดอย่างทอดถอนใจ “นึกไม่ถึงว่าวังจันทราจะเป็สถานที่แบบนั้น ยุ่งเหยิงไปหมด คุณชายเย่คิดว่าไง!”
เย่ฝานทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาถูกจางเซวียนผลักเบาๆ จึงได้สติ
“คุณชายเย่ นายกำลังคิดอะไรอยู่?”
“ฉันกำลังคิดว่าผู้หญิงคนนี้ช่างใจกว้างเสียจริง! มีคนบอกว่าหากำไรจากผู้หญิงง่ายที่สุด ที่แท้ก็เป็ความจริง ต่อไปฉันต้องลองหาลูกค้าผู้หญิงบ้างแล้ว” เย่ฝานกล่าว
จางเซวียนดูดวงตาเป็ประกายของเย่ฝาน ในใจพลันสังหรณ์ไม่ดี
เย่ฝานชักสีหน้า แล้วมองจางเซวียนด้วยสายตาดุดัน “ดูท่าแล้ว เมื่อก่อนที่ฉันขายของวิเศษและยันต์ให้กับนาย ก็เท่ากับว่าขายถูกไปน่ะสิ! นายจะว่าไง ตกลงนายหลอกฉันใช่ไหม?”
จางเซวียน “…”
ของวิเศษของเย่ฝานประเมินมูลค่าลำบาก ต่างคนก็ต่างมุมมอง จากสถานการณ์ของสือเยว่ในตอนนี้ ซื้อของเย่ฝานเพื่อรักษาชีวิตของตนไว้ ไม่ว่าจะเป็เงินเท่าไรหล่อนย่อมต้องยอมจ่ายอยู่แล้ว แต่สำหรับเขาหลงหู่แล้ว ถึงแม้จะมีทรัพย์สินอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้าจ่ายสุรุ่ยสุร่ายเหมือนสือเยว่หรอก
“คุณชายเย่ นายคิดมากเกินไปแล้ว ฉันจะกล้าหลอกนายได้ยังไงกัน!” จางเซวียนพูดด้วยความลำบากใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นที่เฝ้าดูเงียบๆ ั้แ่ต้น มองเย่ฝานด้วยความชื่นชมแล้วเอ่ยว่า “คุณชายเย่ นายหาเงินได้เร็วมากจริงๆ!”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว! ฉันเป็หนุ่มวัยรุ่นที่มีความมุ่งมั่นและอุดมการณ์ ไม่เหมือนทายาทมหาเศรษฐีที่เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ อย่างนายหรอก” เย่ฝานกล่าว
ไช่เจิ้นจวิ้นพูดอย่างไม่เห็นด้วย “คุณชายเย่ นายอย่าดูถูกคนอื่นอย่างนี้สิ! ฉันเองก็หาเงินด้วยความพยายามเหมือนกันนะ”
“นายพยายามหาเงินยังไง?” เย่ฝานถามด้วยความอยากรู้
“ทุกครั้งฉันจะจริงจังกับการขอเงินจากคุณพ่อมาก หากคุณพ่อขี้เหนียวไม่ยอมให้ ฉันก็จะคอยตื๊อไม่เลิก ติดตามไปทุกที่ บางทีมันก็ไม่ได้ผล! แต่นายรู้ไหม เพื่อให้ได้เงินมา ฉันยอมโวยวายแล้วกลิ้งไปมากับพื้น ะโจากที่สูง เหลือก็แต่ผูกคอตายนี่แหละ เพื่อให้ได้เงินมาฉันใช้ถึงสามสิบหกท่าไม้ตายเชียวนะ!” ไช่เจิ้นจวิ้นเล่าด้วยความภาคภูมิใจ
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “นายก็ไม่ธรรมดาเลยนะ!”
จางเซวียน “…”
...................................................................................
ไป๋อวิ๋นซีกลับมาถึงคฤหาสน์ก็เห็นเย่ฝานกำลังอ่านเอกสารบางอย่าง
“นายทำอะไรอยู่น่ะ!”
“มีผู้กำกับคนหนึ่งบอกว่า หากฉันออกจากวงการไปแบบนี้มันน่าเสียดายน่ะ วงการบันเทิงจะขาดคนมีฝีมือไปอีกหนึ่งคน! ดังนั้นเขาเลยอยากเชิญฉันกลับหวนคืนสู่วงการอีกครั้ง” เย่ฝานพูดอย่างผึ่งผาย
ไป๋อวิ๋นซีนั่งอยู่บนโซฟาอย่างี้เี แล้วเอ่ยว่า “ถ่ายละครหาเงิน จะได้เงินเร็วเหมือนกับการหลอกเงินหญิงสาวได้ยังไง!”
“ก็ใช่น่ะสิ! ฉันเพิ่งจะหลอกเงินผู้หญิงมาได้ตั้งหนึ่งพันล้านหยวน จากการซื้อขายในครั้งนี้ทำให้เข้าใจแล้วว่า อย่ามองจางเซวียนและไช่เจิ้นจวิ้นแต่ภายนอก เ้าพวกนั้นวางท่าทำเป็กระเป๋าหนัก แต่เมื่อเทียบกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เงินที่พวกเขาจ่ายให้ฉันมันช่างห่างไกลกันลิบลับ! ยังมีหน้าเรียกตัวเองว่าทายาทรุ่นที่สองของมหาเศรษฐีได้อีก” เย่ฝานพูดพลางส่ายหน้า
“ในเมื่อหลอกเงินหญิงสาวได้มากขนาดนั้น ทำไมนายยังต้องไปถ่ายละครอีกล่ะ!” ไป๋อวิ๋นซีถามอย่างไม่เข้าใจ
เย่ฝานโบกมือ แล้วแสดงท่าทางเป็ผู้สูงส่งซึ่งยากจะคาดเดา “อวิ๋นซี! นายพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะ ชีวิตคนเราน่ะ! ไม่ควรคิดแต่เื่เงินทองเพียงอย่างเดียว! หากทำสิ่งใดก็หวังแต่เงินทอง มันจะกลายเป็ชีวิตที่ไม่มีคุณค่าอะไรเลย บางครั้งพวกเราก็ควรมุ่งมั่นและพยายามเพื่อความฝัน! เพื่อความชื่นชอบของตนเองบ้างนะ!”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝาน “ความฝัน? นายนึกอยากจะเข้าไปทำงานในวงการบันเทิงอีกแล้วเหรอ สนใจตัวละครตัวไหนล่ะ?”
เย่ฝานหัวเราะ แล้วตอบว่า “ครั้งนี้ไม่ใช่ตัวละครตัวไหนหรอก แต่เป็งานพรีเซนเตอร์ พรีเซนเตอร์คนนี้ต้องอายุน้อย และเป็ผู้ชายที่แข็งแรงบึกบึน”
“ค่าพรีเซนเตอร์เท่าไรล่ะ!”
“ห้าล้านหยวน” เย่ฝานยกฝ่ามือขึ้นชูห้านิ้ว
“น้อยขนาดนี้?”
“จะว่าน้อยมันก็น้อย แต่เป็เพราะบริษัทของเขาเพิ่งจะเริ่มต้น งบประมาณยังไม่พร้อม ตอนนี้เขาต้องเร่งสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ก่อน” เย่ฝานบอก
“เป็พรีเซนเตอร์ให้แบรนด์อะไรล่ะ!”
“ลูกผู้ชายตัวจริง!”
“แบรนด์อะไรฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย น่าจะเป็แบรนด์เล็กๆ ที่ยังไม่มีชื่อเสียงอะไร ให้ฉันดูเอกสารหน่อยสิ”
เย่ฝานได้ยินอย่างนั้น ก็รีบเอาเอกสารมอบให้ไป๋อวิ๋นซี
ไป๋อวิ๋นซีอ่านข้อมูลเพียงครู่เดียว ก็สูดหายใจลึกๆ “ฉันว่านายมีปัญหาแล้วล่ะ!”
“อวิ๋นซี นายชอบว่าฉันแบบนี้อยู่เรื่อยเลย แต่ว่าเมื่อคืนพวกเราก็ทำอย่างนั้นไปแล้วนี่! นายก็น่าจะรู้ดีว่าร่างกายฉันยอดเยี่ยมแค่ไหน ฉันกินจุนอนหลับสบาย! ร่างกายไม่มีปัญหาเลยสักนิด” เย่ฝานโต้กลับ
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“นี่เป็ยี่ห้อของเหว่ยเกอ[1] นายรู้หรือเปล่า!” ไป๋อวิ๋นซีชูเอกสารในมือขึ้น แล้วโวยวายอย่างไม่สบอารมณ์
เย่ฝานพยักหน้า แล้วตอบว่า “ฉันรู้ว่ามันคือเหว่ยเกอ ว่าแต่… ไอ้เหว่ยเกอนี่มันคืออะไรเหรอ ฉันไม่รู้จักน่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจ “…” เลือกคนผิดครั้งเดียวช้ำใจจนตัวตายจริงๆ! ทำไมเขาถึงหาสามีแบบนี้มาได้นะ “เหว่ยเกอก็คือยาไวอากร้าน่ะสิ! นายเข้าใจไหม?”
เย่ฝานตกตะลึงไปชั่วครู่ แสดงสีหน้าเหมือนถูกหลอก “อะไรกันเนี่ย! สาธยายมาซะดิบดี ที่แท้มันคือของนั่นเองเหรอ ฉันจำเป็ต้องใช้ของอย่างนี้ที่ไหนกันเล่า! แต่ว่าบริษัทนั่นเชิญฉันไปเป็พรีเซนเตอร์ นับว่าเขาเลือกคนได้ถูกต้องแล้ว! ฉันมีความแข็งแกร่งในเื่นั้นจริงๆ นั่นแหละ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“นายไม่อยากเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเงินหนึ่งพันล้านหยวนให้ฉันฟังบ้างเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
เย่ฝานโบกมือ แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจ “เื่นี้ไม่มีอะไรมากหรอก นายก็รู้นี่ ฉันเปรียบเหมือนหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก ตอนนี้พุ่งสูงจนจะชนเพดานแล้ว การหาเงินจำนวนหนึ่งพันล้านหยวนสำหรับฉัน มันไม่ใช่เื่ยากอะไรเลย นายอยู่กับฉัน ต่อไปนายก็ไม่ต้องทำงานแล้ว รอนับเงินอย่างเดียวก็แล้วกัน”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
สิ่งที่ไป๋อวิ๋นซีหมายถึงไม่ใช่เื่เงิน! แต่เป็สถานการณ์ความวุ่นวายของวังจันทราในตอนนี้
หลังจากข่าวที่ว่าหลี่ชิงเสวี่ยและหูเซียงอวี้เป็แม่ลูกกันแพร่กระจายออกไป คนของวังจันทราก็เริ่มสืบหาตัวสามีชั่วคนนั้น แต่ตอนนี้พวกเขายังสืบมาไม่ถึงตัวตู้ิแห่งนิกายโปรดมวลชีวัน เื่ที่หลี่ชิงเสวี่ยถูกฆ่าก็ยังไม่เล็ดลอดออกมา คนของวังจันทราจึงคาดว่าหล่อนน่าจะกำลังซ่อนตัวอยู่
เย่ฝานทำการซื้อขายกับสือเยว่ใน่หัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ ก็เท่ากับตั้งตนเป็ศัตรูกับวังจันทรา
ไป๋อวิ๋นซีเห็นสายตาแวววาวของเย่ฝาน ก็ี้เีจะเสวนากับเย่ฝานต่อ
“พรุ่งนี้ นายไปเยี่ยมคุณตาฉันหน่อยได้ไหม” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“ตาแก่เป็อะไรไปเหรอ?” เย่ฝานถามอย่างไม่เข้าใจ
“เื่กระจกหน้าต่างแตกคราวก่อน ทำให้เขาใไม่น้อย ฉันกลัวว่าเื่ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีก นายไปสำรวจชุมชนที่คุณตาอยู่สักหน่อย ถ้าสามารถตั้งค่ายกลได้ก็จะดีมาก” ไป๋อวิ๋นซีพูด
เย่ฝานพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ได้สิ แล้วฉันจะไปนะ”
.........................................................................…................…
ณ บ้านตระกูลมู่
ชายหนุ่มหลายคนกำลังฝึกซ้อมวิทยายุทธ์กันอย่างดุเดือดอยู่ในสวน
บ้านตระกูลมู่่นี้มีแต่เื่ดีๆ เกิดขึ้น ผู้คนในตระกูลจึงมีชีวิตชีวากว่าเมื่อก่อนมาก
“พี่เหลียนผิง พี่มาแล้วเหรอครับ!”
ที่มู่เคอสามารถหายดีจนเป็ปกติได้ มู่เหลียนผิงก็มีส่วนช่วยเหลือไม่น้อย มู่เคอเป็รุ่นน้องของมู่เหลียนผิง เขาจึงเคารพมู่เหลียนผิงเป็อย่างมาก
“พี่เหลียนผิง โอสถวิเศษของคุณชายเย่เป็ของดีจริงๆ! พี่คิดว่าเราจะเอาของไปแลกกลับมาอีกเมื่อไรดีครับ!”
มู่เหลียนผิงหัวเราะเฝื่อนๆ แล้วตอบว่า “ของของคุณชายเย่ใช่ว่าจะแลกมาได้ง่ายๆ ครั้งก่อนเพื่อช่วยชีวิตของฉันเอาไว้ คุณตาของฉันได้มอบทรัพย์สินที่มีทั้งหมดเพื่อแลกมาเชียวนะ” นี่ขนาดเป็ราคามิตรภาพนะ เคล็ดวิชาเล่มนั้นก็ราคากว่าหนึ่งพันล้านหยวนแล้ว
มู่เหลียนผิงนิ่งไปชั่วครู่แล้วพูดว่า “่ที่ผ่านมา ได้ยินว่าสือเยว่ใช้เงินหนึ่งพันล้านหยวนแลกเปลี่ยนกับของวิเศษและยันต์ของเย่ฝาน แล้วยังได้โอสถรักษาอาการาเ็ไปอีกหนึ่งขวด ได้ยินว่าราคาสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากเลย”
“พูดถึงสือเยว่ ฉันได้ยินว่าวังจันทรากำลังตามฆ่าหล่อนอยู่” หลังจากที่สือเยว่เปิดโปงเื่ราวของวังจันทราจนหมดไส้หมดพุง ก็เท่ากับเป็การยั่วโมโหผู้าุโในวังจันทรา
มู่เหลียนผิงพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่!”
วังจันทราได้ส่งผู้าุโวรยุทธ์ระดับสี่คนหนึ่งไปจัดการสือเยว่ ผลปรากฏว่าสือเยว่ได้ใช้ของวิเศษจู่โจมผู้าุโคนนั้นกลับไป จนเขาถึงแก่ชีวิต
ความจริงแล้ววังจันทราก็ไม่ได้มียอดฝีมือที่เก่งกาจมากนัก หากสถานการณ์ยังเป็แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ นิกายคงจะล่มสลายในไม่ช้านี้เป็แน่
“หลี่ชิงเสวี่ยหายตัวไปไม่ยอมโผล่หน้า บางคนก็บอกว่าหล่อนซ่อนตัว บางคนก็ว่าหล่อนตายไปแล้ว พี่มีความคิดเห็นยังไงครับ?”
มู่เหลียนผิงส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!”
คนของวังจันทรามารับหูเซียงอวี้กลับไป เมื่อวานนี้พวกเขาจัดงานบวงสรวงเทพเ้า งานบวงสรวงเทพเ้าที่ว่าก็คือการใช้ชีวิตของมนุษย์เซ่นไหว้เทพเ้า พูดตรงๆ ก็คือการฆ่าคนนั่นเอง วังจันทราสังหารหูเซียงอวี้ไปแล้ว ส่วนหลี่ชิงเสวี่ยก็หายสาบสูญ เื่นี้เป็ไปได้สองทาง สือเยว่อาจพูดโกหกหรือหลี่ชิงเสวี่ยอาจตายไปแล้ว
มู่เหลียนผิงสงสัยว่า การตายของหลี่ชิงเสวี่ยจะเกี่ยวข้องกับเย่ฝาน หลายวันก่อนที่หลี่ชิงเสวี่ยจะหายตัวไป หูเซียงอวี้คิดจะไปลอบทำร้ายเซี่ยวฉือ แต่ไม่สำเร็จ อีกอย่างเป็เพราะข่าวของวังจันทรากลายเป็เื่ราวใหญ่โต ผู้คนจึงลืมสังเกตไปว่าตู้ิจากนิกายโปรดมวลชีวันก็หายสาบสูญไปเช่นกัน คราวก่อนในงานชุมนุมแลกเปลี่ยนของผู้วิทยายุทธ์โบราณ เย่ฝานก็สงสัยในกลิ่นอายไขกระดูกเย็นบริสุทธิ์ที่มาจากร่างของตู้ิอยู่ก่อนแล้ว
“นิกายวังจันทรานี่เพี้ยนจริงๆ”
มู่เหลียนผิงพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ”
“แต่จะว่าไปแล้ว เย่ฝานนี่เก่งกาจจริงๆ พี่เหลียนผิง ได้ยินว่าสือเยว่ได้ของวิเศษจากเย่ฝานมาไม่น้อย หล่อนสามารถสังหารผู้าุโที่ฝีมือเหนือกว่าได้สำเร็จเพราะของวิเศษเ่าั้ พวกเราจะซื้อบ้างได้ไหม!”
มู่เหลียนผิงพูดด้วยความลำบากใจว่า “ซื้อเหรอ? เราไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก! แต่ว่าอาจจะสามารถใช้ผลอัคคีวิเศษแลกมาได้ แต่ต้องดูว่าท่านผู้าุโทั้งหลายจะยอมไหม”
--------------------------------------------------------------------------------------------
[1] เหว่ยเกอ คืออีกชื่อเรียกหนึ่งของยาไวอากร้า
