เย่ฝานมองตามจางเซวียนเข้าไปในบ้านตระกูลเจียง อาจเป็เพราะหวงสือจงสร้างผลงานไม่ดีเอาไว้ จึงทำให้นายท่านบ้านตระกูลเจียงมีท่าทีที่ดีต่อจางเซวียนมากขึ้นไม่น้อย
จางเซวียนขออนุญาตพาเย่ฝานเข้าไปในห้องของเจียงสูหย่า ผู้เฒ่าเจียงก็ตอบตกลงอย่างยินดี
เจียงสูหย่านอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดขาว ถึงแม้ว่าเธอจะกำลังป่วยกระเสาะกระแสะ แต่ก็ยังเห็นได้ถึงความงดงามของหล่อน
“ตอนนี้ผู้หญิงคนนี้ดูอัปลักษณ์จริงๆ! แบบนี้คงออกไปพบใครไม่ได้แน่ๆ” เย่ฝานพูดอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของหล่อน
จางเซวียน “…” อัปลักษณ์เหรอ? ดูอย่างไรก็ยังสวยมากอยู่ดี
“หากต่อไปในอนาคตเธอยังมีสภาพแบบนี้ ฉันคิดว่าเธอคงไม่มีหน้ามาแย่งอวิ๋นซีไปจากฉันแน่นอน”
จางเซวียนสูดลมหายใจเข้าก่อนกล่าวว่า “คุณชายเย่ นายและคุณชายไป๋เป็คู่รักที่ไม่เป็สองรองใครในใต้หล้านี้ คุณหนูเจียงไม่น่าจะไปคุกคามได้ นายวางใจเถอะ!”
“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ใครกล้ามาแย่งอวิ๋นซีไปจากฉันละก็ ฉันจะจัดการคนคนนั้น” เย่ฝานพูดอย่างได้ใจ
จางเซวียน “…”
เย่ฝานหลับตา ทั้งร่างไม่ไหวติง
จางเซวียนมองร่างของเย่ฝานที่แน่นิ่งราวกับซากฟอสซิลก็มุ่นคิ้ว
เย่ฝานจมเข้าไปในความฝัน เขาเห็นสตรีผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง เย่ฝานมองเห็นเื่ราวชีวิตของฮูหยินท่านนี้ นางเกิดในตระกูลชนชั้นสูงแต่ใจคอโเี้ ถึงแม้สามีจะเ้าชู้แต่เขาก็ยังเคารพนางอยู่บ้าง ภรรยาน้อยทั้งหลายล้วนถูกกดขี่จนหมดกำลังจะตอบโต้กลับ
ด้วยเล่ห์อุบายต่างๆ นานาของฮูหยินผู้นั้น ภรรยาน้อยแต่ละคนต่างก็แท้งลูกหรือไม่เด็กก็ต้องตายในครรภ์ สุดท้ายทั้งตระกูลจึงเหลือทายาทเพียงสองคน ทายาทคนหนึ่งเป็ลูกของฮูหยิน ส่วนอีกคนเป็ลูกของภรรยาน้อยที่สามีซึ่งเป็เ้าของบ้านหลังนี้รักที่สุด สตรีทั้งสองต่อสู้กันทั้งต่อหน้าและลับหลัง เมื่อทายาทของทั้งสองเติบโตขึ้นเรื่อยๆ การต่อสู้ยิ่งทวีความรุนแรงถึงขีดสุด สุดท้ายฮูหยินก็ลงมือฆ่าลูกชายของภรรยาน้อยตาย ทว่าเื่ราวมันกลับตาลปัตร
เย่ฝานลืมตาขึ้น จางเซวียนมองเย่ฝานแล้วถามว่า “เป็ยังไงบ้าง?”
เย่ฝานขมวดคิ้วก่อนตอบ “มันคือการฉายภาพความทรงจำในอดีตฉากหนึ่งของหล่อน!”
จางเซวียนถามด้วยความสงสัย “ความทรงจำเกี่ยวกับอะไร?”
“เป็เื่ราวของหญิงสองคนที่เป็ภรรยาเ้าของบ้านหลังหนึ่ง ภรรยาหลวงเป็คนใจคอเหี้ยมโหด ลูกของภรรยาน้อยคนอื่นที่เกิดจากสามีของตนล้วนถูกฆ่าสารพัดวิธี สุดท้ายลูกชายอีกคนที่เกิดจากภรรยาน้อยก็ถูกภรรยาหลวงวางยาพิษในเหล้า ล้มลงกับพื้น ตายอย่างอนาถ"
“หลังจากเหตุการณ์นั้น ภรรยาน้อยจึงบอกความจริงกับภรรยาหลวงว่า ในวันที่ลูกชายของทั้งสองเกิด นางได้วางแผนสับเปลี่ยนเด็ก ดังนั้นลูกชายของภรรยาน้อยที่หล่อนฆ่าตาย แท้ที่จริงคือลูกในไส้ของภรรยาหลวงเอง ส่วนทายาทที่ภรรยาหลวงเลี้ยงดูจนเติบใหญ่และยอมลงมือวางแผนการชั่วร้ายต่างๆ เพื่อเขา คือลูกชายของภรรยาน้อยคนนั้น”
“ภรรยาหลวงไม่เชื่อว่าเื่ที่กล่าวมาเป็ความจริง ภรรยาน้อยจึงนำร่างของหลานชายตัวน้อยซึ่งเกิดจากลูกของภรรยาหลวงที่ตายไป โยนออกนอกหน้าต่างจนเสียชีวิต! ทำให้ภรรยาหลวงถึงกับบ้าคลั่งไปทันที!”
“เด็กนี่มันเป็หลานของเ้า ทว่าเ้าคิดมาตลอดว่ามันคือหลานของข้า เ้าปรารถนาให้มันตายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมิใช่หรือ? ถ้าเช่นนั้นข้าจะทำให้เ้าสมหวังเอง” สิ้นเสียงของภรรยาน้อย นางก็โยนเด็กน้อยลงเบื้องล่าง เด็กน้อยหัวกระแทกพื้นเืไหลนองและสิ้นใจไปในที่สุด!
จางเซวียนขมวดคิ้วก่อนเอ่ย “โเี้เกินไปแล้ว!”
ลูกชายที่นางเลี้ยงมาก็คิดร้ายกับนาง ลูกในไส้ของนางก็ถูกนางฆ่าตาย ทั้งยังต้องมาเห็นหลานแท้ๆ ตายไปต่อหน้าต่อตา มิน่าความอาฆาตแค้นจึงไม่เคยเสื่อมคลายไปเลย และเป็สาเหตุให้นางคิดอยากจะฆ่าตัวตายอยู่ตลอดเวลา
“ลูกชายบ้านนั้นสุดท้ายก็ไม่ได้เื่อะไรสักอย่าง สามีของพวกนางก็แปลก แต่งกับหญิงงามที่ชั่วร้ายดั่งงูพิษทั้งบ้าน เขาไม่กลัวถูกงูกัดตายบ้างหรือไง” เย่ฝานส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ภรรยาหลวงคนนั้นสุดท้ายเป็ยังไงบ้าง?”
เย่ฝานทำหน้านิ่วขณะตอบ “ภรรยาหลวงคนนั้นหลังจากที่ลูกชายและหลายชายแท้ๆ ต้องมาจบชีวิตลง หล่อนก็โศกเศร้าหมดหนทาง ไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปทำไม จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยใช้ปิ่นชิ้นเดียวกับที่เจียงสูหย่าประมูลมาได้ ปักลงไปกลางอก"
“แล้วเจียงสูหย่าต่อไปจะเป็ยังไง?” จางเซวียนถาม
“เจียงสูหย่าจะฝันถึงเื่นี้ซ้ำๆ หล่อนและผีสาวมีดวงชะตาสอดคล้องกัน เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ หล่อนจะรู้สึกว่าเื่ราวที่ผีสาวประสบคือเื่ของตนเอง หากสติสัมปชัญญะไม่มั่นคงพอ ก็จะทำให้อยากฆ่าตัวตาย! หรืออาจสลบไสลไม่ได้สติไปอย่างนี้เรื่อยๆ จนกลายเป็เ้าหญิงนิทราไปเลย” เย่ฝานกล่าว
“แล้วนายมีวิธีแก้ไหม?” จางเซวียนถาม
เย่ฝานนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “หากสามารถตามหาิญญาลูกชายของผีสาวตนนี้ได้ บางทีอาจจะทำให้ิญญาผีสาวหลุดพ้น!”
จางเซวียนถามด้วยความกังวลใจ “แล้วเราจะไปหาิญญาลูกชายของหล่อนได้ที่ไหน!”
เย่ฝานยักไหล่แล้วตอบว่า “เื่นี้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!”
จางเซวียน “…”
“อย่ามองฉันแบบนั้นสิ ถึงแม้ฉันจะฉลาดหลักแหลม มีแผนการมากมาย แต่ปรมาจารย์ก็ต้องมีวันที่จนปัญญาเข้าสักวัน แล้วนับประสาอะไรกับฉัน?” เย่ฝานพูดอย่างมีเหตุผล
จางเซวียน “…” คนที่เขาฉลาดจริงๆ เขาไม่เอ่ยคำพูดพวกนี้ออกมาหรอก!
…
ตอนที่ไป๋อวิ๋นซีมาถึงในคฤหาสน์ จางเซวียนกับเย่ฝานก็กำลังถกเถียงกันอยู่
“เกิดอะไรขึ้น?” ไป๋อวิ๋นซีเดินเข้าไปในห้องโถงและเอ่ยถาม
เย่ฝานมองเห็นไป๋อวิ๋นซี ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มสดใส
เย่ฝานทำท่าทางเหมือนเด็กน้อยเจอที่พึ่ง เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้าจางเซวียน แล้วพูดด้วยความโมโหว่า “อวิ๋นซี เ้าสารเลวนี่บอกว่าฉันวาดภาพไม่สวย”
ไป๋อวิ๋นซี "..."
จางเซวียนหยิบภาพที่เย่ฝานวาดส่งให้ไป๋อวิ๋นซีดู เขาพูดอย่างจนปัญญาว่า “คุณชายไป๋ ไม่ใช่ว่าฉันเจตนาจะหาเื่! ภาพที่เย่ฝานวาดมันดูไม่ได้จริงๆ”
ไป๋อวิ๋นซี "..."
“ภาพอะไรเหรอ? แล้วจะเอาไปทำอะไรกัน?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานส่ายหน้า เขาไม่พูดอะไรออกมาเลย
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้ว แล้วกล่าวว่า “ทำไมเหรอ พูดไม่ได้ใช่ไหม?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วรีบตอบ “เปล่า ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปทำงานนะ แต่เ้าหมอนี่ดึงฉันไปช่วย”
จางเซวียน “…” เย่ฝานเ้าคนกลัวเมียเอ๊ย โยนเื่ให้คนอื่นเก่งจริงๆ
จางเซวียนพูดด้วยน้ำเสียงขออภัย “เื่มันเป็แบบนี้ครับคุณชายไป๋ คือผมไปเจอปัญหาหนึ่งเข้า ก็เลยเชิญคุณชายเย่มาช่วยครับ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถูกต้อง เป็เพราะเ้าหมอนี่ไม่ได้เื่ ฉันก็เลยต้องยื่นมือเข้าไปช่วย”
จางเซวียน “…”
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน “ตกลงมันเื่อะไรกันแน่!”
จางเซวียนเล่าเื่ทั้งหมดให้ไป๋อวิ๋นซีฟังคร่าวๆ ไป๋อวิ๋นซีเข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นในระดับหนึ่ง
“นี่คือบ้านโบราณหลังนั้นไง! ผีสาวที่สิงร่างของเจียงสูหย่าพักอยู่ในบ้านหลังนี้ ขอเพียงพวกเราตามหาบ้านหลังนี้ให้เจอ ก็จะสามารถตามหาิญญาของคนอื่นๆ ได้” เย่ฝานกล่าว
จางเซวียนมองไป๋อวิ๋นซีแล้วพูดว่า “คุณชายไป๋ ไม่ใช่ว่าผมอยากจะฟื้นฝอยหาตะเข็บ! แต่ภาพที่คุณชายเย่วาด มันดูเป็นามธรรมเกินไป ความสามารถด้านการมองศิลปะของผมก็มีจำกัดซะด้วย... หากใช้ภาพที่เย่ฝานวาดไปสืบเสาะหาบ้าน หาไปแปดร้อยปีก็เกรงว่าจะหาไม่เจอ”
ไป๋อวิ๋นซี “…” ภาพนี้วาดไม่สวยจริงๆ ด้วย เย่ฝานวาดรูปไม่เก่งถึงขั้นแย่เลยก็ว่าได้
ไป๋อวิ๋นซีหันไปมองเย่ฝาน แล้วถามว่า “นี่นายวาดบ้านโบราณจริงเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ใช่แล้ว มันเป็บ้านโบราณหลังหนึ่ง น่าจะเป็บ้านในสมัยราชวงศ์ชิง อายุขัยของิญญาสาวตนนั้นคงจะไม่นานเท่าไรนัก น่าจะประมาณสองร้อยกว่าปี”
“นายเห็นบ้านโบราณได้ยังไง?”
“ฉันน่ะเหรอ! ฉันก็เข้าไปในฝันน่ะสิ!” เย่ฝานพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแวบหนึ่งก่อนถาม “ฉันเข้าไปในฝันพร้อมกับนายได้ไหม ฉันจะไปดูบ้านโบราณหลังนั้น?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ทำไม่ได้หรอก ฉันพาใครเข้าไปในความฝันด้วยไม่ได้ แต่ฉันสามารถถ่ายทอดิญญาให้นายได้ ฉันจะส่งต่อภาพในหัวที่ฉันมองเห็นทั้งหมดให้นายก็แล้วกัน”
จางเซวียนขมวดคิ้วแล้วถามด้วยความโมโหว่า “แล้วก่อนหน้านี้ทำไมนายถึงไม่ถ่ายทอดิญญาให้ฉันล่ะ”
เย่ฝานเปล่งเสียง "ฮึ" เบาๆ แล้วตอบว่า “นายฝันกลางวันหรือไง การถ่ายทอดิญญาจะถ่ายทอดให้กับคู่รักเท่านั้น ฉันจะทำกับคนหยาบคายอย่างนายได้ยังไงกัน”
จางเซวียนรีบเอ่ยแทรก “ที่แท้ต้องเป็คู่รักถึงจะทำได้ งั้นพวกนายทำเลย พวกนายรีบทำเถอะ ฉันไม่ขอยุ่งดีกว่า..." จางเซวียนคิดในใจว่า เ้าทึ่มเย่ฝานกล้าทำท่าทางรังเกียจเขา เขาต่างหากล่ะที่ไม่ได้พิสมัยในตัวเย่ฝานเลย
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานจับมือไป๋อวิ๋นซีไว้ หน้าผากของเขาแตะหน้าผากของไป๋อวิ๋นซีเบาๆ ภาพฉากหนึ่งถูกส่งไปยังสมองของไป๋อวิ๋นซี เขามองเห็นบ้านโบราณหลังหนึ่ง ในบ้านหลังนั้นมีฮูหยินหน้าตางดงามเดินออกมา นางกำลังคิดแผนการชั่วร้าย แต่สุดท้ายแผนการชั่วร้ายเ่าั้กลับทำร้ายชีวิตของนางจนพินาศไปทั้งชีวิต
“คิดว่าตนเองวางแผนได้แยบยล แต่กลับเป็การทำร้ายผู้อื่นและทำร้ายตัวเองในที่สุด” ไป๋อวิ๋นซีส่ายหัวแล้วพูดหลังจากลืมตาตื่น
เย่ฝานขมวดคิ้วก่อนกล่าว “จะว่าไปแล้ว ต้องโทษที่ในตอนนั้นเทคโนโลยียังไม่พัฒนาเท่าที่ควร และไม่มีเทคโนโลยีสำหรับตรวจพันธุกรรม”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
จางเซวียน “…” เมื่อเย่ฝานพูดคำนี้ออกมา ทำให้เขาไม่สามารถเถียงอะไรได้จริงๆ
“คุณชายไป๋ มองเห็นบ้านแล้วเหรอ?” จางเซวียนถาม
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าตอบกลับ “มองเห็นแล้ว เดี๋ยวฉันจะวาดออกมาให้”
ไป๋อวิ๋นซีหยิบปากกาขึ้นมา ไม่นานภาพบ้านโบราณก็ปรากฏบนกระดาษอย่างรวดเร็ว! เมื่อจางเซวียนเห็นรูปที่วาดออกมา เขาพลันดีใจจนเกือบหลั่งน้ำตา นี่สิถึงจะใช่ภาพที่เขา้า! เพราะภาพที่เย่ฝานวาดนั้น มันเหมือนกับยันต์อะไรสักอย่างที่ผีวาดเสียมากกว่า!
“อวิ๋นซี นายวาดรูปสวยมากเลย!” เย่ฝานชมอีกฝ่าย
จางเซวียนอดพูดไม่ได้ว่า “ก็ใช่น่ะสิ คุณชายไป๋วาดสวยมาก สวยกว่าที่นายวาดเสียอีก”
เย่ฝานยักไหล่ “ฉันก็วาดสวยนะ เพียงแต่ภาพที่วาดมันคนละสไตล์กับอวิ๋นซีเท่านั้น”
จางเซวียน “…”
“้า มีอักษรสองตัวคือ ‘สือ’ กับ ‘ฝู’” ไป๋อวิ๋นซีพูดออกมา
จางเซวียนเอ่ยด้วยความดีใจเป็อย่างมาก “เยี่ยมไปเลย ถ้าเราสามารถสืบหาจากสองคำนี้ได้ ก็จะง่ายขึ้นมาก” ตัวหนังสือที่ปรากฏบนป้ายอธิบายว่าบ้านหลังนี้คือบ้านตระกูลสือ ถ้าเป็อย่างนี้ขอบเขตในการค้นหาก็จะแคบลง เ้าปัญญาอ่อนเย่ฝาน เบาะแสที่ชัดเจนขนาดนี้ก็ดูไม่ออก มัวแต่วาดรูปที่สู้เด็กวาดยังไม่ได้
…
จางเซวียนหยิบภาพแล้วเดินจากไป ในคฤหาสน์เหลือเพียงไป๋อวิ๋นซีและเย่ฝาน
“อวิ๋นซี นายมาได้ยังไงกัน คิดถึงฉันเหรอ?” เย่ฝานถามด้วยความตื่นเต้น
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบนแล้วกล่าวว่า “นายเพ้อหรือไง! ญาติผู้พี่ของนายมาตามหานายที่บริษัทฉัน นายรู้ไหม?”
เย่ฝานขมวดคิ้วพร้อมพูด “ยัยบ้านั่นไปหานายเหรอ? ยัยนั่นอย่าแม้แต่จะคิดล้วงความลับจากฉัน ไม่งั้นหล่อนจะได้เห็นดีแน่”
“หล่อนเป็ลูกพี่ลูกน้องของนายนะ! ทำไมก่อนหน้านี้นายถึงจำหล่อนไม่ได้”
“ก็หล่อนหน้าตาไม่สวย ฉันจำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอก! แต่ถ้าหน้าตาดีอย่างนาย ฉันต้องจำได้อยู่แล้ว” เย่ฝานตอบ
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝาน ไอ้คนลามก
สำนักอสูรเร้นเงาเหมือนจะรู้แล้วว่าซ่งผิ่นหยวนตาย จึงส่งคนออกมาสืบหาการตายของเขา ระยะนี้ในเมืองหลวงอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่น้อย
“เื่การตายของซ่งผิ่นหยวน มีคนรู้เื่แล้ว? ” เย่ฝานพึมพำ
ไป๋อวิ๋นซีกล่าวว่า “ซ่งผิ่นหยวนไม่ได้กลับสำนักตามเวลาที่กำหนด น่าจะมีวิธีการตรวจสอบเป็พิเศษ จึงทำให้แน่ใจว่าซ่งผิ่นหยวนตายไปแล้ว”
เมื่อข่าวการตายของซ่งผิ่นหยวนส่งมาถึงบ้านตระกูลซ่ง นายท่านบ้านตระกูลซ่งก็เป็ลมล้มพับไป ในความคิดของคนบ้านตระกูลซ่ง ซ่งผิ่นหยวนคือยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทาน ยอดฝีมืออย่างเขาถูกคนกำจัดได้อย่างไร้วี่แววแบบนี้ จึงไม่แปลกที่นายท่านบ้านตระกูลซ่งจะรับไม่ได้
คนของสำนักอสูรเร้นเงาล้วนเป็มือสังหาร การกำจัดกันเองก็เป็เื่ไม่แปลก ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพระหว่างศิษย์ร่วมสำนัก จึงน่าจะมีอยู่อย่างจำกัด
แต่ไป๋อวิ๋นซีเคยได้ยินว่าสำนักอสูรเร้นเงามีกฎอยู่ข้อหนึ่งว่า หากมีผู้ดูแลสำนักถูกสังหารไปคนหนึ่ง ผู้ที่สังหารก็จะสามารถรับ่ต่องานของผู้ดูแลคนนั้นในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมดได้ หากผ่านไปหนึ่งเดือนยังไม่มีผู้ใดทำสำเร็จ ผู้ดูแลสำนักคนใหม่ก็จะมาจากการประลองฝีมือกันในสำนักนั้นเอง
ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจว่า ถ้าผีสาวมาจากเมืองอื่นก็คงจะดี ่นี้เย่ฝานจะได้เดินทางออกจากเมืองหลวงไปสักพัก เพื่อหลบภัยที่กำลังจะมาถึง รอให้ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วค่อยกลับมา
