“ตายอย่างไร?” ซูเฟยซื่อรีบคว้าตัวจือฉินไว้ซักถาม
“เป็...เป็นางแขวนคอฆ่าตัวตายเ้าค่ะ” จือฉินอดไม่ได้ต้องร้องไห้ออกมาอีกครั้ง “สาวรับใช้ในตำหนักต่างลือแพร่ไปทั่วแล้ว ไม่ ตอนนี้คงเป็ที่รู้กันในเมืองหมดแล้ว แม่น้ารองเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยแขวนคอฆ่าตัวตายอยู่ที่หน้าประตูของตำหนักซีอ๋อง ทั้งยังใช้เืเขียนข้อความตอนหนึ่งไว้ที่หน้าประตูของตำหนักซีอ๋อง ว่า...”
“ว่าอะไร? ” ซูเฟยซื่อถามอย่างร้อนใจ
“กล่าวว่าซีอ๋องเห็นความงามของนาง ก็ไม่สนใจว่านางเป็ภรรยาของคนอื่น กลับขืนใจนาง ซีอ๋องยังข่มขู่นางห้ามพูดเื่นี้ออกไป มิฉะนั้นก็จะทำลายจวนอัครมหาเสนาบดีทั้งครอบครัว นางไม่สามารถทนกับความวิปริตของซีอ๋องได้ ยิ่งไม่มีหน้าที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อีกแล้ว จึงแขวนคอฆ่าตัวตายที่หน้าประตูของตำหนักซีอ๋อง ใช้การตายมาทวงถามหลักธรรมแห่ง์ว่าอยู่ที่ใดเ้าค่ะ” จือฉินบอกเล่าข้อความที่แม่น้ารองเขียนไว้ที่หน้าประตูของตำหนักซีอ๋องออกมาซ้ำอีก
“ไม่เพียงเท่านี้ นางยังกล่าวว่าเื่นี้มีหลักฐานพิสูจน์ได้จริง าแบนร่างของนางก็เป็หลักฐาน ขอเพียงค้นหาเครื่องมือทรมานในตำหนักซีอ๋อง ยังมีบนร่างอนุของตำหนักซีอ๋องก็สามารถพบรอยแผลที่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกันได้เ้าค่ะ”
ซูเฟยซื่อราวกับถูกฟ้าผ่าใส่ นางเข้าใจแล้ว นางเข้าใจทุกอย่างแล้ว
เหตุผลที่แม่น้ารองสามารถให้ซีอ๋องช่วยทำงานให้นาง วิธีที่ใช้ไม่ใช่การข่มขู่ ไม่ใช่การหลอกล่อผลประโยชน์ แต่เป็กลยุทธ์สาวงาม
คาดไม่ถึงว่านางซึ่งเป็คนจิตใจสะอาดผ่องแผ้วไม่ลุ่มหลงโลภมากในกิเลสคนหนึ่ง เพื่อแก้แค้นให้ซูจิ้งเซียง นางไม่ลังเลที่จะประจบประแจง ยอมลดตัวเสนอร่างต่อซีอ๋อง...
ซูเฟยซื่อเกือบจะสามารถจินตนาการถึงความเ็ปในใจของแม่น้ารองได้ ยังมีความรู้สึกหลังจากที่ได้รับรู้เื่ราวทุกอย่างของนางในวันนี้
ไม่สงสัยเลยว่าทำไมแม่น้ารองถึงได้บอกให้มอบซีอ๋องให้แก่นางเอง ที่แท้นางคิดแก้แค้นให้ตัวเอง
ใช้วิธีที่น่าอนาถเช่นนี้เรียกร้องคืนความเป็ธรรมให้ตนเอง ทั้งยังให้ซีอ๋องต้องแบกรับข้อหาบีบคั้นภรรยาขุนนางใหญ่จนตาย เป็หายนะอย่างใหญ่หลวงที่มิอาจกู้คืน
“แม่น้ารอง เ้าวางใจเถิด ข้าไม่ทำให้เ้าผิดหวังแน่นอน” ซูเฟยซื่อบีบกำปั้นของตนไว้แน่น กล่าวอย่างดุดัน
ซีอ๋อง ซูจิ้งโหยว ซูจิ้งเถียน พวกเ้าต้องชดใช้กรรมชั่วของพวกเ้า
“จือฉิน ซูเต๋อเหยียนทราบเื่นี้แล้วหรือไม่? ” ซูเฟยซื่อถาม
“ควรรู้แล้ว เมื่อครู่ขณะที่บ่าวกำลังกลับมาก็เห็นเขากำลังหน้าเขียวไปหมด สั่งให้คนเตรียมรถม้า คิดว่าน่าจะไปตำหนักซีอ๋องเพื่อรับศพของแม่น้ารองกลับมา มิฉะนั้นถ้าแขวนไว้ที่นั่น...” จือฉินก้มศีรษะลง
“ไปแล้วก็ดี เพื่อหน้าตาของจวนอัครมหาเสนาบดี เื่นี้ซูเต๋อเหยียนต้องไม่เลิกราง่ายๆ แน่ เ้าให้ซางจื่อไปส่งข่าวนี้แก่อวี้เสวียนจี ให้เขาช่วยซูเต๋อเหยียนคราหนึ่ง ครั้งนี้ต้องให้แน่ใจว่าซีอ๋องไม่มีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้อีกเด็ดขาด” รังสีสังหารในดวงตาซูเฟยซื่อกร้าวแข็ง
เื่ที่แม่น้ารองแขวนคอฆ่าตัวตายอยู่หน้าประตูตำหนักซีอ๋องก็แพร่ลือกระฉ่อนเดือดปุดๆ รวมกับการผสมโรงของอวี้เสวียนจี ในที่สุดซ่งหลิงซิวได้ประทานยาพิษถ้วยหนึ่งให้ซีอ๋อง ให้เขาจบชีวิตในบ้านของเขา
“ไม่ ฝ่าา ข้าเป็น้องชายแท้ๆ ของท่าน ั้แ่เด็กเราเติบโตมาด้วยกัน ท่านทำแบบนี้กับข้าได้อย่างไร? ” ในที่สุดครานี้ซีอ๋องก็ตื่นตระหนกแล้วรีบร้องขอความเมตตา
“ซีอ๋อง วาจานี้ของเ้าหมายความว่าอย่างไร? หรือจะให้ฮ่องเต้ออกมาปกป้องเ้าต่อหน้าขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊มากมาย?” เสียงที่น่าสยองแปลกประหลาดของอวี้เสวียนจีดังขึ้นมาอย่างเอื่อยๆ
ซ่งหลิงซิวฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เขารู้ว่าอวี้เสวียนจีกำลังเตือนเขา เขาก็ยิ่งรู้ว่าตนเองควรทำอย่างไร
คิดถึงตรงนี้ ซ่งหลิงซิวได้แต่เบนศีรษะไปด้านข้าง ใช้แรงโบกสะบัดมือ “ลากลงไป”
“ฝ่าาๆ ...” ซีอ๋องร้องอย่างอนาถ ถูกคนลากลงไปแล้ว
จนกระทั่งเสียงของเขาจางหายไปไกล บรรยากาศชั่วร้ายราวกับหมอกควันที่ปกคลุมทั่วท้องพระโรงจึงได้ลดน้อยลงไปในที่สุด
ก็เป็ในขณะนี้ จู่ๆ ทหารรักษาพระองค์นายหนึ่งก็วิ่งเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดี “กราบทูลฝ่าา แม่ทัพฝูได้รับชัยชนะ นำกองทัพใหญ่กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ทุกคนได้ยินข่าวนี้ต่างพากันตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
เดิมคิดว่าแม่ทัพฝูเพียงกล่าวสัญญาอย่างคุยโตโอ้อวด ไม่คิดว่าเขาสามารถใช้ทหารและม้าห้าหมื่นแก้ไขปัญหาชายแดนได้แล้วจริงๆ
นี่เป็ข่าวดีอย่างใหญ่หลวงสำหรับแคว้นซ่งของพวกเขาโดยแท้จริง
“รีบเชิญแม่ทัพฝูมาเร็ว” ซ่งหลิงซิวยิ่งยินดีเป็ล้นพ้น
ซีอ๋องทำเื่อัปยศต่อเกียรติยศบารมีของราชนิกุลเช่นนี้ขึ้นมา เขากำลังปวดเศียรเวียนเกล้าว่าจะพลิกหน้าเื่นี้ไปโดยเร็วได้อย่างไร จึงสามารถควบคุมให้เื่นี้ก่อผลกระทบให้น้อยที่สุด
คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพฝูจะกลับมาในเวลานี้
ทหารและม้าห้าหมื่นสามารถรักษาความมั่นคงของชายแดนไว้ได้ นี่ย่อมสามารถกู้คืนศักดิ์ศรีบารมีของราชนิกุลได้แน่นอน
ไม่นานนัก แม่ทัพฝูก็ถูกนำตัวเข้ามา
เพียงเห็นเขาคล้ำกว่าก่อนเดินทางออกรบไปบ้าง แต่ปณิธานกลับลุกโชน ทั่วใบหน้าเป็ประกายสีแดงเรืองรอง “กระหม่อมน้อมคารวะฝ่าา น้อมคารวะท่านอ๋องพระเก้าพันปีพ่ะย่ะค่ะ”
“แม่ทัพฝูรีบลุกขึ้น ครานี้แม่ทัพฝูได้สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เป็ขุนนางที่มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อแคว้นซ่งของข้าจริงๆ” ซ่งหลิงซิวตรัสสรรเสริญอย่างไม่ตระหนี่สักนิด
แม่ทัพฝูลุกขึ้น หัวเราะอย่างซื่อเซ่อทันที “กระหม่อมไม่กล้าชิงผลงาน นานมากแล้วที่ไม่ได้นำทัพจับศึกสู้รบจนได้รับชัยชนะ ตอนนี้ยังรู้สึกตื่นเต้นบ้างพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮ่าๆ ๆ ” ทันทีที่แม่ทัพฝูเอ่ยปาก เหล่าขุนนางใหญ่ต่างหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ซ่งหลิงซิวกวาดเอาความไม่สบายใจเมื่อครู่ทิ้งไปทันที “ไม่ว่าเ้าจะกล้ารวบชิงผลงานหรือไม่ ผลงานนี้ก็อยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้ว พูดมา เ้าอยากได้รางวัลอะไร”
“ชัยชนะครั้งนี้ล้วนเป็ชัยชนะที่ทุกคนต่อสู้ด้วยกันจนได้มา กระหม่อมไม่กล้ายึดเป็ผลงานของตนเองพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพฝูหัวเราะร่ากล่าวพลาง
กล่าวไปสำหรับเขา สามารถนำทหารไปรบทัพจับศึกได้ก็นับเป็รางวัลที่ดีที่สุดแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นก็ประทานรางวัลตามลำดับชั้นขุนนางลงไป ทุกคนได้รับกันทั้งหมด แล้วจึงเตรียมสุรากับเนื้อย่างให้ทุกคนกินดื่มให้สนุก” ซ่งหลิงซิวไม่ตระหนี่ด้วย พอพระราชทานรางวัลจบ คิ้วตาหมุนไปตลบหนึ่ง ตกไปยังร่างแม่ทัพฝูอีกครั้ง
“ในความเป็จริงข้ามีเื่หนึ่งที่ค่อนข้างแปลกใจอยากรู้อยากเห็น เชื่อว่าทุกคนต่างก็คิดอยากรู้ ไม่ทราบว่าแม่ทัพฝูใช้วิธีการใดให้ทหารกับม้าห้าหมื่นนี้ได้รับชัยชนะ? ”
วาจาของซ่งหลิงซิวจบลง ทุกคนต่างเออออตามไปด้วย
เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างแปลกใจมาก
“เื่นี้...” แม่ทัพฝูเกาศีรษะอย่างกระอักกระอ่วน “ในความเป็จริง กระหม่อมมาวันนี้เพื่อทูลขอรางวัลจากฮ่องเต้ให้คนคนหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“หือ?” ซ่งหลิงซิวเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“ฮ่องเต้ยังจำที่กระหม่อมเคยพ่ายแพ้ต่อหญิงสาวคนหนึ่งมาก่อนได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? ใช้ทหารกับม้าห้าหมื่นรักษาชายแดน วิธีนี้เป็วิธีที่นางคิดขึ้นมา กำลังทหารของแคว้นฉีนั้นพอๆ กับเรา เป็เพราะเหตุนี้ ฮ่องเต้จึงไม่ได้ส่งทหารออกไปสู้รบ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา แคว้นฉีก็ไม่เคยกล้าที่จะตีฝ่าเข้ามาจริงๆ หญิงสาวคนนั้นก็ใช้จิตวิทยาเดียวกันกับที่แคว้นฉีใช้คิดทดสอบกำลังทหารของเรา ให้กระหม่อมใช้ทหารกับม้าห้าหมื่นไปเข่นฆ่าแคว้นเล็กแคว้นน้อยที่ทำตัวเป็สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือตามหลังแคว้นฉี แคว้นเล็กแคว้นน้อยย่อมมิอาจต่อต้านกองกำลังของเราได้อย่างสิ้นเชิง นับเป็การรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ขวัญกำลังใจทหารของแคว้นฉีได้รับผลกระทบจากเรา บวกกับข้าฟังวาจาของหญิงสาวคนนั้น ให้แขวนหัวของนักโทษในา โรยธัญพืชไว้บนกำแพงเมือง ปล่อยให้นกมาจิกกิน ทุกวันเปลี่ยนชุดหนึ่ง แคว้นฉีเห็นแบบนี้ย่อมคิดว่าเราได้เตรียมการเปิดศึกไว้อย่างดีแล้ว ก็ไม่กล้ามารุกรานเราอีกพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพฝูบอกเล่าวิธีการที่ซูเฟยซื่อสอนเขาออกมาจนหมดสิ้น
กล่าวเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ซ่งหลิงซิว แม้แต่ขุนนางบุ๋นบู๊ทั่วราชสำนักต่างยอมจำนนแล้ว
โดยเฉพาะฝ่ายผู้บัญชาการรบ ในใจได้ยกย่องหญิงสาวที่แม่ทัพฝูกล่าวถึงว่าเป็ขงเบ้งหญิง
แทบรอไม่ไหวที่จะทำความรู้จักปรึกษาหารือกับนางในตอนนี้
อะไรเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำา?
คนหรือ? ไม่ใช่!
อาวุธหรือ? ไม่ใช่!
แต่เป็กลยุทธ์ต่างหาก
