เย่ฝานเดินออกไปนอกบ้านเขาเห็นไช่เจิ่นจวิ้นชะโงกหน้ามองมา
เย่ฝานยืนอยู่หลังไช่เจิ่นจวิ้นด้วยความไม่พอใจแล้วพูดเสียงเ็า “นี่นาย ทำไมถึงชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ นายคิดจะทำอะไรกันแน่”
ไช่เจิ่นจวิ้นใรีบหันมามองเย่ฝานเขาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ลูกพี่ คุณออกมาแล้วเหรอ! คุณปรากฏตัวได้ลึกลับมาก!ผมมองไม่ทันเลยว่าคุณออกมาั้แ่เมื่อไร”
เย่ฝานเปล่งเสียง “ฮึ”ก่อนตอบ “นายตาบอดเอง จะโทษใครได้!”
ไช่เจิ่นจวิ้นเอาฝ่ามือถูกันด้วยอาการประหม่าแล้วพูดว่า “ลูกพี่เย่ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหลบๆ ซ่อนๆ หรอกนะ เป็เพราะผมไม่กล้าเข้าไปผมได้ยินมาว่าเมื่อหลายวันก่อนมีคนสิบกว่าคนบุกเข้าไปในบ้านของคุณปรากฏว่าตอนกลับออกมา แต่ละคนพากันเสียสติไปเลย”
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธพร้อมพูด“นั้นเป็เพราะพวกเขาขี้ขลาดเองต่างหาก ไม่เหมือนกับฉันที่ไม่กลัวอะไรสักอย่างก็เลยไม่เจอเื่อะไรสักนิด”
ไช่เจิ่นจวิ้นพยักหน้าแล้วพูดว่า“ถูกต้องๆ คุณชายเย่เป็ผู้กล้าหาญ ย่อมไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว!”
“ลูกพี่เย่พวกที่เสียสติไปเป็ยังไงบ้าง!” ไช่เจิ่นจวิ้นถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เย่ฝานหรี่ตาลงแล้วตอบว่า“ผีตนไหนจะรู้ว่าพวกมันเป็ยังไงกันบ้าง? บางทีอาจถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเป็แค่พวกขี้ขลาดตาขาวไร้ความสามารถ แล้วยังจะมีหน้ามาแสดงความรักพวกพ้องอีกนี่ก็ได้ทำเพื่อพวกพ้องแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ไช่เจิ่นจวิ้น “…”
“คุณชายเย่ผมได้ยินมาว่าในบรรดาคนที่มาบ้านคุณ มีคุณชายบ้านตระกูลซ่งด้วย…คุณไม่เป็อะไรใช่ไหม?” ไช่เจิ่นจวิ้นถาม
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆแล้วตอบว่า “ฉันจะเป็อะไรได้?”
ไช่เจิ่นจวิ้น “…”คุณชายบ้านตระกูลซ่งไม่ได้มาเอาเปรียบ หรือว่ายังแก้แค้นไม่สำเร็จคุณชายซ่งนิสัยดีขนาดนี้ั้แ่เมื่อไรกัน ไม่น่าเป็ไปได้นะ!
“คุณชายเย่ตอนนี้นายคบกับคุณชายไป๋แล้วจริงๆ เหรอ?”
เย่ฝานกวาดตามองไช่เจิ่นจวิ้นแวบหนึ่งแล้วตอบว่า “แน่นอนสิ มีอะไรน่าสงสัยเหรอ? พวกเราสองคนดูยังไงก็เหมาะสมกัน!”
ไช่เจิ่นจวิ้นรีบพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ใช่ๆๆ ไม่มีอะไรให้สงสัยเลย มีเพียงลูกพี่เย่ที่ทั้งหล่อและฉลาดถึงจะคู่ควรกับคุณชายผู้สูงศักดิ์อย่างคุณชายสามแห่งตระกูลไป๋!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วกล่าว“ถูกต้องๆ นับว่านายตาแหลมอยู่บ้าง”
ไช่เจิ่นจวิ้นมองเย่ฝานแล้วถามว่า“คุณชายเย่ วันนี้นายมีแผนยังไงบ้าง?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า“มีสิ วันนี้เป็เทศกาลชีซี วันแห่งความรักของจีน เดี๋ยวฉันจะไปซื้อของขวัญจองโต๊ะอาหารใต้แสงเทียน แล้วจะนัดเดตกับอวิ๋นซี นายถามอย่างนี้ตัวนายเองไม่มีแผนอะไรบ้างเหรอ? นายเป็หนุ่มโสดใช่ไหม!ฉันเห็นนายท่าทางเหมือนไม่มีอะไรจะทำ ก็รู้เลยว่านายน่าจะไร้คู่”
ไช่เจิ่นจวิ้น “…”เย่ฝานเ้าหมอนี่ กล้าดูถูกเขาขนาดนี้ ถึงแม้ในตอนนี้เขาจะเพิ่งโดนผู้หญิงทิ้งไปและต้องกลับไปเป็คนโสดอีกครั้ง แต่ว่าขอเพียงคุณชายไช่อย่างเขา้า ในทุกๆนาทีก็สามารถหาผู้หญิงมาควงได้สบายๆ
เย่ฝานโบกมือแล้วพูดว่า“เอาล่ะ เอาไว้ค่อยคุยวันหลังนะ ฉันจะออกไปเตรียมของขวัญยังไม่รู้เลยว่าจะซื้ออะไรดี”
ไช่เจิ่นจวิ้น“เดินทางปลอดภัยนะ...”
…
เย่ฝานสวมชุดสูทแล้วมาปรากฏตัวที่บริษัทเจาซีพนักงานต้อนรับทั้งสองเห็นเย่ฝานแต่งตัวมีรสนิยมขึ้น พวกหล่อนก็อดมองหน้ากันไม่ได้
“คุณชายเย่มาหาคุณชายไป๋เหรอคะ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า“วันนี้เป็วันแห่งความรัก ยังไงฉันก็ต้องมา อวิ๋นซีทำอะไรอยู่?”
พนักงานต้อนรับสาวยิ้มพลางตอบ“ท่านประธานไป๋กำลังประชุมอยู่ เกรงว่าคุณชายเย่คงต้องรอสักครู่นะคะ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า“ได้”
เมื่อพนักงานต้อนรับเห็นถังหูลู่ในมือเย่ฝานเปลือกตาก็กระตุกทันที “คุณชายเย่ ถังหูลู่นี่คุณจะมอบให้คุณชายไป๋เหรอคะ?”
เย่ฝานพยักหน้าขณะกล่าว“ใช่แล้ว! ฉันเห็นคนอื่นให้กุหลาบเก้าสิบเก้าดอกในวันแห่งความรักอย่างนั้นมันพื้นๆ เกินไป! ถ้าให้ตุ๊กตาเก้าสิบเก้าตัวก็ดูเป็ผู้หญิงเกินไปให้ดอกกุหลาบที่พับจากเงินเก้าสิบเก้าดอก รวมๆ กันก็เป็เงินแค่ไม่กี่หยวนฉันคิดว่าฉันยอมแต่งชุดสูทและมอบถังหูลู่เก้าสิบเก้าไม้ของฉันให้เขาคือสิ่งที่ดีที่สุด”
พนักงานต้อนรับต่างพยักหน้าแล้วพูดว่า“ใช่แล้วๆ!!! คุณชายเย่ สิ่งที่คุณเตรียมมาดีที่สุดแล้วกินเนสส์บุ๊คควรมอบรางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมที่สุดให้คุณเลยล่ะ”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วกล่าวว่า“ฉันไม่คุยกับพวกเธอแล้ว ฉันขึ้นไปก่อนนะ”
พนักงานต้อนรับมองเงาหลังของเย่ฝานจนลับตาแล้วหันมามองหน้ากัน
“ท่านประธานไป๋ถูกใจคุณชายเย่ตรงไหนกันนะ!”
“ถังหูลู่เยอะขนาดนั้นท่านประธานไป๋จะทานหมดเหรอ?”
“คุณชายเย่นี่เป็คนสมองช้าจริงๆ”
“หรือว่าที่เมื่อก่อนท่านประธานไป๋ไม่มีคนเคียงข้างที่แท้ก็ชอบแบบนี้นี่เอง”
“วันนี้เป็วันแห่งความรักนี่นา!ท่านประธานไป๋คงไม่ให้ทุกคนอยู่ทำงานล่วงเวลาหรอกนะ”
“ก่อนหน้านี้อาจมีความเป็ไปได้ที่จะให้ทำงานต่อแต่ว่าคุณชายเย่ก็มาแล้วไม่ใช่หรือไง! ฉันคิดว่าคงจะไม่ได้อยู่ต่อหรอก”
“พูดถูก!ท่านประธานไป๋คงไม่ให้คุณชายเย่อยู่เป็เพื่อนทำงานล่วงเวลาหรอก!”
…
เย่ฝานรออยู่นอกห้องประชุมสองชั่วโมงกว่าจนในที่สุดทนไม่ได้ จึงผลักประตูห้องประชุมเข้าไปเบาๆ
เย่ฝานยื่นศีรษะเข้าไปในห้องประชุมพูดอย่างเซ็งๆ ว่า “อวิ๋นซี นายจะเลิกประชุมเมื่อไร! ขืนยังไม่เลิกประชุมเราจะพลาดดินเนอร์ใต้แสงเทียนแล้วนะ”
ผู้คนที่ร่วมประชุมอยู่ในห้องต่างเงยหน้าทักทายเย่ฝานด้วยการจ้องมอง!
ไป๋อวิ๋นซีกัดฟันมองเย่ฝานก่อนคว้าเอกสารในมือโยนใส่หน้าของเขาพลางพูดด้วยโทสะ “ออกไปให้พ้น!”
เมื่อเย่ฝานเห็นท่าทีโมโหร้ายของไป๋อวิ๋นซีจึงพูดอย่างหดหู่ใจ “เอาล่ะๆ ฉันออกไปก่อนนะ นายรีบตามมาล่ะ!”
เย่ฝานดึงตัวเองออกจากห้องประชุมด้วยจิตใจห่อเหี่ยว
สีหน้าของกลุ่มคนที่ร่วมประชุมแลดูตึงเครียดพวกเขากลอกตาไปมา แต่ละคนเกิดความรู้สึกต่างๆ นานา
ไป๋อวิ๋นซีกำหมัดแน่นสูดหายใจเข้าด้วยความโกรธ แล้วหันไปถามผู้ช่วยผู้จัดการว่า“ทำไมถึงไม่ล็อกประตูให้ดี?”
ผู้ช่วยผู้จัดการรีบตอบกลับว่า“ท่านประธานไป๋ ดิฉันล็อกประตูดีแล้วนะคะ” ผู้ช่วยผู้จัดการเดินไปตรวจสอบประตูจากนั้นพูดว่า “กลอนประตูเหมือนจะชำรุดแล้วค่ะ”
ผู้ช่วยขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจไม่น้อยกลอนประตูนี้น่าจะแข็งแรงมาก แต่ตอนนี้เหมือนกับว่าโดนคนใช้ดาบฟันเป็สองส่วน
ไป๋อวิ๋นซีสูดหายใจลึกๆรู้สึกเหมือนกำลังกลืนแมลงวันเข้าไปทั้งตัว
“เลิกประชุม!”ไป๋อวิ๋นซีกัดฟันกรอดแล้วสั่งการออกไป
ผู้คนในห้องประชุมต่างทยอยหอบเอกสารไว้ในมือแล้วรีบเผ่นออกจากห้องประชุม
…
คนที่เข้าร่วมการประชุมรู้สึกอยากจะโทษพ่อแม่ที่มอบขาสองข้างที่เดินช้าขนาดนี้มาให้ตอนที่พวกเขาเดินออกจากห้องแล้วเจอกับเย่ฝาน ต่างก็อดชะงักไม่ได้พร้อมลอบมองหน้าเย่ฝาพลางก้มหัวคำนับ
รอจนคนออกจากห้องจนหมดเขาจึงค่อยเดินเข้าไป
“ฉันกำลังประชุมอยู่นายรอหน่อยไม่ได้เหรอ!” ไป๋อวิ๋นซีไม่ต้องคิดก็รู้ว่าพวกที่เข้าประชุมวันนี้จะต้องแต่งเื่ของเขาออกมาคุยกันสนุกปากเป็เดือนๆ แน่
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า“ให้ฉันรอยังไงฉันก็รอได้ แต่ว่าถังหูลู่เก้าสิบเก้าไม้ที่ฉันเตรียมให้นายตอนนี้ฉันกินไปแล้วครึ่งหนึ่ง ถ้านายยังประชุมต่อไปอีก สงสัยจะถูกฉันกินจนหมดแน่ๆ”
ไป๋อวิ๋นซี“...นายชอบกินก็กินให้หมดเถอะ!”
“อวิ๋นซีวันนี้เป็วันแห่งความรัก คนอื่นเขาต้องไปเดตกันทั้งนั้น นายกักตัวพวกเขาเพื่ออยู่ประชุมต่อมันไม่ดีเลยนะ!นายก็รู้ว่าทุกวันนี้เขาสนับสนุนการทำงานโดยคำนึงถึงมนุษยธรรมนายกดขี่พนักงานแบบนี้ พวกเขาอาจจะลาออกได้นะ” เย่ฝานให้คำชี้แนะด้วยความจริงใจ
“นายคิดแทนพวกเขาตลอดเลยนะ!”ไป๋อวิ๋นซีพูดพลางยิ้มฝืนๆ
“ฉันก็คิดแทนนายเหมือนกัน!”เย่ฝานพูดด้วยความจริงใจ
ไป๋อวิ๋นซีมองรอยยิ้มกวนบนใบหน้าของเย่ฝานเขารู้ดีว่าโมโหใส่คนอย่างเย่ฝานไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงอดกัดฟันพูดไม่ได้“จะไปดินเนอร์ไม่ใช่เหรอ? ไปกันเถอะ”
ไป๋อวิ๋นซีเดินนำหน้าเย่ฝานในขณะที่เย่ฝานหอบถังหูลู่ดูพะรุงพะรังเดินตามหลังไป๋อวิ๋นซีกลายเป็ภาพที่น่าเอ็นดูแบบแปลกๆ
“ท่านประธานไป๋ไปแล้วพวกเราก็น่าจะเลิกงานตรงเวลาได้แล้ว” พนักงานต้อนรับหญิงกล่าว
“ก็น่าจะใช่นะฉันคิดไว้อยู่แล้วเชียว คุณชายเย่มาแล้ว พวกเราก็ไม่ต้องทำงานล่วงเวลาคุณชายเย่ช่างเป็ดาวนำโชคของพวกเราจริงๆ!”
…
ไป๋อวิ๋นซีไปที่ร้านอาหารพร้อมเย่ฝานเขาถามอย่างคาดไม่ถึงว่า “นายเป็คนเลือกร้านอาหารเองเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าตอบด้วยสายตาส่องประกาย“ก็ต้องเป็ฉันสิ ไม่อย่างนั้นจะเป็ใครไปได้ล่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซีเอียงคอพูด“ไม่เหมือนสไตล์ของนายเลย!”
“ฉันดูในอินเทอร์เน็ตเขาบอกว่าบรรยากาศที่นี่ดีมาก รูปแบบร้านก็ดูหรูหรา ยังดีนะที่ฉันจองล่วงหน้าถ้าช้ากว่านี้คงไม่มีโต๊ะว่างแล้ว” เย่ฝานบอก
ไป๋อวิ๋นซี “…”ไม่มีโต๊ะว่าง? นั่นมันสำหรับคนทั่วไป สถานที่แบบนี้ส่วนมากจะกันโต๊ะว่างไว้จำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในกรณีจำเป็จริงๆ
ตามปกติแล้วเวลามาทานข้าวที่ร้านอาหารไป๋อวิ๋นซีจะจองห้องส่วนตัว แต่วันนี้เย่ฝานเป็เ้ามือครั้งนี่เขาจึงต้องนั่งโต๊ะธรรมดาเป็เพื่อนเย่ฝาน
“คุณลูกค้ารับเครื่องดื่มอะไรดีคะ?” บริกรหญิงเดินเข้ามาข้างๆ เย่ฝานแล้วเอ่ยถาม
“น้ำโค้ก”
พนักงานหญิงทำหน้าเหยเกแล้วตอบว่า “ที่นี่ไม่มีน้ำโค้กค่ะ”
“แล้วน้ำสไปรต์ล่ะ”
“ไม่มีเช่นกันค่ะ!”
“นมสดล่ะ”
พนักงานหญิงเริ่มทำหน้าบูดบึ้งแววตาที่มองเย่ฝานเหมือนกำลังมองคนบ้า
ไป๋อวิ๋นซีสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “ไม่ต้องฟังที่เขาพูด ขอแชมเปญหนึ่งขวด!”
พนักงานหญิงยิ้มกว้างแล้วพูดว่า“รอสักครู่นะคะ”
เย่ฝานเบะปากด้วยความเบื่อหน่าย“ร้านอาหารนี่ก็จริงๆ เลย แม้แต่น้ำสไปรต์ก็ไม่มี ขี้โม้จริงๆ! อะไรก็ไม่มีขนาดน้ำโค้กก็ยังไม่มี แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเป็ร้านอาหารชั้นเลิศอีก!”
ไป๋อวิ๋นซีเห็นพนักงานหญิงที่กลั้นเสียงหัวเราะอยู่ข้างๆเขารีบพูดว่า “นายพูดน้อยหน่อยได้ไหม” จริงๆ เลย ทำไมเขาถึงคิดไม่ได้เร็วกว่านี้จะได้ไม่ต้องออกมาขายหน้าพร้อมเย่ฝาน
เย่ฝาน “…”
หอยเชลล์ทอดกระทะราดซอสฟัวกราส์หอยทากฝรั่งเศส สเต๊กเนื้อวัวพริกไทยดำ ซุปมะเขือเทศเนื้อวัวผัดเนย ลาซานญ่าเนื้อ…สารพัดอาหารที่สั่งมาสิบกว่าอย่างท่าทางของเย่ฝานราวกับพวกเศรษฐีใหม่ที่สั่งของมาเต็มโต๊ะเพื่ออวดร่ำอวดรวย!
เย่ฝานแทะสเต๊กเนื้อวัวปากก็บ่นไป “สเต๊กเนื้อวัวนี่ก็ไม่ได้อร่อยอะไรนักหนาแต่ว่าราคากลับแพงกว่าเป็สิบเท่า”
ไป๋อวิ๋นซี“นายกินของนายไปเถอะ...”
…
เย่ฝานเป็คนกินเก่งอยู่แล้วสั่งอาหารเต็มโต๊ะขนาดนี้ ไป๋อวิ๋นซีก็ไม่กังวลว่าจะกินไม่หมด
คนมากมายที่มาร้านอาหารตะวันตกล้วนมาดื่มด่ำบรรยากาศและััความรู้สึกหรูหราน้อยคนนักที่จะมากินอาหารเหมือนเสือขย้ำเหยื่ออย่างเย่ฝาน ไป๋อวิ๋นซีสังเกตเห็นแขกที่นั่งอยู่รอบๆต่างมองมาทางเย่ฝาน บางคนรู้สึกว่าเย่ฝานน่าสนใจ จึงแอบถ่ายรูปไว้ด้วย
“ทำไมนายถึงไม่กินล่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานเขาหัวเราะฝืนๆ ก่อนที่เย่ฝานจะพูดว่า “อวิ๋นซีทำไมนายถึงไม่กิน”
ไป๋อวิ๋นซีดื่มแชมเปญหัวเราะแบบเต็มกลืนแล้วตอบว่า “ฉันมองนายกิน ฉันก็อิ่มแล้ว”
เย่ฝานยัดอาหารเข้าปากมองไป๋อวิ๋นซีแล้วกล่าวว่า “นายดูฉันกินก็อิ่มแล้วหรือว่านี้จะเป็ความงามจนอยากกลืนกินอย่างที่เขาชอบพูดกันในนิทาน”
“แค่กๆๆๆ ...”ไป๋อวิ๋นซีสำลักแชมเปญ เ้าปัญญาอ่อนเย่ฝานท่าทางหิวเหมือนผีอดตายที่กลับชาติมาเกิดใหม่
เย่ฝานเ้าหมอนี่เอาความกล้ามาจากไหนถึงได้พูดว่างามจนอยากกลืนกิน!
“อวิ๋นซีเติมให้ฉันอีกหน่อยนะ” เย่ฝานพูดขอร้อง
“ไม่ให้!”เวลาที่เย่ฝานดื่มจนเมามันน่ากลัวขนาดไหน! ไป๋อวิ๋นซีไม่อยากเจอกับฝันร้ายเหมือนครั้งที่แล้วอีก!
เย่ฝาน “…”
