“นี่เป็ความหมายเพียงผิวเผินเท่านั้น ทางหนึ่งเขาบอกแก่ข้าว่าพิษในร่างกายของข้าได้รับการถอนจนหมดสิ้นแล้ว อีกทางหนึ่งก็บอกว่าเมื่อเร็วๆ นี้เขาจะเก็บตัวอยู่ที่บ้าน ไม่มีเื่ก็ไม่จำเป็ต้องไปรบกวน ในทางกลับกันก็คือถ้ามีเื่ก็สามารถไปหาเขาได้ ก็กล่าวได้ว่า วาจาของหมอหลวงชิวเมื่อครู่ ความจริงแล้วเขาคิดกล่าวกับข้าว่าเขาจะรอข้าอยู่ที่บ้าน” ซูเฟยซื่อกล่าววิเคราะห์อย่างเ็า
ทันทีที่นางกล่าวแบบนี้ ดวงตาทั้งสองของซางจื่อกับจือฉินก็สว่างขึ้นโดยพลัน “นั่นเยี่ยมมาก คุณหนู ท่านคิดวางแผนไปพบหมอหลวงชิวเมื่อไรเ้าคะ? ”
“ไม่ต้องรีบร้อน ในเมื่อตอนนี้ซูเต๋อเหยียนเริ่มมีความตื่นตัวต่อข้าแล้ว ต้องให้คนเฝ้าสังเกตสวนปี้หวินไว้แน่ๆ เคลื่อนไหวตอนนี้กลับจะเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น” ซูเฟยซื่อส่ายหน้า
“ถ้าเช่นนั้นความหมายของคุณหนูคืออะไรเ้าคะ? ” ซางจื่อจ้องนางตาโตรอนางวางแผน
“ก่อนอื่นเราต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าในจวนอัครมหาเสนาบดี นอกจากซูเต๋อเหยียนแล้ว ยังมีใครที่คิดอยากทำร้ายข้า” ดวงตาทั้งสองของซูเฟยซื่อหรี่ลงเล็กน้อย ประกายแสงเย็นะเืในดวงตาปรากฏขึ้นในทันใด
ขวัญของซีอ๋องเล็กดั่งหนู แต่ไหนแต่ไรไม่เคยทำการใหญ่อันเป็ประโยชน์อะไรมาก่อน ตอนนี้ถึงกับกล้าปลุกเร้าสุนัขของเขาให้ทำร้ายนางต่อหน้าสาธารณชน
นี่ไม่ใช่ความคิดของซีอ๋องเองเด็ดขาด แต่มีคนบงการสั่งให้ซีอ๋องทำเช่นนี้
คนๆ นี้เป็ใครกันนะ?
“คุณหนูใช่กำลังพูดถึงเื่ของสุนัขจั้นเก๋าไหมเ้าคะ? ท่านรู้สึกว่าเื่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซูเต๋อเหยียนไหมเ้าคะ? ”ซางจื่อคาดเดาออกมา
ซูเฟยซื่อสั่นศีรษะ “เป็ไปไม่ได้ ั้แ่แรกซูเต๋อเหยียนก็ไม่ได้วางแผนที่จะให้ข้าไปพบกับซีอ๋อง รวมถึงท่าทีตึงเครียดขณะที่เขาพบว่าข้าถูกพิษ เขาไม่น่าจะรู้ว่าซีอ๋องได้อาบพิษไว้ในฟันของสุนัขจั้นเก๋า”
“นี่...ไม่ใช่ซูเต๋อเหยียน ถ้าเช่นนั้นก็มีแต่ซูจิ้งเถียนแล้วเท่านั้นเ้าค่ะ” จือฉินสอดปาก
เป็ความจริงที่จวนอัครมหาเสนาบดีมีปัญหากับนาง คนที่แทบทนไม่ไหวที่จะเอาชีวิตของนางมีเพียงซูจิ้งเถียนเท่านั้น
แต่ก่อนที่นางจะหมดสติ นางได้แอบสังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบของซูจิ้งเถียนมาก่อน ปฏิกิริยาโต้ตอบของซูจิ้งเถียนไม่ได้เหมือนรับรู้เื่นี้มาก่อนแต่อย่างใด
นอกจากซูจิ้งเถียนกับซูเต๋อเหยียนแล้ว ยังมีใครคิดอยากฆ่านางให้ถึงตายอีกนะ?
ใบหน้าดวงหนึ่งแวบผ่านเข้าไปในใจของซูเฟยซื่ออย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกตนเองปฏิเสธทันที
ไม่ เป็ไปไม่ได้ที่จะเป็แม่น้ารอง
ด้วยวิสัยของแม่น้ารอง เป็ไปได้อย่างไรที่จะทำเื่ที่โหดร้ายขนาดนี้ออกมา
ซูเฟยซื่อเพียงรู้สึกเหมือนในสมองบรรจุกาวเหนียวไว้ คิดอะไรต่างคิดไม่ชัดเจนแล้ว “ระยะเวลาเพียงเท่านี้ ข้าไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัดว่าเื่นี้ใครเป็คนบงการ ซางจื่อ เ้ากับเซ่าชิงเฝ้าจับตาดูซูเต๋อเหยียนกับซูจิ้งเถียนไว้ ถ้ามีความผิดปกติ รีบรายงานข้าทันที”
“เ้าค่ะ” ซางจื่อตอบรับก็ถอยกายออกไป
ซางจื่อถอยออกไปได้ไม่นาน แม่น้ารองก็เข้ามาแล้ว
เพียงเห็นนางสวมใส่ชุดผ้าธรรมดา แต่กลับซูบผอมไปกว่ายามปกติมาก
คนทั้งคนเดินเหินเหมือนกับมนุษย์กระดาษปานนั้น ลอยล่องพลิ้วไหว
ซูเฟยซื่อกลัวว่าเพียงลมพัดมาวูบเดียว แม่น้ารองก็คงจะถูกพัดปลิวไปแล้ว
“แม่น้ารอง” ซูเฟยซื่อลุกขึ้นมาต้อนรับแม่น้ารอง
แต่แม่น้ารองกลับรีบใช้มือรั้งนางไว้ “อย่าๆ ๆ สุขภาพของเ้ายังไม่หายดี อย่าเพิ่งลุกขึ้น”
“ขอบคุณแม่น้ารอง แต่เมื่อครู่หมอหลวงชิวได้มาเยี่ยมแล้ว เขาบอกว่าพิษในร่างกายของข้าได้ถูกกำจัดไปจนหมดแล้ว ขอเพียงพักผ่อนหลายๆ วัน ก็สามารถกลับมาแข็งแรงได้” ซูเฟยซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อย่างนั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นก็ดี” รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่น้ารองแข็งทื่อแล้ว ดูเหมือนค่อนข้างผิดหวัง
ซูเฟยซื่อมองดูปฏิกิริยาโต้ตอบของนางอยู่ในสายตา ในใจอดไม่ได้ที่จะเต้นราวกับกลองรัว
ผิดหวังหรือ? ทำไม?
หรือว่าคนที่สมรู้ร่วมคิดกับซีอ๋องเป็แม่น้ารองจริงๆ ?
“ใช่แล้ว ข้าได้ต้มน้ำแกงโสมชามหนึ่งด้วยตัวเอง เ้ารีบดื่มขณะที่ยังร้อนๆ เถิด” แม่น้ารองหยิบชามน้ำแกงสีแดงอ่อนใบหนึ่งออกมาจากกล่องอาหาร ใช้ช้อนค่อยๆ คนไปพลาง ใช้ปากเป่าไปพลาง แล้วจึงยื่นไปตรงหน้าซูเฟยซื่อ
กลิ่นหอมของน้ำแกงโสมเข้มข้น ทำให้คนได้กลิ่นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะลองชิมสักคำ
ซูเฟยซื่อกลับส่ายหน้า “ขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีของแม่น้ารอง วางไว้ก่อนเถิด อีกสักพักข้าค่อยดื่ม”
ในดวงตาของแม่น้ารองมีความแปลกใจปนใแวบผ่านไปทันที ดูเหมือนไม่คิดว่าซูเฟยซื่อถึงกับปฏิเสธนาง “สักพักก็เย็นหมดแล้ว”
“ไม่เป็ไร ถ้าเย็นแล้วก็ให้จือฉินยกไปอุ่นให้ร้อนที่ห้องครัวก็ใช้ได้แล้ว จะว่าไปแล้ว ข้าไม่ได้เจอแม่น้ารองมาเป็เวลานานแล้ว หลังจากเหตุการณ์เื่นั้นที่เกิดขึ้นกับพี่รอง แม่น้ารองก็ไม่เคยออกมาจากเรือน ตอนนี้ยังต้องให้ท่านส่งน้ำแกงโสมมาให้ข้าเป็พิเศษ เฟยซื่อซาบซึ้งจริงๆ เ้าค่ะ” ซูเฟยซื่อกล่าวจบก็ขยิบตาเป็สัญญาณให้จือฉินครั้งหนึ่ง
จือฉินเข้าใจความหมายทันที รีบรับเอาน้ำแกงจากในมือของแม่น้ารองมาวางไว้ข้างๆ
คิดถึงซูจิ้งเซียง ในใจแม่น้ารองเหมือนถูกดาบนับล้านเล่มกำลังกรีดตัด
แค้นจนแทบเอาชามน้ำแกงโสมพิษกรอกเข้าไปในปากซูเฟยซื่อเองตอนนี้ ให้นางไปเป็เพื่อนกับซูจิ้งเซียงในปรภพ
แต่แม่น้ารองรู้ว่าไม่สามารถใจร้อนแบบนี้ได้ มิฉะนั้นอย่าว่าแต่จะแก้แค้นเลย แม้กระทั่งตนเองก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย
คิดถึงตรงนี้ แม่น้ารองรีบระงับอารมณ์ไว้ เอ่ยปากกล่าวว่า “คนตายได้ตายไปแล้ว แต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ หรือว่าชั่วชีวิตของข้าจะต้องอยู่ในเรือนตลอดไป ไม่ออกมาอย่างนั้นหรือ? ยิ่งกว่านี้ ถึงแม้ว่าเ้าไม่ได้เป็ลูกสาวแท้ๆ ที่ข้าคลอดออกมาเอง แต่ก็นับว่าเป็ลูกของข้าด้วย การดูแลเ้าเป็เื่ที่ข้าสมควรทำ”
แม่รักลูกสาวเป็วิสัยธรรมชาติ แม่น้ารองไม่เพียงแต่ไม่แสดงอารมณ์ของนางออกมา แต่แกล้งทำเป็สงบนิ่ง
เหตุผลมีเพียงประการเดียวก็คือ นางกำลังคิดซ่อนอะไรไว้
ในใจของซูเฟยซื่อหมุนไปหนึ่งตลบ “ในใจของแม่น้ารองมีความแค้นไหม? ”
ดูเหมือนไม่ได้คาดคิดว่าซูเฟยซื่อถึงกับถามนางออกมาตรงๆ แบบนี้ แม่น้ารองตะลึงลานอย่างอดไม่ได้ทันที
นางมองซูเฟยซื่ออย่างพิจารณาค้นหาแล้วคราหนึ่ง จึงเริ่มเอ่ยปากอย่างช้าๆ “ถ้าไม่มีความแค้นเลยก็คงเป็เื่โกหก แต่จะให้แค้นเคืองต่อว่าอย่างไรได้อีก โทษก็โทษเพียงแต่ข้าที่ไม่มีความสามารถ ไม่สามารถให้หลักประกันที่ดีแก่เซียงเอ๋อร์ได้”
ถ้าหากนางสามารถควบคุมอำนาจอันยิ่งใหญ่ของจวนอัครมหาเสนาบดีได้ ซูจิ้งเซียงไหนเลยจะตายอย่างน่าอนาถได้ถึงเพียงนี้
ซูเฟยซื่อเห็นความเศร้าสลดในดวงตาของแม่น้ารองอย่างชัดเจน ก็ขมวดคิ้ว กำลังคิดเอ่ยปากปลอบใจนาง จู่ๆ แม่น้ารองกลับลุกขึ้นยกชามน้ำแกงโสมถ้วยนั้นขึ้นมา “จู่ๆ ข้าก็นึกได้ว่ามีงานบางอย่างที่ยังไม่ได้จัดการในเรือน เ้ารีบดื่มน้ำแกงโสมถ้วยนี้เถิด เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่น่าดื่ม”
“แม่น้ารอง...” ซูเฟยซื่อไม่ได้ยื่นมือมารับชาม แต่จู่ๆ ก็เอ่ยปาก
ในใจนางเต็มไปด้วยอารมณ์นานาประการหมุนเวียนพลิกผัน
ถ้าเป็เมื่อก่อนนี้นางไม่เคยคิดสงสัยว่าแม่น้ารองจะเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับซีอ๋อง
แต่ตอนนี้นางก็เกือบจะกล้ายืนยันได้แล้ว
ปฏิกิริยาโต้ตอบแปลกประหลาด น้ำแกงโสมมีพิษ ทำไม?
“อืม?” เมื่อแม่น้ารองเห็นสีหน้าหนักหน่วงของซูเฟยซื่อ อดไม่ได้ที่จะเคร่งเครียดขึ้นมาแล้ว
“ทำไมต้องวางยาพิษในน้ำแกงโสม? ” ซูเฟยซื่อเอ่ยปากพูดช้าๆ ทีละตัวอักษรอย่างชัดเจน
ถ้าเป็คนอื่น นางต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งกลับคืนไปแน่ๆ
แต่แม่น้ารองไม่ใช่คนเลว ดังนั้นจึงอยากให้โอกาสนางครั้งหนึ่ง
“อะไรกัน? น้ำแกงโสมมีพิษหรือ? ” จือฉินมองดูชามน้ำแกงในมือของแม่น้ารองแวบหนึ่งด้วยความใแกมประหลาดใจ นางรีบอ้าแขนป้องไว้ตรงหน้าซูเฟยซื่อ “คุณหนูอย่ากลัว บ่าวจะปกป้องท่านเองเ้าค่ะ”
แม่น้ารองตัวสั่นเทิ้มไปหมดอย่างควบคุมไม่ได้ “เ้า...เ้ารู้ได้อย่างไร? ”
วาจานี้ของนางเท่ากับเป็การยอมรับว่าน้ำแกงโสมมีพิษ
นอกจากนี้นางเริ่มรู้สภาพของตนเองแล้วด้วย
“ข้าเคยได้ศึกษาวิเคราะห์ด้านเภสัชวิทยามาเล็กน้อย นอกจากนี้...กลิ่นของน้ำแกงโสมก็เข้มข้นเกินไป ตามประสบการณ์ของข้า น้ำแกงโสมนี้ต้องมีปัญหาแน่นอน” ซูเฟยซื่อถอนหายใจกล่าวพลาง
