ณ วัดไป๋ซี
ผู้แสวงบุญต่างหลั่งไหลกันมาอย่างมืดฟ้ามัวดินหวังเจี้ยนหัวจูงมือเซี่ยจื่ออวี้ เพราะกลัวว่าฝูงชนจะเบียดเธอจนหายไป
นักศึกษามหาวิทยาลัยสองคนมาสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อไม่ค่อยเหมาะสมนักแต่เดิมทีเขตอันชิ่งก็ล้าหลัง ในตัวเมืองไม่มีกระทั่งโรงภาพยนตร์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ‘ลานสเก็ตน้ำแข็ง’ ที่เหล่าวัยรุ่นปักกิ่งเล่นกัน แม้จะ้าสถานที่เที่ยวกระชับความสัมพันธ์อันมีศาสตร์มีศิลป์เช่นห้องสมุดหรืออะไรอื่นๆ ก็ไม่มีเหมือนกัน
แม่เฒ่าเซี่ยบอกว่าควันธูปเปลวเทียนของวัดไป๋ซื่อศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก จึงวานให้เซี่ยจื่ออวี้ไปจุดธูปขอพรแทนเธอถือโอกาสพาหวังเจี้ยนหัวออกมาเที่ยวเล่นด้วยเสียเลย
เซี่ยหงเซี๋ยอยากมาด้วย แต่แม่เฒ่าเซี่ยประสบการณ์ช่ำชองตามอายุจะปล่อยให้เซี่ยหงเซี๋ยขัดขวางพวกเซี่ยจื่ออวี้พัฒนาความเสน่หาได้ที่ไหน
แม้หวังเจี้ยนหัวจะเป็จือชิงในหมู่บ้านต้าเหออยู่หลายปีทว่ายังไม่เคยมาวัดไป๋ซีเลยสักครั้ง
พอมาถึงที่ก็พบว่ามีงานวัด เขาจึงเดินชมเป็เพื่อนเซี่ยจื่ออวี้ด้วย
เซี่ยจื่ออวี้เอาใจใส่มากไม่ได้ขอให้หวังเจี้ยนหัวจ่ายเงินซื้อนี่ซื้อนั่นโชคดีที่ของกระจุกกระจิกในงานวัดราคาย่อมเยา สายไหมหนึ่งอันก็กล่อมให้เซี่ยจื่ออวี้มีใบหน้าเปล่งปลั่งเปี่ยมความสุขได้หวังเจี้ยนหัวจูงมือเซี่ยจื่ออวี้เดิน บอกเธอว่าพวกเขาเหมือนสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันทีเดียว
เซี่ยจื่ออวี้หน้าแดง เธอสลัดมือของหวังเจี้ยนหัว เดินขึ้นไปบนเนินเขา
“ย่าวานฉันให้มาช่วยจูดธูปขอพรน่ะ”
หวังเจี้ยนหัวยืนยิ้มแย้มอยู่ที่เดิม และยกเท้าตามขึ้นไป
แต่ไหนแต่ไรหวังเจี้ยนหัวไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้ เมื่อเห็นเซี่ยจื่ออวี้จุดธุปจริงก็รออยู่หน้าประตูวัด
ตอนเซี่ยจื่ออวี้ออกมาได้ยิ้มให้เขา “ฉันรู้ว่าเธอไม่เชื่อเื่พวกนี้แต่ฉันขอเชื่อว่ามีดีกว่า นี่คือความแตกต่างจากสภาพแวดล้อมที่พวกเราเติบโตมาเธอจะไม่ชอบฉันเพราะเหตุผลนี้ไม่ได้นะ”
“ฉันเคารพประเพณีของพวกเธอ”
“อันที่จริงเมื่อครู่นอกจากจุดธูปแทนย่า ตัวฉันก็จุดธูปด้วยเช่นกันขอพรให้พวกคุณลุงได้เกียรติยศคืนในเร็ววันไม่ต้องรับความลำบากยากเย็นอย่างทุกวันนี้”
หวังเจี้ยนหัวเงียบงัน
เื่ของตระกูลหวังแก้ไขด้วยการจุดธูปขอพรพระได้ที่ไหนกัน
ทว่าเขารับไมตรีของเซี่ยจื่ออวี้แล้ว
คบหาดูใจกับเซี่ยจื่ออวี้เป็เวลาครึ่งปีเธอช่างเป็แฟนสาวผู้หาที่ติมิได้เลย ถ้าเป็ก่อนบ้านหวังตกระกำลำบากหวังเจี้ยนหัวอาจเลือกเฟ้นหยุมหยิม จะเลือกคนรักตามที่เขาปรารถนามากกว่าแต่บ้านหวังมีสภาพแบบนี้ เซี่ยจื่ออวี้ยังไม่รังเกียจเขาด้วยซ้ำเขาอยู่ในฐานะเลือกมากได้ที่ไหนกัน
ในใจของหวังเจี้ยนหัว เซื่ยจื่ออวี้แค่พื้นเพครอบครัวไม่ดี แต่เธออาศัยความมุมานะของตนเองและถือว่าได้หลุดพ้นจากสภาพแวดล้อมชนบทแล้ว
เทียบกับหญิงสาวคนเมืองเ่าั้ที่เมื่อก่อนหวังเจี้ยนหัวรู้จักความมุ่งมั่นพัฒนาตนและความอ่อนโยนเอื้อเฟื้อของเซี่ยจื่ออวี้ยอดเยี่ยมกว่าหญิงสาวพวกนั้นด้วยซ้ำ
แรงกระตุ้นบางอย่างปั่นป่วนอยูในอกของหวังเจี้ยนหัว เขาเกือบโพล่งว่า ‘เรียนจบเมื่อไรพวกเราจะแต่งงานกันเถอะ’ ออกมาทว่าเพิ่งเรียก ‘จื่ออวี้’ ไม่ทันขาดคำดีเงาร่างอันคุ้นเคยและแปลกหน้าก็พุ่งเข้าสู่แนวสายตา
“เสี่ยวหลาน...”
อากาศหนาวเย็น เธอสวมเสื้อขนเป็ด เสื้อขนเป็ดฟูนุ่มอยู่บนตัวเธอกลับดูไม่เทอะทะแม้แต่น้อยแต่ยิ่งแสดงจุดเด่นของลำคอระหงและเอวบางขายาวออกมาท่อนขายาวห่อหุ้มภายใต้กางเกงยีนส์ เมื่อเดินเหินคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงดวงหน้าเรียวเล็ก เวลานี้ั์ตาคู่นั้นที่บอกความรู้สึกดูมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง ทว่าหวังเจี้ยนหัวกลับยากที่จะลืมเลือนการประณามเขาด้วยแววตาสดใสคู่นี้
เขารู้ดีว่าเซี่ยเสี่ยวหลานไม่มีทางมีอะไรกับจางเสเพลประจำหมู่บ้านใกลเคียงเป็จางเสเพลที่ตอแยเซี่ยเสี่ยวหลานเสมอ หวังเจี้ยนหัวถึงขั้นเคยช่วยเหลือเธอด้วยทั้งสองคนจึงติดต่อกันเพราะเหตุนี้
แต่ในตอนนั้นเขาจำเป็ต้องฉวยเหตุการณ์นั้นมาเป็ข้ออ้างแสดงความ้าของตนเองเพื่อทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานตัดใจจากเขา
หวังเจี้ยนหัวจะมีวิธีใดได้อีก?
การหักห้ามใจไม่ได้ในค่ำคืนเดียว พอตื่นขึ้นมาเซี่ยจื่ออวี้ก็เอนตัวอยู่ข้างกายเขากลิ่นสุราคละคลุ้งทั่วห้อง ทั้งสองต่างไม่ได้สวมเสื้อผ้าหวังเจี้ยนหัวต้องรับผิดชอบเซี่ยจื่ออวี้! ที่น่าอายไปกว่านั้นก็คือเซี่ยจื่ออวี้เป็พี่สาวของเซี่ยเสี่ยวหลานเดิมทีเขากำลังแอบคบหากับน้องสาว แค่รอสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วจึงค่อยประกาศแก่คนนอกใครจะรู้ว่าคนรักที่ประกาศเปลี่ยนเป็พี่สาวในวินาทีสุดท้าย
เซี่ยเสี่ยวหลานย่อมรับการจู่โจมเช่นนี้ไม่ไหว
แต่หวังเจี้ยนหัวจนปัญญา
เพื่อตัดปมยุ่งเหยิงด้วยมีดคม [1] เขาถึงกล่าววาจาทำร้ายจิตใจพวกนั้นออกไป
หลังจากวันนั้นเขาก็ออกเดินทางไปรายงานตัวยังปักกิ่งพร้อมเซี่ยจื่ออวี้ล่วงหน้าเป็เวลาครึ่งปีที่ไม่ได้เจอเซี่ยเสี่ยวหลานไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนจะได้พบกันอีกครั้งในสถานการณ์ที่ไร้สัญญาณบ่งบอกแบบนี้! ไม่ได้พบกันครึ่งปีเซี่ยเสี่ยวหลานเหมือนหลุดจากอารมณ์เดือดดาลตีโพยตีพายในตอนนั้นแล้วข้างกายเธอมีชายหนุ่มผอมคล้ำคนหนึ่งติดตามอยู่ด้วย ท่าทางพลังชีวิตเต็มเปี่ยม
หวังเจี้ยนหัวจิตใจยุ่งเหยิง
ฝีเท้าของเขาได้ก้าวออกไปโดยไม่รู้ตัว ทว่ากลับมมีมือข้างหนึ่งดึงเขาไว้แน่น
เซี่ยจื่ออวี้หน้าซีดราวกับกระดาษ “เจี้ยนหัวฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายขึ้นมา... แน่นหน้าอกจนทรมานพวกเราไปพักที่วัดสักหน่อยดีหรือไม่?”
เวลานี้หวังเจี้ยนหัวไร้ความสามารถในคิดวิเคราะห์อีกแล้วเขาไม่พบช่องโหว่จากคำพูดของเซี่ยจื่ออวี้ หากเขาคิดวิเคราะห์เพียงสักนิดก็คงคิดได้ว่าในเมื่อแน่นหน้าอกทำไมยังต้องเดินเข้าไปในวัด ผู้คนมาทำบุญในวัดเยอะกว่าข้างนอกวัดอย่างเห็นได้ชัด!
หวังเจี้ยนหัวถูกเสียงของเซี่ยจื่ออวี้ปลุกจนตื่นจากภวังค์
เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับเซี่ยเสี่ยวหลานอย่างไร
หากเสี่ยวหลานเห็นเขาและจื่ออวี้ต้องโวยวายแน่นอนสินะ? วันนี้ตรุษจีน อีกทั้งอยู่ในงานวัดหวังเจี้ยนหัวไม่อยากโดนคนชี้หน้าว่าเป็ชายไม่ซื่อสัตย์ต่อคนรักเช่นกัน
“ไปเถอะ ฉันประคองเธอเข้าไปเอง ขอน้ำสักถ้วยจากพระอาจารย์ในวัดดื่ม”
จื่ออวี้น่าจะไม่เห็นเสี่ยวหลาน?
ตอนนี้ยังลงเนินเขาไม่ได้ เสี่ยวหลานกำลังเดินขึ้นบันไดมาวัดไป๋ซีตัวเขาสูงกว่าเซี่ยจื่ออวี้ไม่น้อย น่าจะมีเพียงเขาที่เห็นเงาของเสี่ยวหลาน คิดได้ดังนั้นหวังเจี้ยนหัวรู้สึกยินดีทีเดียวจังหวะที่เซี่ยจื่ออวี้ไม่สบายเหมาะเจาะมาก ทำให้ได้สงบใจก่อนครุ่นคิดว่าจะจัดการเื่นี้อย่างไร ถึงจะสามารถลดผลกระทบอันเลวร้ายลงจนต่ำที่สุด
เซี่ยจื่ออวี้ก้มหน้า หากเมื่อครู่เธอไม่ดึงหวังเจี้ยนหัวไว้เกรงว่าผู้ชายคนนี้ก็จะเดินไปตรงหน้าเซี่ยเสี่ยวหลานเหมือนคนเสียสติ
พุ่งเข้าไปเช่นนั้น้าจะทำอะไร?
เซี่ยจื่ออวี้ไม่เพียงแต่จำเซี่ยเสี่ยวหลานได้พวกหลิวเฟินเธอก็เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ส่วนชายหนุ่มผิวคล้ำข้างกายเซี่ยเสี่ยวหลานเธอไม่คุ้นเคยเลยมองแววตาของคนคนนั้นก็รู้ว่าเขาชอบเซี่ยเสี่ยวหลาน นี่ไม่ใช่เื่ประหลาดเซี่ยจื่ออวี้เคยเห็นสายตาผู้ชายขณะที่มองเซี่ยเสี่ยวหลานจนชินชา เซี่ยเสี่ยวหลานเกิดมามีใบหน้าดึงดูดความชื่นชอบของผู้ชายอยู่แล้ว
รูปลักษณ์เช่นนี้คือสิ่งที่์ประทานให้โดยสมบูรณ์ครั้งหนึ่งเซี่ยจื่ออวี้เคยอัดอั้นตันใจ ของที่เธอเปลืองแรงกายแรงใจกว่าจะได้มาเซี่ยเสี่ยวหลานแค่กระดิกนิ้วมือก็มีแล้ว! ทว่าขณะเธอสอบติดมหาวิทยาลัยดั่งใจหวังอีกทั้งได้เคียงคู่กับหวังเจี้ยนหัว บิดามารดาเปิดร้านอาหารว่างสภาพชีวิตครอบครัวรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน ความรู้สึกไม่ยุติธรรมก็ค่อยๆ ผกผัน...แต่เซี่ยเสี่ยวหลานแตกต่างจากความคิดของเธอ ขณะตกที่นั่งลำบากในชีวิตอันแสนเลวร้ายขอแค่เซี่ยเสี่ยวหลาน้า ก็สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองได้อย่างไม่เปลืองแรง
คนคนหนึ่งพยายามหนึ่งร้อยส่วน ยังสู้คนอีกหนึ่งคนที่พยายามเพียงหกสิบส่วนไม่ได้เพราะใบหน้าเท่านั้นหรือ?
เซี่ยเสี่ยวหลานได้รับความช่วยเหลือจากผู้ชายโดยง่ายเพราะใบหน้านั่นนอกจากหวังเจี้ยนหัวจะเคยสอนพิเศษให้เธอหลังเข้าเรียนในเซี่ยนอีจงก็มีคนอื่นสอนเซี่ยเสี่ยวหลานทำให้สมองหมูที่ไม่รักเรียนของเธอสามารถตรัสรู้ได้! ไม่เธอแค่ไม่ยินดียอมรับว่าเดิมทีเซี่ยเสี่ยวหลานฉลาดหลักแหลมไม่เบา ตอนเรียนประถมผลการเรียนของเซี่ยเสี่ยวหลานดีกว่าของเธอเสียอีก—เธอไม่อาจปล่อยให้หวังเจี้ยนหัวและเซี่ยเสี่ยวหลานมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดชายหนุ่มผิวคล้ำข้างกายเซี่ยเสี่ยวหลานก็สูงใหญ่หล่อเหลาสู้หวังเจี้ยนหัวไม่ได้ด้วยเซี่ยเสี่ยวหลานจะไม่กลับมาวอแวหวังเจี้ยนหัวหรือ?
เซี่ยจื่ออวี้และหวังเจี้ยนหัวสมกับเป็คู่รักเสียจริง ทั้งสองต่างมีความคิดของตนแต่กลับเลือกกระทำเหมือนกัน
“เสี่ยวหลาน ลูกหิวน้ำหรือไม่?”
ดวงตาของเซี่ยเสี่ยวหลานจดจ้องด้านหน้าราวกับครุ่นคิดบางอย่างหลิวเฟินนึกว่าเธอเหนื่อยแล้ว
“ไม่หิวไม่หิว จุดธูปเสร็จพวกเราก็จะเดินกลับไปแล้ว ถูกต้องหรือไม่?”
ฝูงชนหน้าวัดไป๋ซีแน่นขนัดเหมือนปลาซาร์ดีนที่เบียดเสียดกันอยู่ในกระป๋องเซี่ยเสี่ยวหลานมองเห็นเงาคนสองคนที่คุ้นตาไม่น้อยเหมือนพี่สาวนักศึกษามหาวิทยาลัยดีเด่นเซี่ยจื่ออวี้และว่าที่พี่เขยหวังเจี้ยนหัวของเธอทีเดียว
จะเป็พวกเขาหรือเปล่านะ?
เซี่ยเสี่ยวหลานรู้ว่าไม่ช้าก็เร็วต้องประจันหน้าโดยตรงกับสองคนนี้แต่ไม่คาดคิดว่าจะ ‘พบอีกครั้ง’ เร็วถึงเพียงนี้ อย่างไรเสียเมื่อสองคนนั้นพบเธอไม่น่าเหยียดหยามถากถางอยู่แล้ว ทำไมมีความรู้สึกคล้ายพ่ายแพ้แล้วหลบหนีกันนะ?
คงเป็ความรู้สึกคิดไปเองของเธอแน่นอน
หรือบางทีในสายตาของคู่รักหนุ่มสาวจะมองเห็นเพียงกันและกันเท่านั้นไม่ได้สังเกตเห็นเธอด้วยซ้ำ
เชิงอรรถ
[1]快刀斩乱麻 ตัดปมยุ่งเหยิงด้วยมีดคม หมายถึงการตัดสินใจแน่วแน่ในสภาวะปัญหาอันซับซ้อน
