แม่ทัพฝูถูกนางอัดกลับจนตะลึงไปแล้ว“นี่ไม่ใช่วาจาไร้สาระหรือ? ัเกิดั หงส์เกิดหงส์ หนูเกิดมาขุดหลุมเป็เ้าเป็ลูกสาวของอัครมหาเสนาบดีซู สิ่งที่เรียนรู้ย่อมเป็ความรู้จากอัครมหาเสนาบดีซู”
“อืมแม่ทัพฝูพูดก็มีเหตุผล ในเมื่อเราต่างยึดในมุมมองต่างกัน ถ้าเช่นนั้นก็มาพนันกันสักตั้งดีกว่าไหมให้ทุกคนในที่นี้เป็พยาน? ” ซูเฟยซื่อยิ้มจางๆ กล่าวเสนอ
“พนันหรือ?พนันอะไร? ” เห็นหญิงสาววัยกำดัดตรงหน้าถึงกับพูดว่าจะเดิมพันท้าพนันกับเขา แม่ทัพฝูอดไม่ได้ที่จะค่อนข้างขบขัน
“พนันว่าคำถามของแม่ทัพฝูเมื่อครู่ข้าสามารถให้คำตอบที่น่าพอใจได้ หากข้าทำได้ แม่ทัพฝูต้องขอโทษในวาจาเมื่อสักครู่กับข้า หากข้าทำไม่ได้ ข้าจะขอโทษแม่ทัพฝูไหลฟู่เช่นกัน” ซูเฟยซื่อพูดหัวข้อการเดิมพันออกมา
คำตอบที่น่าพอใจ?
พอใจหรือไม่ มิใช่เป็สิ่งที่เขาเป็ผู้ตัดสินหรอกหรือ?
เดิมคิดว่าลูกสาวของซูเต๋อเหยียนจะเ้าเล่ห์ฉ้อฉลเหมือนซูเต๋อเหยียนไม่คิดว่าเขายังมองนางสูงเกินไป
คิดเดิมพันเื่นี้กับเขาเรียกได้ว่าเป็ความงี่เง่า!
“ฮึ ขอโทษสำหรับเื่เล็กๆ เช่นนี้ ข้าดูแคลนไม่อยากเล่น เดิมพันทั้งทีควรพนันสิ่งที่ใหญ่หน่อย” แม่ทัพฝูกล่าวอย่างภูมิใจ มีท่าทางที่มั่นใจว่าวันนี้ต้องให้ซูเฟยซื่อหน้าแตกแน่ๆ
“ดีล่ะในเมื่อหัวข้อการพนันเดิมพันเป็ข้ากำหนด ถ้าเช่นนั้นของในการวางเดิมพันก็ให้แม่ทัพฝูเป็ผู้กำหนดเถิด”ซูเฟยซื่อตอบตกลงอย่างตรงไปตรงมา
“นี่เป็สิ่งที่เ้าพูด อย่าสำนึกเสียใจทีหลังเล่า”แม่ทัพฝูคิดๆ ก่อนกล่าวว่า “พนันว่าหากใครแพ้ คนผู้นั้นต้องวิ่งเปลือยในเมืองหลวงรอบหนึ่งเป็อย่างไร? ค่อนข้างชัดเจน เป็วิ่งเปลือย ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าแม้แต่รองเท้าก็ไม่สามารถใส่ได้”
วาจาแม่ทัพฝูเพิ่งกล่าวออกมาจากปาก ทันใดนั้นทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจหนาวเหน็บคำหนึ่งเข้าปอด
แก้ผ้าวิ่งรอบเมืองหลวงหนึ่งรอบ?นี่ไม่ใช่เื่ตลกนะ!
แม่ทัพหลัวหนุ่มใหญ่อกสามศอกคนนี้อย่างไรก็ไหวแต่ซูเฟยซื่อยังเป็หญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนคนหนึ่ง
ถ้าตอบตกลงจริงๆไม่ต้องพูดถึงการสมรสกับผู้ใดในอนาคต กระทั่งหน้าตาออกไปพบปะคนอื่นคงไม่เหลือแล้ว
“คำเดียวถือเป็คำมั่น ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้แม่ทัพฝูเก็บดาบขึ้นมาก่อน” ซูเฟยซื่อยังคงเฉยเมยเหมือนเดิม ราวกับไม่ได้เห็นการพนันวิ่งเปลือยอยู่ในสายตา
นี่ล้วนทำให้ทุกคนต่างตะลึงกันไปหมด แม้แต่นักเล่าหนังสือก็อดไม่ได้ที่จะเตือน “คุณหนูสาม ข้ารู้ว่าท่านมีเจตนาดีช่วยเหลือข้าแต่พระคุณใหญ่หลวงของท่าน ข้ารับไว้ด้วยใจ ท่านยังอย่าได้วางเดิมพันกับแม่ทัพฝูเลยเถิด”
“หนึ่งคำหลุดจากปาก สี่ม้ายากตามกลับคืนลั่นวาจาไปแล้ว ยากที่จะคืนคำได้ ในเมื่อข้าได้ตอบตกลงแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็ไม่สำนึกเสียใจภายหลังสักคำขอบคุณสำหรับความห่วงใยของท่าน” ซูเฟยซื่อส่งรอยยิ้มปลอบใจรอยหนึ่งไปให้เขา หลังจากนั้นก็มองกลับไปที่แม่ทัพฝู
ทันทีที่ถูกนางมองแบบนี้แม่ทัพฝูก็ได้สติกลับมาจากความประหลาดใจ เขาเก็บดาบขึ้นมาอย่างค่อนข้างกระอักกระอ่วน“ตอนนี้เ้าสามารถบอกคำตอบได้เลยหรือไม่? ”
“คำตอบก็คือในแคว้นซ่งเราไร้คนมีความสามารถ” เสียงเ็าของซูเฟยซื่อดังขึ้น
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า ดูไปแล้วครั้งนี้คุณหนูสามต้องจบเห่แล้ว
หญิงสาวคนหนึ่งที่ดีแบบนี้น่าเสียดายจริงๆ
“ฮ่าๆๆ ข้ายังคิดว่าเ้าจะพูดวาจาอะไรที่ะเืฟ้าดินจนขนาดเทพมารยังต้องร่ำไห้ออกมาที่แท้พูดไปพูดมาก็มีเพียงประโยคนี้ประโยคเดียว แคว้นซ่งข้ามีทหารห้าวหาญดุจราชสีห์นับหลายหมื่นไยใช่ไร้ผู้คน? ถ้าเ้าไม่เชื่อข้า ตอนนี้ข้าสามารถพาเ้าไปดูที่สนามฝึกทหาร ให้เ้ายอมแพ้ทั้งใจทั้งปาก”แม่ทัพฝูหัวเราะกล่าวพลาง
“แผ่นดินแคว้นซ่งกว้างใหญ่ไพศาลทรัพยากรมากมาย คนเก่งเต็มไปหมด ไม่แปลกที่มีทหารห้าวหาญดุจราชสีห์นับหลายหมื่นแม้ว่าข้าไม่ได้เห็นกับตาตนเองข้าก็ย่อมเชื่อ” ซูเฟยซื่อกล่าวอย่างไม่รีบร้อน
แม่ทัพฝูไม่สงสัยในคำถามคิดว่านางเพียงฝืนยืนหยัดไว้ “เชื่อก็ดี ถ้าเช่นนั้นก็รีบถอด อย่าทำให้ข้าเสียเวลา ทหาร เอาผ้าปิดตามาข้าจะปิดตา จะได้ไม่อุจาดตา”
“คุณหนูเขารังแกคนมากเกินไปแล้ว” ให้ซูเฟยซื่อถอดเสื้อผ้าก็แล้วกันไปเถิด ยังกล่าวหาว่าร่างของซูเฟยซื่อทำให้ตาของเขาอุจาด นี่มันหยามกันมากเกินไปแล้ว
“ข้าไม่ได้พูดอะไรผิด เหตุใดต้องถอด? ” ซูเฟยซื่อไม่สนใจจือฉิน นางยิ้มเล็กน้อยยืนหยัดในสิ่งที่ตนพูด
แม่ทัพฝูหรี่ตาอย่างไม่พอใจ“เ้าหนูเอ๋ย พนันกับข้าแล้ว แต่เ้าไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองพ่ายแพ้? ให้เวลาเ้าเพียงเสี้ยวยาม หลังจากเสี้ยวยามผ่านไป ถ้าเ้ายังไม่ถอดออกจนหมด ข้าไม่สนใจว่าเ้าเป็คุณหนูตระกูลใด อย่าโทษว่าข้าไม่สุภาพ”
ตระกูลกู้ถูกล้มล้างทั้งตระกูลเป็เพราะซูเต๋อเหยียนนำกำลังทหารเข้าไปล้มล้างอารมณ์โกรธนี้อัดอั้นในใจเขามานานแล้ว แต่ขัดด้วยว่าไม่มีโอกาส
ตอนนี้ซูเฟยซื่อเองมาให้เขาตีถึงหน้าประตูเขายังสามารถปล่อยให้ผ่านไปอย่างง่ายดายเช่นนั้นหรือ?
“แคว้นซ่งมีหรือที่จะไร้คนเกรงว่าในใจแม่ทัพฝูคงรู้ชัดเจนมากกว่าข้า ก่อนหน้านี้แคว้นฉีไม่มีใครกล้ามาบุกรุกเพราะมีครอบครัวของแม่ทัพกู้ปกป้องรักษาชายแดนตอนนี้ตระกูลกู้ถูกล้มล้างทั้งตระกูล กระทั่งแม่ทัพหลายนายที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาต่างได้ถูกเลื่อนตำแหน่งอย่างเห็นชัด แต่ความจริงแล้วเื้ันั้นย่อมถูกราชสำนักยึดอำนาจการทหารไว้ หนึ่งในนั้นย่อมรวมถึงท่าน แม่ทัพฝู นั่นเป็เหตุผลที่ว่าเหตุใดในตอนนี้แม่ทัพฝูจึงได้มีเวลาว่างฟังข้าพูดสิ่งเหล่านี้อยู่ที่นี่?ทหารห้าวหาญดุจราชสีห์นับหลายหมื่นแล้วอย่างไร? ไม่มีแม่ทัพนำก็เป็เพียงทรายที่กระจายถาดหนึ่ง เข้าสู่สนามรบก็เป็เพียงการส่งไปตายฮ่องเต้ทรงมิอาจทนเห็นเหล่าทหารของตนไปรนหาที่ตายได้ ทั้งยังไม่รู้อีกว่าควรแต่งตั้งให้ใครเป็แม่ทัพดังนั้นได้แต่ต้องรักษาความเงียบสงบเอาไว้” ซูเฟยซื่อกล่าวเล่ามุมมองของตนออกมาในหนึ่งอึดใจ
ร้านน้ำชาพลันเงียบไร้เสียงนกร้องกระทั่งแม่ทัพฝูที่เพิ่งะโโหวกเหวกเสียงดังเมื่อครู่ ก็มองนางอย่างไม่น่าเชื่อในสายตา
“ไม่ทราบว่าคำตอบนี้ของข้า ใช่สามารถทำให้แม่ทัพฝูพอใจได้หรือไม่? ”เห็นแม่ทัพฝูไม่ได้พูดจา ซูเฟยซื่อก็ถามอีกครั้ง
แม่ทัพฝูถูกเสียงของนางดึงกลับมาจากความสะท้านใรีบเงยหน้าขึ้นหัวเราะร่าเสียงดัง “ฮ่าๆ ๆ พูดได้ดี พูดได้สะใจ เ้านังหนูนี่ ไม่คุณหนูสาม ข้ายอมรับความพ่ายแพ้แล้วข้าจะแก้ผ้าล่อนจ้อนไปวิ่งรอบเมืองหลวงรอบหนึ่ง”
ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี่ทำให้ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างแล้ว
กลับเป็สิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของซูเฟยซื่อความเป็คนจริงของแม่ทัพฝูตรงไปตรงมา ไม่มีวันกลัวความพ่ายแพ้จนไม่กล้ายอมรับเด็ดขาด
“เดี๋ยวก่อน ข้ายังมีวิธีแก้ไข ไม่ทราบว่าแม่ทัพฝูคิดอยากฟังหรือไม่? ” ซูเฟยซื่อเอ่ยปากหยุดการเคลื่อนไหวของแม่ทัพฝู
เพียงเห็นสองตาแม่ทัพฝูสว่างวาบขึ้นทันที“อะไร? ที่แท้เ้ายังมีวิธีแก้ไข! ”
ซูเฟยซื่อพยักหน้า“ถ้าแม่ทัพฝูสนใจ ข้าขอเชิญท่านขึ้นตึกไปสนทนาสักครา”
วันนี้นางโดดเด่นมากเกินพอแล้ว ส่วนที่เหลือ ก็ควรเจรจากับแม่ทัพฝูคนเดียวตามลำพัง
“ดีมากข้าจะรีบไปทันที” แม่ทัพฝูลืมไปหมดทั้งสิ้นว่าเมื่อครู่พวกเขาทั้งสองยังมีท่าทีเป็ศัตรูกัน เขาสาวเท้าวิ่งขึ้นไปบนตึก
แต่ซูเฟยซื่อกลับยิ้มให้กับฝูงชนที่ชั้นล่างนับว่าเป็การทักทาย หลังจากนั้นจึงกลับเข้าห้องหรูไป
ความเร็วของแม่ทัพฝูปานเหินบินพุ่งเข้าไปในห้องหรูก็ทรุดตัวนั่งลงเองอย่างคุ้นเคย ยังไม่ลืมที่จะเทชาถ้วยหนึ่งให้ตัวเองด้วย “คุณหนูสาม วิธีการแก้ไขที่เ้าพูดเมื่อครู่คืออะไร? ”
“กลยุทธ์เชือดไก่ให้ลิงดูกับอุบายเมืองร้างว่างปล่า”ซูเฟยซื่อพูดออกมาทีละคำ ทีละประโยค
“เชือดไก่ให้ลิง? ไก่มาจากไหน ลิงมาจากไหน?ยังมีอุบายเมืองร้างว่างปล่าคือเื่อะไรอีก? ” แม่ทัพฝูถูกซูเฟยซื่อพูดจนเป็พระที่สูงสองจ้าง สูงเกินไปจนคลำศีรษะไม่ถูก
“แคว้นฉีมาบุกรุก ย่อมต้องมีแคว้นเล็กๆ หลายแคว้นที่กระเหี้ยนกระหายอยากลอง กองทหารของแคว้นฉีกับแคว้นซ่งเกือบมีฝีมือพอๆกัน หรืออาจจะดีกว่า ดังนั้นเพราะเหตุนี้ฮ่องเต้จึงได้รีรอไม่เลือกผู้นำทหารที่ดีออกมาสักที แต่แคว้นเล็กอื่นๆ ไม่เหมือนกัน พวกเขาเองไม่ได้มีความสามารถ แต่คิดโลภเอาผลประโยชน์จากแคว้นซ่ง ดังนั้นจึงตามอยู่ด้านหลังแคว้นฉีทำตัวราวกับเสือปลอมแอบอ้างบารมี
พรุ่งนี้ขณะประชุมว่าราชการของราชสำนัก แม่ทัพฝูลองเสนอฮ่องเต้แบบนี้ดีไหมเ้าคะ ขอฮ่องเต้ทรงพระราชทานม้ากับทหารห้าหมื่นให้ท่านไปสู้กับแคว้นเล็กๆ ที่มารุกรานเ่าั้หลังจากนั้นโรยข้าวฟ่างไปบนศีรษะกับองค์ประกอบทั้งห้าของพวกเขา แขวนไว้บนกำแพงเมืองชักนำให้นกมากินทุกวันเปลี่ยนศีรษะชุดใหม่ชุดหนึ่งขึ้นไป ไม่เกินเจ็ดวัน ขวัญกำลังใจของทหารแคว้นฉีย่อมต้องถูกบั่นทอนพวกเขาต้องรู้สึกว่าที่แคว้นซ่งทำเช่นนี้ ย่อมต้องกำลังอวดแสดงบารมีต่อพวกเขาแน่นอน หมายความว่าทางแคว้นเราได้ทำการเตรียมพร้อมที่จะเปิดศึกสู้รบกับพวกเขาแล้ว นอกจากนี้เหตุผลที่แคว้นฉีกล้าเพียงแค่ก่อกวนชายแดนเท่านั้นมาโดยตลอดไม่กล้ารุกคืบมาข้างหน้าอีกก้าว เพราะเคยเสียเปรียบตระกูลแม่ทัพกู้ทั้งตระกูลมากเกินไป ในหัวของพวกเขาได้มีเงาอึมครึมต่อแคว้นซ่งแล้ว พวกเขาคิดโจมตีแคว้นซ่งแต่ไม่กล้า จึงใช้วิธีลองหยั่งเชิงถ้าในเวลานี้ให้พวกเขารู้ว่าแคว้นซ่งได้พร้อมที่จะเปิดศึกแล้วเ้ารู้สึกว่าพวกเขาจะเป็อย่างไร? ” ซูเฟยซื่อถามกลับด้วยรอยยิ้ม
