ซูจื่อฉินเค้นพูดทีละพยางค์“ก็เพราะข้าไม่เคยตีเ้ามาก่อน เ้าก็เลยไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเช่นนี้ไง”เขาย่อตัวลงช้าๆ จากนั้นก็จ้องเข้าไปในดวงตาของซูเหลียนหรูั์ตาเต็มไปด้วยความเ็า “ั้แ่เมื่อใดที่ซูเหลียนหรูน้องสาวที่ทั้งฉลาดและน่ารักสดใสของข้ากลายเป็คนชั่วช้าอำมหิตไม่ต่างไปจากอสรพิษเช่นนี้อย่าคิดน้อยใจว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็ธรรมเลย ลองจินตนาการดูสิหากข้าสั่งให้อันธพาลพวกนั้นย่ำยีเ้าแบบเดียวกับที่เ้าทำกับคนอื่น เ้าจะรู้สึกอย่างไรลองเปรียบเทียบดู แล้วเ้าจะรู้ว่าการถูกข้าตบแค่ครั้งเดียวมันเบาแค่ไหน”
ซูเหลียนหรูตัวสั่นงันงก ใบหน้าขาวซีด
“เ้าเองก็กลัวเป็ด้วยหรือ?” ซูจื่อฉินหรี่ตาลง“แค่จินตนาการก็ทำให้เ้ารู้สึกหวาดกลัวได้แล้วสินะ? เช่นนั้นเ้าก็คงจะรู้ว่าเจี่ยนซืออินต้องทนกับความทรมานเ็ปแค่ไหน อย่าหาว่าพี่รองไม่เตือนเชื่อเถอะว่าหากมีโอกาสเจี่ยนซืออินต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาคืนให้เ้าเ็ปไม่ต่างไปจากนางแน่ ความแค้นเป็สิ่งที่ยืดเยื้อและไม่รู้จักจบจักสิ้นที่สุดในโลกแล้ว”
“นาง... นางไม่กล้าหรอก...”
“แม้แต่ความตายนางยังไม่กลัวเลย ยังมีอะไรที่นางไม่กล้าอีก?”
ซูเหลียนหรูมองซูจื่อฉินอย่างสับสนวุ่นวายใจ
ซูจื่อฉินพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ซูเหลียนหรู เ้าทำได้เยี่ยมจริงๆผลักให้ตระกูลเจี่ยนกับตระกูลหลิวกลายเป็ทองแผ่นเดียวกันแถมยังทำให้พวกเขาเกลียดเ้าจนเข้ากระดูกดำอีก พวกเขาเกลียดแค้นเ้าก็เท่ากับเกลียดแค้นข้าเช่นกัน เ้าเป็คนเด็ดปีกของข้าทิ้งด้วยมือของเ้าเองรู้ตัวบ้างหรือไม่?”
ในจวนท่านโหวอันกั๋ว นางเคยได้ยินคำพูดแบบเดียวกันจากปากของเฟิ่งสือจิ่นมาแล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก นางรู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้ซูจื่อฉินโกรธจริงๆไม่ใช่เื่ที่นางทำกับเจี่ยนซืออิน แต่เป็ผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจากเื่นั้นต่างหาก
ซูจื่อฉินลุกขึ้นยืน เขาปัดชายเสื้อเบาๆ พลางปรายตามองซูเหลียนหรูอย่างเยือกเย็น“ซูเหลียนหรู หากข้าไม่มีปีก ย่อมตกลงไปในนรกอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากข้าตกนรกเ้าก็ต้องตกลงไปพร้อมข้าเช่นกัน ต่อจากนี้ไป เ้าคิดเอาตัวรอดเองเถิดข้าไม่หวังให้เ้ามาช่วยอะไรข้าและไม่หวังให้เ้าสำนึกผิดแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะเื่นี้เช่นกัน ต่อจากนี้ไปข้ากับเสด็จแม่จะไม่ยุ่งเื่ของเ้าอีกแล้ว”
พูดจบ ซูจื่อฉินก็เปิดประตูตำหนักแล้วเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองเื้ัอีก
ซูเหลียนหรูนั่งทรุดอยู่บนพื้นเพียงลำพัง นางปล่อยโฮเสียงดัง ที่ผ่านมาคนที่รักและห่วงใยนางมากที่สุดก็คือเสด็จแม่กับพี่รอง แต่ตอนนี้ทั้งสองไม่คิดจะสนใจและห่วงใยนางอีกแล้ว
เสด็จแม่กับพี่รองอยากให้นางสละความสุขของตัวเองเพื่อสิ่งที่พวกเขา้ามาั้แ่แรกแล้วนางก็แค่ต่อสู้เพื่อความสุขของตัวเอง นางผิดตรงไหนกันทำไมพวกเขาถึงผิดหวังในตัวนางมากขนาดนี้?
ยิ่งคิดซูเหลียนหรูก็ยิ่งเสียใจ นางร้องคำรามทั้งน้ำตา “ไปเลย! ไปให้หมดเลย!ไม่ต้องมาสนใจข้าอีก ข้าจะเป็จะตายอย่างไรมันก็เื่ของข้า!”
คืนนั้น เกิดเื่ต่างๆ ขึ้นมากมาย
ภายในจวนท่านโหวอันกั๋ว กลางดึก แเื่แยกย้ายกันกลับไปแล้วจวนท่านโหวที่เคยครึกครื้นรื่นเริงจมเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้งเทียนมงคลยังคงจุดสว่างอยู่บนแท่นพิธี น้ำตาเทียนหยดรินเต็มโต๊ะต้นไม้สีเขียวชอุ่มมีผ้าแพรกับโคมไฟสีแดงแขวนอยู่อย่างงดงามสายลมที่พัดผ่านเข้ามาลูบให้ของประดับทั้งหลายสั่นไหวขึ้นเบาๆ
แขกในโถงจัดงานกลับไปหมดแล้ว ทิ้งไว้เพียงสถานที่อันแสนยุ่งเหยิงถ้วยชามบนโต๊ะถูกวางอย่างไร้ระเบียบ เหลือแค่เศษอาหารเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นไหสุราวางระเกะระกะอยู่ทั่วห้องโถง น้ำแกงและเศษกระดูกถูกทิ้งเกลื่อนพื้น
คนรับใช้ภายในจวนกำลังทำความสะอาดห้องโถงอย่างสงบ
หลิวอวิ๋นชูดื่มสุราไปหลายรอบ และอาเจียนไปหลายครา บ้างก็จำความได้บ้างก็สติหลุดลอยเขาถูกคนรับใช้จำนวนมากประคองไปส่งที่ห้องหอในสภาพยับเยินไม่ต่างไปจากซากผักระหว่างทาง เขายืนพิงเฉลียงทางเดิน และอาเจียนออกมาถึงสองครั้งสองคราอาเจียนจนไม่เหลืออะไรในกระเพาะแล้ว แม้จะเมาจนเดินไม่ตรงแต่หลิวอวิ๋นชูกลับยังมีสติทุกประการ
เขาอยากดื่มให้เมาจนไม่ได้สติไปเลย แต่เขาพบว่า ยิ่งดื่มสุรามากเท่าใดเขาก็ยิ่งมีสติมากขึ้นเท่านั้น
คนรับใช้คอยเตือนให้เขาเดินอย่างระมัดระวังตลอดทาง พวกเขาเสียแรงไปมากในที่สุดก็ส่งหลิวอวิ๋นชูเข้าไปในห้องหอได้อย่างราบรื่น ฮูหยินแห่งท่านโหวอันกั๋วเห็นหลิวอวิ๋นชูดื่มจนเมามายรู้ว่าเขาเ็ปขมขื่น แต่ก็ไม่อาจพูดปลอบใจได้ นางปวดใจแทนลูกชายเหลือเกินยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา น้ำตาก็ไหลทะลักออกมาเสียแล้ว
หญิงรับใช้วัยกลางคนพูดขึ้น “ฮูหยิน อย่าร้องไห้เลยวันนี้เป็วันมงคลนะเ้าคะ”
ฮูหยินยังคงหลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด “ใช่ วันนี้เป็วันมงคล ผ่านคืนนี้ไปอวิ๋นชูของข้าก็จะเป็ลูกผู้ชายตัวจริงที่มีความรับผิดชอบเป็ของตัวเองแล้ว ข้าแค่อดรู้สึกเศร้าใจไม่ได้เขามีภรรยาคอยดูแล คงไม่้าแม่อย่างข้าแล้ว”
หญิงรับใช้วัยกลางคนที่ไม่รู้ความจริงพูดปลอบ “ฮูหยิน พูดอะไรเช่นนั้นคุณชายแต่งงานแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าต่อไปเป็หน้าที่ของเขาแล้วที่ต้องกตัญญูตอบแทนฮูหยินบ้าง”
หลิวอวิ๋นชูเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตู โดยไม่ยอมเข้าไปภายในห้องเสียทีเขาแหงนหน้ามองจันทร์ พลางพูดด้วยร่างโซซัดโซเซ “มา ดื่ม! มาต่อกันเลย!”
หญิงรับใช้วัยกลางคนประคองหลิวอวิ๋นชูเอาไว้พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ “ทั้งที่เคยเตือนตั้งหลายครั้งแล้วแท้ๆว่าอย่าดีใจจนดื่มหนักเกินไป สภาพตอนนี้ จะเข้าห้องหออย่างไรหนอ?”
ฮูหยินแห่งท่านโหวอันกั๋วพูดขึ้น “เอาเถอะ ส่งเขาเข้าไปได้แล้วซืออินจะเป็คนดูแลต่อเอง ยกเลิกพิธีทั้งหมดต่อจากนี้ ให้พวกเขาพักเถอะ”
เหตุนี้ คนทั้งหลายจึงช่วยกันพยุงหลิวอวิ๋นชูเข้าไปในห้องแต่หลิวอวิ๋นชูกลับเกาะขอบประตูเอาไว้ แล้วะโด้วยความเมา “ข้าไม่เข้าไป! ข้าจะดื่มอีก! ดื่มต่ออีก!”
เมื่อหญิงรับใช้เข้าไปในห้องพบว่าเ้าสาวยังคงนั่งรออยู่ข้างเตียงมงคลอย่างสงบ บนหัวมีผ้าสีแดงคลุมอยู่ชุดเ้าสาวสีแดงดูเป็ระเบียบเรียบร้อย หญิงรับใช้เห็นดังนั้นจึงพูดขึ้น “ฮูหยินน้อยคุณชายดื่มจนเมาไม่ได้สติ ฮูหยินจึงสั่งให้ยกเลิกพิธีทั้งหมดในห้องหอและสั่งให้ฮูหยินน้อยดูแลคุณชายต่อเ้าค่ะ”
เจี่ยนซืออินชะงักลงเล็กน้อย ก่อนจะแต่งเข้ามาในจวนท่านโหวอันกั๋วท่านแม่เคยสอนนางว่าเมื่อเข้าห้องหอ ต้องให้สามีเปิดผ้าคลุมหัวด้วยคทาหยกจากนั้นคู่บ่าวสาวก็ต้องร่วมดื่มสุรามงคล และตัดไส้เทียนร่วมกันเช่นนี้จึงจะถือว่าจบพิธีอย่างสมบูรณ์
นางรอคอยเวลานี้อย่างระมัดระวัง
นางเคยคิดเอาไว้ว่าในห้องหอ นางกับหลิวอวิ๋นชูอาจต่างคนต่างเงียบเพราะหาเื่คุยกันไม่ได้ในคืนนี้ พวกนางก็อาจจะนอนโดยไม่ปลดเสื้อผ้า ไม่ได้ทำอะไรทั้งคืนก็ได้
ท่านแม่พูดถูก ชีวิตแต่งงานของนางกับหลิวอวิ๋นชูยังต้องเดินต่อไปอีกนานทุกสิ่งต้องค่อยเป็ค่อยไป หลิวอวิ๋นชูเป็คนดีที่มีน้ำใจและคุณธรรม สักวันเขาจะเข้าใจความรักที่นางมีต่อเขาเอง
หลิวอวิ๋นชูทำเพื่อนางขนาดนี้แล้ว นางไม่ควรบีบคั้นเขาอีกนางต้องรอจนกว่าเขาจะเปิดใจยอมรับนางอย่างจริงใจ
แต่เมื่อหญิงรับใช้พูดขึ้นดังนั้น เจี่ยนซืออินก็ชะงักนิ่งลงทันทีเมื่อได้กลิ่นสุราที่ลอยคลุ้งเข้ามา นางก็ไม่มีเวลามาสนใจกฎธรรมเนียมใดๆ อีกแล้วเจี่ยนซืออินดึงผ้าคลุมหัวออก แล้วมองไปยังหลิวอวิ๋นชูที่เกาะประตูเอาไว้แน่นไม่ยอมเข้ามาด้านใน คนรับใช้ทั้งหลายเห็นดังนั้นก็จนปัญญาเช่นกัน
เจี่ยนซืออินค่อยๆ เดินเข้าไปหา แล้วประคองหลิวอวิ๋นชูเอาไว้อย่างแ่เบา“ข้าจะดูแลคุณชายต่อเอง”
คนรับใช้ทั้งหลายช่วยกันประคองหลิวอวิ๋นชูเข้าไปพิงที่หัวเตียงเจี่ยนซืออินทั้งเช็ดตัวและปลดเสื้อผ้าให้หลิวอวิ๋นชูอย่างอ่อนโยน วินาทีนี้คนทั้งหลายต่างก็มองว่านางเอาใจใส่สามีทุกอย่าง เป็ภรรยาที่ดีทุกประการ
เจี่ยนซืออินหันไปสั่งคนรับใช้ “ไปต้มซุปแก้เมามาให้คุณชาย”
หญิงรับใช้วัยกลางคนพูดขึ้น “ฮูหยินสั่งให้คนไปเคี่ยวซุปแล้วเ้าค่ะเมื่อซุปเสร็จจะมีคนยกมาให้ฮูหยินน้อยในห้องทันที”
คนรับใช้ถอยออกไปจากห้องอย่างเป็ระเบียบ
เพียงไม่นาน ห้องหอก็เหลือเพียงหลิวอวิ๋นชูกับเจี่ยนซืออินเท่านั้นเจี่ยนซืออินหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ แล้วเปลี่ยนมามองหลิวอวิ๋นชูอย่างสงบนิ้วมือที่แสนอบอุ่นลูบผ่านใบหน้าสีแดงก่ำของหลิวอวิ๋นชูอย่างแ่เบา สีหน้าเต็มไปด้วยความรักใคร่และเห็นใจ
นางคิดว่า หากไม่ใช่เพราะเื่ราวที่แสนโสมมพวกนั้นการได้แต่งงานเป็สามีภรรยากับหลิวอวิ๋นชูคงเป็เื่ที่น่ายินดีมากที่สุดในชีวิตของนาง
นางชอบหลิวอวิ๋นชูมาั้แ่เด็ก และตอนนี้ ในที่สุดความฝันของนางก็เป็จริงเสียที
