“ทำไมนายถึงมาที่นี่ได้?” ไป๋อวิ๋นซีเดินเข้ามาในห้อง แล้วซักถามด้วยใบหน้าเ็า
เย่ฝานเอามือไขว้หลัง กะพริบตาปริบๆ อย่างผู้บริสุทธิ์ “ก็ไม่มีใครสนใจฉันนี่นา ในเมื่อไม่มีใครสนใจฉัน ฉันก็เลยเดินเรื่อยเปื่อยไปทั่ว จู่ๆ ก็มาถึงที่นี่โดยไม่รู้ตัว”
“คุณชายมู่ ต้องขอโทษด้วยนะครับ รบกวนการพักผ่อนของคุณชายแล้วจริงๆ” ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าให้มู่เหลียนผิงเพื่อแสดงคำขอโทษ
มู่เหลียนผิงพยักหน้ากลับ “ไม่เป็ไรครับ”
ไป๋อวิ๋นซีเห็นพยาบาลที่หมดสติไป จึงถามด้วยความประหลาดใจ “ทำไมหล่อนถึงสลบไปอย่างนี้”
เย่ฝานอยู่ด้านหลังไป๋อวิ๋นซี เขาเอาหลังชนอีกฝ่ายแล้วหันหน้าไปทางมู่เหลียนผิง พลางทำมือเป็รูปกากบาทด้วยสีหน้าดุร้าย
“หล่อนน่าจะเหนื่อยมากน่ะครับ” มู่เหลียนผิงกล่าว
พอเย่ฝานได้ยินเช่นนั้น ก็ยกนิ้วโป้งให้มู่เหลียนผิงด้วยความพอใจ
มู่เหลียนผิงซักถามด้วยความสงสัย “คุณชายสามครับ คนนี้คือ...”
ไป๋อวิ๋นซีตอบอย่างลำบากใจ “เขาชื่อว่าเย่ฝาน เขาเป็… แฟนของผมเอง เขาชอบสร้างความวุ่นวายอยู่เรื่อย!”
มู่เหลียนผิงมองไป๋อวิ๋นซีด้วยอาการนิ่งอึ้ง เขาตะลึงอยู่นานกว่าจะเรียกสติกลับมา แฟน! นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็แฟน คุณชายสามบ้านตระกูลไป๋เป็พวกรักร่วมเพศงั้นเหรอ?
เย่ฝานโต้กลับด้วยความไม่พอใจว่า “อวิ๋นซี นายพูดเหลวไหลอะไรน่ะ ฉันไม่ได้ชอบก่อความวุ่นวายนะ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“คุณชายไป๋ ผมหิวแล้ว รบกวนคุณช่วยทำอะไรให้ผมทานหน่อยได้ไหมครับ?” มู่เหลียนผิงถาม
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วเป็ปม เขารู้ว่ามู่เหลียนผิงตั้งใจจะกันเขาออกไปข้างนอกเพื่อพูดคุยส่วนตัวกับเย่ฝาน เขาจึงพยักหน้ารับ ก่อนที่ไป๋อวิ๋นซีจะเดินออกไป เขาได้ส่งสายตาเป็สัญญาณเตือนให้เย่ฝาน
มู่เหลียนผิงมองเย่ฝานด้วยความประหลาดใจ แล้วถามด้วยความระมัดระวัง “เมื่อครู่ นายบอกว่าอยากให้คุณตาของฉันช่วยเหลือ ไม่ทราบว่าคือเื่อะไร!”
เย่ฝานมองเห็นสายตาของมู่เหลียนผิงที่มองเขาเหมือนเป็ศัตรู จึงพูดว่า “นายดูตื่นตระหนกมากเลยนะ กลัวอะไรกัน ฉันไม่จับนายกินหรอก”
มู่เหลียนผิง “…”
“เมื่อกี้นายเห็นไป๋อวิ๋นซีแล้วใช่ไหม?” เย่ฝานถาม
มู่เหลียนผิงพยักหน้าพลางตอบ “เห็นแล้ว!”
“เขาเป็ว่าที่ภรรยาของฉัน! ฉันคบหากับอวิ๋นซีมานานแล้ว แต่คุณปู่บ้านตระกูลไป๋ กลับไม่ชอบใจหลานเขยคนนี้!” พอพูดถึงตรงนี้สีหน้าของเย่ฝานพลันไม่พอใจ “ตาเฒ่าบ้านั่น ไม่รู้ว่าคิดยังไงถึงได้รังเกียจหลานเขยที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ คราวก่อนเขายังถือไม้กวาดไล่ฉันออกจากบ้านด้วยล่ะ”
มู่เหลียนผิงเห็นสีหน้าแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นของเย่ฝาน จึงพูดอย่างคล้อยตาม “คุณปู่ไป๋ไม่น่าไล่นายอย่างนั้นเลย...”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันได้ยินมาว่าตาเฒ่าไป๋เชื่อฟังคำพูดของคุณตานายมาก! งั้นนายช่วยบอกคุณตานาย ช่วยฉันพูดเกลี้ยกล่อมตาเฒ่าไป๋ นายว่าเป็ยังไงบ้าง”
มู่เหลียนผิงขมวดคิ้วมองเย่ฝานแล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ “แค่นี้เองเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้า “ใช่! แค่นี้แหละ!”
มู่เหลียนผิง “...” ทั้งหมดไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิดเลย ไม่มีเื่เกี่ยวข้องกับบ้านตระกูลมู่ ไม่มีเื่เกี่ยวข้องกับตระกูลวิทยายุทธ์โบราณของเขา เย่ฝานปรากฏตัวขึ้นในห้องของเขาอย่างลึกลับ เพราะแค่ประสงค์ให้คุณตาเป็พ่อสื่อให้เขาเท่านั้น?
“เพียงเท่านี้ นายก็ยอมรักษาฉันแล้ว” มู่เหลียนผิงพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ก็ใช่น่ะสิ! แค่นี้เอง” เย่ฝานพยักหน้า
ถ้ามู่เหลียนผิงป่วยด้วยโรคอื่น บางทีเย่ฝานอาจจะคิดเก็บเงินค่าจ้างกับเขา แต่ว่ามู่เหลียนผิงถูกผลอัคคีวิเศษทำลายเส้นลมปราณ เขาดูดซับพลังเปลวเพลิงจากตัวเขา ทำให้เป็ผลดีต่อระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเย่ฝานด้วย ดังนั้นเย่ฝานจึงไม่ได้เอ่ยปากขอค่าจ้าง
เย่ฝานเห็นมู่เหลียนผิงไม่พูดจา เขาจึงหยิบนามบัตรออกมาด้วยความรำคาญ แล้วพูดว่า “อีกหลายวันต่อจากนี้ร่างกายของนายจะไม่มีอาการกำเริบเลย แต่หลังจากนี้ห้าวันฉันต้องดูดซับพลังเปลวเพลิงออกมาอีก ่เวลานี้นายไปคิดทบทวนให้ดีๆ ถ้าตัดสินใจได้แล้วโทรหาฉันนะ!”
มู่เหลียนผิง “…”
.....................................................................................
สวีหยวนชิงผลักประตูห้องเข้ามาด้วยความกังวล เมื่อเห็นมู่เหลียนผิงนั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เขาก็ถอนหายใจโล่งอกทันที
“เหลียนผิง หลานตื่นแล้วเหรอ! รู้สึกยังไงบ้าง?” สวีหยวนชิงเดินเข้ามาใกล้มู่เหลียนผิง แล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
มู่เหลียนผิงหันไปมองสวีหยวนชิงแวบหนึ่ง แล้วพูดขอโทษ “ผมขอโทษนะครับ ที่ทำให้คุณตาเป็ห่วง!”
“พูดจาเหลวไหลอะไร! เห็นตาเป็คนอื่นคนไกลได้ยังไง” สวีหยวนชิงจับแขนมู่เหลียนผิงขึ้นมาจับชีพจรที่ข้อมือ เขาพูดอย่างคาดไม่ถึงว่า “แปลกจริงๆ พลังปราณดั้งเดิมที่วิ่งพล่านอยู่ในตัวของหลานมันหายไปแล้ว”
วิชาแพทย์ของสวีหยวนชิงนับว่าไม่เลว แต่ว่าทุ่มเทกำลังและสมองจนสุดความสามารถก็ไม่อาจแก้ไขพลังปราณดั้งเดิมที่มีปัญหานั้นได้ แต่ตอนนี้พลังปราณดั้งเดิมนั้นกลับหายไปหมด
“เมื่อครู่มีคนมาที่นี่ เขาดูดซับปราณแท้ดั้งเดิมนั่นไป” มู่เหลียนผิงกล่าว
สวีหยวนชิงตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วเอ่ยว่า “เมื่อครู่มีคนเข้ามาที่นี่?”
มู่เหลียนผิงหยักหน้า แล้วเล่าเื่เย่ฝานให้สวีหยวนชิงฟังทั้งหมด
สวีหยวนชิงใจนตาโตเท่าไข่ห่าน “แฟนของไป๋อวิ๋นซี ชายหนุ่มคนนั้นมีความสามารถขนาดนั้นเชียวหรือ?”
่ที่ผ่านมาสวีหยวนชิงเก็บตัวและไม่ค่อยออกมาวุ่นวายกับโลกภายนอกสักเท่าใดนัก จึงไม่รู้เื่ของเย่ฝาน
พอมู่เหลียนผิงพูดอย่างนี้ ทำให้สวีหยวนชิงคิดถึงหลายเื่ที่เขามองข้ามขึ้นมาได้
ทั้งยันต์ที่คนบ้านตระกูลไป๋มีใน และของวิเศษที่ใช้ป้องกันตัวล้วนมีลักษณะไม่ธรรมดา อย่างเช่น กำลังวังชาและหน้าตาของคุณปู่บ้านตระกูลไป๋ที่ดูท่าทางอ่อนวัยกว่าเดิมไม่น้อย แล้วยังเื่สุขภาพของไป๋อวิ๋นซี ซึ่งตอนนี้น่าจะมีแต่โรคภัยรุมเร้า แต่เขากลับมีชีวิตชีวาเป็อย่างมาก
“เย่ฝานให้ความรู้สึกลึกลับและยากที่จะคาดเดา ผมคิดว่าเขาจะต้องเก่งมากแน่ๆ ผู้าุโในตระกูลของเราไม่แน่ว่าจะเก่งเท่าเขาหรือเปล่า เขาอายุยังน้อยขนาดนี้ ไม่รู้ว่ามีวิธีการฝึกตนยังไง” มู่เหลียนผิงชื่นชมในตัวเย่ฝาน แต่ในขณะเดียวกันก็มีน้ำเสียงของความอ้างว้างแฝงอยู่ด้วย
สวีหยวนชิงขมวดคิ้วพลางทอดถอนใจ หลานชายของเขาไม่เก่งเื่วรยุทธ์ ชะตาฟ้ามักไม่เป็อย่างที่คาดหวัง วันนี้ระดับพลังบำเพ็ญเพียรที่สั่งสมมาของเขาสูญสิ้นไปแล้ว ชีวิตที่เหลือหลังจากนี้ บางทีอาจได้แต่นอนรักษาตัวอยู่บนเตียง
“ดูอย่างนี้แล้ว พวกเราคงจะต้องหาเวลาไปเยี่ยมเยียนเย่ฝานสักหน่อย”
“ผมรู้สึกว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ไม่รู้ว่าวิทยายุทธ์ของเขาไปฝึกฝนจากที่ไหนกัน มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลวิทยายุทธ์โบราณอื่นๆ หรือไม่”
หลังจากยุคปฏิวัติ พลังปราณจากฟ้าดินก็ค่อยๆ หายไป ตระกูลที่ฝึกวิทยายุทธ์มากมายเสื่อมโทรมลง ทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อการฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณนับวันยิ่งน้อยลงเต็มที การที่บ้านตระกูลมู่มีต้นผลอัคคีวิเศษและมีข่าวเล็ดลอดออกไป ทำให้ผู้มีอิทธิพลไม่น้อยจ้องแย่งชิงต้นผลอัคคีวิเศษนั่น
เย่ฝานมองเพียงแวบเดียวก็ทราบปัญหาในตัวของมู่เหลียนผิง มู่เหลียนผิงจึงอดคิดไม่ได้ว่า เขาอาจเป็คนที่ผู้มีอิทธิพลคนใดคนหนึ่งส่งมาหรือไม่
สวีหหยวนชิงทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “ก็อาจเป็ไปได้” ตอนนี้ทรัพยากรที่ใช้ในการฝึกวิทยายุทธ์น้อยลงทุกวัน การแย่งชิงทรัพยากรระหว่างตระกูลวิทยายุทธ์โบราณก็รุนแรงขึ้น ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณที่ต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากรจนตายกันไปข้างหนึ่งก็มีให้เห็นเหมือนกัน
....................................................................................
“คุณปู่ครับ เมื่อครู่ผมไปเยี่ยมคุณชายมู่ แต่ได้ยินว่าพวกเขาออกไปแล้ว” ไป๋อวิ๋นจิ่นกล่าว
ไป๋ซื่อหยวนพยักหน้า “ปู่รู้แล้ว พวกเขาเหมือนจะออกไปพบเย่ฝาน”
ไป๋ซื่อหยวนลูบคางของตนพลางครุ่นคิด เมื่อวาน่พลบค่ำ สวีหยวนชิงยังมีใบหน้าเคร่งเครียดอยู่เลย แต่ผ่านไปไม่นานไม่รู้ว่าทำไมจึงเหมือนกับสีหน้าเริ่มดีขึ้นมาแล้ว เมื่อคืนกลางดึก สวีหยวนชิงยังถามเื่ของเย่ฝานกับเขาด้วยจิตใจที่สงบและเบิกบานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ไปพบเย่ฝาน?” ไป๋อวิ๋นจิ่นถาม
ไป๋ซื่อหยวนพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว”
“นักพรตสวี ทำไมถึงอยากไปพบเย่ฝานได้ล่ะครับ” ไป๋อวิ๋นจิ่นถามอย่างไม่เข้าใจ
“เมื่อวานนี้ตอนที่พวกเราประชุมกัน เย่ฝานแอบเข้าไปในห้องของมู่เหลียนผิง พอเขาออกมา อาการของมู่เหลียนผิงก็ดีขึ้นมากเลย” ไป๋ซื่อหยวนเล่า
ไป๋อวิ๋นจิ่นตกตะลึงไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างแล้วพูดว่า “คุณปู่ นี่หมายความว่า เย่ฝานเป็คนรักษาคุณชายมู่จนหายหรือครับ?”
“รักษาหายไหมนั่นยังไม่แน่นอน เย่ฝานน่าจะแค่สะกดอาการของมู่เหลียนผิงไม่ให้กำเริบขึ้นมาชั่วคราว” ไป๋ซื่อหยวนกล่าว
“เย่ฝานเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?” ไป๋อวิ๋นจิ่นเอ่ย
“ความสามารถของเย่ฝานลึกซึ้งจนยากจะคาดเดาจริงๆ” เย่ฝานเ้าหมอนี่ชอบกวนประสาทคนอื่นไปทั่ว จนทำให้คนประมาณความสามารถของเขาต่ำไป
ไป๋อวิ๋นจิ่นพยักหน้า แล้วพูดว่า “ใช่เลยครับ!”
.....................................................................................
สวีหยวนชิงหาคฤหาสน์ของเย่ฝานเจอจากที่อยู่ในนามบัตร พอมาถึงพวกเขาก็ใไม่ใช่น้อย
ปากประตูทางเข้าของหมู่บ้านซินเย่ มีกลุ่มแฟนคลับสาวๆ รวมตัวอยู่ที่นั่น พวกหล่อนถือโปสเตอร์เย่ฝาน ทั้งยังป้ายใหญ่ที่แขวนไว้หน้าประตูอีก
ละครที่เย่ฝานแสดงได้ออกอากาศไปแล้ว เย่ฝานในชุดโบราณสีขาว ภาพลักษณ์ของเขาสง่างามดั่งเทพบุตร ความสามารถโดดเด่นไม่เป็รองใคร ทำให้สาวๆ ลุ่มหลงกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ประกอบกับข่าวที่เกิดขึ้นในครั้งก่อน ทำให้เย่ฝานกลายเป็บุคคลลึกลับน่าค้นหา ถึงแม้ว่าเขาจะเข้ากล้องไม่มาก แต่ชื่อเสียงกลับโด่งดังไม่น้อย
“พวกเธอรู้ไหมว่ารถที่ปรากฏในคลิปนั่น? เป็รถของคุณชายสองแห่งตระกูลไช่ ไช่เจิ้นจวิ้นล่ะ ไช่เจิ้นจวิ้นให้เย่ฝานยืมรถไป ดังนั้นเทพบุตรของเราจึงขับรถเร็วกว่าความเร็วแสง ทำให้รถคันนั้นหายไปในอากาศ”
คำพูดนี้ออกจากปากแฟนคลับคนหนึ่ง แฟนคลับที่เหลือต่างพากันส่งเสียงฮือฮา
แฟนคลับต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า เย่ฝานเก่งมาก! เป็เทพบุตรที่ไม่เป็สองรองใครจริงๆ
“คุณตาครับ คนพวกนี้เหมือนจะมาหาเย่ฝานทั้งนั้นเลยนะครับ” มู่เหลียนผิงกล่าว
สวีหยวนชิงพยักหน้าตอบ “น่าจะใช่”
ก่อนจะมาที่นี่สวีหยวนชิงได้ฟังเื่ราวของเย่ฝานมาจากไป๋ซื่อหยวน ข้อมูลที่รู้มานั้น ทำให้เข้าคาดไม่ถึง
เย่ฝานไม่ได้เกิดในตระกูลวิทยายุทธ์โบราณ เขาเป็แค่ทายาทรุ่นที่สองจากตระกูลที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก ไป๋ซื่อหยวนยังได้เล่าเื่ที่เย่ฝานไปเป็นักแสดงรับเชิญในละครเื่หนึ่ง แต่สวีหยวนชิงคิดว่าเย่ฝานคงจะว่างเลยไปหาอะไรทำแก้เบื่อ จึงไม่ได้เก็บเื่นี้มาใส่ใจ แต่พอได้เห็นเหล่าแฟนคลับที่มารอถึงหน้าหมู่บ้าน ทำให้สวีหยวนชิงใอยู่ไม่น้อย
“คุณชายเย่ดูเหมือนจะได้รับความชื่นชอบมากเลยนะครับ” มู่เหลียนผิงพึมพำไม่หยุด
“การฝึกวิทยายุทธ์โบราณ ต้องมีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์และฝักใฝ่ในความสันโดษ เย่ฝานเ้าหมอนี่คิดยังไงก็ไม่รู้ ถึงเข้าไปพัวพันในวงการบันเทิง”
“คุณตาครับ ที่นี่มีระบบรักษาความปลอดภัยแ่ามาก แล้วพวกเราจะเข้าไปได้ไหมครับ”
สวีหยวนชิง “…”
.............................................................................
รถจิ๊บทั้งเก่าและโทรมคันหนึ่งขับมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน ในรถมีชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดสีดำ บนเสื้อผ้าเต็มไปด้วยโซ่ทองติดอยู่
พอรถแล่นเข้ามา ก็มีแฟนคลับสาวมากมายถ่ายรูปของเขาเอาไว้
ชายหนุ่มบนรถเอาแต่โบกมือทักทายแฟนคลับที่ถ่ายรูปเขา
สวีหยวนชิงมองรถจิ๊บคันนั้นแวบหนึ่ง แล้วมองไปทางอื่น เขาคิดในใจว่า ตัวเองคงจะเก็บตัวนานเกินไป จึงตามกระแสความนิยมในสมัยนี้ไม่ทัน ตอนนี้ผู้คนไม่นิยมรถหรู แต่เริ่มหันมาชื่นชอบรถเก่าๆ แล้วหรือ คนมากมายถึงได้เอาแต่ถ่ายรูปรถคันนั้น
“นักพรตสวี มาเยี่ยมคุณชายเย่หรือครับ?”
สวีหยวนชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่นึกว่าชายในรถจะทักทายเขาก่อน
ไช่เจิ้นจวิ้นดึงแว่นดำลง สวีหยวนชิงนึกอยู่นานถึงจะจำได้
เมื่อวานนี้ไช่เจิ้นจวิ้นและไช่ไซว้ได้มีโอกาสพบกับสวีหยวนชิงแล้ว แต่ว่าวันนี้ไช่เจิ้นจวิ้นแต่งตัวแปลกไปมาก สวีหยวนชิงจึงเกือบจะจำเขาไม่ได้
“คุณชายรองแห่งตระกูลไช่นี่เอง!”
“พวกเราอย่าพูดกันตรงนี้แล้ว ให้ผมพาพวกคุณเข้าไปข้างในดีกว่า”
มู่เหลียนผิงมองไช่เจิ้นจวิ้นด้วยความประหลาดใจ แล้วเดินตามเขาเข้าไปในคฤหาสน์
“คุณชายรองไช่ ทำไมคุณถึงขับรถสภาพเก่าขนาดนี้!” มู่เหลียนผิงถามด้วยความประหลาดใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นตอบด้วยความภูมิใจว่า “คุณอย่ามองว่ามันเป็แค่รถเก่าๆ คันหนึ่งนะ! รถคันนี้เป็รถวิเศษ เพราะว่ามันบินได้”
มู่เหลียนผิงพูดด้วยความสงสัย “บินได้ เป็ไปได้ยังไง”
ไช่เจิ้นจวิ้นหัวเราะร่วน “แน่นอนว่ามันบินได้ บนอินเทอร์เน็ตก็บอกอย่างนี้” เพียงแต่เวลาที่เขาขับมันบินไม่ได้ “เมื่อกี้นี้มีคนคนหนึ่ง อยากจะใช้รถลัมโบร์กินีมาแลกกับรถของผม แต่ผมไม่ยอมแลก! รถคันนี้! ผมจะเก็บมันไว้เป็สมบัติอันล้ำค่า ให้มันเป็มรดกตกทอดไปชั่วลูกชั่วหลาน”
มู่เหลียนผิง “…”
