ในเมื่อซูเฟยซื่อกล้าที่จะร่ายรำแสดงว่านางได้คิดหาวิธีรับมือไว้ดีแล้ว เหล่าผู้ชมเห็นเพียงเห็นนางยิ้มอย่างใจเย็น“ทูลสนองฝ่าากระบวนท่าค่ายกลโบราณใหญ่สิบประเภทเป็หม่อมฉันได้เห็นที่ห้องสมุดของท่านพ่อท่านพ่อเห็นหม่อมฉันรู้สึกสนใจสิ่งเหล่านี้ จึงได้หาคนมาสอนเป็พิเศษเพคะ”
การมีวิธีที่สามารถสอนบุตรีได้อย่างมีหลักการถือเป็เกียรติอันสูงสุดในทั่วหล้า ซูเต๋อเหยียนไม่สามารถปฏิเสธได้
ดังนั้นแม้ว่าซ่งหลิงซิวจะหาเื่ซูเต๋อเหยียนยืนยันตัวต่อตัวซูเต๋อเหยียนก็ได้แต่ยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้
เสียงพูดจาของนางเพิ่งสิ้นสุดลงซูจิ้งโหยวรีบรับต่อ“น้องสามสามารถจำกระบวนท่าค่ายกลโบราณใหญ่สิบประเภทเหล่านี้อย่างคล่องแคล่วไม่ทำให้หม่อมฉันและท่านพ่อผิดหวังการในสอนจริงๆ เพคะ”
ซูจิ้งโหยวแปะทองใส่บนใบหน้าตนไปพลางกล่าวสะท้อนอย่างคลุมเครือไปพลางว่าซูเฟยซื่อไม่ได้รู้เื่ค่ายกลโบราณใหญ่สิบประเภทอะไรทั้งสิ้นที่สามารถร่ายรำออกมาเป็การใช้วิธีการท่องจำตายตัว
ซูเฟยซื่อได้แสดงจุดเด่นมากพอแล้วถ้านางไม่เบ่งทับอีก นางอาจโดนคุกคามถึงตัวในไม่ช้า
แต่เมื่อเสียงของนางก็จบลง ซ่งหลิงซิวก็มองไปยังซูเฟยซื่อทันทีราวกับกำลังรอคำตอบของนาง
แต่ซูเฟยซื่อไม่ได้เอ่ยปากโต้แย้งกลับเหมือนยอมรับมุมมองการพูดของซูจิ้งโหยว
เห็นแบบนี้ในดวงตาซ่งซิวหลิงอดไม่ได้ที่จะแสดงความผิดหวังออกมาหลายส่วน
ในเมื่อเป็การท่องจำตายตัว ถ้าเช่นนั้นใครๆก็ทำได้ ไม่มีอะไรให้น่าแปลกใจระคนดีใจด้วย
“ที่แท้ค่ายกลโบราณใหญ่สิบประเภทของคุณหนูสามเป็สนมโหยวสอนเอง”อวี้เสวียนจีเล่นปลอกเล็บเกราะทองของนิ้วโป้งเขาเงยหน้าขึ้นมองซูจิ้งโหยวคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้ม“ไม่ทราบว่าค่ายกลหนึ่งค่ายกลใดในนี้เป็ค่ายกลที่สนมโหยวชื่นชอบที่สุด? ”
ซูจิ้งโหยวไหนเลยรู้จักค่ายกลโบราณใหญ่สิบประเภทอะไรนั่นนางถูกอวี้เสวียนจีถามจนเซ่อไปในทันที “นี่...กระบวนท่าค่ายที่แปดค่ายกลพยุหะอัฏฐทิศไม่ผิดหม่อมฉันชื่นชมกระบวนทัพแปดประตูกุญแจทองมากที่สุดเพคะ”
ซูจิ้งโหยวพยายามคิดทบทวนกระบวนท่าค่ายกลที่อวี้เสวียนจีเพิ่งท่องผ่านไปเมื่อสักพักในที่สุดพอฝืนจำค่ายที่แปดค่ายกลพยุหะอัฏฐทิศออกมาได้ชื่อหนึ่ง
“โอ้?” อวี้เสวียนจีเลิกคิ้วด้วยความฉงน ท่าทีหยาดเยิ้มแกล้งประจบ “สนมโหยวสายตาแหลมคม ไม่ทราบที่ท่านกล่าวถึงคือกระบวนทัพแปดประตูกุญแจทองไท่อี้จุติใช่หรือไม่? ”
อวี้เสวียนจีถึงกับสรรเสริญนางเป็?
นี่ไม่ได้หมายความว่าที่นางเพิ่งเลือกเมื่อครู่ถูกต้องแล้ว!
คิดจบซูจิ้งโหยวอดไม่ได้ที่จะดีใจแทบตัวลอยไปบ้าง มุมปากหยักขึ้น รีบพยักหน้าทันที “ใช่เพคะ”
เสียงสิ้นสุดลงแววดูถูกเหยียดหยามในดวงตาของอวี้เสวียนจีก็ถูกเปิดเผยออกมาทันทีซ่งหลิงซิวยิ่งหรี่ดวงตาทั้งคู่เล็กน้อย แทบจะบีบคอผู้หญิงโง่ๆ คนนี้ให้ตาย
ซูจิ้งโหยวสังเกตเห็นสีหน้าของทั้งสองคนไม่ถูกต้องแต่กลับไม่รู้ว่าตนผิดตรงไหน พลันนั่งยืนไม่ติดกระสับกระส่าย
อวี้เสวียนจีไม่สนใจนางอีกเบนสายตามองไปยังซูเฟยซื่อโดยตรง “ไม่ทราบว่าคุณหนูสามมีมุมมองที่แตกต่างกันหรือไม่? ”
เดิมนางคิดผลักเื่ไปให้ซูเต๋อเหยียนและซูจิ้งโหยวคิดไม่ถึงว่าอวี้เสวียนจีมายุ่งทำให้สถานการณ์ปั่นป่วนขึ้นไปอีก
ดูไปแล้วคนที่คิดสืบรู้ตัวตนของนางไม่ได้เป็เพียงซ่งหลิงซิวคนเดียวยังมีอวี้เสวียนจี
เพียงแต่ครั้งก่อน...
เห็นชัดว่าเขาได้เข้าใกล้ความจริงขนาดนั้นแล้วทำไมไม่ไล่ซักถามต่อ?
หรือว่าความจริงเื่นี้ทำให้คนยากที่จะเชื่อได้จนเกินไปดังนั้นเขาต้องยืนยันด้วยเขาเอง ไม่เชื่อกระทั่งสิ่งที่นางพูดด้วย?
“ค่ายกลโบราณใหญ่สิบประเภทต่างมีข้อดีที่แตกต่างกันมีการใช้งานของแต่ละประเภท เฟยซื่อไม่กล้าตัดสินใจอย่างผลีผลามว่าชื่นชอบอันไหนมากที่สุดแต่เมื่อครู่ท่านอ๋องกล่าวผิดไปเล็กน้อยค่ายที่แปดค่ายกลพยุหะอัฏฐทิศกระบวนทัพแปดประตูกุญแจทอง แปดเทพเยือนโลกีย์ส่วนค่ายที่เจ็ดดาวเหนือทั้งเจ็ดประจัญบานจึงเป็ไท่อี้จุติเพคะ” นางไม่รีบเปิดเผยตัวเองก่อนเวลาอันควร แต่ก็ไม่ปล่อยโอกาสตบหน้าซูจิ้งโหยวครั้งนี้ให้ผ่านไป
“คุณหนูสามมีข้อมูลความจริงตามคาด”อวี้เสวียนจีกระดกมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ ไม่พูดจาอีกประกายที่หมุนเวียนถ่ายเทในดวงตาทำให้ผู้คนดูรู้สึกไม่ชัดเจน
แม้ว่านอกเหนืออวี้เสวียนจีกับซ่งหลิงซิวแล้วคนอื่นต่างไม่รู้จักค่ายกลโบราณใหญ่สิบประเภทว่าคืออะไรทั้งสิ้น
แต่ผ่านการสนทนารอบนี้สามารถดูออกมาได้ว่าซูเฟยซื่อมีความสามารถจริงๆแต่ซูจิ้งโหยวที่ไม่รู้ทว่าทำเป็แกล้งรู้ ช่างน่าอัปยศพอควร ถึงกับยังคิดฝันเฝื่องชิงผลงานของน้องสาว
โชคดีที่อวี้เสวียนจีซักถามคำถามนี้ขึ้นมามิฉะนั้นไยมิใช่ทุกคนต้องถูกซูจิ้งโหยวหลอกไปหมดหรือ
เมื่อคิดอย่างรอบคอบการนิ่งเงียบของซูเฟยซื่อเมื่อสักครู่ ไม่ใช่ความไม่รู้แต่กลับเป็การไว้หน้าให้ซูจิ้งโหยว
มีความสามารถมีพร์ ชั่วพริบตาระดับของซูเฟยซื่อในจิตใจของทุกคนถูกยกขึ้นสูงกว่าซูจิ้งโหยวมากในทันทีซูจิ้งโหยวกลายเป็ตัวตลกที่แท้จริงแล้ว
“คุณหนูสามเป็คนที่ยอดเยี่ยมจริงๆพระราชทานรางวัล” ประกายแสงกะพริบวาบในดวงตาของซ่งหลิงซิวทันที เขาหันศีรษะไปใกล้คนของพระตำหนักที่อยู่ข้างกายไม่รู้ว่าทรงตรัสอะไร คนของพระตำหนักถอยออกไปทันที
การเคลื่อนไหวของซ่งหลิงซิวทำให้ซูเฟยซื่ออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วทรงพระราชทานรางวัลอะไร
ลึกลับเช่นนี้!
หลังจากนั้นไม่นานคนของพระตำหนักก็กลับมาเพียงเห็นเขาใช้สองมือประคองส่งมอบกล่องที่ประณีตใบหนึ่งมาให้ “คุณหนูสาม”
ซูเฟยซื่อรับเอากล่องมาแต่ไม่เปิดออก นางคุกเข่าลงขอบพระทัยโดยตรง “ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ”
ตาทั้งสองของซ่งหลิงซิวหรี่ลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงถึงความโกรธ “เหตุใดคุณหนูสามถึงไม่เปิดกล่องดูของที่อยู่ข้างในหรือว่าไม่พอใจกับรางวัลพระราชทานของข้า? ”
“ของพระราชทานจากฝ่าาย่อมต้องเป็ของดีทั้งสิ้นหม่อมฉันจะไม่พอใจได้อย่างไร เพียงแต่หม่อมฉันรู้สึกว่าควรขอบพระทัยก่อนจึงไม่ทำให้ฝ่าาทรงผิดหวังในความตั้งพระทัยดีเพคะ” ดูไปแล้วสิ่งที่บรรจุอยู่ในกล่องต้องไม่ธรรมดามิฉะนั้นซ่งหลิงซิวก็ไม่บีบคั้นให้นางเปิดออกตอนนี้
จะเป็สิ่งของอะไร?
จะทำให้นางใจนหน้าถอดสีหรือไม่?
“คุณหนูสามลองเปิดดูก่อน หากไม่ชอบข้าจะเลือกอย่างอื่นให้ ในเมื่อเป็ความตั้งใจดีถ้าเช่นนั้นก็ต้องพระราชทานสิ่งที่คุณหนูสามชอบอย่างแท้จริง และไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ”ซ่งหลิงซิวทรงกล่าวพลางแย้มรอยยิ้มสรวล
รางวัลที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานยังสามารถเลือกตามความชอบของตัวเองได้หรือ?
ในสายตาของคนอื่นๆดูไปแล้วนี่เป็รางวัลพระราชทานที่ยิ่งใหญ่มาก
แต่ซูเฟยซื่อกลับรู้สึกได้ถึงไอควันดินปืนในรอยยิ้มของซ่งหลิงซิวอยู่ลางๆ
นี่ไม่ใช่พระคุณแต่เป็การบีบคั้นที่ไม่ยอมถอยให้สักก้าวเดียว
“เพคะ” ซูเฟยซื่อยิ้มอย่างเชื่อฟัง หลังจากนั้นจึงเปิดกล่องออก
ทันทีที่นางเห็นสิ่งของซึ่งอยู่ในกล่องอย่างชัดเจนนางก็รีบแอบสูดลมหายใจลึกๆ แล้วคำหนึ่ง ระงับอารมณ์ที่คุกรุ่นในใจไว้ให้ดี
นี่...
เป็ปิ่นปักผมที่นางเคยใส่ในชาติที่แล้ว
ยังเป็สินสมรสที่ท่านพ่อของนางให้นางขณะที่นางสมรสเข้าวัง
เดิมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องถูกทำลายให้สิ้นซากไปพร้อมกับการเสียชีวิตของนางกับตระกูลกู้
ไม่คิดว่าตอนนี้บังเอิญกลับมาอยู่ในมือของนางอีกครั้ง
ท่านพ่อนี่เป็พลังิญญาท่านที่มีอยู่บน์หรือ?
เป็ท่านที่้าบอกลูกว่าท่านอยู่ข้างกายลูกตลอดไปใช่หรือไม่?
ท่านพ่อได้โปรดวางใจความแค้นของพวกท่านลูกต้องชำระแทนพวกท่านแน่!
อวี้เสวียนจีเหลือบมองสิ่งของที่อยู่ในกล่องแวบหนึ่งความแข็งกร้าวในดวงตาพลันพลุ่งพล่านขึ้น
นี่เป็สิ่งของของกู้ชิงมิใช่หรือ?
ซูเฟยซื่อได้เห็นสิ่งของของกู้ชิงจะมีการตอบสนองอย่างไร?
เขาสงสัยมากจริงๆ !
“ปิ่นปักผมนี้สวยมากขอบพระทัยฝ่าาเพคะ” ซูเฟยซื่อฝืนกดความรู้สึกของนางในใจลงเผยรอยยิ้มไร้เดียงสารอยหนึ่งออกมา
ซ่งหลิงซิวขมวดคิ้วค่อนข้างผิดหวังบ้างแต่ก็ถอนหายใจโล่งอกชนิดที่อยู่ในความคาดหวัง “คุณหนูสามชอบก็ดี”
ซูเฟยซื่อไม่ได้รู้จักปิ่นปักผมอันนี้ทั้งสิ้นนั่นสามารถยืนยันได้ว่าความคิดในใจของเขาเป็สิ่งที่ผิด
ดูไปแล้วกู้ชิงคงเสียชีวิตไปแล้วจริงๆนางไม่กลับมาอีก เขาสามารถสบายใจได้แล้ว
เป็อย่างนี้จริงๆ หรือ?
ตาหงส์ของอวี้เสวียนจีเลิกขึ้นเล็กน้อยจอกสุราในมือของเขาได้ถูกบดเป็ผงไปนานแล้ว
แม้ว่าซูเฟยซื่อจะปกปิดได้ดีมากแค่ไหนแต่ปฏิกิริยาแรกที่นางได้เห็นปิ่นปักผมกลับไม่สามารถปลอมแปลงได้
นั่นเป็อาการใระคนแปลกใจเป็ความเศร้าโศก เป็อารมณ์หลากหลายที่ผสมปนเปอยู่ข้างใน
สามารถกล่าวได้อีกว่าซูเฟยซื่อรู้จักปิ่นปักผมอันนี้ ไม่เพียงแต่รู้จัก ยัง...
