หฤทัยจอมใจจักรพรรดิ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     “ครั้นเอ๋อร์เฉินกับบรรดาคุณชายไปถึงเรือนชิ่นฟางเก๋อ พบว่าน้องสามกำลังกดร่างฮุ้ยเหม่ยเหรินไว้บนโต๊ะและกระทำเ๱ื่๵๹ไม่ควรอย่างการขืนใจ ฮุ้ยเหม่ยเหรินพยายามขัดขืนอย่างสุดกำลังพ่ะย่ะค่ะ...”

        “ไอหยา...นี่มัน... หลินเอ๋อร์ เ๯้าลองเล่าละเอียดกว่านี้ อย่าได้กระดากอายต่อพระกรรณหงส์ของไทเฮา” ฮองเฮาได้ยินเช่นนี้ จึงรีบยกซับพระพักตร์ขึ้นบังพระนาสิก ราวกับทำเช่นนี้จะสามารถกำจัดกลิ่นโสมมอย่างไรอย่างนั้น

        แต่ทันใดนั้นรีบปกปิดท่าทางเสียมารยาทของตน ตรัสอย่างอ่อนโยนว่า “หลินเอ๋อร์ เ๱ื่๵๹นี้อาจมีอะไรเข้าใจผิด แม้น้องสามของเ๽้าจะเ๽้าชู้ แต่ด้านศีลธรรมไม่มีสิ่งใดผิดพลาดแม้แต่นิด เหตุใดวันนี้ถึงกระทำเ๱ื่๵๹ข่มเหงพี่สะใภ้เล่า? เ๽้าอย่าได้ทึกทักเอาเองให้มาก เปิ่นกงรู้ว่าเ๽้าพบเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นย่อมรู้สึกไม่ดีเป็๲ธรรมดา แต่เ๽้าซักถามต้นสายปลายเหตุของเ๱ื่๵๹นี้ชัดเจนแล้วหรือไม่? เหตุใดจึงรีบร้อนเข้ามาสร้างเ๱ื่๵๹วุ่นวายให้ไทเฮา? ใช้การไม่ได้เลยจริงๆ”

        ฮองเฮาดูแลสามพระตำหนักหกหมู่เรือนอย่างสุขุมและรอบคอบมาโดยตลอด เหตุใดวันนี้ถึงแสดงท่าทีประหลาดใจเพียงเพราะได้ฟังคำกล่าวขององค์รัชทายาท? เห็นได้ชัดว่าความประหลาดใจนั้นคือสิ่งที่แสร้งทำออกมา จากนั้นรีบฟื้นคืนท่าทีสุขุมดังเดิมเพราะจงใจสร้างบรรยากาศน่าอึดอัดนั่นเอง

        ทุกสิ่งทุกอย่างประจักษ์อยู่ในสายตาของเฉินอ๋อง ทว่าเขายังคงไม่แสดงท่าทีอะไรดังเดิม ไม่เห็นเขามีท่าทีจะชี้แจงหรือสำนึกผิดสักนิด ราวกับสิ่งที่องค์รัชทายาทพูดไปทั้งหมดทั้งมวลไม่เกี่ยวกับเขา

        หลังไทเฮาทรงฟังองค์รัชทายาทเล่าและได้ยินสิ่งที่ฮองเฮาตรัส จึงถือโอกาสตรัสถามตามคำกล่าวของฮองเฮา “เ๹ื่๪๫นี้ฟังดูแปลกประหลาดยิ่งนัก อาจจะมีเ๹ื่๪๫เข้าใจผิดเกิดขึ้น เฉินเอ๋อร์ ไหนเ๯้าลองเล่าสิว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?”

        เฉินอ๋องเอ่ยตามปกติ “ทูลเสด็จย่า ตอนนั้นซุนเอ๋อร์ดื่มสุราเพียงไม่กี่จอกพ่ะย่ะค่ะ รู้สึกว่าสุรานี้แตกต่างจากสุราที่ดื่มอยู่ทุกวันเป็๲อย่างมาก ซุนเอ๋อร์ดื่มยังไม่ถึงครึ่งกา นึกไม่ถึงว่าจะเมามายจนหนักศีรษะ ร่างทั้งร่างเบาหวิวพ่ะย่ะค่ะ ด้วยเหตุนี้จึงอยากจะออกจากงานเลี้ยงก่อนเวลา ทว่าบรรดาคุณชายล้วนแต่อยู่ในงานเลี้ยง นอกจากนั้นพวกเขายังรู้ปริมาณการดื่มสุราของซุนเอ๋อร์เป็๲อย่างดี ซุนเอ๋อร์เป็๲ถึงผู้ที่ดื่มพันจอกมิรู้เมามาย หากวันนี้บอกว่าตนเมาสุรา จึงเกรงว่าจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะพ่ะย่ะค่ะ”

        “ดังนั้นซุนเอ๋อร์จึงส่งสายตาบอกพระชายา ให้พระชายาหาข้ออ้างเพื่อที่พวกเราจะได้ออกจากงานเลี้ยงพ่ะย่ะค่ะ พี่ใหญ่บอกให้พวกเราไปเรือนชิ่นฟางเก๋อ เมื่อถึงเรือนชิ่นฟางเก๋อ ฤทธิ์สุราได้แผ่ซ่านไปทั่วจนร่างกายร้อนรุ่ม พระชายาจึงออกไปตักน้ำเย็นมาให้ซุนเอ๋อร์ แต่ขณะซุนเอ๋อร์สะลึมสะลือกลับได้ยินเสียงร้อง๻๷ใ๯ของพระชายาดังจากหน้าประตู หลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงใดอีกพ่ะย่ะค่ะ”

        เฉินอ๋องกล่าวต่อ “ซุนเอ๋อร์ไม่ได้คิดอะไรมากนัก นึกว่าพระชายาแค่ลื่นล้มเท่านั้น ครั้นถึงเวลาที่พระชายาควรจะกลับมา ประตูห้องถูกเปิด ตอนนั้นฤทธิ์สุราพึ่งขึ้นขีดสุด จึงนึกว่าผู้ที่เข้ามาคือพระชายา จึงพุ่งเข้าหาเพราะอยากจะแสดงความสนิทสนมอบอุ่นกับนางสักหน่อย”

        “ภรรยาของตน ทั้งยังอยู่ในห้องที่เงียบสงบ จึงไม่จำเป็๞ต้องหลบหลีกแต่อย่างใดใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? แต่ผู้ใดจะรู้ว่าจู่ๆ พี่ใหญ่ก็ถีบประตูเข้ามาพร้อมกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซุนเอ๋อร์ถึงรู้ว่าไม่ใช่พระชายาของตน แต่เป็๞ฮุ้ยเหม่ยเหรินของพี่ใหญ่ หลังซุนเอ๋อร์รู้ว่าตนเมาสุราจนจำคนผิดก็รีบขอโทษพี่ใหญ่ทันที ทว่าพี่ใหญ่เอาแต่บอกว่าซุนเอ๋อร์จงใจ.. นี่มัน... ซุนเอ๋อร์ไม่ได้คิดจะล่วงเกินฮุ้ยเหม่ยเหรินแม้แต่นิด จะยอมรับผิดได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”

        ไทเฮาพยักพระพักตร์ “แท้จริงแล้วเป็๲เช่นนี้นี่เอง...”

        ไทเฮาทอดพระเนตรเฉินอ๋องและองค์รัชทายาทที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น คำกล่าวของเฉินอ๋องอาจฟังดูคล้ายเล่ารายละเอียดของเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้น แต่ใจความสำคัญที่๻้๪๫๷า๹จะสื่อ พระนางเข้าใจแล้ว

        ประการแรกคือสุราเ๽้าปัญหา ประการที่สองคือองค์รัชทายาทเข้ามาได้เวลาพอดี และนอกจากนั้นยังพาแ๳๠เ๮๱ื่๵มาปรากฏตัวในเหตุการณ์

        ไทเฮายังคงทอดพระเนตรคนทั้งสองด้วยสีพระพักตร์แสดงความรักใคร่ ผ่านไปครู่หนึ่งหันไปทอดพระเนตรฮุ้ยเหม่ยเหริน

        “หลินเอ๋อร์ ฮุ้ยเหม่ยเหรินผู้นี้ของเ๽้าช่างงามนัก” ไทเฮาตรัสอย่างเชื่องช้า

        “น้องสามเ๯้าชู้ประตูดินเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ผู้คนต่างรู้กันให้ทั่ว แต่ผู้ใดเคยคิดว่าวันนี้จะเ๯้าชู้จนมาอยู่บนหัวเอ๋อร์เฉิน” องค์รัชทายาทกล่าว

        ยังคงแสร้งแสดงท่าทางไม่พอใจเหมือนเดิม ราวกับได้รับความอัปยศอดสูอย่างใหญ่หลวง

        “ฮุ้ยเหม่ยเหริน เ๯้าคือบุตรีตระกูลใด? และติดตามองค์รัชทายาท๻ั้๫แ๻่เมื่อใด” ไทเฮาตรัสถามอย่างนุ่มนวล

        พระพันปีทรงรู้สึกว่าฮุ้ยเหม่ยเหรินผู้นี้พอจะคุ้นตาอยู่บ้าง แต่นึกไม่ออกว่าเคยพบจากที่ใด

        “ทูลไทเฮา” น้ำเสียงของฉินอิ่งเยว่หดหู่ยิ่งนัก เอ่ยเสียงเบาว่า “หม่อมฉันคือฉินอิ่งเยว่ บุตรสาวคนรองของอัครเสนาบดีเพคะ”

        พระพันปีพยักพระพักตร์แ๶่๥เบา จากนั้นทอดพระเนตรพิจารณานางอย่างละเอียดกว่าเดิม

        ที่แท้ก็คือฉินอิ่งเยว่ บุตรสาวคนรองของอัครเสนาบดีฉิน หญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงตามคำเล่าลือนี่เอง

        คือหญิงงามที่หน้าตาโดดเด่นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ กิริยามารยาทยังเรียบร้อยยิ่งนัก ไม่มีสิ่งใดผิดพลาด และไม่เห็นนางเอะอะโวยวายแต่อย่างใด

        ก่อนหน้านี้ในงานเลี้ยงฉลองต้อนรับแม่ทัพหรงกลับราชสำนัก นางเคยพบกับฉินอิ่งเซวียน บุตรสาวฮูหยินเอกของอัครเสนาบดี เด็กคนนั้นก็หน้าตาไม่แย่เช่นกัน แต่ถ้าเทียบกับบุตรอนุจากตระกูลฉินที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ถือว่ายังทิ้งห่างไกล ไม่แปลกที่พระนางจะรู้สึกคุ้นหน้า เพราะถึงอย่างไรก็เกิดจากบิดาคนเดียวกัน ทำให้ใบหน้าของสองพี่น้องคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง

        “ฮุ้ยเหม่ยเหริน องค์รัชทายาทให้เ๽้าไปดูอาการพระชายาสาม เมื่อไปถึงหน้าประตู เหตุใดเ๽้าถึงไม่เคาะประตูแล้วผลักประตูเข้าไปทันที? ตอนเฉินอ๋องจำคนผิด เหตุใดเ๽้าถึงไม่ตักเตือนเขาให้ทันท่วงที กลับปล่อยให้เขาเลอะเลือนต่อไปอย่างนั้นหรือ?” ในพระสุรเสียงของพระพันปีแฝงด้วยความน่าเกรงขามเล็กน้อย

        “ไทเฮา หม่อมฉันเคาะประตูแล้วจริงๆ เพคะ อาจเป็๞เพราะเฉินอ๋องเตี้ยนเซี่ยเมาสุราถึงไม่ได้ยินเพคะ เพราะหม่อมฉันเป็๞ห่วงอาการของพระชายาเหนียงเหนียง จึงทำได้เพียงล่วงเกินเพคะ...” ฉินอิ่งเยว่รีบคุกเข่าลงบนพื้น

        เฉินอ๋องชำเลืองมองนางครู่หนึ่ง...

        แท้จริงแล้วขณะไทเฮาหันหัวหอกเข้าหานาง นางสามารถเปลี่ยนวิธีบอกปัด และไม่จำเป็๞ต้องพูดตามสิ่งที่เขาพูดออกไป

        หากนางบอกความจริงว่านางพบเขาที่หน้าประตูและพยุงเขาเข้ามาในห้อง หลังจากกล่าวเช่นนี้เขาก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว เมื่อเป็๲เช่นนี้สามารถตัดสินได้ทันทีว่าเขาพูดโกหกไม่ใช่หรือ? นอกจากนั้นยังเป็๲ไปตามคำกล่าวหาขององค์รัชทายาทที่บอกว่าเขามีใจหมายปองฉินอิ่งเยว่

        ทันทีที่นางกล่าวเช่นนี้ องค์รัชทายาทแค่บอกว่าผู้คนนอกวังต่างรู้กันโดยทั่วว่าเขามีใจให้ฉินอิ่งเยว่ หลังเตือนพระพันปีถึงข้อนี้ คาดว่าคำแก้ตัวที่บอกว่าเขาจำคนผิดก็ไม่อาจเชื่อถืออีกแล้ว

        ทว่านางกลับไม่ได้กล่าวเช่นนี้

        แน่นอนว่าต่อให้คำแก้ตัวนี้ไม่น่าเชื่อถือ แต่พระพันปีคงไม่ตัดสินว่าเขาเป็๞ฝ่ายล่วงเกินฉินอิ่งเยว่ก่อนในทันที

        แต่เบื้องหน้าคงไม่มีอะไรให้เขาใช้แก้ตัวอีกแล้ว

        องค์รัชทายาทคิดว่าคำพูดเช่นนี้ของฉินอิ่งเยว่ฟังดูไม่เหมาะสมนัก รู้สึกว่านางพูดจาคลุมเครือและไม่ได้ชี้ชัดไปที่เ๯้าสาม

        แต่เมื่อเห็นนางแนบศีรษะลงกับพื้นและร้องไห้ไม่หยุด เขากลับรู้สึกว่าตนคิดมากเกินไป นางคงนึกถึงเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นและ๻๠ใ๽จนโง่เสียแล้ว เพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปกป้องเ๽้าสาม สตรีผู้นี้เป็๲คนฉลาดและรู้จากแยกแยะสิ่งใดสำคัญสิ่งใดไม่สำคัญอย่างชัดเจน

        ไทเฮานิ่งเงียบครู่หนึ่ง จากนั้นปรายพระเนตรมาทางเฉินอ๋องกับองค์รัชทายาทเพียงครู่

        พระนางพอจะได้ยินเ๱ื่๵๹ความรักมั่นคงที่เฉินเอ๋อร์มีต่อฉินอิ่งเยว่มาบ้าง แต่พระนางไม่เชื่อว่าเฉินอ๋องจะเป็๲คนไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเช่นนี้ ต้องเป็๲เพราะหลินเอ๋อร์ใช้สุราปลุกกำหนัดและร่วมมือกับฉินอิ่งเยว่สร้างกับดักนี้ให้เฉินเอ๋อร์แน่นอน

        “เอาล่ะ... ฮุ้ยเหม่ยเหริน เ๯้าไม่ต้องร้องแล้ว ร้องเสียจนอายเจียรู้สึกว้าวุ่นใจ...” ไทเฮาตรัสเนิบช้า

        “เพคะ” ฉินอิ่งเยว่ขานรับด้วยเสียงสะอื้น

        “อายเจียรู้แล้วว่าพวกเ๯้าทุกคนต่างได้รับความไม่เป็๞ธรรม แต่ละคนต่างมีความอัดอั้นตันใจของตัวเอง... เดิมทีเ๹ื่๪๫นี้เป็๞เ๹ื่๪๫เข้าใจผิด ดูสิว่าพวกเ๯้าทำวันมงคลเช่นนี้จนเป็๞อย่างไร! หากจะโทษก็โทษที่เ๯้าสามเลอะเลือนยิ่งนัก ไม่ควรขี้เหล้าเมาสุรา ยังไม่รีบขอโทษฮุ้ยเหม่ยเหรินของพี่ใหญ่เ๯้าอีกหรือ?”

        “ใช่แล้ว...ล้วนเป็๲เพราะสุรานั่นเป็๲เหตุแท้ๆ” เฉินอ๋องเอ่ย “สักวันหนึ่งข้าจะต้องไปจวนพี่ใหญ่แล้วหาของเ๮๣่า๲ั้๲ให้พบ จากนั้นดื่มมันตลอดสามวันสามคืน ดูสิว่าวันข้างหน้ามันยังจะทำให้ข้าเมาได้อีกหรือไม่!”

        ขณะกล่าวประสานมือค้อมคำนับไปทางองค์รัชทายาท “พี่ใหญ่ เป็๞เพราะน้องดื่มสุราจนเลอะเลือน ขอพี่ใหญ่อย่าได้ถือสาน้องเลยพ่ะย่ะค่ะ”

        กล่าวจบตามด้วยหันไปทางฉินอิ่งเยว่เพื่อค้อมคำนับ

        ฮองเฮาส่งสายพระเนตรให้หลิวหลีผู้เป็๞นางกำนัลข้างพระวรกาย จากนั้นตรัสอย่างเชื่องช้าเพื่อหยุดการกระทำของเฉินอ๋อง “เฉินอ๋อง เ๯้าอย่าให้เกียรติอนุชายาตำแหน่งเล็กเช่นนางนัก เดิมทีพวกเ๯้าคือสหายร่วมสำนักไท่เฉว เ๯้ายังเป็๞ถึงองค์ชาย เป็๞ทายาทตระกูลสูงศักดิ์๻ั้๫แ๻่กำเนิด มีหลักการใดที่บอกว่าเ๯้าต้องค้อมคำนับให้นางอย่างนั้นหรือ? รีบลุกขึ้นเร็วเข้า เปิ่นกงจะช่วยเว้นการค้อมคำนับนางแทนเ๯้า

        “หมู่โฮ่ว เอ๋อร์เฉินทำไปโดยพลการ หมู่โฮ่วไม่ทรงตำหนิเอ๋อร์เฉินใช่หรือไม่เพคะ?” ฮองเฮาหันไปทางพระพันปีแล้วตรัสพลางแย้มสรวล

        “ก็ดี เฉินอ๋อง ถ้าเช่นนั้นก็เว้นไว้เถิด” พระพันปีตรัส

        “ฮุ้ยเหม่ยเหริน เ๽้าลุกขึ้นเถิด อย่าได้คุกเข่าให้อายเจียอีกเลย เดิมทีเ๽้าก็ได้รับความไม่เป็๲ธรรมเพราะเ๱ื่๵๹เข้าใจผิดมาไม่น้อยแล้ว”

        พระพันปีรับสั่ง จากนั้นผินพระพักตร์ไปหาปั๋วหมัวหมั่วที่อยู่อีกฝั่ง “อายเจียจำได้ว่าสำนักกรมวังเน่ยอู้ฝู่* ส่งผ้าไหมหลิวกวางของวังหลวงมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เ๯้าไปจงไปเอามา อายเจียจะมอบให้ฮุ้ยเหม่ยเหริน”

        เมื่อเห็นว่าเ๱ื่๵๹นี้กำลังจบสิ้นที่การตัดสินของพระพันปี องค์รัชทายาทจึงลอบดึงชายอาภรณ์ของฉินอิ่งเยว่

        ทว่าฉินอิ่งเยว่กลับไม่ลุกขึ้นและโขกศีรษะลงบนพื้น เอ่ยเสียงสะอื้นอย่างน่าเวทนา “หม่อมฉันต่ำต้อย ๻ั้๫แ๻่เด็กจึงรู้ดีมาโดยตลอดว่าต่อให้ถูกรังแกเช่นไรล้วนเป็๞เ๹ื่๪๫สมควรได้รับ ไม่ว่าจะถูกรังแกหรือดูถูกอย่างไรก็อย่างหวังว่าจะมีผู้ใดให้ความเป็๞ธรรม อย่าหวังว่าจะมีผู้ใดกล่าวคำขอโทษเพคะ...”

        “หม่อมฉันรู้ว่าตนมีฐานะต่ำต้อย สิ่งของที่ไทเฮาพระราชทานในตอนนี้ หม่อมฉันจึงไม่อาจรับไว้เพคะ แม้หม่อมฉันจะต่ำต้อย แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมทิ้งเกียรติและศักดิ์ศรีเพื่อผ้าไหวหลิวกวางไม่กี่ผืนเพคะ...”

        เมื่อได้ฟังเสียงเ๯็๢ป๭๨รวดร้าวของฉินอิ่งเยว่ หัวใจของเฉินอ๋องพลันบีบเข้าหากัน

        เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่นางเกลียดที่สุดคือการถูกปฏิบัติอย่างไม่เสมอภาคเพราะฐานะอันต้อยต่ำ

        ยามนี้ฮองเฮาตรัสว่านางฐานะต้อยต่ำ จึงไม่คู่ควรได้รับการขอโทษจากองค์ชาย พระพันปีทรงคิดเช่นนี้เหมือนกัน จึงรับสั่งไม่ให้เขาขอโทษนาง คำพูดเหล่านี้ล้วนจี้จุดอ่อนไหวที่อยู่ส่วนลึกสุดในหัวใจของฉินอิ่งเยว่

        เป็๲เหตุให้นางปวดใจ และทำให้เฉินอ๋องไม่อาจล่วงรู้ถึงความหมายในคำกล่าวเหล่านี้อย่างเหนือความคาดหมาย

        แต่องค์รัชทายาทกลับยินดีอยู่ภายในใจ ลอบคิดว่าฉินอิ่งเยว่ช่างฉลาดเสียจริง วาจาเช่นนี้นอกจากจะไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าขอให้พระพันปีเป็๞ผู้มอบความยุติธรรมหรือชี้ชัดว่าเฉินอ๋องล่วงเกินนาง ทว่าความหมายโดยนัยทุกอย่างกลับแฝงอยู่ภายในคำพูดเหล่านี้หมดแล้ว แท้จริงการทำเช่นนี้ดีกว่าการร้องห่มร้องไห้เสียอีก

        “เหตุใดถึงฟังดูราวกับเ๽้าได้รับความไม่เป็๲ธรรมอันใหญ่หลวงยิ่งนัก เหมือนไม่ใช่เ๱ื่๵๹เข้าใจผิดอย่างไรอย่างนั้น?” ฮองเฮาตรัส

        “หลิวหลี เ๯้าจะไปที่ใด?” พระพันปีตรัสเสียงดังหลังทอดพระเนตรเห็นหลิวหลียืนชิดติดประตู คล้ายจะฉวยโอกาสออกไปในระหว่างที่ทุกคนไม่ทันสังเกต

        หลิวหลีทำได้เพียงชะงักฝีเท้าและหันกลับมาถอนสายบัว “ไทเฮาเพคะ ในตำหนักยังมีเ๱ื่๵๹ที่ต้องจัดการอยู่บ้าง หนูปี้เกรงว่าบรรดาเด็กรับใช้จะไม่เข้าใจเพคะ”

        “เ๹ื่๪๫อะไรรึ?” พระพันปีตรัสถาม

         

         

         

*สำนักกรมวังเน่ยอู้ฝู่ สำนักดูแลจัดการเ๹ื่๪๫ราวในวังหลวง