ไม่รอให้ซูเฟยซื่อคิดมากเสียงฝีเท้า่หนึ่งได้ดังมาทางนี้แล้ว พร้อมกับเสียงหยาบกระด้างของผู้ชายคนหนึ่ง“เร็ว ล้อมที่นี่ไว้ให้ข้า กระทั่งแมลงวันตัวหนึ่งก็ไม่อนุญาตให้ปล่อยไป”
เพียงไม่กี่นาที สวนบุปผชาติหลวงก็ถูกกองทหารรักษาพระองค์ล้อมจนแน่นขนัดแม้แต่น้ำหยดเดียวก็ผ่านเข้าไปไม่ได้ซูเฟยซื่อกับหลี่ิ่เอ๋อร์ย่อมอยู่ภายในด้วย
ได้เห็นพวกนางสองคน ชายหนุ่มที่เป็ผู้นำรีบก้าวเข้ามาข้างหน้าดูเหมือนคิดจะซักถามอะไรแต่สายตาแหลมคมได้เห็นหลัวฉีลี่ที่คว่ำล้มลงในพุ่มไม้สีหน้าพลันเคร่งขรึมขึ้นทันที “นี่มันเื่อะไรกัน?ทหาร รีบไปทูลรายงานฮ่องเต้ คุณหนูหลัวถูกลอบสังหารแล้วอีกคนไปเชิญหมอหลวง เร็วเข้า”
ซูเฟยซื่อถูกสถานการณ์ตรงหน้าทำเอามึนไปบ้างหางตาเหลือบไปที่หลี่ิ่เอ๋อร์ แต่เห็นทั่วหน้านางสงบนิ่ง ภายในดวงตายังแฝงความตื่นเต้นบ้าง
นี่... ที่แท้เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?
“ข้าน้อยน้อมพบคุณหนูสามกับคุณหนูตระกูลหลี่จวนอัครมหาเสนาบดี มีการล่วงเกินที่ใดยังขอให้คุณหนูสองท่านอภัยโทษแต่ในเมื่อขณะที่คุณหนูหลัวเสียชีวิตมีพวกท่านสองคนอยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นข้าน้อยจำต้องคุมตัวพวกท่านไปไว้ในคุกหลวง รอฮ่องเต้ทรงพิจารณาตัดสินคดี ขอคุณหนูทั้งสองท่านให้ความร่วมมือด้วยขอรับ”ชายหนุ่มสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาจบ จึงคำนับซูเฟยซื่อกับหลี่ิ่เอ๋อร์อย่างเคารพนบน้อม
แม้กล่าวว่าเป็การคำนับ แต่ดวงตาของเขาเปล่งประกายดุจคบไฟน้ำเสียงยิ่งเหมือนกำลังสอบสวนนักโทษ
กล่าวจบ เขาไม่รอให้ซูเฟยซื่อกับหลี่ิ่เอ๋อร์อ้าปากโบกมือใหญ่เรียกองครักษ์หลายคนมาทันที “นำคุณหนูสองคนลงไป”
“ขอรับ” คำบัญชาการทางทหารดั่งูเา องครักษ์ไหนเลยจะสนใจว่าเป็คุณหนูหรือไม่ก้าวมาข้างหน้าก็คุมตัวทั้งสองคนไป
เวลานี้เอง หลี่ิ่เอ๋อร์ที่ไม่ได้เอ่ยปากมาตลอด จู่ๆะโเสียงแหลมด้วยความหวาดกลัวชี้ไปที่ซูเฟยซื่อ “เป็นางข้าเห็นนางฆ่าคุณหนูหลัวกับตา เพราะวันนี้คุณหนูหลัวใส่ชุดกระโปรงแบบเดียวกันกับนางสองคนยังได้ทะเลาะกันใหญ่โตที่หน้าประตูวัง หลายๆ คนต่างก็เป็พยานได้”
ดวงตาทั้งสองของซูเฟยซื่อเบิกกว้างอย่างฉับพลัน คิดไม่ถึงว่าหลี่ิ่เอ๋อร์ถึงกับใส่ร้ายป้ายสีนางให้เป็มลทินอย่างอลังการเช่นนี้“เ้าพูดเหลวไหล เห็นชัดๆ เป็เ้าพูดว่าจะไปห้องสุขา ให้ข้าไปเป็เพื่อนเ้า ข้าจึงตามเ้ามาด้วยกันเ้ากับข้ามาที่นี่ในเวลาเดียวกัน ทั้งได้เห็นคุณหนูหลัวล้มคว่ำอยู่ที่นี่ด้วยเ้ามาว่าเป็ข้าสังหารได้อย่างไร?”
อืม นางเข้าใจแล้ว ในที่สุดตอนนี้นางก็เข้าใจแล้ว
เดิมนางยังคิดไม่ออกว่าทำไมซูจิ้งเถียนจัดให้นางใส่เสื้อผ้าเหมือนกันกับหลัวฉีลี่ยังยั่วให้หลัวฉีลี่โกรธเป็พิเศษ ให้พวกนางสองคนทะเลาะกันใหญ่โตที่หน้าประตูวัง
วัตถุประสงค์เดิมของนางก็เป็ให้ทุกคนรู้สึกว่านางกับหลัวฉีลี่มีความแค้นกัน
ดังนั้นทันทีที่หลัวฉีลี่ตายนางก็เป็บุคคลที่น่าสงสัยมากที่สุด
บวกกับเมื่อหลัวฉีลี่ตายนางอยู่ในที่เกิดเหตุยังมีคำให้การของหลี่ิ่เอ๋อร์ แรงจูงใจพยานหลักฐานทางวัตถุอยู่พร้อมหน้า
กล้าสังหารคนในพระราชวัง คนที่ถูกสังหารเป็ลูกสาวของขุนนางคนสำคัญครั้งนี้นางไม่ตายก็เป็เื่ยากแล้ว
แผนที่สามารถฆ่านางได้ที่ดีแผนหนึ่ง
ด้วยระดับสติปัญญาของนางแซ่หลี่กับซูจิ้งเถียนไม่สามารถคิดออกมาได้เด็ดขาดดูไปแล้วครั้งนี้คนที่จะจัดการนางเป็หลี่ชิ่งเหยียน
อืม แม้แต่เ้าบ้านตระกูลหลี่ก็เริ่มโต้กลับนางมีผลคุกคามต่อพวกเขามากขนาดนั้นเลยหรือ?
“เห็นชัดๆ ว่าก็เป็คนที่เ้าฆ่าคาดไม่ถึงว่าเ้ายังมีหน้าโต้แย้งอย่างเ้าเล่ห์?คุณหนูหลัวเพียงมีปากเสียงกับเ้าเล็กน้อยเ้าจำเป็ต้องลงมืออำมหิตด้วยหรือ?” หลี่ิ่เอ๋อร์ได้ทีไหนเลยจะปล่อยซูเฟยซื่อไปอย่างง่ายดาย
“หุบปากให้หมด ข้าน้อยเป็เพียงผู้บัญชาการกองทหารรักษาพระองค์เท่านั้นคุณหนูทั้งสองโวยวายอยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีประโยชน์ยังต้องรบกวนให้พวกท่านสองคนไปคุกหลวงกันสักคราขอรับ” กล่าวจบ ก็ส่งสายตาเป็สัญญาณให้ทหารรักษาพระองค์หลายคนรีบก้าวมาข้างหน้า
ได้ยินว่าต้องถูกจับเข้าคุกหลวงหลี่ิ่เอ๋อร์ลนลานไปบ้างอย่างอดไม่ได้
แต่หวนคิดอีกครั้ง เป้าหมายของตระกูลหลี่ครั้งนี้เป็ซูเฟยซื่อต่อให้ถูกจับเข้าคุกหลวง เมื่อถึงเวลาคนที่จะตายก็เป็ซูเฟยซื่อเพียงคนเดียวนางเพียงไปเดินเล่นสักรอบเท่านั้น มีอะไรที่ต้องกลัว?
คิดถึงตรงนี้ นางก็รามือให้จับทันที
ซูเฟยซื่อหรี่ตาเล็กน้อย รู้ว่าพูดมากไร้ประโยชน์ก็ปล่อยให้ตัวเองถูกทหารรักษาพระองค์จับไปแต่โดยดี
พวกนางถูกนำตัวไปยังคุกหลวงโดยเร็ว ไม่ได้เป็ครั้งแรกที่ซูเฟยซื่อเข้าคุกหลวงนางเคยชินกับความน่าสะพรึงกลัวและอำมหิตของที่นี่แล้ว
แต่หลี่ิ่เอ๋อร์กลับไม่เคยเห็นฉากอะไรแบบนี้มาก่อน เห็นนักโทษที่หิวโหยจนผอมแห้งเหลือหนังหุ้มกระดูกที่สกปรกโสโครกในห้องขังเ่าั้ความชิงชังในใจก็เกิดขึ้นตามธรรมดา
กลับสั่นเทิ้มอย่างช่วยไม่ได้อีก ที่แท้นางต้องอยู่ในสถานที่ราวนรกแบบนี้นานเท่าไร?
“เข้าไปข้างในเถอะ”ทหารรักษาพระองค์ได้นำตัวพวกนางทั้งสองเข้าไปในห้องขังเดียวกันนี่จึงใช้โซ่กุญแจล็อคประตูห้องขังเอาไว้
หลี่ิ่เอ๋อร์มองพิจารณาห้องขังไปแล้วรอบหนึ่งผนังกำแพงเป็ลายพร้อยสีดำเก่า หญ้าแห้งที่ทั้งสกปรกทั้งเหม็น เมื่อคิดถึงว่านักโทษต่ำต้อยเ่าั้ยังเคยนอนอยู่ข้างบนนางก็ขนลุกอย่างอดไม่ได้
ซูเฟยซื่อกลับเงียบสงบเลือกตำแหน่งที่ใกล้มุมผนังกำแพงแห่งหนึ่งแล้วนั่งลงรู้สึกไม่สบายยังเทินกองหญ้าแห้งเอง
เห็นแบบนี้ หลี่ิ่เอ๋อร์เพลิงโกรธลุกโชนอย่างอดไม่ได้ หรือว่าเวลานี้ซูเฟยซื่อไม่ควรลุกลี้ลุกลนมาขอความช่วยเหลือจากนางหรือ?
“เ้าคิดยืนก็ยืนไป อย่ายืนตรงหน้าข้าได้กลิ่นเหม็นบูดลอยมาบ่อยนัก” ซูเฟยซื่อเอ่ยปากพูดเบาๆกล่าวจบก็หลับตาลงราวกับเตรียมจะนอนหลับสักตั้ง
อะไร? เหม็นบูด!
“ซูเฟยซื่อ เ้าหมายถึงอะไร เ้าอย่าคิดว่าแกล้งทำท่าออกมาแบบนี้ก็จะทำให้ข้ารู้สึกว่าเ้าไม่กลัวหลัวฉีลี่เป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูลหลัวนางตายแล้ว ตระกูลหลัวต้องไม่ปล่อยเ้าไป”หลี่ิ่เอ๋อร์กล่าวอย่างโเี้
ดูเหมือนคิด้าที่จะระบายความไม่พอใจในคุกหลวงนี้ไปบนร่างซูเฟยซื่อให้หมด
แต่น่าเสียดายที่ซูเฟยซื่อกลับไม่เห็นด้วย “อ้อ? ตระกูลหลัวย่อมไม่ปล่อยให้ฆาตกรที่สังหารหลัวฉีลี่ไปได้แต่ต้องไม่ใช่ข้าแน่นอน”
น้ำเสียงของซูเฟยซื่อมั่นใจแน่วแน่แต่กลับทำให้หลี่ิ่เอ๋อร์ลนลานไปบ้างแล้ว “เ้าอาศัยอะไรจึงมั่นใจแบบนั้น? ที่นี่ไม่ได้เป็จวนอัครมหาเสนาบดีที่สามารถให้เ้าสมปรารถนาตามที่มุ่งหวังถ้าฮ่องเต้ทรงตำหนิโทษลงมา แม้แต่ลุงเขยก็ช่วยเ้าไม่ได้”
“แล้วอย่างไรอีกล่ะ?” ซูเฟยซื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้น“ข้ากลับยิ่งสงสัยว่าข้ามีภัยคุกคามต่อตระกูลหลี่มากขนาดนั้นจริงหรือ? แม้แต่หลี่ชิ่งเหยียนก็ลงมือแล้ว”
ดวงตาทั้งสองของหลี่ิ่เอ๋อร์ถลึงโตอย่างแรง“เ้า...เ้าพูดเหลวไหลอะไร ข้าฟังไม่เข้าใจทั้งสิ้น”
“ถ้าเ้าฟังไม่เข้าใจจริงๆ ก็จะไม่มีปฏิกิริยาดังกล่าวเ้าควรตำหนิข้าถึงกับกล้าเรียกชื่อของเ้าบ้านตระกูลหลี่ตรงๆ”ซูเฟยซื่อกล่าวอย่างเยาะเย้ย ดูเหมือนกำลังหัวเราะเยาะฝีมือการแสดงที่แย่เกินไปของหลี่ิ่เอ๋อร์
“เ้าพูดว่าอะไรก็แล้วแต่เ้า”ในที่สุดหลี่ิ่เอ๋อร์ก็ตระหนักถึงความร้ายกาจของซูเฟยซื่อแล้วแม้แต่พูดจาต่างตะกุกตะกักไปหมด
“เ้ากับข้าสามารถนั่งในห้องขังเดียวกันก็นับเป็วาสนาด้วยเ้าลองพูดกับข้าซิว่าที่แท้พวกเ้าใช้วิธีไหนทำให้ข้ากับหลัวฉีลี่สามารถสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกันได้จะดีกว่าไหม?” ถึงบัดนี้นางยังคิดไม่เข้าใจปัญหานี้
“อะไร วิธีอะไร ข้าไม่รู้ เ้าอย่าพูดเหลวไหล”หลี่ิ่เอ๋อร์หันหลังไปซะเลย ไม่มองซูเฟยซื่ออีก ไม่คิดสนใจนางอีกต่อไปด้วย
เห็นแบบนี้ ซูเฟยซื่อรู้สึกโล่งใจทันทีสลัดคราบท่าทีมั่นใจสงบนิ่งเฉยลงมา แทนที่ด้วยความกังวลลางๆ
นางแกล้งทำเป็สงบนิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้หลี่ิ่เอ๋อร์ได้ใจว่าประสบความสำเร็จแต่ควรผ่านด่านนี้อย่างไร นางยังไม่มีเบาะแสเหมือนเดิม
