คิดไม่ถึงว่าซูเฟยซื่อกลับส่ายหน้า“ไม่ ลูกกับน้องสี่ถูกลงโทษด้วยกัน ย่อมต้องรอนางถูกลงโทษจนจบแล้วกลับไปด้วยกันเ้าค่ะ”
อย่าคิดว่านางไม่รู้ว่าซูเต๋อเหยียนดีดลูกคิดอะไรไว้ในใจ
ทันทีที่นางออกไปไม้กระดานที่เหลือของซูจิ้งเถียนก็ได้รับการยกเว้นแล้ว ไยมิใช่ยี่สิบไม้กระดานใหญ่ของนางเมื่อครู่เท่ากับโดนฟาดไปเปล่าๆ?
สังหารศัตรูหนึ่งหมื่นตนเองสูญเสียแปดพัน ดาบกระทบดาบ แข็งกระทบแข็ง าเ็สาหัสทั้งสองฝ่ายถือเป็วิธีที่โง่มากแล้ว
ถ้ายังไม่สามารถส่งผลให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดนางจะยอมสมัครใจจากไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
“นี่...แต่าแบนร่างเ้า? ” ซูเต๋อเหยียนคิดไม่ถึงว่าซูเฟยซื่อจะดื้อรั้นมากเช่นนี้
“ลูกไม่เป็ไรไม้กระดานที่น้องสี่โดนเป็สองเท่าของลูก น้องสามารถรับได้ทั้งหมดลูกมีอะไรที่จะรับไม่ได้อีก? ” ซูเฟยซื่อกล่าวจบ ยังไม่ลืมที่จะหันไปมองซูจิ้งเถียนคราหนึ่ง
เพียงเห็นนางเหลือลมหายใจรวยรินกระแสหนึ่งกระทั่งร้องะโก็ไม่มีพลังเหลือแล้ว
มองดูซูจิ้งเถียนถูกฟาดสี่สิบกระดานใหญ่จบซูเฟยซื่อจึงยอมให้คนแบกกลับจวนอัครมหาเสนาบดี
ขณะที่นางเพิ่งเข้าสวนปี้หวิน จือฉินก็ร้องไห้พุ่งทะยานเข้ามาหา “คุณหนู คุณหนู นี่ท่านเป็อะไรไป? เป็ใครตีท่าน ซูจิ้งโหยวใช่หรือไม่? ”
ซูเฟยซื่อไม่ได้พูดจา แต่ซางจื่อซึ่งเดิมก็กลับมาด้วยกันจากในพระตำหนักร้องไห้มาตลอดทาง
นางสะอึกสะอื้นจนไม่สามารถพูดจาดีๆ ได้ได้แต่พยักหน้านับเป็การตอบรับ
“ซูจิ้งโหยวนังสารเลวนี่คิดไม่ถึงว่ากล้าลงมือโหดร้ายต่อท่าน ข้าจะเข้าไปในพระตำหนักสังหารนาง” เซ่าชิงสองมือชูเป็กำปั้นกล่าวพลางจะพุ่งไปยังพระตำหนัก
โชคดีที่จือฉินจับเขาไว้ทันการ “สังหารนาง?พูดเสียง่ายดาย นางเป็ถึงพระสนมโหยว ไม่ต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดของพระตำหนักเ้าสามารถบุกเข้าไปได้ก็ถือเป็ปัญหาหนึ่ง บอกว่าเ้าสังหารนางได้จริงแล้ว นั่นมิใช่เป็การนำมาซึ่งความยุ่งยากต่อคุณหนูหรือ เ้าได้คิดก่อนพูดหรือไม่? ”
เมื่อครู่ซูเฟยซื่อเพิ่งถูกตีที่ตำหนักเสียนโหย่ว แม้กระทั่งการตายของซูจิ้งโหยว
ให้ใครต่างสงสัยว่าเป็การกระทำของซูเฟยซื่อทั้งสิ้น
นอกจากนี้เซ่าชิงก็ไม่มีความสามารถแบบที่จะบุกฝ่าเข้าไปในพระตำหนักด้วย
วาจาของจือฉินก็เป็เหมือนน้ำเย็นอ่างหนึ่งดับไฟที่ไม่มีสติในหัวใจของเซ่าชิงไปจนหมดสิ้น “ที่เ้าพูดไม่ผิดเป็ข้ามุทะลุไปแล้ว”
เมื่อนางเห็นพวกเขาทั้งสองเป็แบบนี้ ซูเฟยซื่ออดไม่ได้ที่จะดึงมุมปาก “ข้าไม่เป็ไร เป็เพียงยี่สิบไม้กระดานใหญ่ ข้ายังรับไหว”
“อย่างนั้นหรือ? ” เสียงที่ชั่วร้ายน่าสยองราวปีศาจดังมาจากเบื้องบน จากที่ไกลเข้ามาใกล้ฟังจนทุกคนในที่เกิดเหตุอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทิ้มทันที
เมื่อเสียงจบลง ลมบ้าคลั่งทั่วสารทิศก็กระพือขึ้นรุนแรงราวกับว่ากำลังจะฉีกสวนปี้หวินทั้งหลังทิ้งไปแบบนั้น
เซ่าชิงกับซางจื่อ รีบรุดไปต้านไว้ตรงหน้าซูเฟยซื่อเพื่อไม่ให้ซูเฟยซื่อได้รับาเ็
“ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต คุณหนูเพิ่งถูกฟาดยี่สิบไม้กระดานใหญ่ร่างกายยังอ่อนแอ รับพลังภายในของท่านไม่ไหวเ้าค่ะ” ซางจื่อเผชิญหน้ากับพายุ กล่าวอย่างยากลำบาก
นางเอ่ยปากทุกคนจึงรู้ว่าที่แท้พายุนี้เป็พลังภายในของอวี้เสวียนจี
แรงพายุนี้เกือบจะสามารถพัดมนุษย์บินเหินไปบนท้องฟ้า เห็นได้ชัดว่าพลังภายในของอวี้เสวียนจีมีอานุภาพรุนแรงมากแล้ว
“อืม แม้แต่ยี่สิบไม้กระดานใหญ่ยังสามารถรับได้ทั้งหมดยังกลัวสิ่งนี้อีก? ” เสียงของอวี้เสวียนจีแข็งขึ้นหลายส่วน ราวกับสายฉินที่ถูกกระชากจนขาดอย่างรุนแรงทั้งแฝงความโกรธเอาไว้ เขาใช้พลังภายในกระแทกเซ่าชิงกับซางจื่อบินไปทั้งอย่างนั้นแล้ว
“อวี้เสวียนจี! ” เห็นเซ่าชิงกับซางจื่อถูกกระแทกปลิวตกไปบนพื้น ซูเฟยซื่ออดไม่ได้ที่จะร้อนใจแล้ว
เซ่าชิงกับซางจื่อต่างเป็ยอดฝีมือที่สามารถหาออกมาได้ยากคนหนึ่งแต่ตอนนี้ยังไม่ได้ลงมือก็ถูกอวี้เสวียนจีกระแทกปลิวไปแล้ว
พลังของอวี้เสวียนจีแทบเพิ่มขยายขึ้นอย่างมากมายยิ่งกว่าชีวิตในชาติที่แล้วของนางอีก
ก้าวหน้าถึงขั้นที่ทำให้ผู้คนตื่นตระหนกแล้ว
“อะไร? คุณหนูสามไม่ใช่มีความสามารถมากหรอกหรือ? เ้าเกิดกลัวขึ้นมาแล้ว? ” อวี้เสวียนจีไม่ได้ใช้พลังภายในอีกต่อไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยพวกเขาไปด้วย
“ไม่ว่าข้าได้ทำผิดต่อท่านในที่ใดต่างไม่เกี่ยวอะไรกับคนรอบข้างของข้า ยังขอท่านอ๋องปล่อยพวกเขาไป” ซูเฟยซื่อกุมหน้าอกไว้พลังภายในของอวี้เสวียนจีแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ แล้ว กระทั่งนางยังรับไว้ไม่ไหว
เซ่าชิงกับซางจื่ออยากจะลุกขึ้นแต่กลับไม่สามารถที่จะลุกขึ้นได้ พวกเขาถูกพลังภายในกดทับไว้ตลอด
แต่สิ่งที่ซูเฟยซื่อเป็กังวลมากที่สุดเป็จือฉินที่ไม่เป็วิทยายุทธ์เพียงเห็นสองมือนางกุมศีรษะเกลือกกลิ้งไปกับพื้น
ขืนเป็อย่างนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วกระดูกสมองนางต้องแหลกกระจุยจนเสียชีวิตได้
ตาหงส์ของอวี้เสวียนจีหรี่เล็กน้อยประกายเย็นวาบสาดไปยังซูเฟยซื่อราวสสารจริง “เ้าเองยังยากที่จะปกป้องตนเองแล้วยังมีใจคิดไปยุ่งคนอื่น?ด้วยสถานการณ์ของเ้าในปัจจุบัน ขอเพียงข้าอุปราชเพิ่มกระแสแรงอีกหลายส่วน เ้าก็จะถูกพลังภายในของข้าอุปราชกระแทกจนกระอักเืหรือว่าเ้าไม่กลัว? ”
“ไม่กลัว เพราะข้าเชื่อว่าท่านอ๋องจะไม่ทำเช่นนี้”ซูเฟยซื่อใช้แรงสูดหายใจเข้าลึกๆ คิดยืมสิ่งนี้ต้านพลังภายในอันแกร่งกล้าของอวี้เสวียนจีไว้
“หืม? ” อวี้เสวียนจีเลิกคิ้วแล้ว ดูเหมือนสนใจในข้อความต่อไปของนางมาก
“ถ้าท่านอ๋องคิดจะสังหารข้าหรือคนใดคนหนึ่งในที่นี้ ท่านคงไม่ควบคุมพลังภายในไว้ดีขนาดนี้ แม้แต่จือฉินที่ไม่เป็วิทยายุทธ์ก็เจ็บเพียงปวดศีรษะจนแทบะเิยิ่งกว่านี้ ข้าเชื่อว่าท่านอ๋องไม่ฉวยโอกาสในขณะที่คนเกิดวิกฤติ หากคิดเอาชีวิตน้อยๆของข้า ต้องคิดต่อสู้ฉากหนึ่งกับข้าอย่างเปิดเผยแน่นอน” เพราะบนร่างมีอาการาเ็ คำพูดรอบนี้ซูเฟยซื่อเกือบจะใช้พลังทั่วร่างของนางเค้นออกมาพูด
ั้แ่ที่นางได้เห็นจือฉินยังมีชีวิตอยู่นางก็รู้ว่าจุดประสงค์ของอวี้เสวียนจีที่มาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อฆ่าคน
มิฉะนั้นด้วยพลังภายในของอวี้เสวียนจีจือฉินไม่มีโอกาสแม้แต่ขอความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น
นี่เป็...ทำไมจู่ๆ อวี้เสวียนจีถึงได้แสดงความโกรธจัดมากมายขนาดนี้?
นางทำอะไรผิดอีกแล้วหรือ!
“หึ ต่อสู้กับข้าอุปราชอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาเ้าคิดว่าจะสู้ข้าอุปราชได้หรือ? ” น้ำเสียงของอวี้เสวียนจีเ็า แต่เก็บพลังภายในกลับมาอย่างฉับพลัน เขาพลันปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
ทุกคนต่างโล่งใจทันทีที่เห็นอวี้เสวียนจีเสร็จงาน
ดูๆ ไปแล้ว มีเพียงซูเฟยซื่อที่สามารถควบคุมอวี้เสวียนจีไว้ได้
“สู้ไม่ได้ก็ต้องสู้ั้แ่ไหนแต่ไรข้าเป็คนหนึ่งที่ไม่มีวันรามือ ยอมให้จับง่ายๆ ” ซูเฟยซื่อกล่าวพลางกัดฟัน
ประกายแสงในดวงตาของอวี้เสวียนจีหมุนเปลี่ยนไปมายากที่จะเดาอารมณ์ เป็เวลานานจึงคายประโยคหนึ่งออกมาอย่างช้าๆ “ข้าอุปราชรับทราบ”
ร่างของซูเฟยซื่อแข็งทื่อ รับทราบ?เขารับทราบอะไร?
“พวกเ้าถอยออกไปให้หมด ข้าอุปราชมีเื่ต้องคุยกับนาง” กล่าวจบอวี้เสวียนจีก็หนีบซูเฟยซื่อขึ้นมา เหาะเหินเข้าไปในห้องด้วยความเร็วปานสายฟ้าซึ่งไม่ทันได้ระวัง ทั้งยังไม่ลืมที่จะปิดประตู
“นี่...” มองดูคุณหนูที่ในยามปกติหยิ่งยะโสเ็าคนนั้นคาดไม่ถึงจะว่าถูกอวี้เสวียนจีหิ้วเหมือนหิ้วหนูออกไป จือฉินอดไม่ได้ที่จะตะลึงลานจนกระทั่งวาจาก็พูดไม่ออก
บนใบหน้าเซ่าชิงบัดเดี๋ยวเขียวบัดเดี๋ยวขาว อวี้เสวียนจีถึงกลับกล้ารังแกซูเฟยซื่อต่อหน้าเขา?
ช่วยหรือไม่ช่วย?
ถ้าช่วย ด้วยวิทยายุทธ์ของเขาต้องมีส่วนถูกโยนออกมาแน่ๆ
ถ้าไม่ช่วย...
ดูเหมือนจะไม่เกิดเื่ใหญ่อะไรขึ้น
เซ่าชิงคิดว่า ถ้าเช่นนั้นก็แล้วไปเถิด เขาใช้มือโบกไล่ซางจื่อกับจือฉินแทน “ออกไปๆ สามีภรรยาเขาทะเลาะกันเราจะผสมโรงไปเพื่ออะไร”
“สามีภรรยา? ” จือฉินใส่งเสียงร้องออกมาใบหน้าดวงน้อยแดงไปหมดในชั่วพริบตา
เดิมคิดว่าเซ่าชิงพูดเหลวไหล คิดไม่ถึงว่าซางจื่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเหมือนลูกไก่จิกข้าว
นี่...
ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ
เรือนมีสภาพเงียบสงบในชั่วพริบตานอกจากเสียงหายใจของอวี้เสวียนจีกับซูเฟยซื่อแล้ว ไม่มีเสียงอื่นๆ อีก
“คิก” อวี้เสวียนจีได้ยินคำพูดของเซ่าชิงและทั้งหมดเข้าไปในหูแล้วอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา “คนในเรือนเ้ายังน่าสนุกเหมือนเดิม”
ซูเฟยซื่อรู้สึกกระอักกระอ่วน นางไอเบาๆ รีบเปลี่ยนหัวเื่“ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านอ๋องมาเยือนด้วยเื่อันใด? ”
