“แม่!”
เซี่ยต้าจวินรู้สึกไม่พอใจตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความสงสัยต่อสถานการณ์ที่เซี่ยจื่ออวี้พูด เสี่ยวหลานลูกคนนั้นของเขามีปัญญาเรียนหนังสือที่เซี่ยนอีจงด้วย? ไม่ใช่ว่าอ่านหนังสือก็ปวดหัวหรือถึงได้ตัดสินใจไม่เรียนต่อหลังจากจบมัธยมต้นแล้วตอนนั้นในบ้านเตรียมส่งเสียเซี่ยจื่ออวี้เรียนมหาวิทยาลัย เซี่ยจื่ออวี้นั้นกำลังเรียนที่เซี่ยนอีจงอีกทั้งจางชุ่ยก็จะเข้าเมืองไปดูแลเธอด้วย
ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าบ้านและกินดื่มของสองแม่ลูกนั้น แน่นอนว่าครอบครัวย่อมต้องออกให้
รวมถึงน้องชายของเซี่ยจื่ออวี้ น้องชายสองคนของเซี่ยหงเซี๋ยเด็กชายพวกนี้ยังเล็ก ใช้แรงงานไม่เป็ชิ้นเป็อัน ทุกคนล้วนต้องเข้าเรียนเข้าเรียนก็ต้องใช้เงินหากปล่อยให้เซี่ยเสี่ยวหลานและเซี่ยหงเซี๋ยเรียนหนังสือต่อไปโดยไม่วางแผนทางการเงินเ้าพวกเด็กเล็กที่เหลือคงต้องเลิกเรียนกลางคันแล้ว
โชคช่วยที่เซี่ยเสี่ยวหลานและเซี่ยหงเซี๋ยไม่ใช่ประเภทที่ชอบเรียนหนังสือ จึงไม่ทำให้คนตระกูลเซี่ยลำบากใจ
เมื่อเห็นอารองรอตนเองอธิบายตาละห้อย เซี่ยจื่ออวี้ก็คิดในใจอย่างไรเสียก็เป็ลูกสาวจะบอกว่าเซี่ยเสี่ยวหลานไม่มีพื้นที่ในหัวจิตหัวใจของอารองแม้แต่น้อยคงเป็ไปไม่ได้เธอไม่อุบเื่ให้เงียบ ทว่าก็ไม่ได้เล่าละเอียดมากนักบอกเพียงทุกวันนี้เซี่ยเสี่ยวหลานเรียนอยู่ที่เซี่ยนอีจงท่าทางอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยเช่นกัน
หญิงชราเซี่ยหายใจแรงแสดงความเหยียดหยาม
หวังเจี้ยนหัวเองก็ได้ยินข่าวนี้เป็ครั้งแรก
เซี่ยต้าจวินไม่อาจปิดบังความคิดข้างในใจได้คนทั้งบ้านล้วนเห็นความตื่นเต้นของเขา เซี่ยหงปิงเจ็บใจ ในบ้านมีสามพี่น้องลูกสาวของพี่ใหญ่สอบติดมหาวิทยาลัย ลูกสาวของพี่รองจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีเพียงลูกสาวของเขาเองที่ทั้งเกียจคร้านและตะกละ
คาดหวังให้เซี่ยหงเซี๋ยสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือ?
คาดหวังให้หมูตัวเมียขึ้นต้นไม้เสียดีกว่า!
เซี่ยหงปิงรู้ละเอียดมากกว่าเซี่ยจื่ออวี้เซี่ยหงเซี๋ยไม่ได้โง่งมเสียหน่อย เธอรู้ดีว่าใครในบ้านเป็ญาติสนิทของเธอกันแน่เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เพียงแต่เรียนหนังสือที่เซี่ยนอีจงอย่างง่ายดาย แต่ในเดือนกรกฎาคมปีถัดไปจะเข้าร่วมการสอบเกาเข่าด้วยอีกทั้งสอบปลายภาคครั้งนี้ยังเป็อันดับสองของชั้นปี สอบได้ตั้งห้าร้อยกว่าคะแนน! ข้อมูลสำคัญเหล่านี้ ขนาดเซี่ยหงเซี๋ยยังรู้ ทว่าเซี่ยจื่ออวี้กลับเล่าไม่ชัดเจนเซี่ยหงปิงจึงคิดว่าความจริงแล้วชั้นเชิงของหลานสาวคนโตก็ไม่น้อยเลยทีเดียว
เซี่ยจื่ออวี้ผู้มีชั้นเชิงไม่น้อยพูดอย่างจริงใจ
“อารอง ถ้าอากับอาสะใภ้กลับมาดีกันอีกครั้งได้เสี่ยวหลานก็สามารถจดจ่อกับการเรียนได้เช่นกัน อนาคตหากเสี่ยวหลานสอบติดมหาวิทยาลัยครอบครัวจะไม่ส่งเสียเธอเชียวหรือ? สุดท้ายทางนั้นก็เป็แค่ลุงพึ่งพาอาศัยคนอื่น จะมีกะจิตกะใจเรียนหนังสือจริงจังได้เสียที่ไหน”
เซี่ยต้าจวินโดนหลานสาวเกลี้ยกล่อมจนใจเต้น
จะทำให้ความขัดแย้งระหว่างเขาและหลิวเฟินกระทบต่ออนาคตของเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้สินะ?
แม้ลูกสาวคนนี้ทำให้เขาอับอายขายหน้าไปจนหมดสิ้น แต่หากสอบติดมหาวิทยาลัยอดีตอันมัวหมองย่อมสามารถลบทิ้งได้ในคราวเดียว พวกสอดรู้ปากเปราะแค่ไหนก็ทำได้เพียงอิจฉาเชิดชูเกียรติยศของเขาไม่กล้าซุบซิบนินทาปัญหาพฤติกรรมเมื่อก่อนของเซี่ยเสี่ยวหลาน!
“แต่ลุงของเสี่ยวหลานน่ะ ต้องเล่นตุกติกแน่”
ท่าทางของหลิวหย่งก็รู้กันอยู่เซี่ยต้าจวินกล่าวหาว่าการยุยงของหลิวหย่งคือต้นเหตุที่ทำให้หลิวเฟินขอหย่า
เซี่ยจื่ออวี้ครุ่นคิด “ฉันใช้นามของอาจารย์ใหญ่เซี่ยนอีจงดีกว่านัดแนะอาสะใภ้รองแทนพบแทนอา ไหว้วานให้อาจารย์ใหญ่ซุนเป็พยาน พวกอาสองคนก็จะสามารถคืนดีกันอีกครั้งใช่ไหมล่ะ?”
เซี่ยต้าจวินรู้สึกใและยินดีปะปนกันพลางถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“อาจารย์ใหญ่เซี่ยนอีจง? คนเขาเป็ผู้หลักผู้ใหญ่จะยินดีพบอาหรือ?”
เซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้รับรองอย่างเป็มั่นเป็เหมาะ บอกแค่ตนเองจะลองดูก่อน และเตรียมพาเซี่ยต้าจวินไปสวัสดีปีใหม่อาจารย์ใหญ่ซุนด้วยกันในวันที่สอง
จางชุ่ยและเซี่ยฉางเจิงไม่เข้าใจการกระทำของลูกสาว ส่วนจิตใจของหญิงชราเซี่ยก็ไม่เบิกบานเอาเสียเลย
หวังเจี้ยนหัวบอกว่าเซี่ยจื่ออวี้จิตใจงดงามเหลือเกิน ส่วนเซี่ยหงปิงสั่งสอนเซี่ยหงเซี๋ยเป็การส่วนตัว “ลูกอย่าได้ทำตัวขัดแข้งขัดขาเสี่ยวหลานอีก ถ้าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยขึ้นมาอีกหน่อยก็มีคนช่วยเหลือเกื้อกูลลูกได้เพิ่มอีกหนึ่ง ลูกจะดื้อด้านสู้กับเธอไปทำไม?”
เซี่ยหงเซี๋ยกลับไม่ยอม ทั้งยังบอกอีกว่าคะแนนสอบของเซี่ยเสี่ยวหลานต้องได้มาโดยทุจริตแน่นอนสอบติดมหาวิทยาลัยสิถึงจะแปลก!
ตอนแรกเซี่ยหงปิงอยากตำหนิเธอ พอคิดกลับกันหากหลิวเฟินแต่งงานใหม่กับเซี่ยต้าจวินจริง เด็กเสี่ยวหลานนั่นก็ต้องกลับมาอยู่บ้านหลังจากนั้นจะสอบติดมหาวิทยาลัยหรือไม่ก็คาดเดาได้ยากแล้วเขามิใช่ท่อนไม้แบบพี่รองเสียหน่อยที่โดนครอบครัวบ้านใหญ่ [1] ปั่นหัวเล่นเหมือนคนโง่
เขาไม่อยากให้เซี่ยหงเซี๋ยโง่เขลาขนาดนั้นที่ต้องติดตามวนเวียนข้างกายเซี่ยจื่ออวี้ทั้งวันเขารู้สึกว่าเซี่ยหงเซี๋ยปิดบังสิ่งที่ตนเองคิดไม่อยู่ถ้าโดนเซี่ยจื่ออวี้มองออกจะยุ่งยากไม่น้อย
เงินหลายร้อยหยวนที่พี่รองหามาก็ถูกหญิงชราเอาไปแล้ว ไม่พ้นนำไปสงเคราะห์แก่เซี่ยจื่ออวี้
ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ดันมีแค่บ้านใหญ่ที่ใช้เงินได้ เห็นคนอื่นเป็ไอ้โง่หรือ?
ตอนนี้เซี่ยหงปิงกำลังไม่พอใจครอบครัวพี่ใหญ่เอามากๆเซี่ยหงเซี๋ยกลับมาเล่าเื่ของร้านอาหารว่างเขาจึงเดาว่าร้านนั่นน่าจะเป็ของพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ ส่วนลุงและป้าสะใภ้ของจื่ออวี้คือตัวหลอกหนึ่งวันทำเงินได้หลายสิบหยวน ร้านอาหารว่างซึ่งมีรายได้หลายร้อยหยวนต่อเดือนก็เปิดอยู่ยังจะกลับบ้านมาเสแสร้งแกล้งทำว่าขัดสนขอให้ทุกคนควักเงินช่วยส่งเสียเซี่ยจื่ออวี้เรียนมหาวิทยาลัยอีก!
หวังจินกุ้ยพร่ำด่าสาปส่งอยู่ในห้องเธอคิดว่าบ้านใหญ่เ้าเล่ห์เพทุบายเหมือนกัน ทว่าไม่กล้าฉีกหน้า คาดหวังว่าอานิสงส์และผลประโยชน์จะเผื่อแผ่มาถึงเธอบ้าง—เซี่ยหงเซี๋ยช่วยงานที่ร้านอาหารว่าง นอกจากค่ากินค่าอยู่ จางชุ่ยยังตัดเสื้อชุดใหม่ทั้งตัวให้ก่อนปีใหม่แถมให้อั่งเป๋าจำนวน 50 หยวนด้วยถือว่าเป็เงินเดือนของเซี่ยหงเซี๋ยแล้วกัน
หวังจินกุ้ยคิดว่าน้อยไป เข้าเมืองหลังสิ้นสุดการเก็บเกี่ยว วันที่ 29 เดือนล่าถึงกลับบ้าน ั้แ่ต้นจนจบทำงานนานเพียงใด กลับให้เงินเดือนเพียง 50 หยวน เสื้อผ้าชุดใหม่ของเซี่ยหงเซี๋ยจะราคากี่หยวนเชียว? เสื้ออ่าวใช้ผ้าสูงสุดเจ็ดศอก ข้างในยัดฝ้ายสองชั่งก็ถมเถแล้วนับกางเกงและรองเท้าอีก รวมกันก็ไม่เกิน 50 หยวนอยู่ดี
เซี่ยหงเซี๋ยนั้นมีความคิดตื้นเขิน เธอทั้งได้เงินทั้งได้สวมเสื้อผ้าใหม่ จึงรู้สึกชื่นมื่นครึ้มใจยิ่งนัก
หวังจินกุ้ยกลับบอกว่าจางชุ่ยและสามีตระหนี่หนึ่งเดือนทำเงินได้มากมายขนาดนั้น ให้เงินหลานสาวเพิ่มอีกหน่อยจะตายหรือ?
“ขี้เหนียวเสียจริง เซี่ยหงเซี๋ยของพวกเราเหนื่อยยากตั้งเท่าไรทำงานต้อนรับในร้านพวกเขาอยู่นานหลายเดือน ดูสิ ลูกเหนื่อยจนผอมหมดแล้ว...”
หวังจินกุ้ยดึงดันที่จะโกหก เซี่ยหงเซี๋ยผ่ายผอมลงตรงไหน เธออ้วนขึ้นเป็เท่าตัวอย่างเห็นได้ชัด
เซี่ยหงปิงลุกพรวดขึ้นจากเตียง “เธอพูดมากเสียจริงฉันจะไปดูเตาอั้งโล่ในห้องแม่เสียหน่อยว่ายังอุ่นอยู่หรือเปล่า”
หวังจินกุ้ยยังไม่ได้ทันตอบสนอง เซี่ยหงปิงก็วิ่งออกไปแล้ว
“แสดงความกตัญญูของตัวเองนะ!”
เตาอุ่นหรือไม่?
ภายในครอบครัวใหญ่ หากคนโตไม่ใส่ใจ คนรองไม่เอ่ยปาก คนเล็กกระตือรือร้นที่จะดูแลย่อมชื่นใจไม่น้อย
จะบอกว่าสองสามีภรรยายังขาดความเข้าใจโดยไม่ต้องพูดต่อกันก็ไม่ผิดเซี่ยหงปิงเป็ห่วงมารดาว่าอุ่นหรือไม่คือเื่รองเป้าหมายหลักคือล้วงเงินจากแม่เฒ่าเซี่ย ทว่าเขามาช้าเกินไป เงิน 400 หยวนที่เซี่ยต้าจวินส่งมอบให้ได้ถูกแม่เฒ่าเซี่ยเอาไปให้หลานสาวคนโตเสียแล้ว
“จื่ออวี้จะไปเยี่ยมเยียนพบปะว่าที่แม่และพ่อสามีระหว่างทางไม่ต้องใช้เงินหรือ? เยือนบ้านคนอื่นต้องมีของติดไม้ติดมือไปด้วยหน่อยเจี้ยนหัวมาบ้านเซี่ยถือของมากองใหญ่ จะปล่อยให้บ้านหวังดูถูกจื่ออวี้ไม่ได้!”
หญิงชราเซี่ยลำเอียงอย่างเปิดเผย เซี่ยหงปิงกระเซ้ากระซี้สุดชีวิตบอกว่าครอบครัวซื้อไม่ไหวแม้แต่ของขวัญเยี่ยมเครือญาติในวันปีใหม่แถมตัดพ้อแม่เฒ่าเซี่ยด้วย
“พี่รองออกไปทำงานข้างนอก แต่แม่ยืนกรานขอให้ฉันอยู่ ฉันซุกอยู่ชนบทหลายเดือนในมือฉันยังมีเงินที่ไหนกัน?”
ไม่ใช่แค่ไม่ได้หาเงินเป็เวลาหลายเดือน เพราะว่างเกินไปเซี่ยหงปิงเสพติดการเล่นไพ่กับพวกี้เีในหมู่บ้าน ฝีมือไม่น่าดูชมเซี่ยหงปิงติดหนี้เงินพนันข้างนอกไว้หลายร้อยหยวน หากเขาไม่สามารถหาเงินเล็กน้อยเพื่อทำให้ทางเ้าหนี้ใจเย็นลงได้ปีนี้ก็อย่าหวังจะผ่านไปอย่างสงบเลย
แม่เฒ่าเซี่ยต้านทานเขาไม่ได้ สุดท้ายควักเงินส่วนตัวให้เซี่ยหงปิงจำนวน 100 หยวน
เซี่ยหงปิงได้เงินแล้วปากก็หวานฉ่ำ
“แม่ แม่นอนเร็วหน่อย กลางคืนก็อย่าปล่อยตัวให้หนาวนะ!”
หญิงชราเซี่ยกุมอก เพิ่งควักเงินไป 100 หยวนเธอเสียดายจนนอนไม่หลับ
อีกอย่างเซี่ยจื่ออวี้จะพาเสี่ยวหลานรองเท้าผุพังนั่นกลับมาให้ได้ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหวังเจี้ยนหัวแม่เฒ่าเซี่ยไม่สามารถแสดงออกได้อย่างสุดโต่งอันที่จริงแม่เฒ่าเซี่ยกังวลถึงขั้นนอนไม่หลับเธอและเซี่ยเสี่ยวหลานผู้สำส่อนนั่นน่าจะไม่ถูกโรคกัน เห็นแล้วน่ารำคาญยิ่งนัก
หลิวเฟินก็เป็น้ำเต้ากุดปาก [2] ที่ไร้ลูกชายและไม่รู้จักสอพลอแม่สามีแม่เฒ่าเซี่ยไม่โปรดปรานลูกสะใภ้คนนี้ที่สุด
กว่าจะขับไล่ตัวน่ารำคาญสองคนออกจากบ้านได้นั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ นี่ยังคิดพาพวกเธอกลับมาอีกต่อให้เซี่ยเสี่ยวหลานสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จะทำให้คนเป็ย่าอย่างเธอมีหน้ามีตาได้จริงหรือ?
เด็กสำส่อนนั่นเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นน่ะสิ!
มีเพียงจื่ออวี้หลานสาวแสนดีที่เธอสามารถเชื่อใจได้ เธอทำดีต่อจื่ออวี้เช่นนี้อนาคตจื่ออวี้ต้องกตัญญูรู้คุณเธอแน่
จื่ออวี้หลานคนนั้น นับข้อดีทั่วทั้งตัวไม่หวาดไม่ไหวข้อด้อยหนึ่งเดียวก็คือจิตใจดีงามเกินไปแล้ว!
เชิงอรรถ
[1]大房 บ้านใหญ่ หมายถึง สาขาของครอบครัวที่แยกจากลูกคนโต
[2]锯嘴葫芦 น้ำเต้ากุดปาก หมายถึง คนที่ไม่มีความสามารถในการพูด
