ไม่รอให้อวี้เสวียนจีคิดมากคนของพระตำหนักคนหนึ่งจู่ๆ ก็วิ่งเข้ามาอย่างลุกลี้ลุกลน “ฝ่าา สนมโหยวพระสนมหวิน แย่แล้ว ตำหนักเย็นเกิดเหตุแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เกิดเหตุ!” เมื่อครู่ซ่งหลิงซิวเพิ่งประสบอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ยังไม่คืนสู่ปกติโดยสมบูรณ์ ตอนนี้ได้ยินข่าวนี้อดไม่ได้ต้องฟาดมืออย่างแรงทันที “เกิดเื่อะไรขึ้น? ”
การเสียชีวิตของหลัวฉีลี่ครั้งที่แล้วทำให้เขาปวดเศียรเวียนเกล้ามากคราวนี้เกิดเื่อีก หรือว่ามีคุณหนูตระกูลไหนเสียชีวิตอีกแล้ว?
“เป็...เป็พระชายาซีอ๋องเพคะ”
พระชายาซีอ๋อง?
ได้ยินว่าคนที่เกิดเื่เป็ซูจิ้งเซียงซ่งหลิงซิวอดไม่ได้ที่จะแอบถอนหายใจโล่งอก
เดิมซูจิ้งเซียงก็เป็คนที่ไม่สำคัญไม่ว่าจะเป็ในจวนอัครมหาเสนาบดีหรือที่ตำหนักซีอ๋องต่างไม่ได้รับความโปรดปราน
ดังนั้นต่อให้เสียชีวิตไปแล้ว ก็ไม่ยุ่งยากขนาดนั้นเหมือนคราวของหลัวฉีลี่
ทว่าซูจิ้งโหยวกับซูจิ้งเถียนเมื่อได้ยินว่าซูจิ้งเซียงตายแล้ว พวกนางใจนลูกตาเกือบถล่นออกมา
ตายแล้ว?
เป็ไปได้อย่างไร เมื่อครู่ยังดีๆอยู่เลยไม่ใช่หรือ?
หรือว่า... แววตาของพวกนางต่างพากันมองไปบนร่างของซูเฟยซื่อแต่กลับไม่กล้าพูดอะไร
ทั้งนี้เป็เื่ที่ไม่มีหลักฐานส่วนฝีมือของซูเฟยซื่อพวกนางได้ประสบมากับตัวเอง
การเปิดปากเวลานี้เท่ากับรนหาที่ตาย
ซูเฟยซื่อกลับเงียบสงบตามปกติ นางรู้แต่แรกว่าเป็ไปไม่ได้ที่พระสนมหวินจะปล่อยให้ซูจิ้งเซียงมีชีวิตรอด
เพราะมีแต่การตายเท่านั้นจึงจะปลอดภัยที่สุด
ขณะที่ซ่งหลิงซิวพาคนทั้งขบวนรุดไปถึงป่าซูจิ้งเซียงกำลังนอนเปลือยเปล่าทั่วร่างจมอยู่ในกองเื
เพียงเห็นทั่วร่างนางเต็มไปด้วยรอยช้ำขนาดใหญ่ๆเล็กๆ ดวงตาทั้งสองถลึงเบิกโพล่ง สภาพการสิ้นใจช่างน่าอนาถ ร่างกายท่อนล่างยังมีร่องรอยการถูกคนล่วงเกินมาก่อน
นอกจากนี้ข้างกายนางยังมีผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่มีเสื้อผ้าเหมือนนางนอน หน้าอกของผู้ชายคนนั้นถูกปิ่นทองอันหนึ่งแทงทะลุ เืสดไหลทั่วพื้น สภาพการตายไม่ค่อยน่าดูเหมือนกัน
ซูจิ้งเถียนเห็นแบบนี้ก็รีบวิ่งไปที่ใต้ต้นไม้ด้านข้างอาเจียนออกมาทันทีแม้กล่าวว่าซูจิ้งโหยวจะอาการดีกว่านางหน่อย แต่นางก็หน้าซีดเซียวมากเช่นกัน
เป็นางที่ทำให้ซูจิ้งเซียงเข้าวัง ตอนนี้ซูจิ้งเซียงเสียชีวิตอย่างน่าสังเวชในพระตำหนัก นางควรอธิบายให้ซีอ๋องกับจวนอัครมหาเสนาบดีฟังอย่างไรดี?
มีเพียงซูเฟยซื่อที่สงบเรียบเฉยที่สุด นางถอดเอาเสื้อคลุมตัวนอกของตนออกเพื่อคลุมปิดร่างที่เต็มไปด้วยาแฟกช้ำของซูจิ้งเซียงไว้ “ดีร้ายอย่างไรพี่รองก็เป็ถึงพระชายาซีอ๋อง ได้รับความอัปยศเช่นนี้ได้อย่างไร”
นี่นางกำลังช่วยกู้ศักดิ์ศรีสุดท้ายของซูจิ้งเซียงกลับมา
ดวงตาทั้งคู่ของซ่งหลิงซิวหรี่ลงเล็กน้อยซูเฟยซื่อช่างแตกต่างกับสตรีทั่วไปตามคาด
เห็นภาพเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ไม่กลัว ยังสามารถคิดวิธีที่ถูกต้องที่สุดในเวลาอันสั้นที่สุดออกมาได้
กระทั่งเขายังไม่ทันได้ตอบสนองอะไรกลับไป เสื้อผ้าของนางก็ได้คลุมปิดไว้มิดชิดแล้ว
ผู้หญิงที่เงียบสงบเช่นนี้ชั่วชีวิตนี้ของเขาเพียงพบเห็นคนเดียวเท่านั้น
แม้กล่าวว่าเมื่อสักครู่ซูเฟยซื่อไม่ได้รู้จักกับปิ่นปักผมอันนั้นแต่...
สิ่งที่มนุษย์ถนัดที่สุด หรือว่าไม่ใช่การปลอมตัวหรอกหรือ?
สังเกตเห็นแววตาที่ซ่งหลิงซิวมองดูซูเฟยซื่อซูจิ้งโหยวขมวดคิ้วอย่างแค้นเคืองในทันที
ั้แ่ที่ซ่งหลิงซิวพระราชทานปิ่นปักผมเป็รางวัลให้ซูเฟยซื่อเมื่อครู่นางก็รู้สึกว่าแปลกมากพอแล้ว นั่นเป็สิ่งของที่กู้ชิงเคยใช้มาก่อนชัดๆ
ตามเหตุผลที่กล่าวโดยทั่วไปดีร้ายอย่างไรกู้ชิงก็เป็ถึงฮองเฮาองค์ก่อน สิ่งของของฮองเฮาองค์ก่อนจะนำออกมาพระราชทานเป็รางวัลให้คนอื่นได้อย่างไร
เดี๋ยวก่อน...กู้ชิงฮองเฮาองค์ก่อน กับซูเฟยซื่อสองคนนี้...
ก่อนหน้านั้นนางยังไม่รู้ตัว ตอนนี้ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ นางก็รู้สึกว่าสองคนนี้... เหตุใดนางถึงกับมีภาพจินตนาการได้เช่นนี้
ขมวดคิ้วครายิ้มครา ทุกอิริยาบถ ขี่ม้าร่ายรำกระบี่ยังมีลักษณะที่ทรนงสง่างามแฝงไปด้วยความเรียบง่ายนั้น
ไม่ เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด
ซูจิ้งโหยวส่ายหน้าอย่างแรง ไม่ให้ตนเองคิดว้าวุ่นต่อไป หลังจากนั้นจึงรีบแกล้งทำท่าทีเศร้าโศกอาดูรออกมา “ฝ่าาพระชายาซีอ๋องทรงสิ้นใจอย่างอนาถในพระตำหนัก ฝ่าาต้องทรงบัญชาให้คนสืบหาฆาตกรตัวจริงคืนความเป็ธรรมแก่พระชายาซีอ๋องอย่างถึงที่สุดนะเพคะ”
ซูจิ้งเซียงเกิดเหตุน่าสลดหลังจากออกไปด้วยกันกับซูเฟยซื่อไม่ว่าการเสียชีวิตของซูจิ้งเซียงที่แท้มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับซูเฟยซื่อหรือไม่ ขอเพียงตรวจสอบต่อไป ล้วนสามารถเกิดคำนินทาที่บิดเบือนความจริงบางอย่างแพร่ออกไปทั้งสิ้น
ทำร้ายสังหารพี่สาวแท้ๆ เป็อาชญากรรมเนรคุณขัดต่อคุณธรรมอย่างใหญ่หลวง ต่อให้ไม่สามารถตัดสินกำหนดโทษของซูเฟยซื่อ เสียงสาปแช่งของประชาชนก็เพียงพอให้ซูเฟยซื่อได้รับความหายนะแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ ประกายอำมหิตในดวงตาของซูจิ้งโหยวสายหนึ่งกะพริบผ่านไป
ไม่ว่าเ้าเป็กู้ชิงหรือเป็ซูเฟยซื่อ แต่หากเ้ากล้าสู้กับข้า?
จุดจบมีเพียงความตาย!
พระสนมหวินที่ทรงสังเกตปฏิกิริยาการตอบสนองของซูจิ้งโหยวไว้ตลอดเห็นเช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะทรงแย้มสรวลอย่างเ็า นางทรงส่งสายพระเนตรเป็สัญญาณให้ทหารรักษาพระองค์
“ฝ่าา เมื่อสักครู่ที่กระหม่อมค้นศพของผู้ชายคนนี้ก็พบสิ่งนี้กระหม่อมไม่กล้าตัดสินโดยพลการ แต่ดูเหมือนเป็ป้ายข้างเอวของจวนอัครมหาเสนาบดีพ่ะย่ะค่ะ”กล่าวจบ ทหารรักษาพระองค์ก็ดึงเอาป้ายข้างเอวออกมา สองมือประคองถวาย
หลังจากซ่งหลิงซิวรับป้ายเอวมาได้ทรงพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนรอบหนึ่งแล้ว เขาก็ทรงส่งมันไปตรงหน้าซูจิ้งโหยว“ของของจวนอัครมหาเสนาบดี มิใช่ควรให้สนมโหยวมาตรวจสอบจึงจะเหมาะสมกว่าหรือไม่”
ในใจซูจิ้งโหยวใมาก นางรีบรับเอาป้ายเอวมา
นี่เป็ป้ายเอวของจวนอัครมหาเสนาบดีจริงๆแต่ทำไมป้ายเอวของจวนอัครมหาเสนาบดีถึงอยู่บนร่างของผู้ชายคนนี้ได้?
หรือว่า...
จู่ๆ ในใจนางมีลางสังหรณ์ไม่ดีชนิดหนึ่งแวบผ่านเข้ามาแต่ไม่กล้าคิดต่อ นางได้แต่เบนสายตาไปดูร่างของผู้ชายที่ตายไปแล้วเท่านั้น
เมื่อพิจารณาครานี้ ซูจิ้งโหยวเกือบจะเป็ลมไป
ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เป็คนที่นางส่งไปฆ่าซูเฟยซื่อหรือทำไมมาตายด้วยกันกับซูจิ้งเซียงอยู่ที่นี่?
หรือว่าหลังจากผู้ชายคนนี้ได้เห็นซูจิ้งเซียงแล้วเกิดราคะในใจขึ้นมา แม้แต่ชีวิตตนเองก็ไม่้าแล้ว!
ไม่รอซูจิ้งโหยวคิดต่อ เสียงเย็นะเืของซ่งหลิงซิวก็ดังขึ้น “สนมโหยวตรวจดูแล้ว เป็อย่างไรบ้าง?”
“นี่...” ในเมื่อซ่งหลิงซิวได้เอาสิ่งของให้นางดูก็แสดงว่าในใจของเขามีแผนการเอาไว้แล้ว
ในเมื่อเป็เช่นนี้ นางเ้าเล่ห์อย่างไรอีกก็ไม่มีประโยชน์ การยอมรับโดยตรงคงดีกว่า
ซูจิ้งโหยวกัดฟัน ทิ้งตัวลงโครมเสียงหนึ่ง นางคุกเข่าลงกับพื้น “ฝ่าา นี่เป็ป้ายเอวของจวนอัครมหาเสนาบดีจริงเพคะ”
“หืม?” ทั้ง ๆ ที่ซ่งหลิงซิวทรงรู้อยู่แก่ใจยังจงใจถามแสดงให้เห็นชัดว่า้าให้ซูจิ้งโหยวเปิดเผยทั้งหมดออกมาเอง
เื่มาถึงตอนนี้ ซูจิ้งโหยวได้แต่ยอมรับแล้ว “คนนี้...คนนี้หม่อมฉันรู้จักเพคะ ใช่เป็บ่าวไพร่ของจวนอัครมหาเสนาบดี แต่หม่อมฉันไม่คิดว่าเขาจะกล้าลงมือทำนอกลู่นอกทางต่อพระชายาซีอ๋องยัง...ยังฆ่าคนปิดปากเพคะ”
วาจานี้ออกจากปากของนาง ทุกคนต่างใจนสะท้าน
เดิมคิดว่าเป็เื่ในพระตำหนักเกิดเหตุสังหารคน คิดไม่ถึงว่าที่แท้เป็การฆ่าคนกันเอง
“บ่าวไพร่ของจวนอัครมหาเสนาบดีถึงกับกล้าก่ออาชญากรรมในพระตำหนักสนมโหยว เ้าว่าควรมีโทษสถานใด? ” น้ำเสียงของซ่งหลิงซิวเย็นะเื ไม่ไว้หน้าซูจิ้งโหยวสักนิด
จวนอัครมหาเสนาบดีได้สร้างปัญหาให้เขาต่อเนื่องกันจากเื่หนึ่งไปสู่อีกเื่หนึ่งถ้าไม่ใช่เห็นว่าจวนอัครมหาเสนาบดีสามารถควบคุมอวี้เสวียนจีไว้ได้ เขาคงไม่ทนให้เื่มันผ่านง่ายๆ เช่นนี้
แต่ความลำเอียงของเขาดูเหมือนเพียงแลกมาซึ่งการกระทำตามอำเภอใจด้วยความลำพองของจวนอัครมหาเสนาบดีเท่านั้นในเมื่อเป็เช่นนี้ เขายินดีจะอบรมสร้างกองกำลังใหม่กองหนึ่ง ทำลายจวนอัครมหาเสนาบดีลงกับมือเอง
ไม่สามารถให้จวนอัครมหาเสนาบดีกลายเป็อวี้เสวียนจีคนที่สองเด็ดขาด
“หม่อมฉัน...หม่อมฉันยินดีรับโทษเอง ขอฝ่าาทรงลงอาญาเพคะ” เห็นท่าทีที่ซ่งหลิงซิวคิดจะไม่เข้าข้างตนเองอีก ในใจซูจิ้งโหยวอดไม่ได้ที่จะหวั่นไหวว้าวุ่นขมวดกันยุ่ง
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเกิดเื่ใหญ่มากเพียงใดแม้ซ่งหลิงซิวประสบการลอบสังหารในจวนอัครมหาเสนาบดี แต่นางยังสามารถปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
แต่ตอนนี้...หรือว่านางไม่สามารถครองพระทัยของฮ่องเต้ไว้ได้อีกต่อไปแล้ว?
