ชื่อตอน : บทที่ 8 ฝึกฝนในป่า เสือดาวทมิฬ
เมื่อกลุ่มกวาดล้างโจรปล้นแร่ของชุน 2 กลับมาถึงเหมืองแร่เหล็กสีชาดของตระกูลหลิวแล้ว ชุน 2 ก็พบกับกลุ่มกวาดล้างของท่านประมุขรุ่นที่ 2 ซึ่งกลับมาถึงเหมืองก่อนหน้านี้ไม่นานนัก "ท่านประมุขรุ่นที่ 2 ขอรับ เหตุการณ์ทางด้านถ้ำโจร เป็เช่นไรบ้างขอรับ" ชุน 2 กล่าวถามออกไป "พวกโจรกลุ่มนั้นตายทั้งหมด การบุกเข้าถ้ำโจรไป ยิงลูกศรหัวะเิเปิดทางเข้าใส่พวกโจรไป ทำให้พวกโจรมิอาจสามารถต้านทานพวกเราได้" "ฮ่าๆๆ.. สะใจยิ่งนัก ั้แ่พวกมันมาปล้นแร่ พี่น้องในตระกูลหลิวของเราก็ล้มหายตายจากไปถึง 6 คน สมควรแล้ว สมควรแล้ว ฮ่าๆๆ.." ท่านปู่ หัวเราะอย่างสาแก่ใจ และกล่าวออกมา ท่านประมุขรุ่นที่ 2 จึงกล่าวต่อว่า "แต่มีบุคคล 2 คน ที่ตกตายในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย มันทั้ง 2 คือพ่อบ้านของตระกูลลั่ว และพ่อบ้านของตระกูลเย่" ตระกูลเย่คือตระกูลที่ชุน 2 สั่งสอนไป โดยการยัดข้อหาลักทรัพย์ชามข้าว 1 ใบ ให้กับเย่ชิว คุณชายแห่งตระกูลเย่นั่นเอง "แล้วท่านประมุขรุ่นที่ 2 ได้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวไว้เป็หลักฐานหรือไม่ขอรับ" ชุน 2 กล่าวถาม "ถ่ายไว้เรียบร้อยแล้ว และข้ายังได้นำศพของพ่อบ้านทั้ง 2 ศพ กลับมาที่เหมืองด้วย" แล้วบรรดากลุ่มผู้นำของตระกูลหลิว ก็พากันไปดูศพของพ่อบ้านทั้ง 2 คนเพื่อเป็การยืนยัน สภาพศพทั้ง 2 ศพ มิได้เละเทะจากแรงะเิมากมายนัก จึงทำให้มองออกว่าเป็พ่อบ้านของตระกูลลั่ว และพ่อบ้านของตระกูลเย่จริงๆ ชุน 1 จึงกล่าวผ่านชุน 2 ว่า "ท่านปู่ขอรับ เราควรทำการคัดลอกสำเนาภาพเคลื่อนไหวการโจมตีโจรปล้นแร่ทั้ง 2 กลุ่ม" "ส่งไปให้ท่านนายอำเภอ เพื่อให้ท่านนายอำเภอสั่งการให้สำนักมือปราบดำเนินคดีกับทั้ง 2 ตระกูลขอรับ" "แล้วศพของพ่อบ้านทั้ง 2 ศพ เราก็ต้องส่งให้กับทางสำนักมือปราบของอำเภออันจง เพื่อใช้เป็หลักฐานด้วยขอรับ" ชุน 1 ซึ่งมีประสบการณ์ ในการทำคดีกล่าวออกมา "พวกเราจะประกาศศึกกับตระกูลลั่วและตระกูลเย่" ท่านประมุขตระกูลหลิว รุ่นที่ 1 กล่าวออกมาเสียงดัง "พี่น้องตระกูลหลิวของเราล้มตายไปหลายต่อหลายคนแล้ว จากน้ำมือของโจรปล้นแร่พวกนี้" "ตกลงขอรับ พวกเราจะทำศึกกับพวกมันทั้ง 2 ตระกูล" บรรดากลุ่มผู้หลักผู้ใหญ่ของตระกูลหลิวต่างพากันรับคำด้วยความโกรธแค้น พวกเขาสงสัย 2 ตระกูลนี้มานานแล้ว ว่าเป็ผู้อยู่เื้ัโจรปล้นแร่ แต่ก็ไร้หลักฐาน เมื่อพ่อบ้านของทั้ง 2 ตระกูลปรากฏตัวในรังโจร แล้วยังเข้าทำการต่อสู้กับคนของตระกูลหลิวที่บุกเข้าไป เท่านี้หลักฐานก็ชัดเจนเพียงพอแล้วที่จะเริ่มศึก แร่เหล็กสีชาด เป็แร่เหล็กคุณภาพระดับต่ำทั่วๆไป มักจะนิยมนำไปหลอมทำเครื่องมือทำการเกษตร เครื่องครัว เครื่องใช้ในบ้านชนิดต่างๆ พื้นที่ในการขุดทำเหมืองแร่เหล็กสีชาดของอำเภออันจงนี้ มีบริเวณที่กว้างใหญ่ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว ขณะที่หลิวชุนยังคงเดินทางกับท่านอาจารย์จ้าว ทางการของอำเภออันจง ได้มีการแข่งประมูลสัมปทานการทำเหมืองแร่เหล็กสีชาดรอบใหม่ขึ้น และทางตระกูลหลิวก็ได้รับสัมปทานมาเป็พื้นที่ 1 ใน 3 ส่วนของพื้นที่ทำเหมืองแร่เหล็กสีชาดทั้งหมด ในอดีตก่อนหน้านี้สัมปทานทั้งหมด เป็ของตระกูลลั่วและตระกูลเย่ โดยแบ่งพื้นที่ทำเหมืองกันคนละครึ่ง จึงเสมือนว่าตระกูลหลิวเข้าไปแย่งสัมปทานการขุดเหมือง กับทั้ง 2 ตระกูลนั่นเอง ในคืนนั้นหลังจากชุน 2 ทำการเดินเคล็ดกลืนเมฆา เพื่อรวมรวมพลังปราณจากหินพลังปราณเสร็จ เขาก็สื่อจิตกับชุน 1 ว่า "ข้า้าอยู่ฝึกฝนในป่านี้อีกสัก่เวลาหนึ่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อสู้" "ในป่านี้มีสัตว์ป่าดุร้ายมากมายที่จะให้ข้าใช้ฝึกฝนวิชาปราณยุทธ์ได้" "ข้าเห็นด้วย เราต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของเราให้เร็วที่สุด เพื่อรับมือในการทำศึกกับอีก 2 ตระกูล" ชุน 1 สื่อจิตตอบกลับมา แล้วทั้งคู่ก็นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการต่อสู้ที่ผ่านมาในวันนี้ เช้าวันต่อมาชุน 1 ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น วันนี้เขาสวมชุดนักบู๊สีดำของชุน 2 ไม่สวมชุดบัณฑิตเหมือนเช่นปรกติของเขา หลังจากที่ชุน 1 ทำการฝึกยุทธ์ เป็เวลา 4 ยาม ตามตารางการฝึกยุทธ์ของท่านอาจารย์จ้าวแล้ว เขาก็แขวนหน้าไม้ไว้ที่เอวข้างขวาและกระบี่ไว้ที่เอวข้างซ้ายเหมือนเคย เมื่อเขาออกมาจากกระโจมที่พักเขาก็ให้บรรดานายพรานทั้ง 8 มาพบกับเขา โดยเขากล่าวกับเหล่านายพรานว่า "ข้าอยากจะขอให้พวกท่านสลับสับเปลี่ยนกันสอนทักษะการใช้ชีวิตในป่า และการเเกะรอยสัตว์ป่าดุร้ายให้กับข้า โดยที่ข้าจะเพิ่มค่าแรงเป็กรณีพิเศษให้กับพวกท่าน" "พวกท่านคิดเห็นเป็เช่นไรขอรับ" อนึ่งต้องทราบว่านายพรานทั้ง 8 ที่ตระกูลหลิวจ้างมานั้น เป็การจ้างมาตลอดทั้งเดือน มิได้จ้างมาเฉพาะการสืบหารังโจรแต่เพียงเท่านั้น นายพรานเหล่านี้ยังคงต้องออกล่าสัตว์ป่า เพื่อนำมาเป็อาหารให้กับบรรดาผู้คนในเหมืองด้วย นายพรานทั้ง 8 มิมีผู้ใดปฏิเสธ นอกจากจะได้เงินเพิ่มแล้ว ยังได้สนิทสนมกับ ท่านผู้ตรวจราชการแห่งมณฑลภาคเหนืออีกด้วย ทุกคนจึงตอบตกลง เมื่อเจรจาเรียบร้อยแล้ว ชุน 1 ก็แจ้งให้บิดาของเขาทราบว่า เขาจะทำการฝึกฝนวิชาปราณยุทธ์ อยู่ในป่ารอบๆเหมืองสักระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งบิดาของหลิวชุน ก็มิได้ห่วงมากมายนัก เพราะขณะนี้หลิวชุนนั้น เป็นักยุทธ์ขั้นผสานลมปราณ ระดับที่ 3 แล้ว และจากที่หลิวชุนบอก หลิวชุนจะบรรลุถึงขั้นผสานลมปราณ ระดับที่ 4 อันเป็ขั้นผสานลมปราณขั้นกลาง ระดับเดียวกับบิดา ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แถมชุน 1 ยังมีลูกศรหัวะเิพลังปราณอีก 6 ดอก ที่ยังมิได้ใช้อยู่กับตัว ส่วนลูกศรหัวะเิพลังปราณอีก 3 ดอก ที่เหลือจากการบุกถ้ำรังโจรของกลุ่มท่านประมุขรุ่นที่ 2 นั้น ชุน 1 ยกให้เป็ของตระกูลหลิวไป แต่ให้ใช้ในยามจำเป็จริงๆเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรสูกศรหัวะเิพลังปราณ ก็ยังคงเป็ยุทธภัณฑ์ทางการทหาร แล้วชุน 1 ก็ออกเดินทางเข้าป่าไปพร้อมกับนายพรานอีก 1 คน เมื่อชุน 1 เข้ามาในป่าแล้ว นายพรานคนนั้น ก็ทำการสอนการใช้ชีวิตในป่าอย่างง่ายๆให้กับชุน 1 ก่อน เช่นการก่อไฟจากเศษไม้แห้งในป่า โดยไม่ใช้เครื่องจุดไฟ การทำเพิงที่พักแบบต่างๆ ทั้งเพิงบนพื้นดินและเพิงบนต้นไม้ ซึ่งชุน 1 ก็เข้าใจดีว่า เขาจะต้องเรียนรู้ทักษะการดำรงค์ชีพในป่า อีกมากมาย กว่าที่เขาจะกลายเป็นายพรานได้ เย็นนั้นทั้ง 2 คน 1 นายพรานกับอีก 1 นักเรียนพรานฝึกหัด ก็พากันล่ากระต่ายป่ามาเป็อาหาร โดยการใช้กับดักที่นายพรานสอนให้ แล้วจึงพากันขึ้นนอนยังเพิงพักบนต้นไม้ของใครของมัน โดยที่ชุน 1 ไม่ลืมที่จะเดินเคล็ดกลืนเมฆาเพื่อดูดซับพลังจากหินพลังปราณ เช้าวันต่อมาชุน 2 ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ เขาทำการฝึกวิชาเพลงหมัดทลายฟ้า เพลงกระบี่คลื่นวายุ ตลอดจนท่าร่างเคลื่อนไหว ท่าเท้าเหยียบสายลม เป็เวลา 4 ยาม ( 4 ยาม = 4 ชั่วโมง ) แล้วเขาก็เอ่ยกับนายพรานว่า "ท่านลุงนายพราน ข้าจะหาสัตว์ป่าดุร้ายได้จากที่ใดขอรับ" "นายน้อยหลิวชุน ท่านจะหาสัตว์ร้ายไปทำไมหรือขอรับ" นายพรานกล่าวถาม "ข้าจะใช้พวกมันในการฝึกวิชายุทธ์ของข้า" ชุน 2 กล่าวตอบไป "อันที่จริงเมื่อวานทางที่เราเดินผ่านมาก็มีร่องรอยของเสือดาวทมิฬ แต่ข้าน้อยมิได้พานายน้อยติดตามมันไปขอรับ เพราะเกรงว่าจะเป็อันตราย" "เอาละ.. ต่อไปท่านพบร่องรอยสัตว์ร้ายขอให้ท่านแจ้งพวกข้าโดยเร็วนะขอรับ" "ชุน 1 น่ะเป็นักยิงหน้าไม้ ที่มีฝีมือฉกาจทีเดียว ส่วนวิชาปราณยุทธ์ก็มิได้แย่" "ที่ข้าและชุน 1 เข้ามายังป่าแห่งนี้จุดประสงค์หลักก็คือ ฝึกฝนฝีมือยุทธ์ให้พัฒนาขึ้น" "รับทราบขอรับนายน้อย" นายพรานรับคำ แล้วพาชุน 2 ออกไปไล่ล่าเสือดาวทมิฬในทันที พวกเขาทั้ง 2 คน นำโดยนายพรานตามเกะร่องรอยของเสือดาวทมิฬอยู่ครู่ใหญ่ จึงพบตัวเสือดาวทมิฬ ที่ตัวโตพอๆกับม้าตัวหนึ่ง ที่นอนหลับอยู่บนคบไม้ขนาดใหญ่ เสือดาวทมิฬเป็สัตว์หากินกลางคืน กลางวันมันจึงนอนหลับพักผ่อน ชุน 2 ให้นายพรานถอยห่างออกไปยังที่ปลอดภัย แล้วเขาจึงเดินอาดๆ เข้าไปหาเสือดาวทมิฬตัวโตนั้น พร้ะโกนออกมาเสียงดังว่า "ตื่นๆๆ.. เ้าแมวขี้เซา นี่ตะวันก็โด่งจนจะกลางกบาลอยู่แล้ว มาสู้กับข้าเสียดีๆ" เ้าเสือดาวทมิฬ ลืมตาตื่นมาด้วยความงงงวย มันสับสนไปสักครู่ แต่ด้วยสัญชาติญาณสัตว์ป่า ก็ทำให้มันรู้ว่า มีผู้บุกรุก เข้ามาในอาณาเขตของมัน และผู้บุกรุกนี้ก็จะกลายเป็เหยื่อ เป็อาหารของมันในวันนี้ มันไม่รอช้ากระโจนจากคบไม้ ตรงเข้าโจมตีชุน 2 ด้วยความรวดเร็ว พร้อมทั้งกางกรงเล็บอันเเหลมคม และอ้าปากอวดคมเขี้ยวเต็มปาก หมายขย้ำชุน 2 ให้กลายมาเป็อาหารของมันในทันที ชุน 2 มิได้ตื่นใ เขาใช้ท่าเท้าเหยียบสายลม กระโจนตัวหลบการโจมตีของเสือดาวทมิฬตัวนั้น ออกทางด้านซ้าย แต่ความเร็วของเสือดาวทมิฬนั้นก็รวดเร็วยิ่งนัก มันตวัดกรงเล็บเข้าไปที่ข้างลำคอของชุน 2 ด้วยความแม่นยำ ชุน 2 ไม่สามารถหลบพ้นกรงเล็บนี้ได้ เขาจึงใช้มือซ้ายดึงกระบี่ขึ้นมาทั้งฝัก แล้วใช้ฝักกระบี่เป็โล่ป้องกันกรงเล็บของเสือดาว จากนั้นเขาก็ใช้หมัดขวา ต่อยเข้าไปยังกลางหน้าอกของเสือดาว ซึ่งเป็การต่อยที่ใช้พลังปราณแค่ขั้นผสานกายาเพียงเท่านั้น อนึ่ง. นักยุทธ์ขั้นผสานกายา จะถ่ายพลังปราณไปยังกล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายในได้เพียงเท่านั้น ชุน 2 มิได้ใช้พลังในขั้นผสานลมปราณ ที่จะใช้พลังปราณโจมตีออกจากร่างกายได้ หมัดนั้นของชุน 2 ทำให้เสือดาวทมิฬ ถึงกับกระเด็นถอยกลับไป แต่สัตว์ป่าดุร้ายก็คือสัตว์ป่าดุร้าย เสือดาวทมิฬมันยังคงไม่สิ้นฤทธิ์ลงง่ายๆ มันกระโจนกลับมาหาชุน 2 อีกครั้ง ครั้งนี้ชุน 2 เตรียมใช้วิชาปราณยุทธ์เพลงหมัดทลายฟ้า กระบวนท่าหมัดสะท้านปฐี เข้ารับมือ ชุน 2 กระโจนพุ่งเข้าหาเสือดาวทมิฬที่กระโจนเข้ามา ต่างฝ่ายต่างกระโจนสวนกันกลางอากาศ โดยชุน 2 ได้กระโจนไปอยู่เหนือร่างของเสือดาวทมิฬเพียงเล็กน้อย แล้วเขาก็ชกหมัดสะท้านปฐีจากบนลงล่าง กระบวนท่าหม้ดสะท้านปฐี โดนเข้ากลางกบาลของเสือดาวทมิฬอย่างจัง ทำเอาร่างของเสือดาวทมิฬ ถึงกับพุ่งตกลงมาจากกลางอากาศแทบจะเป็แนวดิ่ง ตกลงมาสู่พื้นดินในทันที ตู๊ม..!!!! เสียงร่างของเสือดาวทมิฬกระแทกลงพื้น เสียงดังสนั่น เสือดาวทมิฬนอนสบัดศีรษะของมันไปมาอย่างมึนงง จากนั้นมันจึงลุกขึ้นแล้วเตรียมตัวหนีไปจากชุน 2 ก่อนเสือดาวทมิฬจะหนีไป ชุน 2 ก็กล่าวกับเสือดาวว่า "พรุ่งนี้หากข้ายังหาคู่ต่อสู้ตัวใหม่ไม่ได้ ข้าจะมาฝึกความเร็วกับเ้าอีกนะ เ้าแมวขี้เซา ฮ่าๆๆๆๆ.." แล้วเสือดาวตัวโตตัวนั้นก็วิ่งหนีเข้าป่าไป ด้วยสมองที่ยังคงมึนงงไม่หาย ใช่แล้ว.. ชุน 2 มิได้้าฆ่าสัตว์ป่าดุร้ายต่างๆ เขา้าใช้สัตว์ร้ายในการฝึกฝนวิชาปราณยุทธ์ เขามิกลัวว่าจะหาเสือดาวตัวนี้ไม่เจอ เพราะนายพรานสามารถตามเกะรอยมันได้ แล้วชุน 2 ก็เดินทางกลับไปฝึกวิชาปราณยุทธ์ต่อยังเพิงที่พัก อย่างสบายอารมณ์..
