ณ บ้านตระกูลซ่ง
ซ่งฉีิได้สติฟื้นคืนแล้ว“พ่อครับ คุณอารองจะกลับมาเมื่อไรครับ!”
ซ่งผิ่นเซิงคิดในใจแล้วตอบว่า“น่าจะใกล้แล้วล่ะ”
หลายปีที่ผ่านมามีศัตรูคู่อาฆาตของซ่งผิ่นเซิงจำนวนมากที่ถูกซ่งผิ่นหยวนกำจัดอย่างลับๆในขณะเดียวกันซ่งผิ่นเซิงก็ได้ส่ง ‘เครื่องบรรณาการ’ ให้กับซ่งผิ่นหยวนไม่น้อย!
“คุณอารองท่านเก่งมากเลยนะครับ” ซ่งฉีิเลื่อมใสในตัวอารองของเขามาั้แ่เด็กถึงแม้คุณปู่จะเป็คนคอยกำกับเื่สำคัญในบ้านแต่เวลาที่คุณปู่อยู่กับคุณอารองท่านจะไม่วางอำนาจคุณอารอง้าอะไรท่านก็ไม่เคยปฏิเสธเลย
คุณพ่อและคุณอารองสนิทสนมกันมากคุณอารองก็ให้เกียรติคุณพ่อเสมอ
พอมีข่าวว่าคุณอารองกลับมาแล้วคนที่เป็ปรปักษ์กับพวกเขาต่างยอมยกธงขาวไปตามๆ กัน
“คุณพ่อครับคุณอารองออกไปทำอะไรเหรอครับ!”
“เขาออกไปกู้หน้าให้กับลูก”
“เขาออกไปหาไป๋อวิ๋นซีแบบนี้มันจะดีเหรอครับ”
เบื้องบนปฏิบัติต่อสำนักของผู้แสวงความสันโดษด้วยความเคารพแต่ในขณะเดียวกันก็คอยเฝ้าระวังหากว่ายอดฝีมือวิทยายุทธ์โบราณกลุ่มใดที่ทำเกินกว่าเหตุรัฐบาลก็จะใช้กำลังจับกุมพวกเขามาปะาต่อให้ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณคนนั้นจะเก่งกาจขนาดไหน แต่พวกเขาก็มีเืเนื้อ หากรัฐบาลตัดสินใจจะสังหารแล้วผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณธรรมดาทั่วไปก็ไม่แน่ว่าจะสู้ไหว
ภูมิหลังของบ้านตระกูลไป๋ก็มีความสัมพันธ์กับผู้ฝึกยุทธ์โบราณหากแตะต้องไป๋อวิ๋นซี คนตระกูลไป๋คงไม่ยอมแน่
“ไม่ใช่ไป๋อวิ๋นซีแต่เป็เย่ฝาน” ซ่งฉีิกล่าว
“ที่แท้ก็เป็เขา!”ซ่งฉีิพยักหน้าแล้วกล่าว “นานๆ ทีไป๋อวิ๋นซีจะได้พบคนที่ถูกใจเ้าเย่ฝานคนนี้ก็ไม่รู้ว่ามีความสามารถเหนือกว่าคนอื่นอย่างไรบ้างหากหมอนั่นตายไปสักคน ไป๋อวิ๋นซีคงจะรับไม่ได้แน่ๆ”
“นายท่านเกิดเื่ไม่ดีแล้วครับ” ผู้คุ้มกันความปลอดภัยนายหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานด้วยความรีบร้อน
ซ่งผิ่นเซิงพูดอย่างไม่พอใจว่า“ลุกลี้ลุกลนทำไมกัน เกิดอะไรขึ้น?”
“นายท่านครับศพที่อยู่ชานเมืองถูกคนพบเข้าแล้ว” ผู้คุ้มกันความปลอดภัยรายงาน
สีหน้าของซ่งผินเซิงพลันเปลี่ยนไปทันที“เป็ไปได้ยังไงกัน?”
ซ่งฉีิพูดด้วยความสงสัยว่า“คุณพ่อ คฤหาสน์ย่านชานเมืองเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
ซ่งผินเซิงโบกมือปฏิเสธ“ไม่มีอะไร ลูกไม่ต้องยุ่ง”
…
เฉินเอี๋ยนใช้มาตรการทางการทหารปิดล้อมคฤหาสน์หลังนี้ไว้หลังจากได้รับแจ้งความเฉินเอี๋ยนก็รีบรุดไปที่เกิดเหตุทันทีเมื่อไปถึงก็พบศพหญิงสาวถึงสิบศพในคฤหาสน์หลังนั้น
หลังจากการสืบสวนเฉินเอี๋ยนพบว่าหญิงสาวเหล่านี้ล้วนถูกลักพาตัวมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศทว่าการสืบค้นยังไม่จบเพียงแค่นั้นเฉินเอี๋ยนยังขุดเจอศพของหญิงสาวอีกหลายสิบศพบริเวณสวนคฤหาสน์เมื่อชันสูตรศพก็พบว่าศพเ่าั้เสียชีวิตมาแล้วกว่าสิบปี
“หัวหน้า ผมคิดว่าสถานการณ์ไม่ค่อยปกตินะครับ!”หูหลินกล่าว
เฉินเอี๋ยนพยักหน้าแล้วพูดว่า“แน่นอน บนศพของหญิงสาวเ่าั้ไม่ปรากฏาแเวลาเสียชีวิตก็อยู่ใน่ไม่กี่วันมานี้ แต่ศพทุกร่างกลับแห้งราวกับมัมมี่ลักษณะการตายน่าสะพรึงกลัวมาก”
“หัวหน้าครับผลการตรวจสอบสถานะของหญิงสาวเหล่านี้ออกมาแล้วครับแต่ละคนล้วนมีวันเดือนปีเกิดเป็วันเดียวกัน” หูหลินรายงานเขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของเื่นี้
เฉินเอี๋ยนหลุบตาลงก่อนสั่งการ“บันทึกสถานการณ์ทั้งหมดของที่นี่ แล้วรายงานขึ้นไป”
ลักษณะการเสียชีวิตของคนที่นี่แปลกประหลาดมากทั้งหมดมีวันเดือนปีเกิดเดียวกัน และจำนวนผู้ตายก็มีไม่น้อยเลยทีเดียวมันต้องไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาแน่ๆ
เฉินเอี๋ยนหรี่ตาลงอาชญากรรมที่เกิดจากฝีมือของพวกเหนืุ์ไม่ใช่เื่ที่ตำรวจธรรมดาทั่วไปอย่างเขาจะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้สำหรับคนพวกนี้ตำรวจก็เป็แค่พวกอ่อนหัดในสายตาเท่านั้น
ที่นี่มีคนเสียชีวิตจำนวนมากแต่กลับไม่ปรากฏพิรุธใดๆ เล็ดลอดออกไปเลยจะต้องมีคนคอยสนับสนุนอยู่เื้ัแน่นอน
เมื่อเื่คฤหาสน์ชานเมืองถูกเปิดโปงอย่างนี้ทำให้ซ่งผินเซิงร้อนใจเป็อย่างมาก แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
โชคดีที่คฤหาสน์หลังนั้นเป็ชื่อของคนอื่นซ่งผิ่นเซิงจึงไม่กังวลว่าตำรวจจะสาวมาถึงตัวเขา แต่ว่าซ่งผิ่นหยวนยังไม่กลับมาทำให้ซ่งผิ่นเซิงกระวนกระวายใจไม่น้อย
…
ณ บ้านตระกูลเฉิน
“พี่ชายพี่กำลังศึกษาคดีอะไรอยู่หรือคะ!”
เฉินเข่อหลันมองรูปถ่ายไม่กี่รูปบนโต๊ะสีหน้าพลันเปลี่ยนไป “พี่ใหญ่ นี่มัน… ใครเป็คนทำคะ? โเี้เกินไปแล้ว!”
เฉินเอี๋ยนรีบเก็บรูปถ่ายแล้วตอบว่า“นี่น่าจะเป็การก่อคดีของพวกเหนืุ์ อาจเกี่ยวข้องกับบ้านตระกูลซ่งถึงแม้ว่าซ่งผิ่นเซิงจะจัดการได้เรียบร้อย แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งสองครั้งจากการสืบค้นอย่างละเอียดก็พบว่าเื้ัของคดีนี้มีเงาของซ่งผิ่นเซิงแฝงอยู่”
“บ้านตระกูลซ่ง?”เฉินเข่อหลันพึมพำ
เฉินเอี๋ยนพยักหน้าแล้วกล่าวว่า“ใช่แล้ว หลายปีที่ผ่านมาบ้านตระกูลซ่งทำเื่สกปรกไว้มากมายแต่ว่าซ่งผิงหยวนซึ่งเป็คนของตระกูลซ่งนั้น เป็หนึ่งในสมาชิกของสำนักอสูรเร้นเงาเบื้องบนเกรงว่าถ้าจัดการกับเื่นี้ ย่อมอาจถูกคนของสำนักอสูรเร้นเงาลอบสังหารได้ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่กล้าแตะต้องตระกูลซ่ง”
เฉินเข่อหลันขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า“เ้าชายทำความผิด มีโทษเท่าสามัญชน หรือเพียงเพราะคนพวกนั้นร้ายกาจมากเบื้องบนจึงไม่อยากยุ่งเหรอ?”
เฉินเอี๋ยนหัวเราะแห้งๆแล้วพูดว่า “คำขวัญใครก็พูดได้ แต่จะปฏิบัติได้จริงไหมคำขวัญที่ว่าทุกคนเท่าเทียมกันท่องต่อกันมานานเท่าไรแล้วแต่จนถึงตอนนี้คนเราทุกคนเท่าเทียมกันจริงๆ เหรอ?”
“จะว่าไปแล้วตอนที่พี่สืบเกี่ยวกับบ้านตระกูลซ่ง พี่พบเื่ประหลาดหนึ่งเื่”เฉินเอี๋ยนเล่า
เฉินเข่อหลันถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า“เื่ประหลาด? ประหลาดยังไงเหรอคะ”
“ซ่งผิ่นหยวนหายไป”เฉินเอี๋ยนตอบ
เฉินเข่อหลันพูดอย่างงุนงง“หายไป จะหายไปได้ยังไงคะ?”
เฉินเอี๋ยนส่ายหน้าแล้วตอบว่า“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน นายท่านบ้านตระกูลซ่ง เหมือนกำลังตามหาเขาแต่ว่าเ้าหมอนั่นยังคงสูญหายไร้วี่แวว”
…
ณ บ้านตระกูลไป๋
“หลานบอกว่าเย่ฝานกำจัดซ่งผิ่นหยวนไปแล้ว?”มือของไป๋ซื่อหยวนเกิดสั่นเทา กล้องสูบบุหรี่ในมือพลันหล่นลงกับพื้น
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วตอบว่า“น่าจะถูกสังหารไปแล้ว”
ตามที่เย่ฝานบรรยายถึงรูปร่างหน้าตาและการแต่งกายน่าจะเป็เขาไม่ผิดแน่ ติดตรงที่เย่ฝานบอกว่าฝ่ายตรงข้ามอ่อนหัดเกินไปประเด็นนี้ฟังดูไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไร
“ชื่อเสียงของสำนักอสูรเร้นเงาไม่สู้ดีนักความจริงแล้วเบื้องบนไม่พอใจในสำนักนี้อยู่มาก แต่หากลงมือจัดการก็กลัวจะส่งผลกระทบต่อเื่อื่นๆตาแก่บ้านตระกูลซ่งไม่มีความจริงใจเอาเสียเลยตาอุตส่าห์มอบโอสถเพิ่มอายุขัยเพื่อเป็การขอโทษแล้วแต่เ้าหมอนั่นก็ยังไม่ยอมรามือ” ไป๋ซื่อหยวนพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ไป๋ซื่อหยวนนิ่งไปชั่วครู่เขาถอนหายใจก่อนพูด “หลายปีก่อน ซ่งผินเซิงเคย่ชิงตำแหน่งกับข้าราชการคนหนึ่งโอกาสที่ซ่งผินเซิงจะชนะมีน้อยกว่าข้าราชการคนนั้นมาก แต่ผ่านไปไม่นานข้าราชการคนนั้นกลับหัวใจวายตายกะทันหันหลานรู้ไหมว่าข้าราชการคนนั้นไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจ!และตอนที่เขาตายมีอายุเพียงสี่สิบห้าปีเท่านั้น”
ไป๋อวิ๋นซีกล่าวอย่างไม่พอใจ“ถ้าเป็แบบนี้ ตระกูลซ่งก็ทำตัวได้ใจเกินไปแล้ว!”
“เื่ทำนองนี้ยังมีอีกเยอะ!”ไป๋ซื่อหยวนพูดพร้อมส่ายหน้า
“บ้านตะกูลซ่งเหมือนยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยความสงสัย
ซ่งผินหยวนตายแล้วถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างบ้านตระกูลซ่งและสำนักอสูรเร้นเงาได้ยุติลงเช่นกันบ้านตระกูลซ่งยังไม่เดือดร้อนได้หรือ?
“บางทีคนบ้านตระกูลซ่งอาจยังไม่รู้ว่าซ่งผิ่นหยวนตายแล้ว”
หลายปีมานี้ซ่งผิ่นหยวนทำตามอำเภอใจมาตลอดบางทีบ้านตระกูลซ่งอาจไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าจะมีเื่เกิดกับซ่งผิ่นหยวน
ไป๋อวิ๋นซียิ้มแล้วพูดว่า“ช่างมันเถอะ หากตระกูลซ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับมาพวกเราก็ทำเป็ไม่รู้เื่ด้วยก็แล้วกัน”
“ความสามารถของเย่ฝานเก่งกาจขนาดไหนกัน!”ไป๋ซื่อหยวนถามด้วยความสงสัย
ไป๋อวิ๋นซี “…”ปัญหานี้เขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน!ทุกครั้งที่เขาคิดว่าเย่ฝานเป็คนลึกลับจนยากจะเข้าใจ เ้าหมอนี่ก็มักจะก่อเื่งี่เง่ามายืนยันว่าเขาเป็แค่คนซื่อบื้อปัญญาอ่อนเท่านั้น
…
เย่ฝานหิ้วกล่องอาหารเดินเข้าไปที่มหาวิทยาลัยเหรินชวน
“นักศึกษาเย่นายมาแล้วเหรอ นั่งก่อน นั่งก่อนสิ!” ศาสตราจารย์สื่อกระตือรือร้นอย่างผิดปกติ
เย่ฝานมองศาสตราจารย์สื่อด้วยความงุนงงตาเฒ่านี่ทำดีกับเขามาตลอด แต่ครั้งนี้เหมือนจะมากไปหน่อย
“ศาสตราจารย์สื่อคุณไม่เป็อะไรใช่ไหม” เย่ฝานเอ่ยถาม
ศาสตราจารย์สื่อหัวเราะแล้วตอบว่า“ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่อยากขอบคุณนาย นายรู้ไหมว่าสองวันก่อนที่คณะมีหญิงสาวคนหนึ่งะโตึกตาย?”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วพูดด้วยความสงสัยว่า“สมัยนี้คนที่คิดไม่ตกมีอยู่เต็มไปหมด! ทำไมถึงคิดไม่ตกขนาดนั้น?”
“ผู้หญิงคนนั้นะโตึกมันไม่ใช่ประเด็นประเด็นมันอยู่ที่ตอนหล่อนะโลงมา ฉันอยู่ข้างล่างตรงจุดนั้นพอดีร่างของหล่อนจึงเกือบจะพุ่งลงมาทับฉันตาย” ศาสตราจารย์สื่อเอามือตบหน้าอกแล้วพูดด้วยความกลัวที่ยังไม่จางหาย
เย่ฝานหรี่ตาลงพลางพูดด้วยความไม่เข้าใจ“ศาสตราจารย์สื่อ อยู่ดีๆ ทำไมถึงเดินไปใต้ตึกหอพักนักเรียนหญิงได้ล่ะ!หรือว่าจะไปถ้ำมอง อย่างนี้ไม่ดีนะครับ! ศาสตราจารย์สื่อคุณอายุปูนนี้แล้วยังกล้าทำเื่ไม่ให้เกียรติตัวเองแบบนี้!”
ศาสตราจารย์สื่อเหลือบตามองบนสำลักจนเกือบเป็ลม “นายพูดเหลวไหลอะไรกัน? ผู้หญิงคนนั้นมาฆ่าตัวตายที่หอพักชายแล้วตึกที่เป็หอพักของอาจารย์และบุคลากรอยู่ข้างๆ หอพักชายพอดี!”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆแล้วถามว่า “ร่างของหล่อนไม่ได้พุ่งใส่ตัวคุณเหรอ?”
ศาสตราจารย์สื่อหยิบยันต์คุ้มภัยขึ้นมาแล้วพูดว่า“ยันต์คุ้มภัยนี้นายเป็คนให้ฉันไว้ ตอนนี้ลวดลายบนยันต์จางไปแล้วเหมือนกับว่ายันต์คุ้มภัยนี้ช่วยยันร่างผู้หญิงคนนั้นไว้หล่อนก็เลยไม่ได้พุ่งใส่ฉัน และผู้หญิงคนนั้นก็รอดตายด้วย”
เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าว“อย่างนี้ก็ถูกแล้ว ยันต์คุ้มภัยสามารถใช้ได้สามครั้งเมื่อครบสามครั้งก็ใช้ไม่ได้แล้ว!”
ศาสตราจารย์สื่อพยักหน้าแล้วกล่าวว่า“ของนี่ใช้ดี นายมอบให้ฉันอีกสักแผ่นได้ไหม!”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า“ไม่ได้หรอกครับ! ผมต้องเอาของพวกนี้ไปแลกเป็เงินกับพวกร่างทรง!”
ศาสตราจารย์สื่อพูดอย่างเซ็งๆว่า “อย่างนั้นฉันก็ต้องเสียเงินซื้อ...”
“แผ่นละหนึ่งล้านหยวน”เย่ฝานเอ่ย
สื่อเว่ยทำหน้าบูดเบี้ยวทันที“แพงขนาดนี้เลย?”
“ไม่แพงผมขายราคานี้แหละ!” เย่ฝานเอ่ยย้ำ
สื่อเว่ย “…”
เซี่ยวฉือแสร้งทำเป็อ่านวรรณกรรมแต่ความจริงแล้วแอบฟังทั้งสองคุยกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“คุณตาครับ!ยาบำรุงครอบจักรวาลที่คุณตา้า ผมเอามาให้แล้วนะยานี่ในหนึ่งสัปดาห์ควรกินแค่หนึ่งเม็ดต่อหนึ่งคน อย่ากินบ่อยเกินไปต้องรู้จักควบคุมด้วย บำรุงมากเกินไปก็ไม่ดีนะครับ”
เซี่ยวฉือ “…”ยานี่ไม่ใช่เขาที่้า แต่เป็ตาเฒ่าไป๋ต่างหากตาเฒ่าไป๋เ้าหมอนี่ไม่กล้าเอ่ยปากขอเอง เลยให้เขาช่วยขอให้เ้าสารเลวนี่
ศาสตราจารย์สื่อมองเย่ฝานเขาพยักหน้าและพูดคล้อยตามว่า “ใช่แล้วๆ คุณอายุปูนนี้แล้ว ต้องรู้จักควบคุมนะ!”
เซี่ยวฉือ “…”
ศาสตราจารย์สื่อเพ่งสายตาไปยังเย่ฝานแล้วถามว่า “นักศึกษาเย่ นายคิดว่ายันต์คุ้มภัยสามารถขายในราคาถูกลงอีกนิดได้ไหม!”
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมตอบว่า“ก็ได้ เห็นแก่ที่คุณอายุขนาดนี้แล้ว หาเงินคงไม่ง่ายเท่าไรนักผมลดราคาให้คุณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็แล้วกัน เย่ฝานมองศาสตราจารย์สื่อพร้อมวางท่าอย่างคนใจกว้าง
ศาสตราจารย์สื่อกัดฟันแล้วเอ่ยว่า “ได้!”
ศาสตราจารย์สื่อดูเย่ฝานเดินจากไปแล้วหันไปพูดกับเซี่ยวฉือซึ่งกำลังดีใจบนความโชคร้ายของเขา “ตาเฒ่าเซี่ยวหลานเขยของคุณคนนี้ใจดำจริงๆ เลยนะ!”
เซี่ยวฉือกวาดตามองศาสตราจารย์สื่อก่อนพูดว่า “เขาลดราคาให้คุณขนาดนี้ คุณควรดีใจนะคุณรู้ไหมว่ายันต์ที่เขาหลงหู่ซื้อไปไม่ได้ลดราคาเลย?”
ศาสตราจารย์สื่อเบิกตาโตแล้วถามว่า “คุณจะบอกว่า พวกร่างทรงที่เย่ฝานเรียก หมายถึงคนของเขาหลงหู่เหรอ?”
เซี่ยวฉือพยักหน้าแล้วกล่าวว่า“ก็ใช่สิ ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าใครล่ะ! พวกสิบแปดมงกุฎหรือไง!”เซี่ยวฉือมองสีหน้าใของศาสตราจารย์สื่อ เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดี!่ก่อนสื่อเว่ยคอยแต่เอาเื่ของเขาไปพูดเป็เื่ตลกขบขันครั้งนี้ถึงตาเขาเอาคืนบ้าง
