เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นท่าทางของจางซือเลี่ยงที่มีต่อเย่ฝาน แต่ละคนก็หน้าถอดสีไปทันที ยังดีที่เย่ฝานไม่ได้ถือสาคนเ่าั้ ครั้งนี้จึงถือว่าโชคดีไป
เย่ฝานเดินเข้าไปในโรงงาน เขาหาสถานที่เป้าหมายเจอในเวลาอันรวดเร็ว จางซือเลี่ยงตามเย่ฝานไปถึงเขตเก็บวัสดุไม้
“คุณชายเย่ ผีนั่นอยู่ที่นี่หรือครับ?” จางซือเลี่ยงถามด้วยความระมัดระวัง
หลังจากเอาหนอนกู่ออกจากร่างไปได้ จางซือเลี่ยงจะไปไหว้พระที่วัดทุกครั้งที่มีเวลาว่างจนรู้สึกศรัทธาในพระพุทธ จางซือเลี่ยงไม่เข้าใจว่าตนไหว้พระด้วยความเลื่อมใสศรัทธาขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังเจอสิ่งอวมงคลพวกนี้อยู่ตลอด
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ผิดแน่!”
คนงานที่อยู่ข้างๆ เล่าด้วยเคารพว่า “เ้านายครับ คนงานที่ล้มป่วยทั้งหมดเคยถูกสั่งให้มาขนไม้ที่นี่ทั้งนั้นเลยครับ”
สีหน้าของจางซือเลี่ยงยังคงปกติ เขาหันไปทางเย่ฝานพลางถามว่า “คุณชายเย่ คิดว่ายังไงครับ!”
เย่ฝานหรี่ตาจดจ้องไม้ท่อนหนึ่งในโกดัง “นึกไม่ถึงว่า… สั่งคนออกไปให้หมด อย่าอยู่เยอะขนาดนี้”
สิ้นเสียงพูดของเย่ฝาน จางซือเลี่ยงรีบโบกมือสั่งให้คนงานออกไปทันที “อาซวง เธอก็ออกไปก่อนนะ”
หนิงซวงมองจางซือเลี่ยงด้วยสายตาไม่สบายใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงยอมออกไป
เย่ฝานมองจางเซวียนแล้วกล่าวว่า “เดี๋ยวถ้าต่อสู้กันขึ้นมา นายคุ้มครองหมอนี่นะ”
จางเซวียนมองเย่ฝานและพูดอย่างไม่สบายใจว่า “เราหารือกันก่อนดีไหม! ที่นี่มีกลิ่นอายภูตผีแรงมาก ไม่ได้มีแค่หนึ่งตนแน่ๆ”
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมเอ่ย “แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ตนเดียว มีทั้งหมดแปดตน แต่อายุยังไม่ยาวนานเท่าไร ไม่มีอะไรให้ต้องหวาดกลัว ที่สำคัญคือที่นี่กลับมีไม้หยินโลหิตอายุพันปี ของสิ่งนี้ทำให้ิญญามีพลังมากขึ้น ถ้าปล่อยไว้ต่อไปจำนวนผีที่ถูกดึงดูดมาที่นี่ก็ยิ่งมากขึ้น ถึงตอนนั้นจะยิ่งจัดการลำบาก
“มีแปดตน?” จางเซวียนผวาจนคิ้วกระตุก ยังมีที่ซ่อนอยู่อีกห้าตน เขามองไม่เห็นหรือยังไง?
เย่ฝานเห็นสีหน้าของจางเซวียนก็กะพริบตาถาม “ไอ้น้อง นายเริ่มกลัวขึ้นมาแล้วใช่ไหม?”
จางเซวียนเหมือนแมวที่โดนเหยียบหาง ขนลุกซู่ทันที “นายพูดเหลวไหลอะไร นายต่างหากที่กลัว”
“ไม่กลัวก็ดี เป็ลูกผู้ชายอกสามศอก ถ้ากลัวผีก็ดูขี้ขลาดเกินไปแล้ว” เย่ฝานกล่าวพร้อมยืดอกและเชิดหน้า
จางซือเลี่ยง “…”
เย่ฝานหยิบยันต์สายฟ้าฟาดแปดแผ่นออกมาโบก ยันต์ทั้งแปดแผ่นลอยไปทุกสารทิศปิดล้อมโกดังไว้
เย่ฝานนำธงดูดิญญาออกมา ธงดูดิญญาขนาดเท่าฝ่ามือพลันขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าตัว
จางซือเลี่ยงเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้างอย่างอดไม่ได้ หากผู้ที่นำธงนั่นออกมาไม่ใช่เย่ฝาน จางซือเลี่ยงคงเข้าใจผิดว่าธงดูดิญญาเป็อุปกรณ์เล่นมายากลเป็แน่
เย่ฝานสะบัดธงดูดิญญา ภูตผีที่กำเริบเสิบสานซึ่งหลบอยู่ในไม้หยินโลหิตต่างลอยออกมาทันที
อุณหภูมิรอบๆ ลดลงไปหลายองศาอย่างรวดเร็ว จางซือเลี่ยงยกมือกระชับเสื้อผ้าบนร่างตนโดยอัตโนมัติ
เย่ฝานโบกธงดูดิญญาอีกครั้ง จางซือเลี่ยงเพียงรู้สึกว่ารอบกายเขามีแต่ความมืดมิด ยังไม่ทันสิ้นความคิด เสียงคร่ำครวญของผีร้ายก็ดังขึ้น
“ไอ้พวกมารผจญ เตรียมตัวซวยได้เลย” เย่ฝ่านเปล่งเสียงขึ้นจมูกเบาๆ
“ไอ้น้อง มีผีตนหนึ่งหนีไปทางนาย ระวังด้วย” เย่ฝานพูดกับจางเซวียน
จางเซวียนยังปกติดี แต่จางซือเลี่ยงที่หลบอยู่ใกลัวจนแทบเป็ลม
จางเซวียนร่ายคาถาแล้วเปล่งเสียง “สลาย!”
จางเซวียนโมโหจนแทบกระอัก เขาแค่นึกสนุกเลยตามมาเท่านั้น แต่สุดท้ายเ้าหมอนี่กลับดึงเขาเข้ามาลำบากด้วย!
“น้องชายท่านนี้เก่งกาจจริงๆ มิน่าถึงสามารถเป็ผู้ติดตามของคุณชายเย่ได้!” จางซือเลี่ยงชื่นชมจางเซวียนด้วยใบหน้าขาวซีด
จางเซวียน “…” เขาเป็ผู้สืบทอดของเขาหลงหู่ ไม่ใช่ผู้ติดตามของเ้าทึ่มนั่น
“เอ๊ะ!” เสียงร้องของผีร้ายดังเข้ามาในหูของจางเซวียน
เย่ฝานใช้ธงดูดิญญาสะกดผีเจ็ดตนไว้ ิญญาอาฆาตตนนั้นรู้ว่าตัวเองสู้เย่ฝานไม่ได้จึงคิดหนี ทว่าจังหวะที่กำลังจะหนีไป มันกลับปะทะกับยันต์ที่เย่ฝานติดไว้ั้แ่ตอนแรก ิญญาจึงกระเด็นกลับมา
ภายในโกดัง ลมเย็นๆ พัดเข้ามาเป็ระลอก ผีร้ายลอยไปมาด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
จางซือเลี่ยงเห็นแต่ความมืดเบื้องหน้าก็กลัวจนต้องปิดตา
เขารออยู่พักใหญ่ เมื่อไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น หลังจากลืมตาเท่านั้น ก็เห็นใบหน้าสีเขียวกำลังแยกเขี้ยวอันน่าสะพรึงของิญญาอาฆาตลอยอยู่เบื้องหน้า เขาใจนขาอ่อนไปทันใด
“สายฟ้าฟาด สลาย”
ิญญาร้ายที่คิดลอบทำร้ายจางซือเลี่ยง ถูกเย่ฝานโจมตีจนสลายไป
เพียงพริบตาเดียว ิญญาทั้งหลายก็ถูกเย่ฝานสะกดไว้ในธงดูดิญญาจนหมด
จางซือเลี่ยงหลบอยู่ด้านหลังจางเซวียนด้วยความหวาดกลัว รอจนกว่าทุกอย่างสงบดีจึงค่อยโผล่หน้าออกมา “ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับ?”
“ไม่มีอะไรแล้ว ผีทุกตนถูกเก็บไปหมดแล้วล่ะ” จางเซวียนตอบ
จางเซวียนมองเย่ฝานผู้มีจิตใจฮึกเหิม สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขาเองก็มีความสามารถในการสะกดิญญา ทว่าการสะกดิญญาจำนวนมากในคราวเดียวอย่างที่เย่ฝานทำ เขายังไม่สามารถทำได้
เมื่อเห็นสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว จางซือเลี่ยงรีบวิ่งไปข้างกายเย่ฝานหวังกระชับความสัมพันธ์ “ยอดเยี่ยมไปเลยครับ คุณชายเย่!”
จางซือเลี่ยงเจ็บแปลบขึ้นในใจ ครั้งก่อนตอนที่เย่ฝานช่วยเอาหนอนกู่ออกจากร่าง ยังพูดกับเขาว่าแล้วคงได้เจอกันอีก อีกทั้งยังพูดอีกว่าต่อไปถ้าเกิดเื่ขึ้นอีกให้ติดต่อเขาได้ แล้วจะลดราคาให้ นึกไม่ถึงว่ามันจะเกิดเื่เร็วขนาดนี้
เย่ฝานกลอกตาไปมาแล้วพูดอย่างเกรงใจว่า “ไม้ท่อนนี้มอบให้ผมเถอะ ถือเป็ค่าตอบแทนก็แล้วกัน”
จางซือเลี่ยงดวงตาเป็ประกาย กลัวเย่ฝานจะเปลี่ยนใจจึงรีบตอบตกลง “ถ้าคุณชายเย่้า ผมจะให้คนส่งไปให้ครับ คุณยังถูกใจไม้ท่อนไหนอีกไหมครับ บอกมาได้เลย ผมจะได้ให้คนส่งไปพร้อมกัน”
จางซือเลี่ยงคิดในใจว่าช่างบังเอิญจริงๆ! เย่ฝานครั้งนี้คิดราคามิตรภาพแท้ๆ! จางซือเลี่ยงซาบซึ้งจนแทบจะร้องไห้ออกมา
เย่ฝานส่ายหน้าพลางกล่าว “อย่างอื่นเหรอ? ที่เหลือก็เป็เพียงของธรรมดา ฉันไม่สนใจหรอก”
เย่ฝานหยิบยันต์อำพรางหนึ่งแผ่นมาติดไว้บนไม้ท่อนนั้น “ในระหว่างขนส่ง ห้ามดึงยันต์ออกเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กลิ่นอายรั่วไหลจนเรียกสิ่งไม่ดีมาอีก”
จางซือเลี่ยงพยักหน้ารับปาก “ได้ครับๆ ผมจะกำชับให้ลูกน้องระมัดระวังให้ดี”
จางซือเลี่ยงคิดในใจ ท่อนไม้ที่เย่ฝานอยากได้จะต้องเป็ของดีแน่ๆ แต่ว่าของนั่นมัน
จางซือเลี่ยงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณชายเย่ครับ ไม้ท่อนนี้เรียกผีมาเหรอครับ?”
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมตอบกลับ “ใช่แล้ว”
“แล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เกิดเื่ครับ?” จางซือเลี่ยงถาม
“ก่อนหน้านี้ไม้ท่อนนี้ยังไม่ถูกตัด ขอเพียงไม่ถูกตัดกลิ่นอายก็ไม่อาจเล็ดลอดออกมาได้ เมื่อไม่มีกลิ่นอายจากไม้ ภูตผีทั้งหลายย่อมััไม่ได้” จางเซวียนชิงตอบโดยไม่รอให้เย่ฝานเปิดปาก
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วพูดอย่างเข้าใจเื่ราว “เป็อย่างนี้นี่เอง!”
จางเซวียนก็สนใจไม้หยินโลหิตอยู่ไม่น้อย แต่ว่าเย่ฝานถูกใจของสิ่งนี้และเขายังเป็กำลังสำคัญในการปราบผีครั้งนี้ด้วย จางเซวียนจึงไม่ประสงค์จะแย่งชิงกับเขา
“คุณชายเย่ ถ้าไม่รังเกียจไปนั่งพักผ่อนที่ห้องทำงานผมสักครู่ดีไหมครับ? ภรรยาผมหล่อนอยากพบคุณชายเย่มาตั้งนานแล้ว หล่อนอยากแสดงความขอบคุณต่อคุณน่ะครับ” จางซือเลี่ยงกล่าวเชื้อเชิญ
เย่ฝานพยักหน้าก่อนตอบ “ก็ดีเหมือนกัน”
เย่ฝานเดินเข้าไปในห้องทำงานก็เริ่มสนทนากับหนิงซวง
หนิงซวงคุยกับเย่ฝานไม่กี่ประโยคก็ถามขึ้นว่า “คุณชายเย่ อาเลี่ยงมักถูกเื่ประหลาดจ้องเล่นงานมาตลอด คุณคิดว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับเขาหรือเปล่าคะ”
เย่ฝานยักไหล่แล้วตอบว่า “เื่นี้ผมก็ไม่ค่อยรู้เท่าไร เขาอาจจะดวงไม่ดีจึงถูกภูตผีเล่นงานได้ง่ายๆ แต่ก็อาจเป็เื่บังเอิญก็ได้” ศาสตร์การดูดวงชะตาเขาเองก็ไม่ถนัดเท่าใดนัก
“ถ้าอย่างนั้นคุณชายเย่มีวิธีป้องกันไว้ก่อนไหมคะ?” หนิงซวงถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“มีสิ! ฉันบังเอิญพกหยกมาจำนวนหนึ่ง สามารถป้องกันสิ่งชั่วร้าย ถ้าคุณอยากได้ ผมขายให้ชิ้นละหนึ่งล้านหยวน คุณทั้งสองซื้อไว้ได้นะ” เย่ฝานกล่าว
หนิงซวงได้ยินอย่างนั้นก็ดีใจมาก รีบพูดว่า “ซื้อค่ะๆ ฉันซื้อสามชิ้นจ่ายห้าล้านหยวนคุณชายเย่ขัดข้องไหมคะ”
เย่ฝานดวงตาเป็ประกาย ตอบว่า “ได้สิ!” หมูมาให้เชือดถึงที่ ถ้าไม่เชือดก็เสียดายแย่
เย่ฝานหยิบหยกสามชิ้นส่งให้หนิงซวง เมื่อหล่อนเห็นหยกเป็พวงของเย่ฝาน ก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหลอกทันที
แม้ว่าหยกพวงใหญ่ที่เย่ฝานนำออกมา จะทำให้หนิงซวงรู้สึกเหมือนถูกหลอก แต่ว่าหล่อนก็ยอมจ่ายเงินห้าล้านหยวนซื้อหยกนั้นมาจนได้
…
“นักพรตจาง กำลังทำอะไรอยู่ครับ?”
จางซือเลี่ยงเดิมทีคุยอยู่กับเย่ฝาน คุยไปสักพักพบว่าจางเซวียนไม่ได้ตามเข้ามาด้วย จึงได้สอบถามเื่ของเขากับเย่ฝาน
หลังจากที่ถามเย่ฝาน จางซือเลี่ยงจึงทราบว่าจางเซวียนไม่ใช่ผู้ติดตามของเย่ฝาน แต่เป็ยอดคนแห่งเขาหลงหู่ เมื่อรู้ความจริงนี้แล้ว เขาพลันรู้สึกว่าตนเองต้อนรับขับสู้แขกคนสำคัญได้ไม่ดีเลย
คนของเขาหลงหู่ล้วนเป็ผู้มีความสามารถ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แต่ละคนความสามารถไม่ธรรมดา ไม่ควรทำสิ่งใดที่ล่วงเกินอย่างยิ่ง
จางซือเลี่ยงกังวลว่าจางเซวียนจะกลับไปแล้ว แต่พอตามหาก็พบว่าเขายังไม่ไป แต่กำลังแกะยันต์ที่ติดอยู่ที่ฝาผนัง
จางซือเลี่ยงจำได้ว่าก่อนหน้านี้เย่ฝานติดยันต์ไว้ที่ผนัง แต่ว่าตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่แผ่นเดียว
จางเซวียนเห็นจางซือเลี่ยง เขาก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
ก่อนหน้านี้จางเหวินเทาเคยนำยันต์จำนวนหนึ่งกลับไปที่เขาหลงหู่ ผู้าุโที่ได้เห็นต่างชื่นชมเป็อย่างมาก ส่วนยันต์ของเย่ฝานจางเซวียนได้ััก็รู้ถึงความร้ายกาจของมัน หากเปรียบเทียบแล้วยันต์สายฟ้าฟาดของเย่ฝานดูเหมือนจะร้ายกาจกว่ายันต์สายฟ้าฟาดที่จางเหวินเทาเคยนำกลับไปเสียอีก
ตอนที่เย่ฝานนำยันต์แปดแผ่นออกมาจัดการกับผีร้าย มีเพียงสองแผ่นเท่านั้นที่โจมตีิญญาอาฆาตที่คิดหนี พลังของยันต์จึงอ่อนลงไปบ้าง แต่พลังของยันต์ที่เหลือไม่ได้รับผลกระทบ พูดได้ว่ายังคงสภาพเดิมไว้ทั้งหมด
จางเซวียนไม่กล้าขอยันต์จากเย่ฝานตรงๆ จึงแอบมาเก็บจากสถานที่เกิดเหตุเพียงลำพัง คิดไม่ถึงว่าจะถูกเห็นเข้าเสียก่อน
“อ่อ! ยันต์พวกนี้ถ้าไม่ระวังไปโดนเข้าอาจเป็อันตรายได้ ผมเลยมาจัดการเก็บกวาด” จางเซวียนกล่าว
จางซือเลี่ยงพยักหน้ากล่าวว่า “รบกวนนักพรตจางมากจริงๆ ครับ!”
…
จางซือเลี่ยงแสดงความขอบคุณต่อเย่ฝานและจางเซวียนอยู่หลายครั้ง แล้วส่งทั้งสองกลับไป พนักงานรักษาความปลอดภัยเ่าั้เห็นเ้านายของตนส่งแขกกลับไปแล้ว แต่ละคนเหมือนกับยกูเาออกจากอก
“ยอดคน! ยอดคนเป็แน่แท้” จางซือเลี่ยงอดอุทานด้วยความชื่นชมไม่ได้ “ได้พบกับบุคคลที่มีความสามารถแต่ถ่อมตนอย่างคุณชายเย่ ช่างโชคดีจริงๆ”
จางซือเลี่ยงยิ้มแล้วยิ้มอีก รู้สึกดีใจที่ตนเองขึ้นเครื่องบินเที่ยวเดียวกับเย่ฝาน ก่อนที่จะเจอเย่ฝาน เขาเคยไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์หลายท่าน อาจารย์เ่าั้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาให้เขาไม่ได้ กลับยังดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขามีอาการผิดปกติ
พนักงานรักษาความปลอดภัยต่างมองหน้ากัน หัวหน้าทีมพูดขึ้นว่า “สมัยนี้ งานรักษาความปลอดภัยลำบากขึ้นทุกวัน เห็นคนบ้าอยู่ข้างหน้าแท้ๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาอาจเป็ยอดคนอย่างที่ว่าจริงๆ!”
“หัวหน้า เ้านายของพวกเราโดนพวกสิบแปดมงกุฎต้มตุ๋นแล้วหรือเปล่า! หมอนั่นสวมชุดลำลองกับรองเท้าแตะ สภาพดูไม่เหมือนยอดคนเลยสักนิด!”
“ต่อให้เ้านายตาบอด แต่นายหญิงก็ไม่น่าจะตามน้ำไปด้วยนะ นายหญิงบอกว่าเขาไม่ธรรมดา ก็คงไม่ธรรมดาจริงๆ นั่นแหละ”
…
หนิงซวงดูจางซือเลี่ยงที่มีสีหน้าเบิกบาน ก่อนถามว่า “คุณเหมือนจะดีใจมากนะ!”
“อืม คุณชายเย่ครั้งนี้ช่วยเราไว้เยอะมาก แถมค่าตอบแทนก็ไม่สูงด้วย” จางซือเลี่ยงกล่าว
“เมื่อครู่ฉันได้รับข่าวจากโรงพยาบาล คนงานที่ล้มป่วยแต่ละคนต่างได้สติแล้ว” เดิมทีหนิงซวงยังสงสัยในตัวเย่ฝานอยู่บ้าง แต่พอได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล ความเคลือบแคลงนั้นก็มลายไป
จางซือเลี่ยงได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง พูดด้วยความตกตะลึงว่า “คุณชายเย่ ฝีมือร้ายกาจจริงๆ พอลงมือก็เห็นผลทันที!”
หนิงซวงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! ยอดคนยังไงก็แตกต่างจากคนทั่วไป”
