“กลุ่มแฟนคลับสาวหญิงสาวที่ออกมาเรียกร้องเพื่อไอดอลถูกผีพรางตา!”
บนกระทู้มีข่าวหนึ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ครึกโครม เพียงคืนเดียวก็มีข้อความแสดงความคิดเห็นเป็พันเป็หมื่นข้อความ
“ถูกผีอำพราง จริงหรือเปล่า!”
“เป็เื่จริงอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อวานนี้หัวหน้ากลุ่มแฟนคลับเซวียนเซวียนที่พาสมาชิกสิบเก้าคนเข้าไปโจมตีเย่ฝาน ถูกขังอยู่ในลานจอดรถสามชั่วโมงเต็ม ระหว่างนั้นมีรถเข้าออกมากกว่าร้อยคัน แต่ไม่มีใครเห็นและไม่ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากพวกหล่อนด้วย หลังจากเกิดเื่หัวหน้ากลุ่มแฟนคลับได้เข้าไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดในลานจอดรถ หล่อนพบว่าภาพบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างสามชั่วโมงนั่นเบลออย่างไม่มีสาเหตุ”
“ภาพจากกล้องวงจรปิดเบลอ? มีคนทำให้ภาพเบลอหรือเปล่า?”
“มีรายงานว่าเมื่อวานนี้โทรศัพท์มือถือของหัวหน้ากลุ่มแฟนคลับเซวียนเซวียนเกิดขัดข้อง หลังจากผ่านไปสามชั่วโมงจึงมีสัญญาณกลับมา และเื่ที่ทำให้น่าใอีกเื่คือ โทรศัพท์ของแฟนคลับอีกสิบเก้าคนก็ใช้ไม่ได้ในเวลาเดียวกัน”
“จากการเปิดเผยของคนที่อยู่ในกองถ่ายละครที่เย่ฝานถ่ายทำ เขาเล่าว่าเย่ฝานเหาะได้! เวลาแสดงวิชาตัวเบาโดยที่ไม่ต้องใช้สลิงด้วยล่ะ!”
...............................................................
ในกระทู้บนอินเทอร์เน็ตมีทั้งการเปิดเผยข้อมูล เอะอะโวยวายและพากันสงสัย ความคิดเห็นต่างๆ นานาผุดขึ้นจนยุ่งเหยิงไปหมด
“เมื่อวานนี้นายรังแกหญิงสาวพวกนั้นเหรอ?”
เย่ฝานเหลือบตามองบน แล้วตอบว่า “เปล่านะ! พวกนั้นต่างหากที่รังแกฉัน นายไม่รู้หรอกว่าพวกหล่อนทำกับรถของฉันยังไงบ้าง ทำให้ฉันต้องเสียเงินล้างรถตั้งห้าสิบหยวน!”
“นายทำอะไรกับพวกหล่อนบ้าง?”
“ก็ไม่ได้ทำอะไรมากหรอก! ฉันแค่ตั้งค่ายกลพิศวงขังพวกหล่อนไว้สามชั่วโมงก็แค่นั้น” เย่ฝานตอบ
“ตอนนี้กระทู้บนอินเทอร์เน็ตฮือฮากันใหญ่แล้ว พวกเขาสงสัยว่านายไม่ใช่มนุษย์!”
เย่ฝานเบะปาก “เด็กพวกนั้นเชื่อคนง่าย ได้ยินข่าวนิดเดียวก็เอาไปลือกันปากต่อปาก แต่ว่าเื่เหลวไหลที่เด็กผู้หญิงพวกนั้นพิมพ์ลงไปในอินเทอร์เน็ต ผ่านไปสักระยะก็คงเงียบไปเองแหละ”
“ในกลุ่มแฟนคลับมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ”
“ทำไมถึงไม่เหมือนคนอื่นล่ะ!”
“มีหัวหน้ากลุ่มแฟนคลับของถังอวี่เซวียนคนหนึ่ง! ว่ากันว่าหล่อนเป็ผู้มีอิทธิพลและความน่าเชื่อถือในกลุ่มมาก พอหล่อนพูดอะไรก็จะมีคนพร้อมคล้อยตามมากมาย” ไป๋อวิ๋นซีพูด
เย่ฝานหรี่ตาลงแล้วพูดว่า “ยัยขี้ขลาดคนนั้น นึกไม่ถึงว่าจะมีอิทธิพลและความน่าเชื่อถือด้วย ยัยบ้านั่นตั้งใจจะทำลายชื่อเสียงของฉันใช่ไหม?”
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้า “เปล่าเลย! ความจริงแล้วมันตรงกันข้าม เด็กคนนั้นรู้สึกว่านายเป็คนน่าอัศจรรย์มาก ก็เลยอยากจะเป็แฟนคลับนายบ้างไง!”
เย่ฝานเอียงหัวพลางพูด “ความคิดของเด็กผู้หญิงสมัยนี้ช่างประหลาดสิ้นดี!”
ไป๋อวิ๋นซี “...” ประหลาดยังไง ก็คงไม่มากไปกว่านายหรอก!
.......................................................
ณ สตูดิโอ
“ผู้กำกับครับ ด้านนอกมีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งมาะโโหวกเหวก อยากจะพบกับเย่ฝานครับ” ผู้ช่วยผู้กำกับกล่าว
เจียงฮุยขมวดคิ้วพร้อมพูด “ไล่พวกแฟนคลับไปซะ!”
“ผู้กำกับครับ พวกนั้นเหมือนจะเป็แฟนคลับของถังอวี่เซวียน” ผู้ช่วยผู้กำกับพูด
“นายบอกว่าพวกที่อยู่ด้านนอกคือกลุ่มเดียวกับหญิงสาวที่เคยไปหาเื่เย่ฝาน แล้วถูกขังไว้ในลานจอดรถสามชั่วโมงน่ะเหรอ!”
ผู้ช่วยผู้กำกับพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้วครับ! ได้ยินว่าพวกหล่อนปาไข่เน่าใส่คุณชายเย่ แต่กลับโดนไข่เน่าที่ปาสะท้อนกลับไปซะเอง แล้วยังถูกขังไว้ในลานจอดรถตั้งสามชั่วโมงอีก”
ผู้กำกับส่ายหน้าพลางคิดในใจ “เด็กผู้หญิงเหล่านี้ช่างใจกล้าจริงๆ กล้าล่วงเกินคนอย่างคุณชายเย่ได้ยังไงกัน คุณชายเย่เหาะได้อย่างนั้น ความสามารถอื่นก็คงจะไม่ด้อยไปกว่ากัน น่าเสียดายที่คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ไม่ยอมให้ใช้คุณชายเย่เพื่อสร้างกระแสข่าว ไม่อย่างนั้นระดับความสนใจละครของเขาเื่นี้คงพุ่งขึ้นเป็สองเท่าแน่ๆ”
...........................................................................
เย่ฝานขับรถกลับมาถึงคฤหาสน์ของเขา
“คุณชายเย่ นายกลับมาแล้วเหรอ! ลู่อิ๋งเล่าให้ฉันฟังว่านายดังใหญ่แล้ว! นายยอดเยี่ยมมากจริงๆ ไม่ว่าเื่อะไรก็ทำสำเร็จทั้งหมด เก่ง เก่งมากๆ! ตอนนี้ระดับความสนใจเื่ของนายจากผู้คนในตอนนี้มีไม่น้อยเลย” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าวชื่นชม
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธพร้อมพูด “ไม่เท่าไรหรอก อวิ๋นซีบอกว่าตอนนี้ฉันมีแฟนคลับกลุ่มต่อต้านไม่น้อยเลย จึงบอกให้ฉันสงบเสงี่ยมหน่อย”
“แฟนคลับกลุ่มต่อต้าน! ยังไงก็เป็คนที่คอยติดตามนายอยู่ดีนั่นแหละ” ไช่เจิ้นจวิ้นพูดอย่างตรงไปตรงมา
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “นายพูดไม่ผิด ขึ้นชื่อว่าเป็แฟนคลับ แม้จะต่อต้านยังไง แต่สักวันก็ย่อมเห็นความดีของฉันจนได้! ตอนนี้ฉันก็นับว่าเป็คนดังแล้วนะ”
“คุณชายเย่ ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตมีข่าวลือเกี่ยวกับนายเต็มไปหมด มีคนบอกว่านายเป็พวกผู้ฝึกตน เป็นักปราชญ์ บางคนบอกว่านายเป็พวกสิบแปดมงกุฎ พวกต้มตุ๋น บางคนก็ว่านายเป็ยอดฝีมือแห่งสำนักบู๊ลิ้มต่อกรกับศัตรูได้เป็ร้อย...”
เย่ฝานกะพริบตาปริบ “คำพูดไร้สาระของคนว่างงานแบบนั้น นายไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ่นี้ฉันกำลังใคร่ครวญเื่หนึ่งอยู่ นายช่วยฉันวางแผนหน่อย”
ไช่เจิ้นจวิ้นถามด้วยความสงสัย “มีเื่อะไรเหรอ!”
“นายคิดว่า ฉันจะทำยังไงให้อวิ๋นซียอมมีอะไรกับฉันดี!”
ไช่เจิ้นจวิ้นตกตะลึงไปชั่วขณะ เย่ฝานเ้าหมอนี่ คำถามส่วนตัวขนาดนี้ ทำไมถึงกล้าปรึกษากับคนอื่นแบบตรงไปตรงมาอย่างนี้?
“เื่นี้… เื่นี้คุณชายเย่... ก่อนอื่นนายต้องเพิ่มเสน่ห์ในตัวนายให้มากขึ้น” เช่นเวลาไปไหนมาไหนก็ไม่ควรสวมรองเท้าแตะ ส่วนเสื้อผ้าที่ขาดเป็รูอย่างนั้นก็โยนทิ้งได้แล้ว
เย่ฝานนั่งไขว้ขาแล้วพูดอย่างฮึกเหิม “ไม่ว่าฉันจะไปไหนก็มีเสน่ห์บาดใจอยู่แล้ว! ทำไมต้องเพิ่มอีก!”
ไช่เจิ้นจวิ้น “...เออ เื่นี้ถึงแม้คุณชายเย่จะมีเสน่ห์เย้ายวนขนาดนี้แล้ว แต่ว่าเราก็ต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมนะ!”
เย่ฝานพยักหน้าเห็นด้วย “มันก็ใช่ แล้วยังมีวิธีอื่นอีกไหม!”
“ยังมีบรรยากาศ! เมื่อบรรยากาศดี ทุกอย่างก็จะบรรลุผล”
“นายคิดว่าบรรยากาศแบบไหนถึงจะดี?” เย่ฝานถามอีกฝ่าย
“ฉันคิดว่าดื่มเหล้าสักหน่อยก็คงจะดีนะ” ไช่เจิ้นจวิ้นตอบ
เย่ฝานเอียงหัวแล้วพูดว่า “ดื่มเหล้า อวิ๋นซีไม่ชอบให้ฉันดื่มเหล้า เขาบอกว่าฉันดื่มเหล้าเมาแล้วน่ารังเกียจมาก ยังมีวิธีอื่นอีกไหม?”
“ไม่มีแล้ว!” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าว
เย่ฝานมองไช่เจิ้นจวิ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “หมดแล้ว ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ สมองของนายทำไมถึงคิดได้แต่อะไรตื้นๆ อย่างนี้นะ”
ไช่เจิ้นจวิ้น “...”
“ฉันอยากรู้ว่าปกตินายหลอกให้ผู้หญิงยอมขึ้นเตียงยังไง!” เย่ฝานถาม
“เื่นี้ง่ายมากเลย ผมก็ให้ หลุยส์ วิตตอง หรือว่าชาแนล! แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว” แต่วิธีนี้ใช้กับคุณชายไป๋ไม่ได้หรอก หากเอาวิธีนี้ไปใช้กับคุณชายไป๋ คุณชายเย่มีหวังโดนตบบ้องหูแน่ๆ
“หลุยส์ วิตตอง ชาแนล มันคืออะไรละนั่น มันจะได้ผลเหรอ?” เย่ฝานถามพร้อมทำหน้ามุ่ยคิ้วชนกัน
ไช่เจิ้นจวิ้นทำหน้าเครียดแล้วตอบว่า “มันคือกระเป๋ายี่ห้อดัง มันได้ผลกับคนทั่วไป แต่คุณชายไป๋ไม่ใช่คนระดับทั่วไปนี่!”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ! ฉันก็นึกว่าฉันคิดไปเอง คนหล่ออย่างฉัน มีเสน่ห์ดึงดูดใจขนาดนี้ อวิ๋นซีจะอดใจไหวได้ยังไง?”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” คุณชายเย่ไปเอาความหลงตัวเองอย่างนี้มาจากไหนกันนะ! “บางทีคุณชายไป๋อาจจะกำลังรอนายเริ่มก่อนก็ได้!”
เย่ฝานตบมือแล้วพูดว่า “นั่นอาจเป็ไปได้! ฉันน่าจะรุกหนักกว่านี้”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
................................................................
ในโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่ง
“นี่แม่ พ่อออกไปนานขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับมาอีก!” เกาหมั่นจินถามพลางขมวดคิ้วเป็ปม
โจวเจวียนตอบด้วยความลำบากใจ “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน!”
โจวเจวียนเป็หญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง หล่อนมีความรู้น้อย หลังจากที่เกาหมั่นจินถูกผีตามรังควาน หล่อนเองก็กระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติด เกาผิงออกไปข้างนอกแล้วยังไม่กลับมาอย่างนี้จึงทำให้หล่อนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป
โจวเจวียนอยู่ในห้องพัก ทันใดนั้นหล่อนก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง พอรับสายสีหน้าของหล่อนก็เปลี่ยนไป
“แม่ เกิดอะไรขึ้น?” เกาหมั่นจินเห็นสีหน้าของโจวเจวียนเขาพลันรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที
“พ่อของลูกถูกตำรวจจับไปแล้ว!”
เกาหมั่นจินตาเบิกกว้าง “เกิดอะไรขึ้นกับพ่อ?”
“ตำรวจบอกว่าพ่อลักลอบใช้บัตรกดเงินของคนอื่น! พ่อเก็บบัตรกดเงินสดได้หนึ่งใบ ด้านหลังบัตรมีหมายเลขเหมือนจะเป็รหัสบัตร พ่อก็เลยเอาไปกดเงินที่ธนาคาร แต่พอเดินออกจากธนาคารก็โดนจับกุมเสียแล้ว พวกเขาบอกว่าเขาเข้าข่ายลักทรัพย์ ตำรวจบอกว่ามันเป็คดีอาญา”
โจวเจวียนใบหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทา “คนพวกนั้นทำไมถึงใส่ร้ายกันอย่างนี้ บัตรนั่นเป็ของที่เก็บได้แท้ๆ ทำไมถึงเข้าใจว่าเป็การลักทรัพย์ได้นะ”
เกาหมั่นจินลุกยืนและพูดด้วยความโกรธแค้น “เป็มัน จะต้องเป็กับดักที่มันวางไว้แน่ๆ เดิมทีควรเป็มันที่ต้องแต่งงานกับผี แต่กลับเปลี่ยนคนแต่งงานเป็ผม ตอนนี้ก็ยังไม่ยอมหยุด ทำให้พ่อต้องติดคุกอีก ใจคอโเี้จริงๆ”
โจวเจวียนฟังที่เกาหมั่นจินพูด หล่อนก็คิดเห็นว่าเป็ไปได้ บัตรกดเงินสดอะไรจะเก็บได้ง่ายขนาดนั้น แต่เกาผิงกลับเก็บได้ แล้วยังมีรหัสบัตรปรากฏอยู่หลังบัตรโดยบังเอิญอีก!
“ผมจะไม่ปล่อยมันไปแน่” เกาหมั่นจินพูด
โจวเจวียนโกรธแค้นถังอวี่เซวียนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามคนเราย่อมรังแกคนที่อ่อนแอกว่า และกลัวคนที่แข็งแกร่งกว่า เมื่อโจวเจวียนเห็นเกาผิงติดคุกไปแบบนั้น ตนจึงเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาเหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้นเราก็คงต้องปล่อยให้เป็อย่างนี้ มันเป็ถึงดาราดัง มีเงินและอำนาจ พวกเราจะเอาอะไรไปสู้มันได้!” โจวเจวียนเอ่ย
“แม่จะเอายังไงก็แล้วแต่แม่ก็แล้วกัน พ่อก็ติดคุกไปแล้ว ผมก็...” ถึงแม้ว่าคุณสมบัติของเกาหมั่นจินจะไม่เท่าไร แต่ว่าเขามีความทะเยอทะยานสูง ตอนนี้ถูกจับไปแต่งงานกับผีตนหนึ่ง แล้วยังโดนผีอำอีก เกาหมั่นจินจึงเดือดดาลเป็อย่างยิ่ง
โจวเจวียนพูดด้วยความอัดอั้นว่า “แม่ก็ไม่อยากให้เื่จบไปอย่างนี้ แต่ถังอวี่เซวียนมีบอดี้การ์ดเป็โขยง ยังไงพวกเราก็เข้าใกล้มันไม่ได้จริงๆ”
...........................................................................
ในโรงแรมแห่งหนึ่ง
“เ้านายครับ เื่ที่เ้านายสั่งเรียบร้อยแล้ว เกาผิงถูกจับตัวไปแล้วครับ” ผู้ช่วยของถังอวี่เซวียนรายงาน
ถังอวี่เซวียนพยักหน้าแล้วพูดว่า “ดีมาก”
“เ้านายครับ เกาผิงเข้าคุกไปแล้ว แต่เหมือนเกาหมั่นจินจะยังไม่ยอมเลิกราครับ” ผู้ช่วยกล่าว
ถังอวี่เซวียนลูบนิ้วมือของตน ลำพังเกาหมั่นจินคนเดียวไม่น่าเป็ห่วงเท่าไร ถังอวี่เซวียนถูกขายออกจากบ้านตระกูลเกาเป็สิบกว่าปี บ้านตระกูลเกาคงไม่สามารถหาหลักฐานที่น่าเชื่อถือมาได้ แต่ว่าหากเกาหมั่นจินร่วมมือกับซ่งหลินฟงก็คงแย่แน่
“นายไปก่อเื่เดือดร้อนให้ซ่งหลินฟงหน่อย” หากแม้แต่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ซ่งหลินฟงย่อมไม่มีเวลามาก่อกวนเขาแน่นอน
ได้ยินว่าตอนนี้มีบุคคลระดับสูงของบ้านตระกูลซ่งถูกสอบวินัยอยู่ หนึ่งคนในตระกูลเจริญก้าวหน้าทุกคนก็รุ่งโรจน์ หนึ่งคนพลาดทุกคนก็พังไปด้วย หากบ้านตระกูลซ่งล้ม ซ่งหลินฟงก็จะขาดคนคอยหนุนหลัง ยังไงก็กำเริบเสิบสานได้ไม่นาน
“ผมเข้าใจแล้วครับ” ผู้ช่วยเอ่ย
“ด้านของเกาหมั่นจิน หากไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรก็ดี แต่ถ้าเ้าหมอนั่นไม่ยอมหยุด ก็ส่งเขาเข้าไปอยู่ในคุกด้วยอีกคน” ถังอวี่เซวียนกล่าวน้ำเสียงเด็ดขาด
“ได้ครับเ้านาย ผมจะสั่งคนให้คอยจับตาดูเขาตลอดครับ”
“จริงสิ ผมได้ยินว่าเกาหมั่นจินมีแฟนสาวคนหนึ่ง?” คราวก่อนที่เกาผิงมาหา ได้บอกกับเขาว่าเกาหมั่นจินมีความสุขมาก เขาหาแฟนที่เป็นักศึกษาได้ ทั้งสองจะแต่งงานกันแต่ยังขาดเรือนหอ
“ใช่ หล่อนท้องแล้วด้วย แต่ผมคิดว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดี เด็กในท้องก็ไม่น่าจะใช่ลูกของเกาหมั่นจินครับ” ผู้ช่วยเล่า
ถังอวี่เซวียนหัวเราะเย้ยหยันก่อนพูด “เกาหมั่นจินเ้าหมอนี่ คิดว่าตัวเองแน่ขนาดนั้น” ผู้ชายที่ทำตัวเป็ลูกแหง่จะมีนักศึกษาขาวบริสุทธิ์ที่ไหนยอมแต่งงานกับเขา! “นายหาโอกาสสืบเื่ผู้หญิงคนนั้นให้ฉันด้วย”
ผู้ช่วยพยักหน้าแล้วตอบว่า “ได้ครับ”
