นิสัยของอวี้เสวียนจีลึกลับพิสดารชวนสยองเดี๋ยวอยู่ในด้านสว่างเดี๋ยวอยู่ในด้านมืดไม่แน่นอน นั่นคือสิ่งที่นางรู้
แต่หลายครั้งก่อนหน้านี้นางล้วนสามารถเดาเหตุผลได้แต่ครั้งนี้กลับ...
มาถึงที่ก็เกือบจะรื้อเรือนของนาง ที่แท้แล้วเขามีความแค้นยิ่งใหญ่เท่าใดกัน?
“ไม่มีเื่อะไร เพียงแต่มีข้อสงสัยคิดขอคำชี้แนะจากคุณหนูสาม”อวี้เสวียนจีหรี่แววตาอันชั่วร้ายและคมกริบลง คุณสมบัติทั้งห้าล้วนประณีตงดงามจนเขย่าสติของผู้คน
ซูเฟยซื่อกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว “ท่านอ๋องมีเื่ใด ขอเพียงกล่าวให้ชัดเจนเฟยซื่อต้องบอกสิ่งที่รู้ให้ท่านทั้งหมดแน่นอนเ้าค่ะ”
บ้าฉิบ อวี้เสวียนจีเป็ขันทีคนหนึ่งชัดๆทำไมถึงได้เกิดมางดงามล่มเมืองเช่นนี้
ทำเอาทุกครั้งที่นางพูดจากับเขา อดไม่ได้ที่หัวใจเต้นระส่ำระส่าย พลาดไปหลายจังหวะเชียว
“ทำไมต้องริเริ่มความคิดเื่ทำโทษยี่สิบไม้กระดานใหญ่?คิดอยากตายเร็ว มาหาข้าอุปราชไม่ใช่ยิ่งเร็วกว่าหรือ? ” อวี้เสวียนจีกล่าวพลาง แรงที่จับไหล่ของนางก็เพิ่มความหนักขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ราวกับกำลังจับศีรษะใครปานนั้น
ซูเฟยซื่อปวดจนสูดอากาศเย็นคำหนึ่งเข้าปอด หน้าของนางสีหน้าซีดเซียว “ถ้าท่านอ๋องคิดล้อเล่นแล้ว วันหน้าเฟยซื่อจะเล่นเป็เพื่อนท่านจนถึงที่สุดเพียงแต่วันนี้...”
แม้ใน่เวลาที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อชาติที่แล้วของนางโดนฟาดยี่สิบไม้กระดานใหญ่เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่เจ็บไม่ปวดไม่คัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบัดนี้ในคราบร่างที่ขาดสารอาหารมาั้แ่เด็กขาดการฝึกฝนออกกำลังกายร่างนี้
แม้ว่านางได้มุมานะเพิ่มการฝึกหนัก ทว่าั้แ่ต้นจนจบไม่สามารถเปรียบเทียบกับชีวิตในชาติที่แล้วได้เลย
“ฮึ รู้ว่าตนเองไม่ไหว ทำไมยังคิดรับโทษเป็ยี่สิบไม้กระดานใหญ่นี้? ”อวี้เสวียนจีกล่าวอย่างเ็า ในสายตากลับมีประกายความรู้สึกที่บอกไม่ชัดกะพริบผ่านวาบไปอย่างรวดเร็วกระแสหนึ่ง
ปวดใจ?
ไม่ นางต้องดูผิดแล้วแน่ๆ
อวี้เสวียนจีจะปวดใจเพราะนางได้อย่างไร!
ซูเฟยซื่อกวาดความคิดที่เหลวไหลในสมองทิ้งทันทีนางเอ่ยปากอย่างเฉยเมย “สังหารศัตรูหนึ่งหมื่นส่วนตนเองสูญเสียแปดพัน เหตุผลนี้เป็ไปไม่ได้ที่ท่านอ๋องจะไม่เข้าใจทำไมยังต้องมาถามข้าอีก? ”
“ทำไมงั้นหรือ? จากผลักเรือตามน้ำ ทำตามสถานการณ์ใช้ต่งชิงหว่านจนถึงวันนี้ เ้าไม่เสียดายที่จะสละชีวิตตนเอง แต่ต้องให้ซูจิ้งเถียนถูกเฆี่ยนสี่สิบไม้กระดานใหญ่เ้าเป็คุณหนูสามของจวนอัครมหาเสนาบดีแท้ๆ เหตุใดถึงเกลียดชังจวนอัครมหาเสนาบดีขนาดนั้น?อย่าบอกนะว่าที่เ้ากำลังทำสิ่งเหล่านี้เป็เพียงเพื่อชิงความโปรดปรานกับซูจิ้งเถียน เื่ที่เ้าได้ทำเกินขอบข่ายชิงความโปรดปรานไปนานแล้ว” เสียงของอวี้เสวียนจีเฉยเมยแต่กลับทำให้ผู้คนไม่หนาวเหน็บก็สั่นเทิ้มเหมือนเดิม
“ในใจท่านอ๋องมิใช่จำกัดวงแคบลงถึงห้าคนตั้งนานแล้วหรอกหรือ?ในเมื่อเป็เช่นนี้ ท่านว่าข้าทำไปเพื่ออะไรเล่า? ” กลยุทธ์นี้ของซูเฟยซื่อเรียกว่าถอนฟืนที่กำลังเผาไหม้ออกจากใต้กะทะ เป็การแก้ปัญหาที่ต้นตอ
นางไม่คิดตอบคำถามของอวี้เสวียนจีซึ่งๆหน้า แต่ก็คิดอยากรู้ว่าที่แท้ในใจของอวี้เสวียนจีแล้ว นางเป็ใคร
ดังนั้นจึงได้ลองใช้วิธีเสี่ยงอันตรายสืบหา
ยังไงๆ ก็นางที่ควรถูกเปิดเผยก็เปิดโปงตนเองมานานแล้ว
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ร่างของอวี้เสวียนจีก็แข็งทื่อไปตามที่คาดไว้
แต่เขาไม่ได้โง่ ถึงกับฉลาดกว่าที่ซูเฟยซื่อคิดจินตนาการไว้ เขาเข้าใจเจตนาของซูเฟยซื่อในทันที
เพียงเห็นเขากระดกริมฝีปากเบาๆ รอยยิ้มงดงามหาใดเปรียบปานได้“คิดลองใจข้าอุปราช? ”
“เฟยซื่อไม่กล้า” ซูเฟยซื่อยิ้มหวานทันที“เฟยซื่อเพียงคิดออกหน้าเท่านั้น ท่านอ๋องอาจจะพูดไม่ผิดทุกสิ่งที่ข้าทำได้เกินขอบข่ายการชิงความโปรดปรานไปนานแล้วแต่ความมุมานะทั้งหมดของข้าล้วนเพื่อทำให้ข้าสามารถได้รับสิทธิอำนาจในการริเริ่ม ข้าจะควบคุมโชคชะตาของตนเองโชคชะตาของคนข้างกาย คนอื่นใครตายล้วนไม่เกี่ยวข้องกับข้า แต่ข้ากับคนข้างกายของข้าความเป็ความตายต้องเป็ข้าอนุญาตจึงจะเป็หรือตายได้”
ในเมื่อลองใจไม่ได้แล้วถ้าเช่นนั้นก็จงพูดความจริงซะ
ประสบการณ์ส่วนตัวของนางบอกนางว่าแกล้งทำเป็โง่กับอวี้เสวียนจีคนแบบนี้ บทสรุปมีเพียงถูกตีจนกลายเป็คนโง่ของจริง
“ความเป็ความตายต้องเป็เ้าพูดจึงจะเป็หรือตายได้? เ้าตัวเล็ก ท่าทีการพูดใหญ่โต” อวี้เสวียนจีเดินไปนั่งลงในตำแหน่งประธาน แววตาส่องประกายแสงระยิบระยับเหมือนดวงดาราแต่กลับแฝงความชั่วร้ายเป็กระสาย
“ข้าพูดออกมาได้ ก็ต้องทำให้ได้ แต่ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ต้องดูว่าท่านอ๋องมีสายตากว้างไกลหรือไม่แล้ว”ซูเฟยซื่อยิ้มอย่างยโสทันที นั่นเป็ความมั่นใจในตนเองอย่างเด็ดขาด
“ดี มีปณิธานบ้าง หากแต่ข้าั้แ่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยชอบคำโม้โอ้อวดคำโตมีแววตากว้างไกลหรือไม่ ต้องดูว่าเ้ามีการกระทำจริงไหมมากกว่า” อวี้เสวียนจีเล่นกับเกราะทองหุ้มบนนิ้วหัวแม่มือกล่าวพลางดูเหมือนคิดให้โอกาสนี้แก่ซูเฟยซื่อ
ซูเฟยซื่อตะลึงไป คำพูดนี้หมายถึงอะไร?
หรือว่านางหากนางตั้งใจจะการกระทำจริง อวี้เสวียนจีก็ยินดีที่จะช่วยเหลือนางแรงหนึ่ง?
“ไม่ทราบที่ท่านอุปราชเรียกการกระทำที่แท้จริง นั่นหมายถึงอะไร?” ซูเฟยซื่อเก็บงำสมาธิกล่าวพลาง
เพียงเห็นอวี้เสวียนจีกระดกมุมปากเบาๆยิ้มอย่างมีเสน่ห์ราวกับปีศาจที่อยู่ท่ามกลางมนุษย์ “ถอดเสื้อผ้าให้ล่อนจ้อน ไปนอนบนเตียง”
อะไรนะ?
หูของนางไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่!
คาดไม่ถึงว่าอวี้เสวียนจีจะให้นางถอดเสื้อผ้าออกหมดจนเปลือยเปล่าแล้วไปนอนบนเตียง?
เขาเป็ขันทีคนหนึ่ง เขา...
“อะไร? ทำไม่ได้หรือ? กระทั่งเื่ง่ายๆแบบนี้กลับทำไม่ได้แล้วเื่ยากกว่านี้เ้าจะออกหน้าออกตาได้อย่างไร? ที่คุยว่าจะควบคุมความเป็ความตายได้คือเ้าแค่คุยโม้ไปเพียงแค่นั้นหรือ?”อวี้เสวียนจีเลิกคิ้ว ไม่รู้เจตนาที่ชัดเจน
จากการที่นางได้สนทนากับอวี้เสวียนจีอวี้เสวียนจีไม่ได้เป็คนลุ่มหลงในราคะอย่างแน่นอน
ถ้าเช่นนั้นจุดประสงค์ที่เขาทำแบบนี้ที่แท้แล้วเป็เพราะอะไร?
หรือคิดอยากให้นางรู้ว่า หากยากเกินไปก็จงถอยเสีย!
ซูเฟยซื่อกัดฟัน “ถ้านี่ก็เป็สิ่งที่ท่านอ๋องเรียกว่าการกระทำที่แท้จริง หากท่านอ๋องสามารถรับประกันว่าดูการกระทำที่แท้จริงแล้วจะมีสายตากว้างไกล...”
ไม่รอให้นางพูดจบ อวี้เสวียนจีได้ขัดจังหวะนางอย่างรวดเร็ว“เ้ารู้สึกว่าตอนนี้เ้ามีตัวหมากอะไรที่จะคุยเงื่อนไขกับข้างั้นหรือ ทั้งนางแซ่หลี่กับซูจิ้งเซียงต่างล้วนสิ้นใจไปหมดแล้วซูจิ้งเถียนก็พิการไปแล้ว ซูจิ้งโหยวได้ลดขั้นเป็สนมโหยว ด้วยความสามารถในตอนนี้ของเ้า ทำมาถึงแบบนี้ถือว่าเกินประสิทธิผลที่คาดหวังไว้ขืนทำต่อไปก็ราวกับเป็ทางตัน เ้ารู้สึกว่าไม่มีข้าอุปราชช่วยเ้าอีกแรงหนึ่ง เ้าจะไปต่อไหวหรือไม่? ”
นี่...
อวี้เสวียนจีพูดถูก ที่นางสามารถต่อสู้ได้ ล้วนได้ต่อสู้ไปจนหมดแล้ว
ถ้ายังคิดต่อสู้ต่อไป ศัครูคนถัดมาก็เหลือเพียงซูเต๋อเหยียนกับซูจิ้งโหยว
แต่พวกเขาสองคนตำแหน่งสูงส่งอำนาจศักดิ์หนักเพียงอาศัยความมานะของนางคนเดียว เป็ไปไม่ได้ที่จะเขย่าให้ะเืได้
ไม่ผิด นางไม่ได้มีตัวหมากที่จะคุยเงื่อนไขกับอวี้เสวียนจีอย่างแท้จริง
คิดถึงตรงนี้ มุมปากซูเฟยซื่ออดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มขมขื่นปราดหนึ่งออกมา นางหันหลังก็ถอดเสื้อผ้าอย่างเงียบๆ
ความเ็ปที่ปากแผลราวกับมีเข็มเป็หมื่นเล่มแทงใส่แต่หัวใจนางยิ่งเ็ปกว่า
ในอดีตตอนนั้น นางเป็สาวน้อยคนนั้นที่อยู่เบื้องสูงดื้อรั้นฝึกไม่เชื่อง
ในอดีตตอนนั้น นางได้พูดคำห้าวหาญไว้ว่าจะเอาศีรษะของอวี้เสวียนจีบูชาสรวง์
แต่ตอนนี้นางเป็เพียงสาวกไร้ยางอายที่ใช้เรือนร่างแลกเปลี่ยนความ้าของคนผู้หนึ่ง
นางตอนนี้มีความแตกต่างอะไรกับหญิงสาวของหอนางโลม
เมื่อเสื้อผ้าทั้งหมดถูกถอดออกจนเกลี้ยงซูเฟยซื่อกลับไม่ได้หันหน้าไปเผชิญหน้ากับอวี้เสวียนจี
ได้แต่ปีนไปนอนลงบนเตียงอย่างมีสติ นางหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองว่างเปล่า หวังว่าทั้งหมดนี้จะจบลงอย่างรวดเร็ว
ข้างหูได้ยินเสียงฝีเท้าของอวี้เสวียนจีแผ่นหลังมีความเย็นะเืของนิ้วอวี้เสวียนจีกรีดส่งผ่านลงมา
นิ้วของเขาเย็นะเืมากจริงๆ เหมือนผลึกน้ำแข็งจากแผ่นหลังกรีดไปจนถึงส่วนก้น กรีดไปถึง...บริเวณที่นางได้รับาเ็?
“อวี้เสวียนจี เ้า...”ซูเฟยซื่อส่งเสียงร้องด้วยความใออกมา เกือบจะลืมไปว่าตอนนี้ตนเองกำลังจะลุกขึ้นโดยไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า
แต่นางเคลื่อนไหวได้เร็ว มือของอวี้เสวียนจียิ่งเร็วกว่า เขากดเข้าที่เอวของนางโดยตรง ก่อนจะกล่าวอย่างเ็าว่า “อย่าขยับ นี่เป็ยาสมานแผลทองคำที่ดีที่สุด ทาไปไม่กี่วันก็สามารถหายสนิท ไม่ทิ้งรอยแผลเป็ไว้สักนิดด้วย”
