“ไม่เอา ไม่เอา โอ้ย...” ดูเหมือนสุนัขจั้นเก๋าน้อยไม่เล่นด้วยกับท่าทีของนางเลยสักนิด มันกัดลงไปที่ฝ่ามือขวาของนางอย่างดุดัน เพียงได้ยินเสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยองดังออกมา ทั้งฝ่ามือของฉางเอ๋อร์ก็หายไปวับไปกับตา เหลือแต่เพียงกระดูกสีขาวที่ข้อมือปนกับเศษเืเนื้อ
เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนในที่เกิดเหตุใจนตะลึงลานไป นี่...นี่เป็เื่อะไรกัน?
บังเอิญยังมีความลับอะไรที่มิอาจเล่าแจ้งแก่ผู้คนอีก
ส่วนซูเฟยซื่อที่ได้ยินเสียงกระดูกชัดใสแจ๋วดังมาจากปากของสุนัขน้อย อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิก
ทำร้ายผู้อื่นในที่สุดก็ย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง นี่นับว่าเป็กรรมตามสนอง
“ท่านซีอ๋อง ท่านได้เห็นชัดเจนแล้วใช่หรือไม่? ” ซูเฟยซื่อหันหน้ากลับไปมองซีอ๋องด้วยรอยยิ้ม
ซีอ๋องถูกสภาพอันน่าสยดสยองของฉางเอ๋อร์ข่มขู่จนขวัญกระเจิงไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ได้ยินเสียงของซูเฟยซื่อดังอยู่ข้างหู ก็เหมือนกับถูกเร่งเอาชีวิต “เห็น...เห็นอะไรชัดเจนแล้ว?”
“เมื่อครู่ข้าพูดไปแล้วไม่ใช่หรือว่าจะทำการทดลองอย่างหนึ่งให้ท่านซีอ๋องดู ตอนนี้ได้เสร็จสิ้นการทดลองแล้ว ไม่ทราบว่าท่านอ๋องเห็นได้ชัดเจนหรือไม่? ” ซูเฟยซื่อพูดสบายๆ
แต่ซีอ๋องกลับรู้สึกว่าหนังศีรษะของเขาเกิดอาการชาเป็พักๆ
เป็อย่างที่คาดไว้จริงๆ บนหัวของตัวอักษรซื่อ หมายถึงกิเลส ราวกับเป็ดาบเล่มหนึ่ง ถ้ารู้แต่แรกเขาคงไม่ตอบตกลงช่วยจัดการซูเฟยซื่อ
“เห็นชัดเจนแล้ว” เื่มาถึงตอนนี้ เขาได้แต่ต้องทำตามที่ซูเฟยซื่อพูดเท่านั้นแล้ว
“เห็นชัดเจนแล้วก็ดี ตอนนี้ถึงคราที่ข้าจะอธิบายให้ทุกคนฟังแล้ว เมื่อครู่ทุกคนได้เห็นแล้วว่าสุนัขจั้นเก๋าตัวนี้พบเห็นใครล้วนไม่บ้าคลั่ง แต่พอพบข้ากับฉางเอ๋อร์ก็เกิดบ้าคลั่งขึ้นมา นั่นเป็เพราะเหตุใด? ” ซูเฟยซื่อจงใจปกปิดเอาไว้
เมื่อนางเห็นทุกคนต่างมีสีหน้างงงวยไม่เข้าใจ นางจึงกล่าวต่อไปอีก “ทุกคนยังจำได้หรือไม่ว่าฉางเอ๋อร์เพิ่งชนข้าไปครั้งหนึ่ง? ถ้าข้าเดาไม่ผิด ฉางเอ๋อร์ต้องขยี้บางอย่างที่สามารถปลุกเร้าสุนัขจั้นเก๋าไว้ในฝ่ามือข้างขวา หลังจากนั้นจึงฉวยโอกาสขณะที่พยุงข้าขึ้นมา ป้ายสิ่งนั้นลงบนร่างกายของข้า จมูกของสุนัขมีความไวมาก สุนัขต้องได้กลิ่นที่ปลุกเร้ามันบนร่างกายของข้า จึงได้กระโจนมาใส่ข้า ส่วนการที่ฝ่ามือของฉางเอ๋อร์ถูกกัดก็มีเหตุผลเดียวกันกับเื่นี้ด้วย”
ที่แท้เป็เช่นนี้ ด้วยคำอธิบายของซูเฟยซื่อ ทุกคนต่างเข้าใจในทันที
ซูเต๋อเหยียนโกรธจัดจนมือใหญ่โบกสะบัดทันที “บ่าวไพร่ มา จับนังสาวรับใช้คนนี้ไว้ ทรมานสอบถามให้เข้มงวด ต้องสอบถามมือมืดที่อยู่เื้ัออกมาให้จงได้”
“นายท่าน แย่แล้ว สาวรับใช้คนนี้ นาง...” บ่าวไพร่ของจวนอัครมหาเสนาบดีฟังคำสั่งให้ไปจับฉางเอ๋อร์ แต่กลับพบว่าฉางเอ๋อร์ที่เพิ่งร้องอย่างเ็ปไม่หยุดเมื่อสักครู่ ตอนนี้กลับเงียบเสียงไปแล้ว
นอกจากนี้ เืที่ไหลออกมาจากมือที่ขาดของนางไม่ใช่เืสด แต่เป็เืสีดำทั้งข้นทั้งเข้ม
แขนบริเวณที่ขาดเริ่มกลายเป็สีดำ เห็นทันทีก็รู้ว่าเป็อาการถูกพิษ
“นี่เป็เื่อะไรกัน? เมื่อครู่ใครเข้าใกล้นาง? ” ซูเต๋อเหยียนคำรามด้วยความโกรธ
เป็ไปได้อย่างไรที่ฉางเอ๋อร์สาวรับใช้เล็กๆ คนหนึ่งจะลงมือจัดการซูเฟยซื่อได้ ต้องมีคนบงการแน่นอน
ขอเพียงตรวจสอบออกมาว่าคนที่สั่งให้ฉางเอ๋อร์ป้ายยาเป็ใคร ก็สามารถรู้ได้ว่าคนที่บงการนี้เป็ใคร
ซูเฟยซื่อกลับหรี่ตาลง ลางสังหรณ์อัปมงคลแวบหนึ่งวาบผ่านเข้าไปในจิตใจของนางอย่างรวดเร็ว
เมื่อสักครู่ซีอ๋องยืนอยู่ข้างๆ นางตลอด ไม่มีโอกาสที่จะไปฆ่าปิดปากใคร
กล่าวได้ว่า ในจวนอัครมหาเสนาบดียังมีคนที่สมรู้ร่วมคิดกับซีอ๋องและฉางเอ๋อร์หรือ?
ถ้าเป็เช่นนั้นก็ยังดี กลัวก็แต่ว่า...
“คุณหนู ขาของท่าน...” ไม่รอให้ซูเฟยซื่อได้คิดมาก เสียงกรีดร้องแหลมของจือฉินก็ดังขึ้น
สายตาของคนทั้งหมดต่างรีบมองไปยังบริเวณที่ซูเฟยซื่อถูกกัดอย่างรวดเร็ว
เพียงเห็นบนขาของซูเฟยซื่อ แม้ว่ามีรอยฟันขีดข่วนไม่กี่รอย แต่รอยขีดข่วนเ่าั้ได้กลายเป็สีดำ แล้วค่อยๆ กระจายไปทั่ว
เห็นแค่นี้ก็เข้าใจทั้งหมดแล้ว
การตายของฉางเอ๋อร์ไม่ใช่มีคนวางยาพิษ แต่มีบางคนอาบพิษไว้ในฟันของสุนัขทิเบต
ขอเพียงถูกสุนัขทิเบตกัดใส่ ก็จะโดนยาพิษไปด้วย
“หมอหลวงล่ะ? ทำไมหมอหลวงยังไม่มาอีก บ่าวไพร่เร็วเข้า รีบไปเร่งที่ตำหนักหมอหลวง เร็ว! ” เห็นซูเฟยซื่อถึงกับถูกพิษด้วย ซูเต๋อเหยียนก็กังวลขึ้นมาแล้วทันที
ฉางเอ๋อร์ตายเร็วมากขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าพิษนี้ร้ายแรงมาก
ซูเฟยซื่อมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ก็นับว่าโชคดียิ่งแล้ว เพราะาแของนางค่อนข้างเล็ก
แต่เล็กก็ส่วนเล็ก ถ้าพิษแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ก็ไม่อาจจินตนาการได้
“ซีอ๋อง ทำไมในฟันของสุนัขถึงได้อาบยาพิษไว้? ท่านสามารถให้คำอธิบายที่สมเหตุผลสักข้อให้พวกเราฟังได้ไหม? ” ซูเฟยซื่อมองไปยังซีอ๋องด้วยสายตาที่เ็า
พิษนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วขนาดนี้ นางสามารถทนอยู่ได้จนถึงตอนนี้ก็ไม่ง่ายแล้ว
ดังนั้นนางต้องฉวยโอกาสก่อนที่พิษนางจะกำเริบ บีบคั้นให้ซีอ๋องมอบยาถอนพิษในมือออกมา
“ปัญหานี้ข้ายังไม่ได้ถามพวกเ้า ทำไมพวกเ้ากลับถามข้าขึ้นมา? สุนัขของข้าอยู่ในตำหนักซีอ๋องดีๆ มาตลอด หลังจากมาถึงจวนอัครมหาเสนาบดีของพวกเ้าก็เกิดเื่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในมุมมองของข้า ต้องเป็สาวรับใช้คนนั้นเมื่อครู่ เพื่อทำร้ายคุณหนูสาม จึงจงใจอาบยาพิษไว้ในฟันของสุนัขของข้า” ซีอ๋องยืนกระต่ายขาเดียวปฏิเสธ
กล่าวจบ ก็ผันหน้าที่ผิวหน้าหนาที่สุดมองไปยังอัครมหาเสนาบดีซู “อัครมหาเสนาบดีซู ในเมื่อคุณหนูสามได้พิสูจน์ว่าความบ้าคลั่งของสุนัขเมื่อสักครู่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้า แต่เป็ปัญหาของจวนอัครมหาเสนาบดีของพวกเ้า จวนอัครมหาเสนาบดีของพวกเ้าเลี้ยงสาวรับใช้ที่วางแผนฆ่าคนเช่นนี้ ทั้งยังเกือบลากข้าลงน้ำไปด้วย เ้าในฐานะเป็หัวหน้าครอบครัว ใช่ควรมอบคำอธิบายข้อหนึ่งให้ข้า ชดใช้ให้ข้าหรือไม่? ”
ไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงกล่าวกันว่าซีอ๋องเป็คนที่ไร้ประโยชน์ที่สุดในบรรดาท่านอ๋องทั้งหมด
วิปริตก็แล้วไปเถิด ตอนนี้ถึงกับยังจะให้ขุนนางชดใช้อย่างไร้ยางอาย
รังสีสังหารในดวงตาของซูเฟยซื่อพลุ่งพล่านขึ้น คนพรรค์นี้มีชีวิตอยู่ภายใต้จมูกของนางมากขึ้นเพียงหนึ่งวัน ล้วนเป็เื่ที่น่าหยามิ่ดูแคลนสำหรับนาง
“คุณหนู เวลานี้ท่านอย่าได้เกิดความโกรธเด็ดขาด จะเร่งพิษในร่างกายให้กำเริบได้เ้าค่ะ” ซางจื่อเห็นอารมณ์ของซูเฟยซื่อเปลี่ยนแปลงก็รีบเตือน
แต่น่าเสียดายที่คำเตือนของนางสายไปแล้วก้าวหนึ่ง
เห็นซูเฟยซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ซางจื่ออดไม่ได้ที่จะลนลานแล้ว “คุณหนู ท่านเป็อะไรไปแล้วเ้าคะ? ”
“ซางจื่อ ข้าเวียนศีรษะเล็กน้อย คาดว่าเป็อาการของพิษที่ได้ค่อยๆ กำเริบแล้ว” ซูเฟยซื่อแกล้งทำเป็สงบใจพลางกล่าว
“คุณหนู ท่านอดทนไว้ หมอหลวงใกล้จะมาถึงแล้วเ้าค่ะ” ซางจื่อพยุงมือซูเฟยซื่อไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความกังวล
ซูเฟยซื่อคิดเอ่ยปากโต้แย้งกับซีอ๋อง แต่นางกลับพบว่าตรงหน้าค่อนข้างมัวสลัว กระทั่งร่างกายต่างใช้แรงไม่ได้แล้ว
“เฟยซื่อ เ้าเป็อะไรไป? ” เวลานี้ซูเต๋อเหยียนเริ่มตระหนักถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับซูเฟยซื่อแล้ว เขารีบก้าวไปข้างหน้าพลางถาม
“ท่านพ่อ ลูกไม่เป็ไร ท่านไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ” ซูเฟยซื่อฝืนเค้นรอยยิ้มรอยหนึ่งออกมา
ไม่เป็ไร?
นี่ไหนเลยจะเป็ลักษณะของคนที่ไม่เป็อะไร บนใบหน้าไม่มีสีเืเหลือสักนิด
“หมอหลวงมาแล้ว หมอหลวงมาแล้ว” ก็เป็เวลานี้เอง จู่ๆ ไม่ไกลก็มีเสียงฝีเท้าดังมาพักหนึ่ง
ซูเฟยซื่อหันหน้าไปดู นึกไม่ถึงว่าคนที่มาจะเป็หมอหลวงชิว ผู้ที่มีความแค้นต้องชำระในวันนั้น
“หมอหลวงชิว ในที่สุดท่านก็มาถึงแล้ว ท่านช่วยตรวจดูเฟยซื่อ ขาของนางถูกสุนัขกัดจนได้รับาเ็ ในฟันของสุนัขได้ซ่อนพิษไว้ สาวรับใช้คนหนึ่งที่เพิ่งถูกกัดจนาเ็ได้เสียชีวิตอย่างกะทันหันไปแล้ว ท่านดูนี่...” ซูเต๋อเหยียนเห็นหมอหลวงชิวก็รีบรุมล้อมเขาไว้ หมุนไปมาพลางสาละวนกล่าว
หมอหลวงชิวจึงตบไปบนศีรษะเขาหนึ่งฝ่ามือด้วยความรำคาญ “เอะอะอะไรกัน หาที่ให้คุณหนูสามนั่งลง แล้วเตรียมม้านั่งเล็กตัวหนึ่งให้นางยกเท้าของนางขึ้น อ่างน้ำหนึ่งใบ ผ้าขนหนูสะอาดหนึ่งผืน ส่วนที่เหลือมอบให้ข้าจัดการก็ใช้ได้แล้ว”
