ต่อให้โง่กว่านี้ ซีอ๋องก็พอที่จะเข้าใจความหมายของซูเต๋อเหยียน เขาอดไม่ได้ที่ส่งเสียงฮึ่มออกมาด้วยความโกรธ “ยั่วแหย่จนทำให้คุณหนูสามได้รับาเ็ ข้าไม่มีหน้าจะนั่งอยู่ในจวนอัครมหาเสนาบดีต่อไปอีกแล้ว ขอลาไปก่อน”
ตามเหตุผลกล่าวได้ว่าเวลานี้อารมณ์ของซีอ๋องไม่ดีนัก นอกจากนี้ขณะที่เขากำลังกล่าววาจานี้ก็ควรโกรธด้วยจึงจะถูก
แต่ซูเฟยซื่อกลับเห็นความยินดีปราดหนึ่งในดวงตาของเขาอย่างนอกเหนือความคาดหมาย
ยินดีหรือ?
ทำไมต้องยินดีด้วย!
เื่ทั้งหมดนี้แปลกพิสดารมาก ั้แ่ตอนที่ซีอ๋องริเริ่มเสนอ้าพบนาง
อีกทั้งเมื่อครู่ที่ซีอ๋องยิ้มสยองพิลึกขณะที่สุนัขน้อยมีทีท่ากระสับกระส่าย
หรือซีอ๋องรู้ล่วงหน้าว่าสุนัขจะกัดนางหรือ?
หรือนี่เป็จุดประสงค์ที่ซีอ๋องมาที่นี่ในวันนี้ด้วย?
ซูเฟยซื่อคิดๆ ดู จู่ๆ ก็มีประกายสว่างวาบขึ้นในสมองของนางทันที นางเข้าใจแล้ว!
เห็นซีอ๋องกำลังจะจากไป ซูเฟยซื่อรีบเอ่ยปากยับยั้ง “เดี๋ยวก่อน หรือท่านซีอ๋องไม่รู้สึกแปลกใจบ้างหรือเ้าคะ? เมื่อสักครู่สุนัขน้อยยังมีท่าทีน่ารัก แต่ทำไมพอออกจากอ้อมกอดของท่านมันก็บ้าคลั่งขึ้นมาทันที”
เดิมซีอ๋องไม่คิดว่าซูเฟยซื่อจะรั้งเขาไว้ อดที่จะตะลึงไม่ได้ “คาดว่าสุนัขน้อยของข้าคงไม่ถูกชะตากับคุณหนูสามน่ะ”
“สุนัขไม่ถูกชะตากับมนุษย์? ท่านซีอ๋องพูดล้อเล่นหรือกำลังต่อว่าข้าหรือ? ” ซูเฟยซื่อหัวเราะคิกพลางกล่าว
ซีอ๋องพูดไม่ออกไปแล้วค่อนวัน ไม่รู้ควรตอบคำถามของซูเฟยซื่อข้อนี้อย่างไร ได้แต่ถามกลับ “หรือคุณหนูสามสามารถให้คำอธิบายที่เหมาะสมแก่ข้าได้? ”
“มีคำอธิบายที่เหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องดูว่าท่านซีอ๋องยอมให้เฟยซื่อยืมสุนัขน้อยของท่านทำการทดสอบหรือไม่แล้ว” ซูเฟยซื่อหยักริมฝีปากยิ้มเล็กน้อย ไม่มีท่าทีใเนื่องจากถูกสุนัขน้อยข่มขู่เลย
ซีอ๋องเห็นเช่นนี้ อดไม่ได้ที่เพลิงโกรธในใจจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ให้ตายสิ ถ้าเป็หญิงสาวทั่วไป ตอนนี้คงถูกข่มขู่ให้กลัวจนสลบหรือร้องไห้ไปแล้ว
คาดไม่ถึงว่าซูเฟยซื่อทำทีราวกับไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นสักนิด ทั้งยังเตะสุนัขน้อยของเขาไปคราหนึ่งด้วย
“ไม่ให้ยืม ถ้าบังเอิญมันกัดคุณหนูสามจนเกิดเื่อะไรขึ้นมาอีก ข้าแบกรับไม่ไหว” ซีอ๋องกล่าวจบ ยังไม่ลืมที่จะจ้องถลึงตาใส่ซูเต๋อเหยียนคราหนึ่ง
“ไม่เป็ไร ในเมื่อครั้งนี้เป็เฟยซื่อเอ่ยปากขอเอง ไม่ว่าผลจะเป็เช่นไร เฟยซื่อต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด ต่อให้ถูกสุนัขน้อยกัดตายก็ไม่โทษคนอื่นเด็ดขาด” ซูเฟยซื่อกล่าวอย่างเฉยเมย
“เฟยซื่อ เ้าบ้าไปแล้วหรือ? ” ไม่รอให้ซีอ๋องเอ่ยปากพูด ซูเต๋อเหยียนได้ส่งเสียงยับยั้งแล้ว
ถึงแม้เขาไม่รู้ว่าซูเฟยซื่อกำลังเล่นลูกไม้อะไร แต่เขาไม่มีวันปล่อยให้เหตุการณ์ที่เสี่ยงอันตรายขนาดเมื่อครู่เกิดขึ้นอีก
แต่ซีอ๋องกลับตกปากรับคำทันที “ที่นี่มีคนเป็พยานมากมายขนาดนี้ คุณหนูสามพูดแล้วต้องทำตามคำพูด”
“เยี่ยม” ซูเฟยซื่อไม่สนใจซูเต๋อเหยียนเลยสักนิด
“ถ้าเช่นนั้นเชิญคุณหนูสามเข้ามาเถิด” มุมปากซีอ๋องเผยรอยยิ้มปราดหนึ่งออกมาเบาๆ
เมื่อครู่ไม่สามารถกัดซูเฟยซื่อให้ตายได้ แต่ไม่คิดว่าตอนนี้ซูเฟยซื่อถึงกับส่งตนเองมาตายเอง ถ้าเช่นนั้นก็อย่าโทษเขาแล้วกัน เขาไม่เกรงใจแล้ว
“ใครบอกว่าข้าจะเข้าไป? ” ซูเฟยซื่อมองขยิบตาไปยังซีอ๋องอย่างไร้เดียงสา แล้วจึงหันกลับไปมองซูเต๋อเหยียน “ท่านพ่อ ท่านวางใจ ลูกได้บอกวิธีการทดสอบแก่ซางจื่อแล้ว นางจะช่วยลูกทำให้สำเร็จเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าซูเฟยซื่อไม่ได้ลงมือเอง ซูเต๋อเหยียนก็โล่งใจทันที
ใบหน้าของซีอ๋องมีร่องรอยของความสับสนวุ่นวายกระแสหนึ่งปรากฏออกมา “ไม่ได้ ต้องให้คุณหนูสามลงมือทำเอง”
วาจานี้ของเขายิ่งยืนยันความคิดในใจของซูเฟยซื่อ
นางแกล้งทำเสียงสงสัย “หือ” เสียงหนึ่งออกมา “ท่านซีอ๋อง วาจานี้ของท่านหมายถึงอะไร? หรือท่านซีอ๋องหวังให้ข้าถูกสุนัขน้อยตัวนี้กัดตายหรือ? ”
ซีอ๋องได้ตระหนักว่าเขาเได้พูดวาจาผิดไปแล้วจึงรีบกลับคำ “เป็ไปได้อย่างไร เพียงแต่สุนัขน้อยของข้าราคาแพงเช่นนี้ ไหนเลยจะยอมให้สาวรับใช้คนหนึ่งมาจับต้องได้”
“เมื่อครู่ขณะที่ท่านซีอ๋องจะให้อาหารสุนัข ไม่ใช่มอบมันให้แก่คนรับใช้ของจวนอัครมหาเสนาบดีหรือ ซางจื่อเป็สาวรับใช้ชั้นหนึ่งในสวนปี้หวินของข้า นางยังสู้คนรับใช้ธรรมดาของจวนอัครมหาเสนาบดีไม่ได้หรอกหรือ? หรือก้นบึ้งหัวใจของท่านซีอ๋องก็ยังคิดดูถูกข้า? ” ซูเฟยซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เ็า
นี่...
ให้กล่าวว่าเขาหวังว่าซูเฟยซื่อจะถูกสุนัขน้อยกัดตาย นั่นเป็วาจาที่กล่าวออกไปไม่ได้เด็ดขาด
แต่ถ้าบอกว่าเขาดูถูกซูเฟยซื่อ
อย่างที่กล่าวกันไว้ว่าตีสุนัขยังต้องดูเ้าของสุนัข ไม่ว่าซูเฟยซื่อเป็ลูกสาวภรรยาเอกหรือเป็ลูกสาวอนุ แต่อย่างไรนางก็ถือเป็บุตรีของซูเต๋อเหยียน
ถ้าเขาพูดอย่างนั้น ต้องทำให้ซูเต๋อเหยียนเกิดความไม่พอใจแน่ๆ
“เป็อย่างไร ท่านซีอ๋อง สุนัขตัวน้อยนี้จะยังให้ข้ายืมอยู่หรือไม่? ” ซูเฟยซื่อไม่ให้ซีอ๋องมีเวลาคิดมาก บีบคั้นถี่ยิบทุกฝีก้าว
ซีอ๋องถูกนางบีบคั้นจนสับสนทันที ได้แต่ต้องมอบเชือกที่ผูกสุนัขในมือส่งให้ไป “เร็วหน่อย ข้ายังต้องรีบกลับไปดูแลสุนัขอีกนะ”
“ท่านซีอ๋องวางใจเถิด ไม่ทำให้ท่านเสียเวลามากเกินไปแน่นอน” มุมปากซูเฟยซื่อยิ่งยิ้มสดใสมีเสน่ห์มากขึ้น นางส่งสายตาเป็สัญญาณให้ซางจื่อทันที ซางจื่อรีบก้าวไปข้างหน้ารับสุนัขมา
ตามที่ซูเฟยซื่อคาดการณ์ไว้ ซางจื่อเข้าใกล้สุนัขแต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักนิด
เห็นเช่นนี้ คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ อดไม่ได้ที่จะจ้องถลึงตาโต ไตร่ตรองว่าที่แท้ซูเฟยซื่อคิดจะทำอะไร
“ซางจื่อ เ้าพาสุนัขทิเบตเดินไปรอบๆ รอบหนึ่ง จำไว้นะ เดินช้าๆ อย่ารีบเกินไป” ซูเฟยซื่อสั่ง
ซางจื่อพยักหน้า ทำตามที่นางพูด
ตอนเริ่มแรก พอสุนัขตัวน้อยเดินไปถึงที่ใด ผู้คนที่นั่นก็จะรีบถอยหลัง
กลัวว่าจู่ๆ สุนัขน้อยจะเกิดบ้าคลั่งกัดตนให้าเ็
แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ สุนัขน้อยกลับมีท่าทีสงบมาก
ไม่เพียงแต่ไม่ได้จู่โจมใส่มนุษย์ แต่ยังเชื่อฟังมาก สามารถให้ซางจื่อจูงนำไปได้
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทุกคนก็กลับผ่อนคลายลงไปมากแล้ว ถึงกับสงสัยว่าการที่สุนัขน้อยเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาเป็เพราะไม่ถูกชะตากับคุณหนูสามจริงๆ
มิฉะนั้นทำไมถึงกัดแต่เพียงซูเฟยซื่อเท่านั้น ไม่กัดคนอื่นๆ เลย
ทันใดนั้น จู่ๆ สุนัขน้อยก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก มันกระโจนเข้าไปหาแม่น้ารองราวกับเป็บ้า
ลักษณะดุร้ายเหมือนกับกำลังจะฉีกกินแม่น้ารองทั้งเป็แล้วแบบนั้น
แม่น้ารองหรือ?
ครั้งนี้ทุกคนต่างใไปกันหมด รวมทั้งซูเฟยซื่อด้วย
ทำไมถึงเป็แม่น้ารองไปได้?
นี่ไม่เหมือนกับที่นางคิดไว้สักนิด!
หรือความคิดของนางมีอะไรผิดปกติแล้ว?
ซูเฟยซื่อมองไปยังแม่น้ารองอย่างสงสัย เพียงเห็นแม่น้ารองถูกข่มขู่ให้กลัวจนสีหน้าขาวซีด
แต่ฉางเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังนางยิ่งก้าวถอยไปด้านหลังหลายก้าวอย่างไม่รู้ตัว
ที่แท้เป็เช่นนี้ นางคิดไม่ผิดจริงๆ ด้วย!
“ซางจื่อ ปล่อยสุนัข” ซูเฟยซื่อะโบอกเสียงดัง
ซางจื่อมองนางด้วยความประหลาดใจแกมใทันที ไม่ทันคิดก็ปล่อยเชือกในมือออกแล้ว
ปล่อยสุนัขเวลานี้ แทบเป็การรนหาที่ตาย
แต่นางเชื่อว่าซูเฟยซื่อต้องมีความคิดของนางเอง นางยังเชื่อด้วยว่าซูเฟยซื่อต้องคิดถูกอย่างแน่นอน
“เ้า นี่...” ซีอ๋องใจนหน้าถอดสี รีบเอื้อมมือออกไปจะคว้าเชือกที่มัดสุนัขไว้
แต่กลับซูเฟยซื่อยับยั้งไว้ “อันตราย ท่านซีอ๋องอย่าเข้าไป”
เพียงเห็นมุมปากซูเฟยซื่อกระดกเบาๆ ยิ้มอย่างยั่วยุไปทั่วหน้า ซีอ๋องก็แค้นจนอยากฆ่านางทันที
นอกจากซีอ๋องที่รู้ความจริงแล้ว ใครยังกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าดึงเชือกของสุนัขไว้
พอเป็แบบนี้ ทุกคนก็มองเขม็งดูสุนัขน้อยกระโจนใส่ฉางเอ๋อร์ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังแม่น้ารอง
ฉางเอ๋อร์คิดวิ่งหนี แต่นางไหนเลยจะวิ่งเร็วกว่าสุนัขได้ ไม่ถึงสองก้าวก็ถูกกระโจนใส่ โดนตะครุบจนล้มลง
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสยองและหวาดกลัว ฝ่ามือข้างขวาถูไปกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง ราวกับพยายามถูอะไรบางอย่างทิ้งไป แม้ิับนฝ่ามือจะฉีกขาดไปหมดแล้วนางก็ไม่แยแส
