พอจือฉินได้ยินว่ามีอุบายซ่อนอยู่ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “ถ้าเช่นนั้นทำอย่างไรดี? ถ้าไม่...เราส่งของคืนกลับไป? ”
“ไม่ต้องซูจิ้งโหยวสั่งให้คนส่งมาให้เป็พิเศษ ถ้าเราส่งคืนกลับไปมีแต่ทำให้คนวิจารณ์นินทาตามหลังมาได้”
“ถ้าเช่นนั้น...”เห็นซูเฟยซื่อคิ้วขมวดผูกแน่น จือฉินอดไม่ได้ที่จะลนลานไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
“ที่ส่งมาทั้งหมดคืออะไร?”ซูเฟยซื่อลังเลสักครู่แล้วกล่าวถาม
จือฉินคิด “เมื่อครู่ที่บ่าวตรวจรับของ มีผ้าพับ มีปิ่นมุกบุปผชาติ ยังมีเครื่องประดับบางส่วนที่พบเห็นได้ทั่วไปเ้าค่ะ”
“มีที่สวยงามประณีตเป็พิเศษหรือเหมาะกับฐานะปัจจุบันของข้าไหม? ”ถ้ามี ถ้าเช่นนั้นซูจิ้งโหยวมีแนวโน้มมากที่จะเอาของล้ำค่าอะไรในพระตำหนักปะปนเข้ามาลบหลู่ตั้งข้อหานางว่านางเป็ขโมย
“นี่...ไม่มีทั้งหมดเป็สิ่งของที่หาได้ทั่วไปตามปกติ เพราะข้าราชบริพารในพระตำหนักได้ส่งมาให้เราก่อนแล้วจึงไปส่งแก่ซูจิ้งเถียน ดังนั้นขณะที่บ่าวตรวจรับของเหล่านี้ ยังได้ลอบสังเกตส่วนที่ส่งไปให้ซูจิ้งเถียนด้วย สุดท้ายของทั้งสองส่วน นอกจากสีสันของผ้าพับที่มีความแตกต่างกันบ้าง ทุกสิ่งเกือบจะเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกันบ่าวเห็นเช่นนี้จึงกล้ารับไว้เ้าค่ะ” จือฉินพูดตามความจริง
วาจาของจือฉินนางเชื่อแน่ๆ แต่ยิ่งเป็เช่นนี้ นางก็ยิ่งแปลกใจ
ข้าราชบริพารในพระตำหนักของซูจิ้งโหยวถึงกับมาส่งของมาให้นางก่อน?
หรือพวกเขาไม่มีตาไม่รู้ว่าซูจิ้งเถียนเป็น้องสาวแท้ๆของซูจิ้งโหยวหรืออย่างไร!
หรือกล่าวว่านี่เป็เื่ที่ซูจิ้งโหยวจงใจจัดเตรียม
เพื่อให้นางสามารถได้เห็นของสองส่วนที่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกันหลังจากนั้นก็หมดข้อสงสัยในใจและสามารถสงบจิตใจรับไว้
ทำไมหรือ?
สิ่งของเหล่านี้ที่แท้เป็กลไกกับดักอะไร?
“ซางจื่อเ้าไปที่ห้องเก็บสินค้าดูว่าสิ่งของเ่าั้ที่ซูจิ้งโหยวส่งมามีปัญหาอะไรไหมต้องตรวจสอบอย่างระมัดระวัง จือฉินเ้าให้เซ่าชิงไปตรวจสอบซูจิ้งเถียนที่นั่นว่ามีการเคลื่อนไหวใดๆ หรือไม่ถ้าซูจิ้งโหยวมีแผนการ ซูจิ้งเถียนย่อมรู้แน่นอน” ซูเฟยซื่อสั่งเสร็จในหนึ่งอึดลมหายใจแล้วจึงจิบชาคำหนึ่ง
จอกชาของนางเพิ่งวางลงนอกประตูก็มีเสียงของสาวรับใช้ดังมา
สาวรับใช้เหล่านี้ล้วนเป็สาวรับใช้ชั้นสามที่ได้เลือกมาจากแม่ใหญ่แซ่หลี่ในก่อนหน้านี้ไม่มีสิทธิที่จะเข้าห้องของซูเฟยซื่อ
ดังนั้นเมื่อมีธุระก็ได้แต่พูดอยู่ที่นอกประตู“คุณหนูสาม คุณหนูสี่สั่งคนมาถามท่านเื่ของแทนคำขอบคุณกลับเ้าค่ะ”
“ของมอบแสดงการคารวะตอบกลับงั้นหรือ?” ซูเฟยซื่อเลิกคิ้วอย่างสงสัยบ้าง
“คุณหนูสี่บอกว่าพระสนมโหยวพระราชทานรางวัลมากมายขนาดนั้นแล้วความจริงได้รับอย่างละอายใจ คิดปรึกษากับท่านส่งของขอบคุณตอบกลับบ้างไม่้าของล้ำค่า ขอเพียงสามารถแสดงความรักของพี่น้องเป็ก็ใช้ได้”
ซูจิ้งโหยวเพิ่งส่งสิ่งของมาถึงซูจิ้งเถียนก็รีบจะให้ส่งของมอบแสดงการคารวะตอบกลับนี่...
หรือพวกนางทั้งสองไม่ได้วางแผนที่จะเล่นลูกไม้บนสิ่งของที่พระราชทานมา แต่คิดจะเล่นลวดลายบนของซึ่งของมอบแสดงการคารวะตอบกลับ?
ถ้าเป็เช่นนี้ก็สามารถอธิบายได้ว่าทำจึงไม่พบปัญหาในของที่พระราชทานเป็รางวัลมา
“ข้ารู้แล้วเ้าออกไปก่อนเถิด” ซูเฟยซื่อเอ่ยปากพูดเบาๆ
สาวรับใช้กลับไม่ได้ออกไป“คือว่า...คุณหนูสาม สาวรับใช้ของคุณหนูสี่รออยู่ที่นอกประตู บอกว่าคุณหนูสี่ขอยืมมือของข้าราชบริพารในพระตำหนักนำของมอบแสดงการคารวะตอบกลับ กลับสู่พระตำหนัก ส่วนข้าราชบริพารในพระตำหนักเร่งกลับไปสนองรับสั่งดังนั้นรบกวนให้คุณหนูสามเลือกของมอบแสดงคารวะตอบกลับตอนนี้เ้าค่ะ”
ที่แท้เป็เช่นนี้ไม่ให้โอกาสนางครุ่นคิดใดๆ ทั้งสิ้น คิดโจมตีนางแบบไม่ทันรู้ตัว
“คุณหนูทำอย่างไรดี ซูจิ้งเถียนเร่งขนาดนี้ เื่นี้ต้องมีปัญหาแน่นอน” ถึงแม้ว่าจือฉินไม่รู้ว่าที่แท้ซูจิ้งโหยวกับซูจิ้งเถียนเล่นลวดลายอะไรกันแต่ก็ยังรู้สึกว่าเื่ราวไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น
“เ้าเลือกผ้าพับหนึ่งในกองผ้าพับที่ซูจิ้งโหยวพระราชทานมาส่งกลับไปสิ่งของเป็ของของซูจิ้งโหยว คนที่ส่งก็เป็คนของซูจิ้งโหยวข้าจะดูว่ามันจะสามารถมีปัญหาอะไรออกมา” ซูเฟยซื่อยิ้มอย่างเ็าทันที
“คุณหนูฉลาดปราดเปรื่องแบบนี้ไม่เพียงแต่สามารถแก้ไขปัญหาเื่ของมอบแสดงการคารวะตอบกลับยังไม่ต้องกังวลว่าซูจิ้งโหยวจะเล่นลวดลายในผ้าพับ แทบเป็การยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเ้าค่ะ”ซางจื่อดีใจกล่าวกลไกกับดักที่อยู่ภายในออกมา
ซูเฟยซื่อพยักหน้า นับว่าเป็การยอมรับ
เห็นเช่นนี้จือฉินก็รีบออกไปเตรียมการ
“คุณหนูหรือว่าท่านก็ไม่กังวลว่าซูจิ้งโหยวจะใช้ของมอบแสดงคารวะตอบกลับของท่านมาเล่นงานหรือเ้าคะ?”ซางจื่อช่วยซูเฟยซื่อเทชาถ้วยหนึ่งแล้วกล่าวถามอีก
“เล่นงานอย่างไร?เมื่อครู่ซูจิ้งเถียนเพิ่งกล่าวว่าของมอบแสดงคารวะตอบกลับไม่จำเป็ต้องแพงสามารถแสดงไมตรีจิตฉันพี่น้องได้ ข้าแบ่งปันผ้าพับกับนาง หรือว่ายังไม่ถือว่าเป็ไมตรีจิตฉันพี่น้อง?ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ของข้าเป็ที่รู้จักกันทั่วไปว่าข้าเป็เพียงบุตรีอนุเล็กๆคนหนึ่ง สามารถเอาของขวัญที่มีหน้ามีตาอะไรออกมาได้ ส่งอะไรมาก็ส่งอะไรกลับไปไม่ดีกว่าหรือ”
“ก็ถูกเ้าค่ะ” ซางจื่อพยักหน้าอย่างเงียบๆแต่กลับเห็นบนใบหน้าของซูเฟยซื่อยังคงกังวลอยู่เหมือนเดิม อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ“คุณหนู เื่ไม่ใช่จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ ทำไมท่านดูๆ แล้วไม่มีความสุขเลยเ้าคะ”
“จัดการเรียบร้อยแล้วงั้นหรือ?กลัวก็แต่ว่าไม่ได้ง่ายดายปานนั้น ไม่กี่วันนี้ต้องใส่ใจในการเคลื่อนไหวของซูจิ้งโหยวกับซูจิ้งเถียนไว้ให้มั่นกลัวแต่ว่าของพระราชทานกับของมอบแสดงการคารวะตอบกลับเป็เพียงการปูพรมเื่หนึ่งละครสนุกจริงๆ ยังอยู่ข้างหลัง” ซูเฟยซื่อกล่าวพลางขมวดคิ้ว
“เ้าค่ะแต่ครั้งนี้คุณหนูอาจจะกังวลมากไปแล้ว สิ่งของเป็ซูจิ้งโหยวพระราชทานท่านแม้แต่จับต้องล้วนไม่ได้จับก็ต้องเปลี่ยนมือส่งออกไปแล้ว ต่อให้มีปัญหาซูจิ้งโหยวเองก็ดิ้นไม่หลุดจากความสัมพันธ์ซับซ้อนนี้เ้าค่ะ” ซางจื่อไม่เห็นด้วย
“ไม่ถูกไม่ใช่จับต้องล้วนไม่ได้จับ จือฉินจับต้องไปแล้ว” จู่ๆซูเฟยซื่อก็นึกถึงอะไรขึ้นมาได้ ตาทั้งสองหรี่ลงในชั่วพริบตา
ซางจื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติทันที“คุณหนู จือฉินฟังคำสั่งของท่านจึงส่งผ้าพับเป็ของมอบแสดงการคารวะตอบกลับ ถ้าผ้าพับมีปัญหาจริง ซูจิ้งโหยวสามารถพูดว่าเป็ท่านสั่งให้จือฉินทำนะเ้าคะ”
“เมื่อหลังจากสิ่งของเข้าสู่พระตำหนักก็ไม่มีช่องว่างให้เราสามารถสอดมือได้อีกดูไปแล้ว เื่นี้...” เป็หลบซ่อนไม่พ้นแล้ว
ซูจิ้งโหยวจงใจดึงดูดความสนใจของนางทั้งหมดไปไว้ที่ของพระราชทานให้ซูจิ้งเถียนฉวยโอกาสบังคับนางให้ส่งของมอบแสดงคารวะตอบกลับโดยไม่ทันเตรียมตัว
ก็เพื่อให้นางไม่ทันได้คิดมาก ย่อมติดกับดักของพวกนาง
“หรือตอนนี้ให้บ่าวรีบไปตามจือฉินกลับมา? ”ซางจื่อกล่าวจบ ก็รีบจะออกประตูไป
แต่กลับซูเฟยซื่อรั้งไว้“ไม่มีเวลาแล้ว ถ้าผ้าพับไปอยู่ในมือของข้าราชบริพารในพระตำหนักแล้ว หากยังไม่หลับกลับฝันมากในคืนอันยาวนาน[1] พวกเขาต้องเล่นงานทันทีแน่นอน ตอนนี้รั้งคนไว้ ถ้าข้างในผ้าพับมีปัญหาจริงไยมิใช่เรากลายเป็วัวสันหลังหวะ”
“นี่ก็ไม่ได้นั่นก็ไม่ได้ หรือว่าต้องปล่อยให้ซูจิ้งโหยวดูถูกท่านเ้าคะ?” ซางจื่อร้อนใจจนเดินไปมารอบๆห้อง
ล้วนเป็นางไม่ได้คิดรอบคอบให้เพียงพอจึงทำให้ซูเฟยซื่อตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้
นางสมควรตาย
“อย่างไรก็หลบหนีไม่พ้นแล้ว สังเกตการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ ไปก่อน ถึงเวลาค่อยวางแผนอีก”
ตามความเข้าใจที่นางมีต่อซูจิ้งโหยวกับซูจิ้งเถียนการคาดคะเนเตรียมการที่เลวร้ายที่สุดก็คือถูกใส่ข้อหาให้ร้ายนางว่าวางยาพิษประทุษร้ายสังหารพี่สาวข้อหนึ่ง
แต่ไร้พยานไม่มีหลักฐานหรือแรงจูงใจ แต่เมื่อคิดหลบหนี อาจสามารถทำให้เป็จริงไปได้
การเคลื่อนไหวของซูจิ้งโหยวกับซูจิ้งเถียนว่องไวสุดๆ คืนนั้นในพระตำหนักก็แพร่ข่าวออกมาว่าสุขภาพซูจิ้งโหยวจู่ๆ ก็ไม่สบาย
“คุณหนูตามอย่างที่ท่านคิดไว้ ซูจิ้งโหยวถูกวางยาพิษจริงๆ นอกจากนี้ซูจิ้งเถียนยังได้รุดเข้าวังไปตอนนี้รอแต่ท่านแล้วเ้าค่ะ” ซางจื่อได้รับข่าวก็วิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนทันที
เชิงอรรถ
[1] หากยังไม่หลับกลับฝันมากในคืนอันยาวนาน หมายถึง ตีตนไปก่อนไข้
