มีแต่กลยุทธ์ดี จึงสามารถใช้คนเดียวเอาชนะศัตรูนับร้อย รบทุกครั้งชนะทุกครั้ง
“เป็กลยุทธ์ที่ดีแผนหนึ่งจริงๆ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมแม้แต่แม่ทัพฝูยังพ่ายแพ้จนยอมจำนนทั้งใจทั้งปาก เพียงแต่...หญิงสาวคนนี้ที่แท้เป็ใคร? ” ซ่งหลิงซิวหรี่ตาลงพลางถาม
ความกล้าหาญ ความคิดกับกลยุทธ์ระดับนี้
ที่เขาคิดออกตอนนี้ มีเพียงหญิงสาวสองคนเท่านั้น คนหนึ่งคือกู้ชิง คนหนึ่งคือซูเฟยซื่อ
ถ้าเป็คนแรก ต้องสังหารโดยไม่มีการให้อภัย แต่ถ้าเป็คนหลัง...
เขาควรทำอย่างไรดีนะ?
“นางคือซูเฟยซื่อ คุณหนูสามของจวนอัครมหาเสนาบดีพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพฝูกล่าวตอบ
ซูเฟยซื่อ เพียงได้ยินชื่อนี้ ในท้องพระโรงก็ดูจะเกิดความวุ่นวายแล้ว
เมื่อเร็วๆ นี้ เื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีความเกี่ยวข้องกับซูเฟยซื่อ ชื่อของหญิงสาวคนนี้ดุจฟ้าผ่า พวกเขาได้ยินจนชินหูมานานแล้ว
แต่ซูเต๋อเหยียนยิ่งตะลึงไปหมด
ถ้าไม่ใช่แม่ทัพฝูกล่าวอย่างชัดเจนว่าเป็คุณหนูสามของจวนอัครมหาเสนาบดีแล้ว เขายังคิดว่ามีคนชื่อเดียวกับซูเฟยซื่อแน่นอน
แต่ว่า...
ั้แ่ครั้งที่แล้ว ได้เห็นอาการของซูเฟยซื่อขณะที่ใช้พิษต้านพิษ เขาก็รู้ว่าบุตรีคนนี้ของเขาไม่ธรรมดา
โชคดีที่เขาได้เตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ ให้นางกินยาเม็ดิญญาร่วงหล่น
มิฉะนั้นชื่อเสียงของซูเฟยซื่อนับวันก็ยิ่งโด่งดังมากขึ้น บัดนี้ได้แผ่ขยายมาถึงท้องพระโรงแล้ว ภายหน้าเขาจะควบคุมได้อย่างไร
ซ่งหลิงซิวแสดงออกในลักษณะเป็ไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้
ซูเฟยซื่อ เป็เ้าจริงๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เ้าทำงานไม่กระโตกกระตากมาตลอด แม้แต่เข้าวังยังเลือกสวมเสื้อผ้าที่ธรรมดาที่สุด
ครั้งนี้กลับแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งมากผิดปกติ ที่แท้มีจุดประสงค์อะไร?
“ที่แท้เป็คุณหนูสามของจวนอัครมหาเสนาบดี ได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูสามของจวนอัครมหาเสนาบดีเป็คนมีความสามารถและปัญญายอดเยี่ยมเหนือผู้อื่น ตอนนี้แม้แต่แม่ทัพฝูยังพ่ายแพ้ในมือของนาง เห็นได้ว่าร้ายกาจนัก แต่น่าเสียดายที่เป็อิสตรี มิฉะนั้นก็สามารถเข้าเป็ขุนนางในราชสำนักร่วมกับอัครมหาเสนาบดีซูได้แล้ว” ไม่รู้ว่าใครเริ่มพูดประโยคนี้ขึ้นมาก่อน
ฝูงชนต่างพากันกล่าวคล้อยตาม
“เป็อิสตรีแล้วเป็อย่างไรกัน? อดีตฮองเฮากู้ชิงไม่ใช่เคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพ สู้รบศัตรูในสนามรบหรือ? ” อวี้เสวียนจีเลิกคิ้วกล่าวพลาง
การอุทิศตนของกู้ชิงต่อแคว้นซ่งเป็สิ่งที่ใครมีตาก็มองเห็นได้ บวกกับสิ่งที่อวี้เสวียนจีกล่าวนี้ ใครจะกล้าโต้แย้งได้?
แต่ทั้งนี้ กู้ชิงเป็หัวข้อต้องห้ามเื่หนึ่ง จึงไม่มีใครกล้ารับด้วย ในท้องพระโรงพลันเงียบสงบลง
สักพัก จู่ๆ ซ่งหลิงซิวยิ้มเบาๆ เอ่ยปาก “ทำไมทุกคนต่างไม่พูดจากันแล้ว? ท่านอ๋องพระเก้าพันปีพูดถูก เป็อิสตรีแล้วเป็อย่างไรเล่า? สามารถรับใช้ราชสำนักได้เช่นกัน ทหาร ถ่ายทอดพระราชโองการของข้า คุณหนูสามของจวนอัครมหาเสนาบดี จริยาดั่งบุปผาฮุ่ยหลัน ป่าดงพงพีแผ่นดินกว้างใหญ่ล้วนมีตา กำเนิดอัจฉริยะ ครานี้ได้ถวายแผนกลยุทธ์ช่วยทหารชายแดนจนมีชัยชนะอย่างใหญ่หลวง เป็เอกลักษณ์แบบอย่างให้กับลูกหลานแคว้นซ่งเราจริงๆ ดังนั้นจึงโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็...”
ไม่รอให้ซ่งหลิงซิวตรัสจบ จู่ๆ อวี้เสวียนจีก็ขัดจังหวะขึ้นอย่างเนิบๆ “องค์หญิง”
เพียงฮ่องเต้เปิดพระโอษฐ์ก็เป็พระราชโองการแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่เปิดโอกาสให้ตรัสผิดพลาดได้
คิดอยากให้ซูเฟยซื่อเข้าวังหรือ?
ก่อนอื่นต้องถามเขาก่อนว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่!
ซ่งหลิงซิวตะลึงไปแล้วทันที
องค์หญิง?
อวี้เสวียนจีเสนอแบบนี้ คิดให้ซูเฟยซื่อกลายเป็น้องสาวของเขาหรือ?
ทำไมต้องยับยั้งการแต่งตั้งพระสนมของเขา?
หรือว่าแม้แต่อวี้เสวียนจีก็สังเกตเห็นซูเฟยซื่อแล้วด้วย?
ถ้าเป็อย่างนั้น เขาต้องรีบเคลื่อนไหวแล้ว
“ราชทินนามว่าหลานหลิง องค์หญิงหลานหลิง” ซ่งหลิงซิวลังเลสักครู่แล้วตรัสขึ้น
“กระหม่อมขอขอบพระทัยในพระกรุณาธิคุณของฝ่าาแทนองค์หญิงหลานหลิงพ่ะย่ะค่ะ” ซูเต๋อเหยียนยินดีเป็ล้นพ้น รีบก้าวออกมาขอบคุณ
คนหนึ่งเป็สนมโหยว คนหนึ่งเป็องค์หญิงหลานหลิง ตำแหน่งจวนอัครมหาเสนาบดีของเขานับวันยิ่งมั่นคงมากขึ้นแล้ว
“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าาแทนองค์หญิงหลานหลิงด้วย ขอแสดงความยินดีกับอัครมหาเสนาบดีซู มีบุตรีงามล่มเมือง เก่งกาจไม่แพ้ชายอกสามศอก เป็ที่เชิดชูเกียรติยศวงศ์ตระกูลบรรพบุรุษพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพฝูหัวเราะร่ากล่าวพลาง
มีพวกเขาสองคนกล่าวนำ ขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊นับร้อยรีบคล้อยตาม
ชั่วพริบตาในท้องพระโรงก็ส่งเสียงแสดงความยินดีสนั่นทั่ว
“ฝ่าา ราชทินนามองค์หญิงหลานหลิงนี้ นับว่ากระหม่อมมีผลงานด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะกระหม่อมนำความกราบทูลฝ่าา ช่วยองค์หญิงหลานหลิงทวงรางวัล ไหนจะมีเื่นี้พ่ะย่ะค่ะ” จู่ๆ แม่ทัพฝูกล่าวอย่างกะทันหัน
ซ่งหลิงซิวหัวเราะร่าฮ่าๆ “แม่ทัพฝูนี่ใช่จะทวงรางวัลหรือ? ”
“ทวงรางวัลไม่กล้า เพียงแต่หวังว่ากระหม่อมสามารถนำส่งพระราชโองการแต่งตั้งองค์หญิงฉบับนี้ไปที่จวนอัครมหาเสนาบดี นับว่าได้คืนพระคุณขององค์หญิงหลานหลิงที่กระหม่อมไม่ต้องวิ่งแก้ผ้าทนโท่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพฝูกล่าวอย่างหน้าด้าน
“อนุญาตแล้ว” ซ่งหลิงซิวกล่าวอย่างรวดเร็ว คิ้วตาหมุนหนึ่งตลบ “วันนี้เื่มงคลมาเยือนเป็คู่จริงๆ แม่ทัพฝูได้รับชัยชนะกลับมา ข้าได้แต่งตั้งองค์หญิงหลานหลิงอีก มิสู้จัดงานชุมนุมนาวาบุปผาสักครั้ง เราไปเฉลิมฉลอง ร่วมสนุกกัน ไม่ทราบว่าเหล่าข้าราชบริพารที่รักคิดเห็นเป็อย่างไร? ”
“ฝ่าาทรงพระปรีชาพ่ะย่ะค่ะ” คนละปากแต่เกือบจะเป็เสียงเดียวกัน
มีเพียงอวี้เสวียนจีที่ตาหงส์หรลงเล็กน้อย ชุมนุมนาวาบุปผาหรือ?
เกรงว่าเป็เจตนาของเฒ่าเมามายไม่ได้มุ่งเสพสุรา!
ถ้าเช่นนั้น เขาก็จะดูว่าซ่งหลิงซิวคิดเล่นลวดลายอะไรอีก
“ในเมื่อเหล่าข้าราชบริพารที่รักต่างไม่คัดค้าน ถ้าเช่นนั้นเื่นี้ก็ตัดสินใจแบบนี้แล้ว เลิกประชุมเถิด” ซ่งหลิงซิวมองดูอวี้เสวียนจีคราหนึ่ง รีบกล่าวราวกับกลัวว่าเขาจะสำนึกเสียใจ
แม่ทัพฝูรับเอาพระราชโองการไว้ รีบเดินไปยังรถม้าที่จอดอยู่ข้างนอกวังอย่างรวดเร็ว
“คุณหนู ข่าวดี ข่าวดีอย่างมหาศาลเ้าค่ะ” จือฉินรีบวิ่งจากข้างนอกเข้ามา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่สามารถควบคุมไว้ได้
ซูเฟยซื่อเลิกคิ้ว “ข่าวดีอะไร? ”
“แม่ทัพฝู กองทัพห้าหมื่นของแม่ทัพฝูได้ชัยชนะกลับมาแล้ว ส่วนเื่ที่ท่านท้าพนันกับแม่ทัพฝูในร้านน้ำชาวันนั้นได้ถูกประชาชนแพร่จนสนั่นไปทั่ว ฝูงชนต่างกล่าวว่าท่านกับแม่ทัพฝู คนหนึ่งเป็ขงเบ้งหญิง คนหนึ่งเป็แม่ทัพกวนอู เป็วีรบุรุษของแคว้นซ่งเ้าค่ะ” จือฉินหอบหายใจไปพลางกล่าวไปพลาง
“กลับมาแล้วหรือ? ” ดวงตาทั้งสองของซูเฟยซื่อสว่างขึ้นทันที นี่เป็ข่าวดีมหาศาลเื่หนึ่งจริงๆ
ไม่เสียทีที่เป็แม่ทัพฝู เร็วกว่าที่นางคิดไว้เสียอีก
เื่ใหญ่เช่นนี้ต้องแพร่ไปถึงหูของซ่งหลิงซิวแน่นอน ตอนนี้ก็ดูแต่ว่าซ่งหลิงซิวรู้เื่แล้วจะจัดการอย่างไร
“คุณหนู ท่านจะจัดของขวัญส่งไปให้แม่ทัพฝูไหมเ้าคะ? ” จือฉินเสนออย่างระมัดระวัง
“ไม่ต้อง ทำแบบนี้กลับยิ่งเห็นเรากำลังประจบสอพลออย่างชัดเจน” ซูเฟยซื่อกล่าวทันที
เสียงของนางเพิ่งจบลง เสียงของซางจื่อที่นอกประตูดังขึ้นมาอีกแล้ว “คุณหนู ซูเต๋อเหยียนกลับจวนมาพร้อมแม่ทัพฝู ในมือแม่ทัพฝูยังนำพระราชโองการมา ได้ยินว่าวันนี้แม่ทัพฝูได้เล่าเื่ของท่านกับเขาในร้านน้ำชา ยังบอกตามความจริงว่ากลยุทธ์ห้าหมื่นนี้เป็ท่านคิดขึ้นมาเ้าค่ะ”
ไม่ชิงผลงานเป็คุณสมบัติของแม่ทัพฝูจริงๆ เพียงแต่เขาเล่าเื่นี้ออกมาต่อหน้าขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊นับร้อย ซูเต๋อเหยียนต้องสังเกตเห็นนางแน่ๆ
ไม่ ไม่เพียงแต่ซูเต๋อเหยียน
ดูไปแล้วคราวนี้นางเริ่มโด่งดังอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีทางถอยแล้วด้วย
“ได้สืบถึงปฏิกิริยาที่ซ่งหลิงซิวกับเหล่าขุนนางใหญ่หลังจากได้ยินเื่นี้แล้วเป็อย่างไร? ” ซูเฟยซื่อถาม
ซางจื่อส่ายหน้า “บ่าวยังไม่ทันได้มีเวลาสืบ แม่ทัพฝูกับซูเต๋อเหยียนก็มาถึงแล้ว ท่านรีบออกไปรับพระราชโองการเถิดเ้าค่ะ”
“อืม” ซูเฟยซื่อลุกขึ้นก็เดินไปที่ห้องโถงด้านหน้า
ปฏิกิริยาเป็อย่างไร เห็นพระราชโองการปราดเดียวก็เข้าใจได้แล้ว
“น้อมคารวะท่านพ่อ น้อมคารวะแม่ทัพฝู” เมื่อซูเฟยซื่อมาถึง ซูเต๋อเหยียนกับซูจิ้งเถียนได้มาถึงก่อนแล้ว
ขณะที่กำลังจะทำการคารวะ ก็ถูกแม่ทัพฝูเอื้อมมือรั้งไว้ “องค์หญิงหลานหลิงอย่าได้เกรงใจ ครั้งนี้กองทัพใหญ่ห้าหมื่นได้รับชัยชนะกลับมา ท่านเป็ขุนนางผู้มีคุณูปการใหญ่ที่สุด ถ้าไม่ใช่ในอ้อมแขนข้ายังเก็บพระราชโองการไว้ ข้าต้องคารวะคราหนึ่งแก่ท่านแทนฝูงชนแคว้นซ่งกับเหล่านักรบแน่ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
