แต่เมื่อจือฉินได้ยินข่าวนี้ นางก็รีบคุกเข่าโครมหนึ่งไปทางซูเฟยซื่อทันที“คุณหนู เื่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็เพราะความประมาทเลินเล่อเกินไปของบ่าว ถ้าซูจิ้งโหยวกับซูจิ้งเถียนคิดอยากใส่ร้ายสวมหมวกสกปรกอะไรไปบนศีรษะท่านขอเพียงท่านผลักบ่าวออกไป บ่าวไม่กล้าพูดว่าไม่สักคำเ้าค่ะ”
“ลุกขึ้นเถิด ความจงรักภักดีของเ้าข้าล้วนรู้แจ้ง ต่อให้ข้าผลักเ้าออกไปก็ช่วยเื่นี้ไม่ได้ เ้ากับซูจิ้งโหยวและซูจิ้งเถียนไม่มีความแค้นเคืองเป็ศัตรูกันทั้งยังเป็สาวรับใช้ของข้า คนอื่นจะรู้สึกว่าข้ากลัวเื่เปิดโปงจึงให้เ้ารับโทษแทนถึงเวลาไม่เพียงแถมเอาเ้าเข้าไป ข้ายังต้องได้ชื่อว่าไร้น้ำใจไร้คุณธรรม” ซูเฟยซื่อวิเคราะห์อย่างใจเย็น
จือฉินเหมือนถูกฟ้าผ่าใส่ คนทั้งคนอึ้งไป “ถ้าเช่นนั้น...ทำอย่างไรดี? บ่าวตายสิบครั้งก็ยังมิอาจทดแทนชีวิตของคุณหนูแล้วเ้าค่ะ”
ซูเฟยซื่อถอนหายใจ นางลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก“ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้าน ไม่ว่าจะมาด้วยวิธีไหนก็สามารถรับมือได้ ตอนนี้ยังสามารถทำอย่างไรได้ชีวิตเ้านับเป็ชีวิต ชีวิตข้าก็นับเป็ชีวิตเช่นกัน เราทุกคนต่างเท่าเทียมกัน ข้าจะไม่เสียสละชีวิตของคนอื่นเพื่อตนเอง”
ชีวิตเ้านับเป็ชีวิต ชีวิตข้าก็นับเป็ชีวิตเช่นกัน เราทุกคนต่างเท่าเทียมกัน
เท่าเทียมกัน
ไม่มีใครเคยพูดจาแบบนี้กับพวกนาง
ในใจจือฉินกับซางจื่อสั่นสะท้านซาบซึ้งจนน้ำตาเกือบไหลออกมา
ขณะที่ซูเฟยซื่อรีบไปตำหนักเสียนโหย่วซูเต๋อเหยียนกับซูจิ้งเถียนต่างได้มาถึงแล้ว
เพียงเห็นซูจิ้งโหยวทั่วหน้าซีดขาวนอนอยู่บนเตียงริมฝีปากยังเป็สีเขียวจางๆ เห็นได้ชัดว่าถูกยาพิษ
“น้อมคารวะสนมโหยว ไม่ทราบว่าสุขภาพของสนมโหยว...”ซูเฟยซื่อก้าวไปข้างหน้าคารวะทักทาย พร้อมกับถามไถ่ข่าวคราว
“น้องสามมาแล้ว ข้าเพียงถูกพิษเล็กน้อยไม่คาดว่ารบกวนทั้งครอบครัวแห่มากันหมด ข้าไม่สบายใจจริงๆ ” ซูจิ้งโหยวกล่าวจบ ยังไม่ลืมที่จะไอสองครั้ง
เห็นเช่นนี้ ซูจิ้งเถียนรีบกล่าวต่อไป“พิษเล็กน้อยอันใด? เมื่อครู่หมอหลวงเพิ่งบอกว่าโชคดีที่แก้พิษนี้ได้ทันเวลา มิฉะนั้น...”
ไม่ต้องพูดวาจาด้านหลัง ทุกคนรู้ชัดเจน
มิฉะนั้นชีวิตน้อยๆ ของซูจิ้งโหยวก็หายไปแล้ว
พี่น้องสองสาวนี้ คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับยังเรียกเอาซูเต๋อเหยียนมาแล้ว ดูไปแล้วครั้งนี้ไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์คงไม่ยอมหยุดง่ายๆ
ประกายเย็นวาบในดวงตาของซูเฟยซื่อกะพริบผ่านไปทันทีนางแกล้งทำเป็ห่วงใยออกมา “พิษนี้ถึงกับร้ายกาจเช่นนี้? สนมโหยวได้สืบออกมาว่าเื่นี้เป็ผู้ร้ายคนใดที่ใจกล้าอุกอาจทำหรือไม่?”
ซูจิ้งโหยวยิ้มอย่างขมขื่นพลางส่ายหน้า“อยู่ที่สูงย่อมแพ้ความหนาวเหน็บ บัดนี้ข้าก้าวมาถึงตำแหน่งสนมโหยวนี้ วังหลังย่อมมีหลายคนคิดอยากปลิดชีวิตข้าครั้งนี้โชคดีให้ข้ารอดจากภัยพิบัติ ครั้งหน้า...เฟยซื่อ เถียนเอ๋อร์เ้าสองคนต้องมุมานะบากเพียรมากกว่านี้แล้ว”
วาจารอบนี้ของนางจงใจพูดให้ซูเต๋อเหยียนฟัง
ประการแรกให้ซูเต๋อเหยียนเข้าใจสถานการณ์ในวังหลังของนางคิดให้จวนอัครมหาเสนาบดีเจริญรุ่งเรือง วันหน้าต้องช่วยนางด้วยความพยายาม
ประการที่สองช่วยให้ซูเต๋อเหยียนเข้าใจความหนักหนาสาหัสของเื่นี้ถ้านางตายแล้ว ในวังหลังจะไม่มีคนของจวนอัครมหาเสนาบดีเหลืออีกแล้ว
“ถึงกับบังอาจวางยาพิษอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ที่แท้เอาหน้าของจวนอัครมหาเสนาบดีไปไว้ที่ไหน ไม่ได้ ตอนนี้ข้าต้องไปกราบทูลขอฮ่องเต้ให้ทรงตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่างต้องขุดเอาอาชญากรผู้วางยาพิษออกมาลงโทษ” ซูเต๋อเหยียนพูดจบด้วยความโกรธจัด หันหลังเตรียมจะเดินออกไป
ในหัวใจของเขา มั่นใจว่าคนที่วางยาคือพระสนมหวิน
จึงคิดไปหาซ่งหลิงซิว ยืมโอกาสนี้โจมตีพระสนมหวิน
แต่เขาเพิ่งหันไปก็ถูกซูจิ้งเถียนลากไว้แน่น
เพียงเห็นสีหน้าของซูจิ้งเถียน นางคิดอยากพูดแต่ยังระงับไว้ อึกๆ อักๆ เป็เวลานานมากถึงค่อยๆ คายออกมาได้ “ท่านพ่อ อย่าได้ทำให้ฮ่องเต้ทรงวิตกเพราะเื่นี้เลยเ้าค่ะ”
“เ้าว่าอย่างไรนะ? ” เพราะซูเต๋อเหยียนใมากเกินไปกระทั่งเสียงก็อดไม่ได้ที่จะเพิ่มความถี่สูงขึ้นมาหลายส่วน
อย่าได้ทำให้ฮ่องเต้ทรงวิตก?
นี่ไม่เหมือนรูปแบบของซูจิ้งเถียน!
หรือว่า...
ท่านพ่อย่อมรู้จักลูกสาวเป็อย่างดีซูเต๋อเหยียนได้ตระหนักว่าเื่นี้มีบางอย่างผิดปกติทันที
เขาถลึงตาจ้องรอคำอธิบายจากซูจิ้งเถียน
เห็นซูจิ้งเถียนอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่สามารถพูดเหตุผลข้อใดข้อหนึ่งออกมาได้ว่าทำไมในใจซูเฟยซื่ออดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเ็า
ดูไปแล้วละครสนุกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
“พูด ที่แท้เป็เื่อะไรกัน! ” ซูเต๋อเหยียนโกรธจนดวงตาทั้งสองแดงก่ำไปหมด
ตอนนี้จวนอัครมหาเสนาบดีก็เหลือเพียงซูจิ้งโหยวคนเดียวแบบนี้ถ้าแม้แต่ซูจิ้งโหยวก็เกิดเหตุแล้ว ถ้าเช่นนั้นเขา...
ซูจิ้งเถียนใในลักษณะท่าทีของซูเต๋อเหยียน นางรีบคุกเข่าลง “ท่านพ่อ ท่านอย่าโกรธเลย เื่นี้ เื่นี้...”
“ถ้าคุณหนูสี่รู้เื่อะไร ก็รีบพูดออกมาเถิดอย่าให้ทุกคนร้อนใจกันไปเปล่าๆ ” ซูเฟยซื่อเอ่ยปากพูดเบาๆ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่านางจะพูดประโยคนี้หรือไม่ซูจิ้งเถียนก็ต้องพูดในสิ่งที่ควรพูดออกมา
ดีกว่าไหมที่จะให้ซูจิ้งเถียนมีทางให้ลงโดยตรงจะได้ไม่ต้องดูละครชุดนี้นานจนทำให้นางเกิดอาการคลื่นไส้
นางคิดไม่ถึงว่าซูเฟยซื่อถึงกับจะรนหาที่ตายเองดวงทั้งสองของซูจิ้งเถียนสว่างทันที แต่แกล้งทำท่าลำบากใจออกมา “ในเมื่อพี่สามพูดแบบนี้ ถ้าเช่นนั้น...ถ้าเช่นนั้นลูกได้แต่ต้องบอกความจริงแล้ว ลูกเห็นกับตาเองว่าจือฉินสาวรับใช้ของพี่สามได้โรยผงสีขาวชนิดหนึ่งไปบนผ้าพับที่ส่งคืนให้สนมโหยวตอนนั้นลูกยังคิดว่าเป็เครื่องหอมที่หาได้โดยทั่วไปจึงไม่ได้ห้ามปรามแต่หลังจากส่งผ้าพับเข้าวัง สนมโหยวก็โดนยาพิษแล้ว...พี่สาม สนมโหยวทรงปฏิบัติต่อพี่อย่างดี ทำไมพี่ถึงต้องทำแบบนี้? สนมโหยวเป็พี่สาวแท้ๆ ของพี่นะ”
ซูจิ้งเถียนกล่าวพลางกอดขาซูเฟยซื่อไว้ ร้องไห้พลาง
คำกล่าวโทษวางยาพิษทำร้ายพี่สาวแท้ๆ หล่นใส่ศีรษะของซูเฟยซื่อโดยตรงแล้ว
ซูจิ้งโหยวทำหน้าะเืใจออกมา “อะไร?เป็เฟยซื่อหรือ? ไม่ เป็ไปไม่ได้แน่นอน ต้องมีที่ไหนผิดพลาดแล้วแน่ๆ เฟยซื่อจะทำเื่แบบนี้ได้อย่างไร...แต่คิดให้ดีๆหลังจากที่ข้าได้ััผ้าพับซึ่งเฟยซื่อส่งมาจึงได้ถูกยาพิษเข้า”
วาจารอบนี้เห็นชัดๆ ว่าช่วยแย้งให้ซูเฟยซื่อแต่ในความเป็จริงกลับเล็งจากด้านข้างกล่าวโทษซูเฟยซื่อให้ตกที่นั่งลำบากของจริง
ถ้ามีเพียงคำพูดของซูจิ้งเถียนด้านหนึ่งเป็ไปได้ที่ซูเต๋อเหยียนอาจยังไม่เชื่อ
แต่ตอนนี้ซูจิ้งโหยวกล่าวออกมาแบบนี้ หรือว่าคนที่วางยาเป็ซูเฟยซื่อจริงๆ ?
ซูเต๋อเหยียนขมวดคิ้วหันไปมองซูเฟยซื่อราวกับกำลังรอคำอธิบายของนาง
เพียงเห็นซูเฟยซื่อแย้มยิ้มเบาๆ “เป็ลูกให้จือฉินเลือกผ้าพับจากของที่สนมโหยวพระราชทานให้ ส่งกลับมาเป็ของมอบแสดงการคารวะตอบกลับจือฉินต้องััผ้าพับมาก่อน หรือว่าเพราะแบบนี้ก็สามารถสงสัยว่าการที่สนมโหยวโดนยาพิษเป็พิษที่จือฉินวาง?ยิ่งไปกว่านั้น ผ้าพับเป็ของที่เลือกออกมาจากในกองที่สนมโหยวพระราชทานมา จากของรางวัลที่พระราชทานกลายเป็ของมอบแสดงการคารวะตอบกลับ ก่อนหลังไม่ถึงสิบห้านาที ต่อให้ผ้าพับมีปัญหาจริง...”
“วาจานี้ของเ้าหมายความว่าอย่างไร?หรือเ้ารู้สึกว่าสนมโหยวจะวางยาพิษทำร้ายเ้า?หรือยังเป็สนมโหยววางยาพิษทำร้ายตนเอง? ” ซูจิ้งเถียนทำหน้าบูดบึ้งกล่าวพลาง
“สนมโหยวย่อมไม่ทำเื่โง่ๆแบบนี้” ซูเฟยซื่อจงใจเน้นคำว่าโง่ ยั่วจนซูจิ้งโหยวแสดงสีหน้าทนไม่ได้ไปพักหนึ่ง
บ้าจริง สิ่งที่ซูเฟยซื่อใช้ในการต่อสู้ที่แท้เป็อะไร?
ความตายมาเยือนถึงศีรษะยังบังอาจอวดดีเช่นนี้!
โง่?
ดีล่ะ เ้าก็ดูๆ ว่าข้าใช้วิธีโง่เง่าแบบนี้ทำลายเ้าทิ้ง
“ต่อให้เื่ที่เ้าพูดเป็ความจริง จือฉินได้รับคำสั่งของเ้าไปเอาผ้าพับส่งกลับมาเป็ของมอบแสดงการคารวะตอบกลับถ้าเช่นนั้นเ้าจะอธิบายผงสีขาวที่ข้าได้ว่าอย่างไร? ” ซูจิ้งเถียนก้าวร้าวบีบคั้นผู้คน นางแค้นแทบตราโทษให้ซูเฟยซื่อตายแทบเท้านางเสียบัดนี้
