ซูจิ้งเถียนมองลักษณะอันกระเซอะกระเซิงทั่วร่างของนาง ก้นบึ้งหัวใจอดไม่ได้ที่จะเผยแววดูถูกออกมา แต่ก็ต้องแสร้งทำทีแปลกใจ “แม่น้ารองนี่เกิดอะไรขึ้น มีวาจาค่อยๆ พูด อย่าร้อนใจ”
“คุณหนูสี่วันนั้นเป็ท่านกับเซียงเอ๋อร์ที่เข้าวังพร้อมกันท่านสามารถบอกน้าได้ไหมว่าที่แท้ในงานเลี้ยงฉลองเกิดเื่อะไรขึ้นเซียงเอ๋อร์ทำไมนางจึงได้...” แม่น้ารองกล่าววาจาตอนหลังไม่ออกจริงๆ เพราะซูจิ้งเซียงตายอย่างน่าสมเพชเกินไปแล้ว
ซูจิ้งเถียนกัดริมฝีปากล่างอย่างน่าอึดอัดบ้าง“แม่น้ารอง ที่น้าควรรู้ก็ได้รู้ไปทั้งหมดแล้ว ผู้ล่วงลับได้จากไปแล้ว ท่านก็ปล่อยวางอดีตให้มันผ่านไปใช้ชีวิตดีๆ ต่อไปเถิด”
อะไรเรียกว่าที่นางควรรู้ทั้งหมดล้วนได้รู้แล้ว?
หรือว่ายังมีเื่อะไรที่นางไม่ควรรู้หรือ!
วาจานี้ของซูจิ้งเถียนยิ่งยืนยันความคิดในใจของแม่น้ารอง นางรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะคำนับซูจิ้งเถียน “คุณหนูสี่วาจาที่ท่านได้พูดกับสาวรับใช้ในเรือนของเซียงเอ๋อร์ น้าได้ยินหมดแล้วขอท่านเมตตาน้า น้าก็มีเซียงเอ๋อร์เป็ลูกสาวเพียงคนเดียวแบบนี้ นางตายแล้วน้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว”
“นี่...” ซูจิ้งเถียนขมวดคิ้วผูกไว้แน่นดูเหมือนกำลังทำการเลือกอะไรที่ลำบากมาก “แม่น้ารอง ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยท่าน แต่เื่นี้ได้ถูกตัดสินคดีไปตั้งนานแล้ว ต่อให้ท่านรู้อะไรก็ช่วยอะไรไม่ได้ ั้แ่ที่ขาข้าทิ้งอาการป่วยไว้ก็ไม่มีความคิดอื่นใดอีกเพียงหวังทั้งครอบครัวปรองดองสามัคคีกัน เหมือนเื่นี้อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย”
วาจานี้บอกอย่างชัดเจนว่านางรู้อะไรมาจริงๆ
นอกจากนี้ถ้านางพูดออกมาก็จะส่งผลกระทบต่อความสามัคคีในครอบครัว
ขาของซูจิ้งเถียนทิ้งอาการป่วยไว้ ไม่มีพลังแข่งขันชิงดีชิงเด่นอีกก็เป็การกล่าวด้วยว่า...
แม่น้ารองคิดเสร็จ นางดึงเอาทองที่ซ่อนอยู่ในอ้อมอกออกมา “นี่เป็สิ่งที่สาวรับใช้คนนั้นเพิ่งให้น้ามาเมื่อครู่ บนนั้นยังมีชื่อของจวนอัครมหาเสนาบดี นางพบมันขณะที่นางเก็บศพของญาติผู้พี่”
ซูจิ้งเถียนรับเอาทองมาดูๆอดไม่ได้ที่จะใมาก หน้าถอดสี “หรือว่าเป็พี่สามจริงๆ ”
พูดจบก็ตระหนักถึงว่าตนได้กล่าวพลาดไปอีกแล้ว นางรีบเอามือปิดปาก ไม่พูดจาอีก
“พี่สาม? พูดอย่างนั้นได้อย่างไร?ในเมื่อท่านได้พูดออกมาหมดแล้ว ก็บอกน้าให้หมดมิดีกว่าหรือ มิฉะนั้นวันนี้น้าจะโขกศีรษะให้ตายอยู่ที่นี่”แม่น้ารองรีบร้อนอีกทั้งยังร้อนรน นางไม่สนใจความเ็ป ใช้แรงโขกศีรษะอย่างแรงกับพื้น หลังจากนั้นไม่นานหน้าผากและพื้นก็เต็มไปด้วยเืสดหยดติ๋งๆ
“พอแล้วๆ เอาแบบนี้เถิด ในเมื่อเป็เช่นนี้ข้าก็จะบอกท่านหลินมามา รีบช่วยพยุงแม่น้ารองขึ้นมา” ซูจิ้งเถียนถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วเอ่ยปาก“ความจริงวันนั้นพี่รองก็นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างข้ากับพี่สามตอนที่เพลงร่ายรำเริ่มต้น ข้าเห็นพี่สามเริ่มชวนพี่รองสนทนา พวกนางทั้งสองได้พูดเสียงเบามากจนทำให้คนอื่นไม่มีใครได้ยินว่าพวกนางกำลังพูดอะไร แต่หลังจากที่พี่รองกับพี่สามพูดจาจบลง จู่ๆ อารมณ์ของพวกนางก็เปลี่ยนเป็ตื่นเต้นมาก อีกทั้งยังดื่มสุราหลายจอกติดต่อกัน หลังจากนั้น...”
ทั้งหมดที่นางพูดล้วนเป็ความจริง ซูเฟยซื่อคิดว่านางไม่เห็นแต่ความจริงนางสังเกตมองพวกนางทั้งสองคนไว้ตลอด
ดังนั้นต่อให้แม่น้ารองไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูดไปถามคนอื่น คนอื่นก็สามารถพิสูจน์คำพูดของนางได้
“เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น? ” ดวงตาของแม่น้ารองเบิกกว้างรอติดตามเื่ราวต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
“หลังจากนั้นพี่รองกับพี่สามก็เดินออกไปด้วยกัน เดิมข้าคิดว่าพวกเขาแค่ดื่มสุรามากเกินไปอยากออกไปสูดรับอากาศ แต่พวกนางทั้งสองหลังจากออกไป ก็มีเพียงพี่สามที่กลับมาตอนนั้นข้ากับพี่ใหญ่ต่างประหลาดใจมาก ถามนางว่าพี่รองหายไปไหนแล้ว พี่สามบอกว่าพี่รองปวดท้องไปเข้าห้องน้ำพวกเราไม่สงสัยว่าเป็เื่เท็จ คิดไม่ถึง...ไม่นานก็มีข่าวพี่รองเกิดเหตุแพร่ออกมา” ซูจิ้งเถียนบิดผ้าเช็ดหน้าในมือกล่าวจบรีบเสริมอีกประโยค “แม้บอกว่าพี่รองกับพี่สามออกไปพร้อมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่สามก็เป็คนที่ทำร้ายพี่รองบางทีพี่รองอาจไปเข้าห้องน้ำเสร็จก็อาจถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายตอนนั้นก็ได้”
แม้ว่าประโยคสุดท้ายของซูจิ้งเถียนเป็การช่วยโต้แย้งปกป้องให้ซูเฟยซื่อแต่แม่น้ารองที่ได้ยินส่วนที่อยู่ข้างหน้า ไหนเลยยังมีความคิดที่จะฟังส่วนที่อยู่ข้างหลังอีก
ตอนนี้นางมีเพียงความคิดเดียวว่าซูจิ้งเซียงถูกซูเฟยซื่อทำร้ายสังหารซูเฟยซื่อ นางต้องสังหารซูเฟยซื่อเพื่อแก้แค้นให้ซูจิ้งเซียงอย่างแน่นอน
“แม่น้ารอง? แม่น้ารอง?” ซูจิ้งเถียนเห็นแม่น้ารองไม่พูดไม่จาอดไม่ได้ที่จะร้อนใจบ้างแล้ว
นางแสดงละครมานานขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์สักนิดนะ?
“ขอบพระคุณที่คุณหนูสี่ชี้แนะ บุญคุณอันใหญ่หลวงของคุณหนูสี่ น้าจะประทับไว้ในใจ”แม่น้ารองค่อยๆ พูดคำเหล่านี้ออกมา นางลุกขึ้นเตรียมเดินจากไป
เห็นเช่นนี้ ซูจิ้งเถียนก็รีบเรียกนางไว้“เดี๋ยวก่อน แม่น้ารอง ข้าเข้าใจความเ็ปของการสูญเสียญาติที่รัก คิดถึงตอนนั้นมารดาข้าไม่ใช่...แต่ข้าไม่ได้ต่อว่าตำหนิพี่สามมาก่อนมารดาข้าได้รับกรรมสาสมกับความผิด คนที่รอดชีวิตมาได้ก็ควรใช้ชีวิตดีๆ ต่อไป ให้คนที่เสียชีวิตลงสู่ปรภพได้รับทราบและสามารถสงบใจ”
“ใช่ นายหญิงได้รับความผิดอันสาสม แต่เซียงเอ๋อร์ล่ะ?ข้ายอมรับว่าเซียงเอ๋อร์เคยทำผิดพลาดมามากมาย แต่หลังจากที่นางสมรสกับตำหนักซีอ๋องก็อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวมาตลอด ทำไมซูเฟยซื่อยังคงขุดคุ้ยเื่อดีตไม่ยอมปล่อย เห็นชัดๆว่าเซียงเอ๋อร์ไม่มีคุณสมบัติจะชิงดีชิงเด่นกับนางแล้ว”
สงบใจ? ซูจิ้งเซียงตายอย่างน่าเวทนาขนาดนั้นจะให้สงบใจได้อย่างไร!
แม่น้ารอง คนสารเลวคนนี้ถึงกับกล้าว่าว่านางแซ่หลี่ได้รับโทษอันสาสม
นางเป็ลูกสาวแท้ๆ ของนางแซ่หลี่ สตรีคนนี้เอานางไปไว้ไหน?
แต่ในเมื่อแม่น้ารองพูดถึงเื่ตำหนักของซีอ๋องขึ้นมาแล้วถ้าเช่นนั้นนาง...ดีกว่า
ดวงตาซูจิ้งเถียนกลอกไปตลบหนึ่งรีบเอ่ยปาก “มีวาจาที่พูดออกมาอาจไม่ค่อยน่าฟัง ยังขอแม่น้ารองอย่าถือโทษ ตามท้องตลาดมีข่าวลือกล่าวกันว่าพี่รองสามารถสมรสเข้าตำหนักซีอ๋องได้เป็ถึงพระชายาไม่ใช่เพราะซีอ๋องชอบพี่รอง แต่เป็เพราะพี่สามมีเจตนาจัดเตรียม”
แม่น้ารองอ้าปากด้วยความประหลาดใจแกมใคิดพูดอะไร สุดท้ายยังไม่มีอะไรหลุดพูดออกมาจากปาก
ซูจิ้งเซียงสามารถสมรสเข้าตำหนักซีอ๋องเป็การที่ซูเฟยซื่อใช้อุบายจริงๆแต่ตอนนี้ซูจิ้งเซียงเสียชีวิตไปแล้ว ถ้านางยังยอมรับเื่นี้อีก หน้าตาของซูจิ้งเซียงจะไปไว้ไหน?
เห็นสีหน้าของแม่น้ารองแบบนี้ ซูจิ้งเถียนรู้ทันทีว่าเื่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซูเฟยซื่อตามคาด“กลัวว่าแม่น้ารองยังไม่ทราบว่าวันเวลาที่พี่รองใช้ชีวิตให้ผ่านไปในตำหนักซีอ๋องเป็อย่างไร?วิธีวิปริตที่ซีอ๋องใช้จัดการกับผู้หญิงเป็ที่ลือกระฉ่อนในเมืองหลวง หลังจากที่พี่รองสมรสเข้าไปแล้ว นางทุกข์ทรมานไม่น้อยข้าได้ยินว่าซีอ๋องไม่เพียงแต่ด่าตีพี่รองทุกวัน ยัง...ยังให้นางดื่มน้ำมูลสัตว์ต่อหน้าสาธารณชนไม่รู้ว่าพี่สามมีใจคิดอะไรจึงให้พี่รองสมรสเข้าไป”
อะไร?
ซูจิ้งเซียงดำรงชีวิตผ่านไปเช่นนี้ในตำหนักของซีอ๋อง?
หรือว่าซูเฟยซื่อก็ไม่ได้มีใจช่วยนางจริงๆั้แ่แรก
แต่คิดยืมมือของซีอ๋องทำการทารุณทรมานซูจิ้งเซียงรอจนทารุณเพียงพอแล้วจึงวางแผนทำร้ายสังหาร?
จิตใจอำมหิตโหดร้ายนัก!
ซูเฟยซื่อ ให้ข้าสู้จนสุดชีวิตนี้ ก็ไม่มีวันจบเื่กับเ้า!
“คุณหนู ซูจิ้งโหยวรับสั่งให้คนส่งสิ่งต่างๆมามากมาย บอกว่าเป็รางวัลที่ทรงพระราชทานให้ในวันนั้นที่ได้เข้าวัง ท่านกับซูจิ้งเถียนต่างมีเหมือนกันเ้าค่ะ”จือฉินเข้ามาจากด้านนอกประตู ดูเหมือนว่านางเพิ่งเสร็จสิ้นการตรวจจัดเก็บสิ่งของซึ่งซูจิ้งโหยวส่งมาเมื่อครู่
“เป็รางวัลที่ทรงพระราชทานให้ในวันนั้นที่ได้เข้าวัง?วันนั้นเกิดเื่ใหญ่ขนาดนั้นขึ้นแล้ว ไม่มีการลงโทษก็นับว่าดีแล้ว ถึงกับยังมีรางวัลที่ทรงพระราชทาน?ครั้งนี้ซูจิ้งโหยวคิดอยากเล่นลูกไม้อะไรอีก?” ซูเฟยซื่อขมวดคิ้วกล่าวพลาง
