พอไป๋อวิ๋นซีออกจากบ้านไปในห้องโถงก็สงบลง
เวลาผ่านไปครู่เดียวไป๋อวิ๋นเฟยอดเปิดปากพูดขึ้นไม่ได้ “คุณปู่คะ อวิ๋นซีน่าจะไปหาเย่ฝานจะปล่อยให้เป็อย่างนี้เหรอคะ?”
เซี่ยวฉือหัวเราะอย่างใจเย็น แล้วเอ่ยว่า“ก็ไม่เป็อะไรนี่ ยังไงเย่ฝานก็คงไม่ทำอะไรอวิ๋นซีแน่นอน”
ไป๋ซื่อหยวนมองเซี่ยวฉือ แล้วพูดอย่างเซ็งๆ“ตาเฒ่าเซี่ยว นายโดนเ้าบ้านั่นซื้อใจแล้วใช่ไหม!”
เซี่ยวฉือพูดหยอกล้อกลับไป“เป็เพราะหมอนั่นไม่ยอมซื้อใจนาย นายเลยไม่ถูกชะตากับเขาใช่ไหม? นายอย่าขี้น้อยใจไปเลยยาบำรุงกำลังครอบจักรวาลที่เหลืออยู่ ฉันก็แบ่งให้นายแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ไป๋ซื่อหยวน “…” เย่ฝานเ้าหมอนั้นปฏิบัติต่อเซี่ยวฉืออย่างดี! หยกสิบกว่าพวง ไหนจะยันต์อีก แต่เขาล่ะไม่มีอะไรสักอย่าง เลือกที่รักมักที่ชังอย่างนี้ น่าเกลียดจริงๆ
ไป๋อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วแล้วถามว่า“เย่ฝานเป็คนยังไงกันแน่!”
ไป๋อวิ๋นจิ่นเคยได้ยินเื่ของเย่ฝานมาบ้างแต่ไม่เคยเจอตัวจริงสักที
“เ้าหมอนั่นเป็คนประเภทที่หากเห็นเขาเดินอยู่บนถนนพี่จะอยากเอากระสอบคลุมหัวแล้วตีให้น่วม” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เซี่ยวฉือเลิกคิ้วแล้วคิดในใจว่าไป๋อวิ๋ยเฟยบรรยายได้ถูกต้องจริงๆ
“อวิ๋นเฟย หลานมีความคิดอย่างนั้นได้แต่จะทำจริงๆ คงไม่ได้ เ้าตัวแสบนั่นมีฝีมือเก่งกาจคนธรรมดาย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา” เซี่ยวฉือเตือน
ไป๋อวิ๋ยเฟยกัดฟันกรอด“วันนั้นหนูก็ได้เห็นแล้ว...”
ไป๋อวิ๋นเฟยกำมือตนเองแน่นใบหน้าปรากฏความหวาดหวั่น
ไป๋อวิ๋นจิ่นมองไป๋อวิ๋นเฟย แล้วถามด้วยความสงสัย“อวิ๋นเฟย เธอเห็นอะไรเหรอ พูดออกมาได้ไหม?”
“ฉันเห็นเย่ฝานสวมกางเกงชั้นในตัวเดียวหลับอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของอวิ๋นซี” ไป๋อวิ๋นเฟยกลั้นใจพูด
ไป๋อวิ๋นจิ่นถลึงตาโต แล้วพูดว่า“เธอตาฝาดไปหรือเปล่า อวิ๋นซีจะอนุญาตให้เขานอนหลับในห้องทำงานได้ยังไง? แล้วยังสวมแต่กางเกงชั้นในอีก”
เซี่ยวฉือ “…”บางทีเย่ฝานอาจทำตัวเป็อันธพาลไม่สนโลก อวิ๋นซีเองก็ห้ามไว้ไม่ได้
…
เย่ฝานอยู่ในคฤหาสน์ดอกบัวคู่สีเขียวกระถางหนึ่งก็วางอยู่ในนั้น
ไป๋อวิ๋นซีมองดอกบัวที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วถามด้วยสีหน้าเยือกเย็นว่า “ของนี่นายไปเอามาจากไหน?”
เย่ฝานกะพริบตาก่อนตอบ “ผีน้อยของฉันมันเก็บได้”
เพื่อดอกบัวกระถางนี้เย่ฝานใช้เคล็ดวิชาห้าผีขนทรัพย์ สูญเสียพลังปราณไปไม่น้อยอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ร่างกายของเขาจะอ่อนแอลง แต่เขามีดอกบัวและแก่นอสูรเม็ดนั้นรอให้ยาปรุงสำเร็จ เขาน่าจะฝึกปราณบรรลุขั้นที่สี่อย่างราบรื่น
เมื่อฝึกฝนจนบรรลุขั้นที่สี่ก็หมายความว่าการฝึกเข้าสู่ระดับกลางแล้วถึงตอนนั้นพลังความสามารถของเขาก็จะเลื่อนระดับขึ้นหากได้ประมือกับพวกนินจาจากรัฐวะอีกครั้งนั่นคงไม่ทำให้เขาถึงกับาเ็หนักเหมือนคราวก่อน
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่ไม่นึกเลยว่าจะกล้าแย่งอาหารจากปากเสือ ชิงของจากซ่งฉีิแบบนี้
“นายก็รู้นี่ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไปมันอาจเกิดเื่ได้!” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวบ้านตระกูลซ่งไม่ใช่พวกที่มีเมตตาอะไรหรอก!
เย่ฝานโบกมือแล้วพูดว่า “วางใจเถอะน่าฉันเปลี่ยนดอกไม้อีกกระถางหนึ่งไปให้เขา หมอนั่นตาไม่มีแวว เขาดูไม่ออกหรอก”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่เห็นซ่งฉีิเป็คนปัญญาอ่อนหรืออย่างไร?
“สรุปก็คือ นายต้องระวังตัวหน่อยนะ”
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “ฉันรู้แล้วๆ”
…
เสียงแตรรถระลอกหนึ่งดังขึ้นมีรถหลายคันจอดอยู่ที่ประตูหน้าคฤหาสน์ของเย่ฝาน ซ่งฉีิก้าวลงจากรถเป็คนแรก
ผู้ติดตามที่ยืนอยู่ด้านหลังซ่งฉีิมีทั้งคนที่ทำผมสีเหลือง ผมสีเขียวและผมสีเงิน...
“มันอยู่ที่นี่ถ้าเจอไอ้หมอนั่นก็ให้ตีมันแบบไม่ยั้งมือเลย!” ซ่งฉีิสั่ง
“พี่ซ่ง วางใจเถอะ!วันนี้จะต้องสั่งสอนไอ้สารเลวนั่นให้รู้ว่าผลของการก่อเื่ชั่วๆไว้มันจะต้องโดนอะไรบ้าง”
“พี่น้องทั้งหลาย ลุยเลย!เข้าไปจัดการไอ้หัวขโมยที่อยู่ข้างใน”
…
เย่ฝานติดกล้องวงจรปิดไว้ที่ประตูทางเข้าไป๋อวิ๋นซียืนอยู่ชั้นบน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านล่างสามารถดูผ่านกล้องวงจรปิดได้ทั้งหมด
“ซ่งฉีิมาหาเื่แล้ว”ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
เย่ฝานถามด้วยความไม่เข้าใจว่า“ทำไมเขาถึงรู้ว่าเป็ฉัน ฉันเป็ผู้บริสุทธิ์แท้ๆ!”
“นายจะประมาทอำนาจของสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงไม่ได้เลยนะตระกูลซ่งเป็พวกอันธพาล ถ้าพวกเขาจะสงสัยว่าเป็นายมันก็ไม่แปลก”เื่มากมายที่เย่ฝานก่อขึ้นในเมืองหลวง ข้อมูลที่เปิดเผยออกมามีอยู่ไม่น้อยหากบ้านตระกูลซ่งจะตามสืบ ก็คงตามสืบเื่ของเย่ฝานได้ไม่ยาก
แน่นอนว่ายังมีความเป็ไปได้อีกหนึ่งอย่างซ่งฉีิไม่สามารถเล่นงานไป๋อวิ๋นซีตรงๆ ได้จึงหันมาจัดการเย่ฝานแทน
ไป๋อวิ๋นซีเห็นพวกของซ่งฉีิบุกเข้ามาในคฤหาสน์แต่จู่ๆ พวกนั้นก็เริ่มกรีดร้องและต่อสู้กันเอง
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
เย่ฝานยักไหล่พลางตอบ“บ้านหลังนี้ตำแหน่งที่ตั้งไม่ดี สร้างอยู่บนตำแหน่งหยิน จึงมักดึงดูดภูตผีเข้ามาฉันเลยตั้งค่ายกลลวงตาไว้ชั้นล่าง! เกิดวันหนึ่งมีผู้บุกรุกเข้ามาเหมือนวันนี้พวกมันก็จะหลุดเข้าไปในค่ายกลลวงตา ในนั้นพวกมันจะมองเห็นผี!”
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้ว สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก“ทำไมตอนฉันเข้ามาถึงมองไม่เห็นล่ะ”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วตอนที่นายมาถึง ฉันซ่อนมันไว้ไม่ให้นายมองเห็นไงล่ะ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“แล้วพวกเขาจะเป็ยังไงต่อไป?”ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานทำหน้ามุ่ยพลางตอบ “รอพวกเขาสู้จนหมดแรงก็คงหยุดเอง”
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้ว พูดว่า “นายอย่าทำเกินไปนะอย่าให้เป็อันตรายถึงชีวิต”
ความสามารถของเย่ฝานไม่เลวเลยแต่ว่าตระกูลซ่งรุ่งเรืองมาเป็ร้อยปีและมีรากฐานมั่นคงที่สำคัญตระกูลซ่งยังมีความสัมพันธ์กับสำนักที่คล้ายคลึงกับเขาหลงหู่นั่นคือสำนักอสูรเร้นเงา ผู้ที่มีวิทยายุทธ์โบราณสูงส่งในนั้นก็น่าหวาดกลัวไม่น้อยซ่งฉีิเป็ทายาทของตระกูลซ่ง หากเป็อะไรขึ้นมาอาจเกิดเื่ยุ่งยากได้
เย่ฝานพยักหน้ารับคำ “ก็ได้”
ไป๋อวิ๋นซีเห็นที่ฝาผนังมีของเหลวสีเขียวไหลซึมออกมาทว่าไม่นานเหล่าคนที่จะมาหาเื่พวกเขา ต่างล้มลงกับพื้นห้องโถงอย่างฉับพลัน
“ฝาผนัง… นี่...”
เย่ฝานเห็นสีหน้าของไป๋อวิ๋นซีก็หัวเราะเขากล่าวว่า “นี่เป็ยาสลบที่ฉันปรุงขึ้นเอง ฉันซ่อนมันไว้ในฝาผนังนั่นนายเห็นแล้วรู้สึกสนุกไหม? ตอนฉันมาที่นี่ครั้งแรกภูตผีในบ้านหลังนี้ตั้งใจสร้างภาพมายานี้ให้ฉันดูฉันเลยรู้สึกว่าวิธีนี้ไม่เลวเลยจริงๆ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
…
ไป๋อวิ๋นซีต่อสายไปที่เบอร์ 110 เพื่อเรียกตำรวจ
เย่ฝานรู้สึกกลัดกลุ้มเมื่อพบว่าตำรวจที่มานั้นเป็คนที่เขารู้จัก
เฉินเข่อหลันมองเย่ฝานและรู้สึกว่าเื่นี้ไม่ใช่เื่ธรรมดา
“ทำไมคนพวกนี้ต้องบุกรุกคฤหาสน์ของนายด้วย?”เฉินเข่อหลันถามเย่ฝานด้วยน้ำเสียงเ็า
“พวกเขาบุกรุกบ้านของฉันฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็เพราะอะไร? ฉันว่าพวกเขาคงอยากเข้ามาสำรวจ!เธอรู้ไหมว่าคฤหาสน์ของฉันเดิมทีเป็คฤหาสน์ผีสิงเชียวนะ!ผู้ที่ชื่นชอบในเื่ภูตผีิญญามักจะแอบเข้ามาส่องผีในบ้านฉัน”เย่ฝานเล่าด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผี! มีผี!” ชายผมทองะโราวกับเป็การสนับสนุนคำพูดของเย่ฝาน
หลังจากที่ชายผมทองะโลั่นชายผมสีเขียวและชายผมสีแดงก็ร้องตามคนทั้งกลุ่มร้องห่มร้องไห้เป็เสียงโหยหวนราวกับเสียงคร่ำครวญของภูตผีและเสียงหมาป่าเห่าหอนใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ประตูและหน้าต่างของคฤหาสน์ล้วนถูกปิดไว้แต่กลับมีลมเย็นพัดมากระทบร่างของเฉินเข่อหลัน
ถึงอย่างไรเฉินเข่อหลันก็เป็ผู้หญิงต้องมาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ประหลาดแบบนี้ ก็ทำให้หล่อนเหงื่อแตกได้เหมือนกัน
“ในเมื่อที่นี่เป็บ้านผีสิงแล้วนายซื้อมันทำไม?”
เย่ฝานพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันไม่กลัวผีและไม่เชื่อด้วยว่าบนโลกนี้จะมีผี ดังนั้นฉันก็เลยซื้อไว้”
เฉินเข่อหลัน “…”
เฉินเข่อหลันสอบปากคำเย่ฝานอีกหลายประโยคพอถามแล้วไม่ได้เื่อะไรเพิ่ม จึงนำพวกที่บุกรุกบ้านไปยังสถานีตำรวจ
“เ้าหน้าที่เฉินเื่นี้คุณมีความเห็นยังไงบ้าง!ฉันรู้สึกว่าเ้าของคฤหาสน์คนนี้ดูลึกลับยังไงไม่รู้”
เฉินเข่อหลันหรี่ตาลงพลางนึกในใจว่าจากที่พี่ชายของหล่อนบอก ตัวจริงของเ้าเย่ฝานคือจอมขมังเวทซ่งฉีิไม่ทันได้สืบเกี่ยวกับระดับความสามารถของเย่ฝานให้ชัดเจนก็ยกพวกเข้าไปหาเื่เย่ฝานด้วยความประมาท มิน่าถึงได้ล้มไม่เป็ท่าแบบนี้
เฉินเข่อหลันมองซ่งฉีิที่นั่งอยู่ด้านหลังหล่อนคิดในใจว่าเขาลือกันว่าซ่งฉีิมีรูปร่างหน้าตาใช้ได้แต่ไม่รู้ว่าทำไมความประพฤติกลับมุทะลุอย่างนี้
…
เย่ฝานเดินเข้าไปในห้องปรุงโอสถแล้วพูดว่า“ตอนนี้คนก็กลับไปหมดแล้ว ฉันจะเริ่มปรุงยาแล้ว”
ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย“ฉันขออยู่ดูด้วยได้ไหม?”
“แน่นอนอยู่แล้วอีกหน่อยพวกเราก็จะกลายเป็คู่ชะตาบำเพ็ญเพียร คนอื่นไม่สามารถดูยาที่ฉันปรุงแต่คู่ชีวิตของฉันดูได้เสมอ” เย่ฝานตอบ
ไป๋อวิ๋นซี “…”
เย่ฝานล็อกประตูและติดยันต์ไว้แล้วตั้งค่ายกลป้องกันอีกชั้น จากนั้นเดินเข้าไปในห้องปรุงโอสถ
เย่ฝานนำสมุนไพรที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ใส่เข้าไปในเตาหลอม
…
เย่ฝานใช้เวลาถึงหกชั่วโมงในที่สุดก็ปรุงโอสถสำเร็จ
โอสถจำนวนห้าเม็ดปรากฏอยู่ที่ก้นเตาหลอมมันส่งกลิ่นหอมเย้ายวนผู้คนออกมา
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วถาม “ยาสมุนไพรจีนเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบ “ใช่แล้วนี่คือโอสถที่ฉันบอก ฉันเป็อัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ นายดูสิโอสถที่ฉันปรุงสำเร็จล้วนเป็โอสถชั้นพิเศษ” ถ้าตอนนี้เขาอยู่ที่อาณาจักรผู้ฝึกตนเขาคงได้รับการยกย่องว่าเป็นักปรุงยาแล้วล่ะ
“มันกินได้จริงๆ เหรอกินแล้วไม่ตายใช่ไหม” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“กินแล้วไม่ตายหรอก! แต่ว่า…ก็ไม่แน่เหมือนกันนะ” เย่ฝานเอ่ย
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“โอสถชนิดนี้มีประสิทธิภาพรุนแรงมากคนธรรมดากินเข้าไปอาจเป็อันตรายได้ นายอยากลองไหม?” เย่ฝานถาม
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วพลางกล่าว“นายบอกว่าคนธรรมดากินเข้าไปแล้วอาจเป็อันตรายไม่ใช่เหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้า “มันก็เป็ความจริงนั่นแหละแต่นายไม่ใช่คนธรรมดา! ร่างของนายพิเศษกว่าคนอื่นเพราะอย่างนั้นหากนายกินโอสถนี้เขาไป มันจะช่วยสร้างรากฐานพลังปราณให้กับนาย”
“งั้นก็ส่งมาให้ฉัน”ไป๋อวิ๋นซียื่นมือไปรับโอสถแล้วกลืนลงไปอย่างไม่ลังเล
เย่ฝานวางฝ่ามือไว้ที่แผ่นหลังของไป๋อวิ๋นซีเพื่อช่วยอีกฝ่ายปรับสมดุลฤทธิ์ยาที่ได้รับเย่ฝานส่งปราณแท้เข้าสู่ร่างของไป๋อวิ๋นซี พลังปราณแท้ไหลเวียนอยู่ในร่างของเขา
ไป๋อวิ๋นซีจดจำวิถีการไหลเวียนของพลังปราณแท้และควบคุมปราณแท้ให้ไหลเวียนอยู่ภายในร่างอย่างต่อเนื่อง
เมื่อได้ััถึงลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างไป๋อวิ๋นซีก็รู้สึกถึงความอัศจรรย์แบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน“ฉันรู้สึกว่าร่างกายของฉันดีขึ้นมากเลย”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม นับว่านายได้เริ่มฝึกตนแล้วเป็ธรรมดาที่ร่างกายจะดีขึ้น” เย่ฝานเลิกคิ้วขึ้นเขาคิดในใจว่าคุณสมบัติของไป๋อวิ๋นซีนับว่าไม่เลวเลยไม่นานก็สามารถดึงปราณเข้าร่างได้แล้ว
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝาน แล้วถามว่า“ทำไมนายถึงดีกับฉันขนาดนี้?”
“นายคือเมียของฉันในอนาคตฉันต้องดีกับนายอยู่แล้ว” เย่ฝานตอบอย่างมั่นใจ
ไป๋อวิ๋นซีหรี่ตามองเย่ฝานก่อนเอ่ย“นายแน่ใจเหรอว่าฉันคือเมียของนายในอนาคต แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะ?”
“แล้วทำไมนายต้องไม่ยอมด้วยล่ะฉันดีเลิศถึงขนาดนี้!” เย่ฝานทำหน้าบึ้งพร้อมพูดอย่างไม่พอใจ
ไป๋อวิ๋นซีกัดฟันแล้วตอบว่า “สมมุติว่านายไม่ใช่ผักของฉัน [1] ”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ ก่อนถามกลับไป“ถ้าอย่างนั้นนายชอบผักชนิดไหนล่ะ!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
…………………………………………………………………………………………………………
[1] นายไม่ใช่ผักของฉัน(你不是我的菜 )ประโยคนี้เป็สำนวน แปลว่า เธอไม่ใช่สเปคของฉันแต่หากแปลความหมายตรงตัวจะหมายถึง เธอไม่ใช่ผักของฉัน
