จับฆาตกร ซ่อนฆาตกรรม

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     จ้าวอี้คำนวนตัวเลือกในใจ ถ้าสามเณรไปด้วยกัน ดูแล้วเหมือนจะเป็๲ตัวเลือกที่ดี ที่จริงไม่ใช่ เพราะสามเณรค่อนข้างหน่วยก้านดี มีความกล้าหาญ แต่ช่วยจ้าวอี้ในการไขคดีได้น้อยมาก

         สายตาของเขาตกอยู่ที่เซี่ยตัน

         ประสบการณ์ของเซี่ยตันมากมาย เป็๲ตัวเลือกที่ไม่เลว

         สำหรับปัญหาการค้างคืนที่ไม่สะดวกในห้องเดียวกันของชายหญิง ย่อมไม่ใช่ปัญหา

         ไม่รอให้จ้าวอี้พูด เซี่ยตันก็เสนอด้วยตนเอง

         “หัวหน้า ไม่งั้นคืนนี้เราค้นหาด้วยกันสักหน่อย พูดตามตรง ฉันมีความสนใจในเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้น ตามจริงก็ได้คิดจะไปลองดู”

         เซี่ยตันพูด และยังชำเลืองมองเฉินตง

         สีหน้าของเฉินตงเปลี่ยนไป ท้ายที่สุดก็ราวกับตัดสินใจได้ จึงพูด “หัวหน้า ฉันก็จะไป! ผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ไม่ควรมีความหวาดกลัว ไม่อย่างนั้น ฝีมือจะลดลงไปร้อยเปอร์เซ็น”

         “ไม่ฝืนใจ?”

         ถ้าเฉินตงเข้าร่วม นั่นย่อมดีที่สุด

         “ไม่ฝืนใจ! นี่เป็๲การทลายกำแพงของตนเอง” เฉินตงพูดอย่างน่าเชื่อถือและจริงใจ

         จ้าวอี้เชื่อไปก่อน

         “เอาอย่างนี้ ในสำนักงานยังมีกล้องวงจรปิด พวกเราติดตั้ง ลองดูว่าจริงแล้วตอนกลางคืนจะเกิดอะไร นอกจากนั้น พวกนายไปหลังพวกเขาเลิกงานก็พอ ฉันจะรอพวกนายอยู่ที่ประตูใหญ่ พวกนายยังมีอะไรอยากเพิ่มเติมไหม...”

         พวกจ้าวอี้ปรึกษาว่าตอนกลางคืนจะทำยังไง ขณะนี้ เซวีย๮๣ิ่๞ที่สีหน้าหม่นหมองก็เคาะประตูเดินเข้ามา

         “หัวหน้า คุณอยู่ก็ดี จริงแล้วกระจกทองแดงจะนำกลับมาได้เมื่อไหร่? เวลาของผมมีค่ามาก การรอแบบนี้เสียเวลาจริงๆ!” เซวีย๮๬ิ่๲พูดอย่างไม่เกรงใจ

         “ถ้าอยากนำกลับมาอีก เกรงว่าจะไม่ใช่วันสองวัน เ๹ื่๪๫นี้ฉันจะรายงานต่อเบื้องบน เกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้น นายก็ชัดเจนดี ตอนนี้กระจุกทองแดงทั้งหมดได้ตกอยู่ในพระราชวังใต้ดินนั่น เบื้องบนจะพัฒนาหรือคงไว้ซึ่งสถานการณ์เดิม ตอนนี้ยังคงไม่มีความเห็นท้ายสุด แม้จะพัฒนา เร็วที่สุดก็เกรงว่าจะเป็๞หนึ่งปีครึ่งถึงสามารถนำกลับมาอีก นี่คือภายใต้สถานการณ์ที่ราบรื่น”

         จ้าวอี้ไตร่ตรองเล็กน้อย แล้วให้คำตอบเช่นนี้

         ที่เขาพูดเป็๞ความจริง

         เซวีย๮๬ิ่๲ไม่พอใจทันที “งั้นการวิจัยของผมก็ต้องหยุดชะงัก พวกคุณต้องรับผิดชอบ!”

         “รอก่อน! คำพูดของนายท่าจะมีปัญหา!”

         จ้าวอี้พูดอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน

         “มีปัญหา? มีปัญหาอะไร?”

         “กระจกทองแดงหายไปจากมือของนาย จุดนี้ไม่ผิดใช่ไหม? ในสำนักงานไม่ได้ต้องรับผิดชอบ แต่เ๱ื่๵๹นี้เราจะพยายามแก้ไข แต่ต้องใช้เวลา”

         จ้าวอี้พูดถึงภายหลัง พยายามชะลอน้ำเสียง เพราะเซวีย๮๣ิ่๞เป็๞คนดื้อดึง จ้าวอี้ไม่อยากให้เขามีความคิดเป็๞อื่น

         ที่เขาพูดเป็๲ความจริง เซวีย๮๬ิ่๲ไม่มีทางปฏิเสธ เขาเดินอย่างค่อนข้างหงุดหงิด “งั้นทำยังไง? การวิจัยของผมเพิ่งมีความคืบหน้า...”

         จ้าวอี้มองกันและกัน ในใจค่อนข้างประหลาดใจ การวิจัยของเซวีย๮๣ิ่๞นั้นน่าอัศจรรย์ งอกส่วนที่ขาดกลับมาใหม่ เป็๞การให้เซลล์เกิดใหม่อย่างแท้จริง และเขาได้พูดว่ามีความคืบหน้า

         “โอ้? เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม?”

         จ้าวอี้ถามอย่างจริงจัง

         ถ้าการวิจัยนี้สามารถทำสำเร็จได้จริง ถ้างั้นก็มีความหมายอย่างชัดเจนมาก

         “ผมค้นพบอนุภาคในกระจกทองแดง อนุภาคประเภทนี้สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ได้อย่างมาก ถ้าให้เวลาผม แล้วผมหาอนุภาคตรงข้ามกับมันได้ ไม่แน่อาจสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ได้...ช่างเถอะ พูดมากไปพวกคุณก็ไม่เข้าใจ เพียงแค่รู้ว่าวัสดุของการวิจัยนี้สำคัญกว่าที่พวกคุณจินตนาการ!”

         เดิมทีเซวีย๮๬ิ่๲ที่พูดอย่างอารมณ์คึกคัก แต่เมื่อเห็นท่าทางงุนงงของทั้งสามคนในห้อง จึงค่อนข้างท้อใจในทันที

         จ้าวอี้พยักหน้า “ฉันทำได้เพียงพยายามหาทาง คราวหน้าเซี่ยตันจะส่งรายงานอีกครั้ง”

         ปัญหานี้ตอนนี้ยังแก้ไขไม่ได้จริงๆ

         ทันใดนั้น จ้าวอี้จึงหวั่นใจ คิดจะลากเซวีย๮๣ิ่๞ไปที่ฌาปนสถาน เมื่อคิดอย่างละเอียด จึงล้มเลิกความคิดนี้ เนื่องจาก เซวีย๮๣ิ่๞ฉลาดมากจริงๆ แต่ว่า เขาเป็๞นักวิจัย อุปกรณ์ที่จำเป็๞จึงไม่น้อย และไม่ดีต่อการปฏิบัติการ

         เซวีย๮๬ิ่๲กระซิบกระซาบบางอย่างแล้วจากไป กลไกสมองของเขาไม่เหมือนกับคนทั่วไป จึงง่ายต่อการจมอยู่ในโลกของตนเอง คนที่นี่ก็ไม่ได้สนใจ

         ตอนนี้เฉินตงก็เข้าใจเขา เมินเฉยต่อวิธีการของเขา ไม่งั้นนี่จะทำให้น่าโมโห ถ้าทางนั้นเมินเฉยต่อคุณ ความรู้สึกเช่นนี้ค่อนข้างแย่

         สองสามคนปรึกษากันต่อ เมื่อการปฏิบัติการเรียบร้อยพอสมควร จ้าวอี้จึงนำกล้องวงจรปิดขนาดเท่าฝ่ามือกลับไปฌาปนสถาน

         กล้องวงจรปิดขนาดเท่าฝ่ามือนี้หลบซ่อนได้ไม่ดี แต่ความชัดเจนสูง ถือว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย

         ประมาณสี่โมงเย็น คนอื่นของฌาปนสถานก็เลิกงาน และทยอยกันจากไป

         จ้าวอี้กลับมา ทำให้ผู้อำนวยการประหลาดใจ เขาคิดว่าจ้าวอี้หน้าบาง จึงพูดอย่างเกรงใจ หาข้ออ้างในการจากไป แต่คิดไม่ถึงว่าเขายังคงกลับมา

         “เสี่ยวจ้าว ทำให้ดี เมื่อนายเป็๲พนักงานประจำ เงินเดือนต้องเพิ่มขึ้นแน่”

         ให้กำลังใจประโยคหนึ่ง ผู้อำนวยการก็จากไป

         ไม่นาน ฌาปนสถานอันกว้างใหญ่ก็เหลือเพียงสามคน

         เขาและยามอีกสองคน

         จ้าวอี้ทำตามกฎ ทำความสะอาดห้องดับจิตเล็กน้อย กวาดๆ พื้น จัดการสิ่งสกปรกด้านใน ถ้าตอนกลางวัน ที่นี่ยังพอรับได้ จ้าวอี้ไม่ได้รู้สึกมีอะไรรับไม่ได้

         จัดระเบียบเรียบร้อย ถึงปิดประตู ล็อคให้ดี

         ฟ้าค่อยๆ มืดลง

         จ้าวอี้รับโทรศัพท์ พวกเซี่ยตันได้รออยู่ที่หน้าประตูแล้ว เพียงแต่ยามเฝ้าประตูไม่ให้เข้า นอกจากจ้าวอี้จะมานำคน

         “รบกวนแล้ว สองคนนี้เป็๲เพื่อนฉัน คืนนี้จะอยู่กับฉัน” จ้าวอี้พูดกับยาม คราวนี้ พวกยามจึงเปิดประตูอย่างยินดี

         “เข้าใจแล้วๆ! ยังไงเพิ่งเริ่มอาจไม่ค่อยชิน ถ้าไม่ใช่กฎเคร่งครัดของฌาปนสถาน ผู้ไม่เกี่ยวข้องจึงไม่อาจเข้ามา ที่ฉันให้พวกเขาเข้าไป เพราะเป็๞เพื่อนของนาย ย่อมไม่มีปัญหา แต่ว่า ก่อนเข้างานพวกเขาสองคนต้องออกไป ไม่มีปัญหาใช่ไหม?”

         ยามยังไม่ลืมที่จะเตือนเขา

         เ๹ื่๪๫เช่นนี้ ตราบใดที่หาผู้รับรองได้ ยามย่อมไม่อาจขัดขวาง ยังไงถ้าใช้เวลาไม่นาน และต่างเป็๞เพื่อนร่วมงาน เงยหน้าไม่เจอก้มหน้าก็เจอ กฎเช่นนี้หลับหูหลับตาก็ผ่านไปได้

         “หัวหน้า นายบอกว่าสถานที่ใหญ่ขนาดนี้ มีแค่พวกนายสามคน...ทำไมฉันถึงรู้สึกหนาวเย็นทั้งตัว?” เฉินตงโน้มมาที่ด้านข้างจ้าวอี้ มองไปรอบๆ กลัวว่าจะมีบางสิ่งโผล่ออกมากะทันหัน

         “ผลกระทบทางสภาพจิตใจ! เฉินตง นายเป็๞ผู้ชายตัวเบอเร้อจะสงบหน่อยได้ไหม? ยังเป็๞คนที่ฝึกศิลปะการต่อสู้อีกนะ!” เซี่ยตันพูดอย่างอารมณ์เสีย เฉินตงคิดจะโต้เถียงเล็กน้อย เมื่อคิดดู จึงไม่พูด

         “พวกเราติดตั้งกล้องวงจรปิดก่อน ติดที่ทางเดินนี้เถอะ”

         กล้องวงจรปิดเช่นนี้ติดตั้งไม่ยาก แล้วเชื่อมต่อกับบนโน้ตบุ๊คของเซี่ยตัน มองปราดสถานการณ์ด้านนอก ภาพชัดเจน

         รู้ว่าที่นี่ทานอาหารไม่สะดวก เซี่ยตันจึงพกอาหารเย็นมา ไม่นับว่าสมบูรณ์ แต่สามารถเติมเต็มกระเพาะได้

         การรอเวลาค่อนข้างน่าเบื่อ ที่พักชั่วคราวของจ้าวอี้มีเพียงเตียงหนึ่งเตียง จึงไม่มีทางพักผ่อนได้

         เฉินตงเสนอให้ทั้งสามคนเล่นไพ่

         การฆ่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาเที่ยงคืนจึงมาถึงอีกครั้ง

         “นายแพ้แล้วๆ!”

         เฉินตงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษหัวเราะอย่างมีความสุข เขากำลังเตรียมจะแปะให้เซี่ยตัน ทันใดนั้น จ้าวอี้ก็ทำท่าทางให้เงียบเสียง

         “ชู่...ด้านนอกเหมือนมีความเคลื่อนไหว”

         เฉินตงเหมือนกับถูกคนสกัดจุด ทั้งตัวแข็งทื่อในทันที

         ตามคาด เสียงรองเท้าส้นสูงดังขึ้นที่ด้านนอกอีกครั้ง

         แกรก...แกรก...

         มีจังหวะ ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับกำลังเดินเข้ามาจากอีกปลายทางของทางเดิน

         ทั้งสามโน้มตัวไปที่หน้าข้างของโน๊ตบุ๊ค ทางเดินด้านนอกว่างเปล่า

         “พวกนายว่า จริงแล้วคืออะไร? ไม่มีอะไรเลยจริงๆ!”

         เซี่ยตันกดเสียงต่ำ บนกล้องวงจรปิดไม่มีอะไรอยู่เลย!

         นี่ไม่มีทางจะอธิบาย

         เสียงรองเท้าส้นสูงด้านนอกค่อนข้างชัดเจน

         เช่นเดียวกัน ราวกับเดินมาถึงหน้าประตูของพวกเขา จากนั้นจึงหยุดลง

         เฉินตงได้แต่รู้สึกใจของตนเองเต้นถี่ ตึกๆๆ ส่งเสียงไม่หยุด

         “พวกนายว่า ศพของผู้หญิงคนนั้นตอนนี้อยู่ในห้องดับจิต ๥ิญญา๸ของเธอจริงแล้วไม่ได้หยุดอยู่ที่หน้าประตูของพวกเรา แต่คิดจะกลับเข้าไปในร่างกายของเธอ?”

         เฉินตงกลืนน้ำลาย คิดอย่างไม่มีข้อจำกัด ร่างกายหลบอยู่ที่ด้านหลังของจ้าวอี้ ช่วยไม่ได้ เห็นภาพที่ไม่สามารถอธิบายได้อีกครั้ง ทำให้เขาขนหัวลุกจริงๆ

         จ้าวอี้และเซี่ยตันไม่ได้พูดอะไร ปิดปากเงียบต่อสิ่งที่ไม่อาจวิเคราะห์ได้

         ห่างไปประมาณครึ่งชั่วโมง เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังอีกครั้ง จากนั้นก็ค่อยๆ ไกลออกไป และค่อยๆ หายไป

         เฉินตงรู้สึกเหมือนทั้งร่างพังทลาย แล้วถอนใจยาว

         “หัวหน้า พี่เซี่ย คราวนี้พวกนายเห็นกับตาแล้ว ไม่ใช่เพราะฉันไม่กล้า แต่ไม่มีทางอธิบายเสียงที่เราได้ยินจริงๆ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว”

         “แม่…แม่…แม่อยู่ไหน…ฮือ…หนูหาแม่ไม่เจอ...”

         เสียงเด็กผู้หญิงปรากฏอีกครั้ง

         เฉินตงก็วิตกอีกครั้ง

         จ้าวอี้และเซี่ยตันยังคงตั้งใจดูภาพบนโน๊ตบุ๊ค พวกเขาคิดจะดูว่าจริงแล้วมีจุดไหนที่แตกต่างกันอย่างตั้งใจ

         ทั้งสองคนไม่รู้อะไรเลย ในทางกลับกันเฉินตงก็ชี้แล้วพูดเสียงดัง “พวกนายดู พวกนายดู ที่นี่มีเงาดำกำลังขยับ!”

         อารมณ์ของเขาค่อนข้างกระวนกระวาย

         “ฉันออกไปดู พวกนายสองคนดูอยู่ที่นี่...”

         จ้าวอี้พูดอย่างเด็ดขาด จากนั้นจึงผลักประตูห้องเดินออกไป

         เฉินตงชี้ไปที่หนึ่ง ที่นอกหน้าต่างของทางเดิน มีเงาดำกำลังขยับอย่างคลุมเครือ

         เมื่อเปิดประตู เสียงร้องไห้ของเด็กผู้หญิงก็หายไปทันที

         จ้าวอี้ไม่ได้หยุดใดๆ หยิบไฟฉาย แล้วตรงออกไปเปิดหน้าต่าง

         ที่ทำให้เขาผิดหวังคือ เงาดำที่กำลังขยับ เป็๞เพียงต้นหลิวด้านนอกที่ลมพัดขยับ เพราะที่นี่ไม่มีแสงไฟ ดังนั้น ภายในกล้องวงจรปิดมองเห็นไม่ชัด ทำให้เฉินตงคิดว่าเกิดเ๹ื่๪๫คาดไม่ถึงจริงๆ

         กลับมาในห้อง ส่ายหน้า จ้าวอี้พูดสิ่งที่ตนเองเห็น ในโน๊ตบุ๊ค เซี่ยตันสองคนก็ได้เห็นแล้ว

         ผ่านไปประมาณสิบนาที เสียงเด็กผู้หญิงก็ปรากฏอีกครั้ง สักพัก จึงหายไป

         ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงกว่า เสียงทะเลาะกันของชายหญิงเมื่อคืนก็ปรากฏอีกครั้ง ยังคงเหมือนเมื่อวาน ราวกับเกิดเหตุฆาตกรรมอีกครั้ง

         ที่น่าเสียดายคือ กล้องวงจรปิดไม่มีอะไรปรากฏ พวกเขาเหมือนกับเสียเวลาไปหนึ่งคืน โดยไม่มีอะไร