หลี่เฟิ่งเหมยรำคาญหลิวฟางเหลือเกิน
เธอและเหลียงปิ่งอันยโสโอหังยิ่งนัก ดูถูกใครกันน่ะ เงินช่วยเหลือ 4000 หยวนใครจะควักไม่ได้เล่า?
ก่อนปีใหม่ ‘หลานเฟิ่งหวง’ ค้าขายเจริญรุ่งเรือง สองวันสามารถทำเงินได้ถึง 4000 หยวน หากพวกเซี่ยเสี่ยวหลานอยากสร้างบ้านตอนนี้ก็เพียงพอเสี่ยวหลานได้กำไรหนึ่งหมื่นสอง หลี่เฟิ่งเหมยยังได้ตั้งแปดพันเชียวเงินส่วนนี้ไม่ต้องใช้ซื้อสินค้าและสามารถนำไปใช้จ่ายได้ปกติถ้าจ่ายเงินสองหมื่นหยวนจะมีบ้านแบบไหนที่สร้างไม่ได้บ้าง!
หลิวฟางไม่เห็นด้วยกับพี่สะใภ้
เธอไม่อยากอ้อมค้อมอีกต่อไปแล้วหวนกลับบ้านแม่สักครั้งดันทำคนอื่นโกรธเคืองใหญ่โต
รีบบอกธุระจนจบั้แ่แรกทันที และรีบพาเหลียงฮวนกลับบ้านพอเหลียงฮวนได้ยินว่าครอบครัวจะนำเงิน 4000 หยวนให้น้ารองกับพี่สาวโดยไม่ต้องชดใช้คืนถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อครู่บิดาเธอโมโหจริง เหลียงฮวนคงโวยวายไปนานแล้วพอเื่ราวเป็เช่นนี้ เหลียงฮวนยกยิ้มมุมปากจนสามารถแขวนขวดน้ำมันได้ทีเดียว!
“พี่รองฟังฉันพูดก่อน นอกจากเื่ยืมเงินและหางานฉันยังอยากแนะนำคู่หมายให้เซี่ยเสี่ยวหลานด้วย! บ้านฝ่ายชายฐานะดีมากความ้าในคุณสมบัติของลูกสะใภ้ก็สูง ตัวฝ่ายชายเองชื่นชอบคนสวย ทั้งครอบครัวเขาไม่ถือสาฐานะและภูมิลำเนาของครอบครัวฝ่ายหญิงขอแค่เสี่ยวหลานแต่งงานกับเขาไป ด้วยฐานะครอบครัวเขาต้องสุขสบายไปทั้งชาติแน่หางานสบายให้สักงาน เื่ทะเบียนบ้านของเสี่ยวหลานก็จัดการได้ อีกสองปีพอมีลูกรับพี่เข้าไปอาศัยในเมืองด้วยกัน! วิวาห์ยอดเยี่ยมที่จุดโคมไฟหายังไม่เจอ [1] แบบนี้ ถ้าฮวนฮวนไม่เด็กเกินไป... สรุปคือให้เซี่ยเสี่ยวหลานแต่งงานกับเขาไปไม่ผิดพลาดแน่นอน! ”
ใบหน้าของหลิวฟางมีความภาคภูมิใจเป็อย่างยิ่ง
ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง!
ความไม่สมเหตุสมผลทุกอย่างมีคำอธิบายจนได้
เหลียงปิ่งอันไม่อยากบอกเป้าหมายเร็วขนาดนี้ ควรจะกลับมาหลายหนหลังจากนั้นค่อยพายเรือตามกระแสน้ำ [2] นั่นจะธรรมชาติมากกว่า
ทว่าเมื่อบอกแล้วก็ไม่เป็ไร เหลียงปิ่งอันเองคิดว่าคุณสมบัติครอบครัวฝ่ายชายไม่มีอะไรบกพร่อง
ไม่ใช่ว่าแต่งงานกับชายชาวเมืองก็สามารถ ‘ชนบทเปลี่ยนเป็ไม่ชนบท’ ได้อย่างราบรื่น ผู้มีทะเบียนบ้านชนบทอยากย้ายเป็ทะเบียนบ้านเมืองก็ต้องรอโอกาสการย้ายทะเบียนบ้านนั้นยากกว่าการจัดหางานเสียอีก ไม่รู้ว่ามีคนมากมายเพียงใดที่กำลังต่อแถวรอโอกาสอยู่
และอีกฝ่ายไม่ถือสาว่าบิดาบารดาฝ่ายหญิงหย่าร้างกันหรือไม่ขอเพียงเซี่ยเสี่ยวหลานมีบุตรได้ ก็เห็นชอบให้เซี่ยเสี่ยวหลานรับหลิวเฟินมาอยู่ข้างกายด้วยกัน
เงื่อนไขแบบนี้เรียกได้ว่าจุดโคมไฟตามหาก็ไม่พบจริงๆ
ถ้าไม่กลับหมู่บ้านชีจิ่งจนพบเซี่ยเสี่ยวหลานในปัจจุบันเหลียงปิ่งอันก็ไม่แน่ใจว่าฝ่ายชายจะชอบเซี่ยเสี่ยวหลานหรือไม่ พอเห็นแล้วเหลียงปิ่งอันก็วางใจ หลานสาวที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปีคนนี้หน้าตาโดดเด่นยิ่งนักไร้ข้อกังขาว่าทำไมขณะอยู่บ้านเซี่ยถึงเรียกความวุ่นวายมาเป็กองพะเนินเหลียงปิ่งอันทั้งออกเงิน ทั้งถ่อมาบ้านหลิวด้วยตนเองทิ้งศักดิ์ศรีของข้าราชการเพื่อเป็แม่สื่อแม่ชัก ก็เพราะครอบครัวฝ่ายชายมีอิทธิพลเป็อย่างยิ่งในเขตเหอตง...เทียบกับบ้านเหลียงแล้วนั้น บ้านเหลียงยังห่างชั้นไกลโขหน้าที่การงานของเหลียงปิ่งอันจะก้าวหน้าไปอีกขั้นหรือไม่ ก็เป็เื่ที่ครอบครัวฝ่ายชายตัดสินได้ในประโยคเดียว
หลี่เฟิ่งเหมยฟังแล้วรู้สึกสงสัยไม่น้อยครั้งนี้หลิวฟางกลับมาทำเื่ดีจริงๆ หรือ?
หลิวฟางข่มเสียงเบาชักชวนพี่รองของเธอต่อ “อีกอย่างนะชื่อเสียของเด็กเสี่ยวหลานนั่น... เขตเหอตงอยู่ไกล ปิดบังได้”
หลิวเฟินราวกับโดนผึ้งต่อยเข้า
“ชื่อเสียอะไรของเสี่ยวหลาน เสี่ยวหลานใสสะอาดบริสุทธิ์คนเป็น้าอย่างเธอห้ามปากเปราะตามคนอื่นเด็ดขาด!”
เมื่อก่อนหลิวเฟินก็คิดเช่นนี้เหมือนกันแนะนำคู่หมายให้เซี่ยเสี่ยวหลานต้องหาคนไกลออกไปเสียหน่อย ตอนนี้ไม่เหมือนอดีตจางเสเพลโดนตัดสินจำคุก ข่าวลือพวกนั้นค่อยๆ สลายสิ้นไปความคิดของหลิวเฟินจึงเปลี่ยนแปลงแล้ว
บนหน้าหลิวฟางเขียนไว้ว่า ‘ฉันรู้เื่หมดแล้วพี่ไม่ต้องปิดบัง’ ทำให้หลิวเฟินไม่สบายใจเอาเสียเลย
เธออดเสริมอีกประโยคไม่ได้ “จะบอกอะไรให้เสี่ยวหลานมีคนรักแล้ว ยังจะดูตัวอะไรอีกน่ะ!”
หลิวเฟินส่ายศีรษะเหมือนกลองป๋องแป๋ง เธอเกือบลืมโจวเฉิงแล้ว!
หลิวฟางโดนเหยียบหางในทันที “เมื่อครู่ยังพูดว่าไม่ใช่งานเลี้ยงหมั้นของเสี่ยวหลานอยู่ฉันเห็นตอนกินข้าวเ้าหนุ่มบ้านเฉินนั่นจ้องเสี่ยวหลานหน้าแดงก่ำพี่รองอย่าสับสนเลย เสี่ยวหลานสะสวยออกขนาดนี้ ถ้าไม่แต่งงานเข้าเมืองไปมีความสุขจะยกให้เด็กบ้านเฉินแล้วทำไร่ไถนาอยู่ชนบทหรือ?”
หลิวฟางไม่เกรงกลัวเฉินวั่งต๋าเสียหน่อย แค่หัวหน้าหมู่บ้านแม้สถานะครอบครัวไม่ย่ำแย่ในชนบท แต่เทียบกับคนเมืองได้หรือ
เซี่ยเสี่ยวหลานชมละครฉากนี้จนพอแล้วครอบครัวน้าล้วนแสดงกันค่อนข้างเหนื่อยทีเดียวเธอไม่้าปล่อยให้หลิวฟางทำมารดาของเธอลำบากใจ จึงรีบพูดขึ้นทันที “ไม่มีการหมั้น แต่ฉันมีคนรักแล้วจริงๆ ฉันพอใจเขามากด้วย ไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนใจขอบคุณในความห่วงใยและความมีน้ำใจของน้า ฉันว่าน้าหารือกับฝ่ายชายไม่ดีกว่าหรือน้องฮวนฮวนยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้ ฝ่ายชายรออีกสักสองปี น้องฮวนฮวนก็สามารถแต่งเข้าบ้านได้...แบบนี้ไม่ใช่พึงพอใจกันทั้งสองฝ่ายหรือ?”
16 ปีและ 18 ปี อย่างไรก็ห่างกันเพียงสองปีเท่านั้น
อีกอย่างอายุไม่ถึงวัยแต่งงานก็ไม่ได้รับทะเบียนสมรสเห็นหลิวฟางสาธยายคุณสมบัติครอบครัวฝ่ายชายเสียราวกับเทพเซียนบน์ชั้นฟ้าเื่ดีแบบนี้เก็บไว้ให้เหลียงฮวนเถอะ
เหลียงฮวนกระทืบเท้า “ฉันไม่แต่งงานกับคนคนนั้นเด็ดขาด—”
“เหลียงฮวน!”
เหลียงปิ่งอันดุเหลียงฮวนให้สงบคำทันทีเซี่ยเสี่ยวหลานกลับได้ยินเงื่อนงำบางอย่าง
เหลียงฮวนไม่ได้พูด ‘ไม่แต่งงาน’ แต่พูดว่าไม่แต่งงานกับ ‘คนคนนั้น’ เหลียงฮวนรู้ว่าหลิวฟางเป็แม่สื่อให้ใครคุณสมบัติยอดเยี่ยมขนาดนี้ทว่าไม่ยอมให้เหลียงฮวนแต่งงานด้วย ใครรู้บ้างว่าฝ่ายชายมีราคีอะไร
เซี่ยเสี่ยวหลานกลับไม่ได้โกรธเคืองสักเท่าไร
เหตุผลใหญ่คือเธอกับหลิวฟางไม่มีความรู้สึกใดต่อกันมากมายนัก
หลิวฟางก็ไม่มีความผูกพันใดกับหลานสาวคนนี้เช่นกัน จากมุมมองของหลิวฟางเธอกำลังช่วยหลานสาวผู้มีกิตติศัพท์อันไม่พึงปรารถนาพาพี่รองที่หย่าร้างเดินออกจากภาวะคับขันของชีวิตฝ่ายชายมีข้อบกพร่องหรือไม่ไม่สำคัญ สุดท้ายคุณสมบัติเ่าั้ก็เป็ที่ประจักษ์เองไม่มีราคีย่อมมาไม่ถึงเซี่ยเสี่ยวหลานอยู่แล้วล่ะ
แน่นอน ในขณะที่ช่วยเหลือพี่รองผู้หย่าร้างและหลานสาว ครอบครัวหลิวฟางอาจได้รับผลประโยชน์เป็ชิ้นเป็อันจากการวิวาห์ครานี้นี่ถึงเป็เหตุผลที่หลิวฟางกระตือรือร้นพาสามีและลูกกลับบ้านแม่สินะ?
เซี่ยเสี่ยวหลานยิ้มแย้มให้หลิวฟาง “น้าฉันซาบซึ้งในความหวังดีของน้านะ พวกเราไม่ขัดสนกันจริงๆแม่ฉันก็จะไม่ขายฉันเพียงเพื่อเงินสี่พันหยวนด้วย”
“เด็กคนนี้นี่ ทำไมพูดจาแบบนั้น!”
หลิวฟางยังคงเอะอะ หลิวหย่งะเิอารมณ์เนื่องจากทนไม่ได้อีกแล้ว “ฉันนึกว่าเธอเปลี่ยนไปบ้างแล้วจริงๆ เสียอีกวันปีใหม่ถ่อมาก่อเื่จนทุกคนไม่สบายใจ เธอรีบกลับไปเลย วัดเล็กๆของฉันบูชาพระพุทธรูปองค์ใหญ่ [3] อย่างเธอไม่ได้หรอก!”
หลิวหย่งผลักหลิวฟางออกด้านนอกประตู หลิวฟางทั้งเตะทั้งตีเขา
“หลิวหย่งพี่มันสารเลว คราวหลังอย่ามาขอร้องฉันก็แล้วกัน!”
“วางใจ ต่อให้ฉันพาภรรยาไปขอทาน ก็จะอ้อมผ่านหน้าประตูบ้านเธอไปแน่นอน!”
เหลียงปิ่งอันยังรู้สึกว่าน่าเสียดายไม่น้อยแต่เื่วันนี้ล้มเหลวอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าเขายังเหลือพื้นที่สำหรับการตัดสินใจให้แก่อีกฝ่าย
“พี่รอง เสี่ยวหลาน พวกพี่ไตร่ตรองกันอีกทีเถอะ ถ้าเปลี่ยนความคิดแล้วก็ส่งคนมาแจ้ง...”
เหลียงปิ่งอันออกไปโดยไม่รีบไม่ร้อน คนผู้นี้มีภูมิฐานไม่น้อยเสียจริงๆ
เหลียงอวี่และเทาเทากำลังเล่นสนุกกับเด็กในหมู่บ้านอยู่ทันใดนั้นมารดาของเขาก็บอกว่าจะกลับบ้าน เหลียงอวี่เสียดายเหลือเกินหลี่เฟิ่งเหมยตามออกมา ให้อั่งเปาแก่เหลียงฮวนและเหลียงอวี่คนละซอง
ระหว่างผู้ใหญ่เกิดความขัดแย้งขึ้นอย่างไรเสียทั้งสองไม่ได้มาเยือนตั้งหลายปีหลิวหย่งและหลิวฟางทะเลาะหนักหน่วงเพียงใดก็เป็พี่น้องกันอยู่ดี อีกทั้งเหลียงฮวนและเหลียงอวี่คือหลานสาวหลานชายแท้ๆหลี่เฟิ่งเหมยต้องปฏิบัติพิธีเหล่านี้ให้สำเร็จ
เหลียงปิ่งอันขับรถของหน่วยงานมา รถถูกจอดที่ปากทางหมู่บ้าน
พอขึ้นรถ หลิวฟางหอบหายใจหนัก เหลียงปิ่งอันตำหนิสองแม่ลูกด้วยความไม่พอใจยกใหญ่เหลียงฮวนยังไม่ยอมจำนน เหลียงปิ่งอันจึงยิ้มเย้ยหยันออกมา “เสี่ยวหลานพี่สาวลูกไม่แต่ง ถ้าอย่างนั้นลูกก็ต้องแต่งเองจริงๆ แล้วเหลียงฮวนลูกอายุ 16 นะสถานการณ์แบบไหนควรพูดอย่างไร ปกติพ่อไม่เคยสอนลูกหรือ?”
เหลียงฮวนมิอาจโต้แย้งได้
หลิวฟางโอบลูกสาวไว้ในอ้อมออก “พ่อลูกข่มขู่ลูกน่ะสิแม่ไม่ยอมให้ลูกแต่งไปโดยเด็ดขาด”
เหลียงอวี่อายุยังน้อย เขาไม่มีส่วนร่วมกับธุระของบิดามารดาและพี่สาวเขาแกะอั่งเปาที่หลี่เฟิ่งเหมยให้ออก
“โอ้โห ลุงรวยจัง ให้แต๊ะเอียผมตั้งห้าใบ!”
เชิงอรรถ
[1]打着灯笼都挑不着 จุดโคมไฟยังหาไม่เจอ หมายถึง พิเศษมากต่อให้ตั้งใจตามหา ก็อาจไม่พบอยู่ดี มักใช้ในการแนะนำคู่แต่งงาน
[2]顺水推舟 พายเรือตามกระแสน้ำ หมายถึง พูดหรือทำโดยไหลไปตามสถานการณ์
[3]小庙容不下大佛 วัดเล็กบูชาพระพุทธรูปใหญ่ไม่ได้ เป็การปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิงโดยฝ่ายพูดกดตนเองให้ต่ำต้อยลง และยกอีกฝ่ายให้สูงส่ง แต่มีนัยยะเสียดสีในที่นี้หลิวหย่ง้าไล่หลิวฟางกลับไป
