“เซี่ยฉางเจิง แกะโใส่ใคร?”
หลิวหย่งลุกขึ้นยืนในบัดดล
เซี่ยเสี่ยวหลานดึงลุงเธอไว้ เช็ดปากช้าๆแสดงความประหลาดใจสามส่วนปนความเย้ยหยันอีกเจ็ดส่วน
“โอ้ ที่แท้นั่นคือพ่อฉัน? ฉันยังนึกว่าเซี่ยจื่ออวี้คือคนที่เขาให้กำเนิดเสียอีก...เอ๋ เซี่ยจื่ออวี้ ทำไมเธอไม่คอยปรนนิบัติพัดวีที่โรงพยาบาลเล่าอย่างไรเสียอารองของเธอก็จ่ายเงินไม่น้อยเพื่อส่งเสียเธอเรียนหนังสือเธอกลับตอบแทนเขาแบบนี้ได้อย่างไรกัน?”
เืไหลเป็อ่าง เย็บสิบกว่าเข็ม ฟังแล้วน่ากลัวทีเดียว ทว่าในเมื่อเซี่ยฉางเจิงไม่ได้ยกประเด็นอื่นมาพูดนั่นก็แปลว่าสองเหตุการณ์นี้ร้ายแรงที่สุด เหมือนที่เซี่ยเสี่ยวหลานคาดเดาไว้ เป็แค่การาเ็ภายนอกเท่านั้น
เซี่ยจื่ออวี้กับครอบครัวได้ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว เซี่ยต้าจวินไม่อยากแจ้งความก็ไร้ประโยชน์เื่นี้ต้องบอกแม่เฒ่าเซี่ยให้ได้จางชุ่ยออกจากโรงพยาบาลก็ขี่จักรยานกลับหมู่บ้านต้าเหอเพื่อไปแจ้งข่าวอารองของเธอเชื่อฟังย่าเธอมากที่สุด หากย่าเธอยืนยันจะแจ้งความ เซี่ยต้าจวินก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ด้วยซ้ำ
หลิวเฟินต้องโดนคนของสถานีตำรวจจับตัวไปแน่นอน เซี่ยจื่ออวี้ตอบด้วยความสุดแสนจงเกลียดจงชัง
“เสี่ยวหลาน เธอทำให้ฉันผิดหวังเหลือเกิน ความขัดแย้งของพวกเราสองพี่น้องทำไมโยงไปเกี่ยวกับอารองได้? อารองเขาแค่อยากกลับมาปรองดองกับอาสะใภ้อีกครั้งวันนี้ถึงได้ปรากฏตัว ครอบครัวเดียวกันมีอะไรที่นั่งลงพูดคุยกันไม่ได้บ้าง ทำไมทำไมอยู่ดีๆ ก็ใช้มีด!”
เซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้ตำหนิใคร แต่พอคนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ภายในเห็นเข้าย่อมคิดว่าพี่สาวอย่างเธอคนนี้กำลังใจกว้างให้อภัยน้องสาวที่มีเจตนายุยงปลุกปั่น
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่อยากแข่งการแสดงกับราชินีการละครและเธอไม่คิดจะเดินเข้าสู่เส้นทางอุบายที่เซี่ยจื่ออวี้ถนัดไม่สละตนเองเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเซี่ยจื่ออวี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม
“ไม่มีใครใช้มีดทั้งนั้น อารองของเธออารมณ์หุนหันพลันแล่นหยิบมีดทำครัวมาฟันมั่วซั่วปรากฏว่าฟันตัวเองจนาเ็ต่างหากเล่า”
หลิวเฟินไม่้าปล่อยให้คนเหล่านี้สร้างความลำบากแก่ลูกสาวปากเธอขยับเขยื้อน ทว่าก็นึกถึงคำพูดที่เซี่ยเสี่ยวหลานกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามยอมรับว่าเธอคือคนฟันเซี่ยต้าจวินจนาเ็ต่อให้สุดท้ายไม่สามารถหลีกเลี่ยงและต้องไปสถานีตำรวจเผชิญหน้ากับเ้าหน้าที่ก็ต้องยืนกรานให้ปากคำเช่นนี้เซี่ยเสี่ยวหลานเตือนว่าถ้าเธอยอมรับว่าฟันคน เช่นนั้นเซี่ยเสี่ยวหลานและอาจารย์ใหญ่ซุนกับภรรยาจะกลายเป็พยานเท็จแถมบอกว่าคนเป็พยานเท็จอาจต้องถูกจำคุก หลิวเฟินจึงปิดปากสนิท
เซี่ยเสี่ยวหลานพูดเกินจริงเกี่ยวกับผลที่ตามมาของการเป็พยานเท็จ ทว่าหลิวเฟินเชื่อไปแล้วย่อมไม่กล้ายอมรับเื่นี้ได้
เซี่ยเสี่ยวหลานสภาวะทางจิตใจดีเยี่ยม เธอโกหกหน้าตายหากเซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้ยินด้วยหูตนเองจากเซี่ยต้าจวินก็เกือบเชื่อวาจาเหลวไหลของเซี่ยเสี่ยวหลานแล้ว
“ได้ยินว่าเธอยังรู้จักเช็ดลายนิ้วมือออกด้วย? แต่ตอนนั้นมีคนเห็นไร้รอยนิ้วมือแล้วอย่างไร ยังไงก็หนีไม่รอดอยู่ดี”
เซี่ยเสี่ยวหลานกวักมือเรียกเธอ
“เธอมานี่สิ ฉันจะแอบบอกอะไรบางอย่างกับเธอ”
ท่าทางของเธอเหมือนกำลังกวักเรียกลูกแมวลูกหมา เซี่ยจื่ออวี้คิดว่าเป็การเหยียดหยามยิ่งนักจึงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
เซี่ยเสี่ยวหลานถอนหายใจ “เธอไม่ยอมมาเช่นนั้นก็อย่าโทษที่ฉันพูดเสียงดังแล้วกัน! ทุกคนเห็นว่าอารองของเธอฟันตัวเองกับตาเธออยากรู้ว่าทำไมหรือไม่?”
เซี่ยต้าจวินเคยบอกเซี่ยจื้ออวี้แล้วว่าอาจารย์ใหญ่ซุนจะช่วยเหลือเซี่ยเสี่ยวหลานและมารดา
เซี่ยจื่ออวี้ครุ่นคิดอยู่นานและทำได้แค่คาดเดาว่าเป็เพราะอาจารย์ใหญ่ซุนให้ความสำคัญต่อคะแนนของเซี่ยเสี่ยวหลานอาจารย์ใหญ่ซุนเป็คนที่ใส่ใจนักเรียนผู้ที่มีผลการเรียนดีเป็อย่างยิ่งคะแนนดีก็คือนักเรียนดีเด่น นักเรียนดีเด่นนำเกียรติยศมาให้โรงเรียนได้เกียรติยศของเซี่ยนอีจงย่อมเป็ของอาจารย์ใหญ่ซุนด้วยเช่นกัน
แต่อาจารย์ใหญ่ซุนจะไม่กลับคำให้การเลยหรือ?
เซี่ยจื่ออวี้ไม่รู้ว่าทำไมเซี่ยเสี่ยวหลานถึงแน่ใจขนาดนี้
“เธอไม่รู้สินะ? นั่นเป็เพราะว่าฉันเอาจดหมายรักที่คนรักของเธออย่างหวังเจี้ยนหัวเขียนให้ฉันออกมาน่ะสิ! ฉันบอกว่าพี่สาวของฉันไม่ใช่คนดี แย่งชิงคนรักของฉันไปยังมีเื่ชั่วร้ายอะไรที่ทำไม่ได้อีก คนตระกูลเซี่ยทุกคนที่จะยุ่งวุ่นวายกับฉันล้วนคิดจะทำลายอนาคตของฉัน ไม่ว่าพวกเขาจะเสแสร้งกระทำตัวด้วยความห่วงใยหวังดีหรือไม่ก็ตาม...ที่แท้แผนการทำลายชื่อเสียงมีประโยชน์แบบนี้นี่เอง พอเธอเคยทำผิดพลาดผู้คนก็จะสงสัยเธอในเื่อื่นด้วย วิธีนี้เธอเป็คนสอนฉันเองนะ ขอบคุณจริงๆ !”
เซี่ยเสี่ยวหลานคือคนหน้าด้านซึ่งหาได้ยากในโลกใบนี้ไม่เพียงแต่นำเื่ส่วนตัวออกมาพูดกลางที่สาธารณะอีกทั้งหยิบจดหมายรักหนึ่งฉบับออกจากกระเป๋า ท่าทางจะอ่านให้ผู้อื่นฟังอีกด้วย
เซี่ยจื่ออวี้ไม่รับรู้ว่ามีอดีตเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ!
เธอและหวังเจี้ยนหัวไม่เคยสนทนาเล่นตามประสาคนเกี้ยวพากันด้วยนิสัยของหวังเจี้ยนหัวเซี่ยจื่ออวี้ก็ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเขียนจดหมายรักให้ผู้หญิง...ทว่าเขาไม่ได้เขียนไม่เป็ แค่คนที่เขาเขียนจดหมายรักถึงไม่ใช่เธอ! เซี่ยจื่ออวี้บอกไม่ถูกว่าความรู้สึกตอนนี้คืออะไร ชายที่เธอได้มาด้วยเล่ห์กลความรู้สึกต่อเธอมิใช่ความชอบของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาว แต่เป็เพียงการคบหากับเธอเพราะความรับผิดชอบเท่านั้น
แม้หวังเจี้ยนหัวจะลั่นวาจาแล้วว่าหลังจบการศึกษาพวกเธอจะแต่งงานกันทันทีทว่าเคยกล่าวถ้อยคำหวานอันแสนเร่าร้อนสักประโยคเมื่อไรนะ?
ไม่ เธอไม่เสียใจ
สิ่งที่เธอ้าคืออนาคตของหวังเจี้ยนหัวต่อให้คนที่หวังเจี้ยนหัวเคยชอบจะเป็เซี่ยเสี่ยวหลาน นั่นก็เป็เื่ในอดีต!
แต่สุดท้ายเซี่ยจื่ออวี้ก็เดินไปเธอไม่อาจปล่อยให้เซี่ยเสี่ยวหลานอ่านจดหมายรักออกมาต่อหน้าสาธารณชนได้
“เสี่ยวหลาน เธออย่าให้มันมากเกินไปนะ!”
เซี่ยจื่ออวี้ข่มเสียงเบา ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันข่มขู่
“โอ๊ะ เธอไม่แสร้งเอื้อเฟื้อจิตใจงามแล้วหรือ? เธอนึกว่าเอาอะไรมาข่มขู่ฉันได้อย่างมากฉันก็แค่ไม่เรียนหนังสือในเซี่ยนอีจงย้ายไปโรงเรียนอื่นเธอจะตามหาฉันที่ไหนกัน? พ่อเธอไม่ใช่ผู้บริหารอันดับหนึ่งของมณฑลอวี้หนานเสียหน่อยเธอจะปั่นหัวคนทั่วไปในมณฑลอวี้หนานได้หรือ? พวกเราทุกคนล้วนเป็ลูกสาวของพวกบ้านนอกตอนเด็กเคยล่อนจ้อนอาบน้ำด้วยกัน เบื้องลึกเื้ัของเธอจุดไหนที่ฉันไม่รู้กัน! เซี่ยจื่ออวี้ ฉันว่าเธอไม่ได้จดจำคำพูดในวันนั้นของฉันไว้นะ... ตอนนี้ฉันชักโมโหแล้วสิ!”
เซี่ยเสี่ยวหลานพูดว่าเธอเริ่มโมโหขึ้นมาแล้ว
ทว่าเซี่ยเสี่ยวหลานโมโหนั้นไม่น่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียวดวงหน้างดงามชวนมองนั้น ดูระยะใกล้ยิ่งไร้มลทิน
เซี่ยจื่ออวี้มีความ้าที่จะข่วนใบหน้านี้ให้ลายพร้อยวาจาของเซี่ยเสี่ยวหลานทิ่มแทงโดนปมด้อยลับของเธอสิ่งที่เธอน้อยเนื้อต่ำใจที่สุดก็คือเกิดในตระกูลเซี่ยซึ่งเป็ครอบครัวชนบทแบบนั้นทุกคนในบ้านล้วนไร้ประโยชน์ นอกจากไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดแก่เธอได้ ยังถ่วงรั้งเป็ภาระอีกกระทั่งเปิดร้านอาหารว่างสักแห่งยังต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ต้องจงใจประจบสอพลออาจารย์ใหญ่ซุนถึงได้หน้าร้านมาถึงทำธุรกิจหน้าประตูเซี่ยนอีจงต่อไปได้
เซี่ยฉางเจิงไม่ต้องเป็ผู้บริหารระดับสูง ขอเพียงเป็ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่พอมีอำนาจบ้างเซี่ยจื่ออวี้ก็คงไม่ต้องกระเสือกกระสนขนาดนี้
เธอไม่อยากแย่งชิงผู้ชายที่เซี่ยเสี่ยวหลานถูกใจเหมือนกันแต่ในโลกของเธอนั้น ไม่มีตัวเลือกใดดีกว่าหวังเจี้ยนหัวแล้ว!
“เซี่ยเสี่ยวหลาน เธอช่างไร้ค่าจริงๆ เธอทำฉันโกรธแล้ว”
เธอนึกว่าเซี่ยเสี่ยวหลานฉลาดเฉลียวขึ้นเสียอีก ที่แท้ยังคงโง่เง่าเช่นนี้เซี่ยจื่ออวี้ถอยหลังสองก้าว “เธอจะเสียใจ เธอคงไม่รู้ว่าทำฉันโกรธแล้วจะมีผลลัพธ์อย่างไรเธอเสียหวังเจี้ยนหัวไปแล้ว ฉันจะทำให้เธอสูญเสียมากกว่าเดิม”
สายตาของเธอกวาดผ่านหลิวเฟิน
ตอนแรกดูไม่ออกเลยว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะกตัญญูถึงเพียงนี้เซี่ยจื่ออวี้ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าต้องใช้วิธีใด ต้องส่งหลิวเฟินไปเข้าคุกให้ได้หลิวเฟินฟันเซี่ยต้าจวินาเ็จากอารมณ์ที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ ราวกับมอบจุดอ่อนให้เซี่ยจื่ออวี้ถ้าคว้าโอกาสนี้ไว้ไม่ได้ เซี่ยจื่ออวี้รู้สึกว่าตนเองนั้นไร้ประโยชน์! หลิวเฟินมีความกล้าเท่าหนู ต่อให้ไร้พยาน พอคนของสถานีตำรวจสอบปากคำมิใช่ว่าอะไรๆ ก็สารภาพชัดจนหมดเปลือกหรือ?
เซี่ยเสี่ยวหลานขมวดคิ้ว ตนเองคือ ‘ผู้เสียหาย’ ที่โดนแย่งคนรักไปแท้ๆ เซี่ยจื่ออวี้เอาความชิงชังต่อเธอมากมายขนาดนั้นมากจากไหนกัน?
เื่นี้เป็เื่ที่เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เข้าใจไปชั่วขณะ ทว่าเธอก็ไม่ได้ใส่ใจในคำตอบอีกเธอรออยู่ที่นี่ไม่จากไปเสียทีเพื่อแน่ใจในอาการาเ็ของเซี่ยต้าจวิน
รับทราบว่าไม่ตายก็พอแล้ว!
“ลุง ป้า พวกเราไปเถอะ เพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยหญิงที่เราไม่สามารถยั่วยุได้คนหนึ่งพวกเราจะหลบหลีกไม่ได้เชียวหรือ?”
การปะทะคารมด่าทอกับคนโง่กลางสาธารณะไม่มีความหมายวันนี้เซี่ยเสี่ยวหลานกับครอบครัวจะเดินทางกลับซางตู
เซี่ยฉางเจิงพาจางหม่านฝูและภรรยามาขวางไว้บอกว่าก่อนเ้าหน้าที่ของสถานีตำรวจจะมาไม่อนุญาตให้ใครไปไหนทั้งนั้นเซี่ยเสี่ยวหลานไม่คาดหวังว่าเด็กน้อยต้องเป็พยานในข้อพิพาทระหว่างผู้ใหญ่จึงขอให้หลี่เฟิ่งเหมยพาเทาเทาและหลิวเฟินล่วงหน้าไปก่อน “ฉันกับลุงจะอยู่จัดการที่นี่เอง”
“น้องชายฉันนอนอยู่ในโรงพยาบาล หากคนของสถานีตำรวจยังไม่มาวันนี้ใครก็อย่าคิดว่าจะได้จากไป!”
