เย่ฝานตามจางเหวินเทาไปยังโกดังแห่งหนึ่งในเขตทหาร หลังจากไปถึงจึงรู้ว่าเขาหลงหู่และทหารให้ความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น
มีนักพรตจากเขาหลงหู่หลายคนที่ทำงานอยู่ในแผนกพิเศษของกรมทหาร เพื่อช่วยเหลือในการคลี่คลายคดีเหนือธรรมชาติ กรมทหารจึงรวบรวมของพิเศษจำนวนหนึ่งให้กับคนของเขาหลงหู่อย่างสม่ำเสมอ
“ไม้ตะโก!” เย่ฝานหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมา เขาพูดและพยักหน้าอย่างพอใจ
จางเหวินเทาเห็นท่าทางของเย่ฝานดังนั้นก็ถาม “คุณชายเย่เจอของที่ถูกใจแล้วหรือ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เจอแล้วครับ” ไม้ตะโกเป็วัสดุที่ผู้ฝึกตนฝ่ายอธรรมชอบมากที่สุด แต่ละปีนิกายอสูรจะจ่ายเงินไม่น้อยเพื่อรวบรวมวัสดุชนิดนี้ไว้ ไม้ตะโกยังสามารถนำไปทำเป็ธงดูดิญญาได้อีกด้วย หากได้ไม้ะโี้ไป เย่ฝานมั่นใจว่าการทำธงดูดิญญาของเขาต้องสำเร็จแน่นอน
“นี่คือ?”
“นี่คือใยแมงมุม เป็ใยจากแมงมุมสายพันธุ์พิเศษของเหมียวเจียง[1] ใยที่พ่นออกมาถึงจะมีพิษ แต่หากใช้อย่างถูกวิธี มันก็กลายเป็อาวุธชั้นเยี่ยมได้”
เย่ฝานกะพริบตาและยื่นมือไปลูบเส้นใยแมงมุมสีดำกลุ่มหนึ่ง เมื่อััถูกเส้นใย ความรู้สึกหนาวเย็นพลันไหลเข้าสู่ร่างของเขา
เย่ฝานคิดในใจว่า ที่อาณาจักรผู้ฝึกตนสิ่งนี้น่าจะเรียกว่าเส้นใยิญญา ซึ่งเป็ใยที่แมงมุมผีพ่นออกมา ในโลกของผู้ฝึกตน เส้นใยิญญาเพียงหนึ่งกลุ่มเล็กๆ ก็สามารถนำไปแลกเป็ศิลาปราณได้นับร้อย นึกไม่ถึงว่าที่นี่จะมีของสิ่งเดียวกันอยู่
เย่ฝานนึกในใจ ถึงแม้ว่าพลังปราณในโลกนี้จะอ่อนแอ แต่มีสิ่งของที่ใช้ในการฝึกตนได้ไม่น้อย ที่สำคัญที่นี่ไม่มีผู้ฝึกตน ความกดดันในการแข่งขันจึงมีน้อยมาก หากเป็แบบนี้แล้ว เขาอาจมีความหวังว่าจะบรรลุการฝึกตนถึงขั้นสูงสุดจนกลายเป็เซียนได้
เย่ฝานเพียงคิดเท่านั้น ไม่กล้าหวังมากเกินไป อย่างไรเสียเขาก็ได้พบว่า ร่างกายของเขาเป็ร่างที่พบเห็นได้ยาก เพราะมีพร้อมทั้งเบญจธาตุและธาตุพิเศษอีกสามธาตุ
ในโลกของผู้ฝึกตน หากรากิญญายิ่งน้อย ระดับคุณสมบัติในการฝึกตนจะยิ่งสูงขึ้น ร่างกายของเย่ฝานแฝงไว้ด้วยรากิญญาที่มีถึงแปดธาตุ นั่นคือ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ลม สายฟ้าและน้ำแข็ง หากร่างนี้ดำรงอยู่ในอาณาจักรผู้ฝึกตนก็ไม่ต่างกับเศษสวะในกองปฏิกูล! หากแต่รากิญญาแปดธาตุนั้นยังมีจุดแข็งอยู่บ้าง เพราะระดับพลังปราณจะสูงกว่าผู้ฝึกตนในขั้นเดียวกันไม่น้อย
ความจริงแล้วเย่ฝานไม่เคยสนใจในรากิญญาที่ไร้ประโยชน์ของตน เนื่องจากตอนที่เขาเกิดได้ปรากฏเหตุการณ์อัศจรรย์ขึ้น
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าตอนที่เย่ฝานเพิ่งลืมตาดูโลกนั้น เขาได้สืบทอดเคล็ดวิชาสรรพสิ่งแห่งเก้าชั้นฟ้ามาด้วย เคล็ดวิชาสรรพสิ่งแห่งเก้าชั้นฟ้าคือวิชาหลอมรวมสรรพสิ่ง เป็วิชาที่เหมาะสมกับผู้ฝึกตนที่มีร่างรากิญญาแปดธาตุ
ตอนที่อยู่ในสำนักปี้อวิ๋น เย่ฝานเคยคิดไว้ว่าอยากจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาชุดนี้ให้กับคนรุ่นหลัง แต่น่าเสียดายที่สำนักปี้อวิ๋นไม่มีผู้ฝึกตนที่มีร่างรากิญญาแปดธาตุ โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกตนที่มีรากิญญาลักษณะนี้ แม้แต่จะดูดซับพลังปราณเข้าสู่ร่างกายในระดับต้นก็ยังถือเป็เื่ยาก จึงไม่มีโอกาสได้เหยียบเข้าไปในสำนักฝึกตน เพราะไม่มีสำนักใดที่้ารับผู้ฝึกตนที่เป็เช่นนี้
เมื่อเย่ฝานเลือกของได้หลายชิ้นแล้ว เขาก็เดินออกจากโกดังด้วยความดีอกดีใจ
…
ในโรงพยาบาล
ไป๋โม่โม่นั่งอยู่บนเตียง สีหน้าของเธอย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด
“อยู่ดีไม่ว่าดี ดันไปเล่นผีปากกากับเพื่อน!”
ไป๋โม่โม่พูดด้วยความกลัดกลุ้มว่า “เื่นี้จะโทษหนูไม่ได้หรอกค่ะ! เล่นผีปากกาก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่ว่ายัยโง่จ้าวอวี้สิคะ กลับไปถามผีว่าตายเพราะอะไร ยัยโง่นั่นไม่รู้หรือไงว่าคำถามแบบนั้นมันไม่ควรถาม! ผีตนนั้นก็แปลกจริงๆ ไม่ไปหาจ้าวอวี้ แต่กลับมาสิงร่างหนูซะได้”
“ไอ้ตัวประหลาดนั่นน่าจะเป็ผีที่หิวโหย! ผีตนนั้นคงเห็นว่าเธอถูกเลี้ยงดีจนอ้วนๆ ขาวๆ แบบนี้ มันคงรู้ว่าก็ปกติเธอเจริญอาหาร ก็เลยเลือกสิงร่างเธอไงล่ะ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
ไป๋โม่โม่สีหน้าเปลี่ยนไปทันที แล้วพูดว่า “คุณอานี่น่าเกลียดจริง หนูอ้วนซะที่ไหนละคะ?”
“ถ้าเธอไม่อ้วน ทำไมไอ้ผีนั่นต้องจ้องจะยุ่งกับเธอด้วย?” ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
ไป๋โม่โม่ทำปากจู๋แล้วถาม “คุณอา ได้ยินว่าคุณอาคบแฟนผู้ชายหรือคะ?”
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยว่า “เธอพูดเหลวไหลอะไรกัน?”
ไป๋โม่โม่ยิ้มแล้วพูดว่า “หนูไม่ได้พูดเหลวไหลนะคะ ได้ยินว่าคุณอาซ่อนหนุ่มหล่อไว้ในห้องจริงๆ!”
ไป๋อวิ๋นซี “…” ไป๋โม่โม่กำลังพูดถึงเย่ฝานหรือเปล่า? เ้าหมอนั่นถึงจะมีรูปร่างหน้าตาไม่เลว แต่ไม่ถึงกับหล่อหรอก “เธอพักผ่อนเยอะๆ เถอะ”
“คุณอาเล็ก ไอ้ผีนั่นมันจะกลับมาหาหนูหรือเปล่าคะ” ไป๋โม่โม่ถามอย่างระมัดระวัง
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้า แล้วตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน!”
ไป๋โม่โม่กล่าวเสียงเศร้า “แล้ว... แล้วหนูจะทำยังไงดีล่ะคะ!”
“ตอนนี้เธอรู้สำนึกแล้วใช่ไหมว่าทำอะไรลงไป?” ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ไป๋โม่โม่ “…”
…………………………..………………………………………………………………………………
[1] เหมียวเจียง คือ ชื่อเรียกเขตพื้นที่ซึ่งเป็ที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันหมายถึงพื้นที่ในมณฑลหูหนานของประเทศจีน
