ซ่งหลินฟงถ่ายละครไปครึ่งเดียวก็ได้รับโทรศัพท์จากซ่งฉีิ จึงจำเป็ต้องรีบกลับบ้านตระกูลซ่งไปก่อน
“นี่พี่เรียกผมมามีเื่อะไรหรือเปล่า ผมยังต้องถ่ายละครต่ออีก ผมมีเวลาจำกัดนะครับ” ซ่งหลินฟงพูดด้วยความรำคาญ
“เื่วิวาห์ยมโลก นายบอกว่ามอบให้นายจัดการ ตอนนี้นายจัดการไปถึงไหนแล้ว?” ซ่งฉีิถามอย่างเฉยชา
ซ่งหลินฟงตอบด้วยความหวาดระแวง “เื่นี้ผมกำลังคิดวิธีการอยู่ครับ มันใกล้จะสำเร็จแล้วล่ะ”
“ซ่งหยวนไม่พอใจคู่ที่นายหาให้ ก็เลยอาละวาดใหญ่เลย!” ซ่งฉีิพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
ซ่งหลินฟงเบิกตาโตโดยไม่รู้ตัว “เป็ไปไม่ได้!”
ตอนที่มีชีวิตอยู่ซ่งหยวนเป็พวกรักร่วมเพศ ดังนั้นคู่สมรสวิวาห์ยมโลกจึงเลือกผู้ชาย ก่อนหน้านี้เขาเคยพาซ่งหยวนไปดูตัวถังอวี่เซวียน เขาก็แสดงออกชัดเจนว่าชอบใจ ตอนนั้นเขายังคิดว่าถังอวี่เซวียนไม่เพียงเป็ที่ชื่นชอบของคน ทว่ายังเป็ที่ชื่นชอบของผีด้วย
“คนที่นายเลือกให้เขาชื่อว่าเกาหมั่นจินใช่ไหม?” ซ่งฉีิถาม
ซ่งหลินฟงสีหน้าเปลี่ยนไปพลันตอบว่า “ไม่ใช่นะครับ!” เกาหมั่นจินนั่นเป็ชื่อของพี่ชายนิสัยต่ำตมของถังอวี่เซวียนไม่ใช่เหรอ? แต่คนที่เขาเลือกคือถังอวี่เซวียนแท้ๆ นี่นา!
ซ่งฉีิขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “หนังสือสัญญาวิวาห์ยมโลกได้ทำเสร็จสิ้น ฝ่ายตรงข้ามระบุชัดเจนว่าเป็เกาหมั่นจิน!”
ซ่งหลินฟงกำหมัดไว้แน่น เขาเข้าใจทันที ซ่งหลินฟงคิดในใจว่า ถังอวี่เซวียนเ้าหมอนี่เก่งจริงๆ! นึกไม่ถึงว่าจะคิดลูกไม้สลับคนแบบนี้! เกาหมั่นจินเป็พี่ชายของถังอวี่เซวียน เขาคิดบัญชีกับพี่ชายตัวเองแบบนี้ ไม่มีความปรานีเอาเสียเลย
“เื่นี้ผมพลาดไปจริงๆ ผมอาจถูกคนดัดหลังเข้าให้แล้ว” ซ่งหลินฟงกล่าว
“ในเมื่อเื่มันเป็แบบนี้ไปแล้ว คงต้องคิดหาวิธีปลอบใจคุณปู่ท่านนี้แล้วล่ะ”
ซ่งหลินฟงขมวดคิ้วพลางพูด “พี่ชายฮวงจุ้ยของบ้านตระกูลซ่งเรามีการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่าครับ! ทำไมผมถึงรู้สึกว่า่นี้ทำอะไรก็ไม่ราบรื่นเลย!”
หลายวันก่อนมีข่าวด้านลบของเขาเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเื่มีความสัมพันธ์กับนักแสดงหญิงเพื่อผลประโยชน์ จ้างมือโพสต์สร้างข่าวในอินเทอร์เน็ตเพื่อโจมตีคู่แข่ง แอบวางยาพิษนักร้องที่ล่วงเกินเขาจนเป็ใบ้ ถึงแม้ข่าวเหล่านี้จะถูกปกปิดไปบ้างแล้วบางส่วน แต่มันยังคงส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของเขาไม่น้อย โฆษณาหลายตัวที่ติดต่อให้เป็พรีเซนเตอร์ในตอนแรก ก็ยกเลิกและเปลี่ยนเป็คนอื่นแทน
ซ่งฉีิทำหน้าเคร่งเครียด ระยะนี้สถานการณ์ของบ้านตระกูลซ่งไม่ค่อยสู้ดีนัก หากเป็เมื่อหนึ่งปีก่อน ซ่งหยวนออกมาอาละวาดแบบนี้ บ้านตระกูลซ่งคงหานักพรตสักคนมาสะกดเขาไว้ั้แ่แรกแล้ว ทว่าบ้านตระกูลซ่งในตอนนี้ถูกความวุ่นวายภายในและศึกภายนอกรุมเร้า ปัญหาเก่ายังแก้ไม่ได้ ปัญหาใหม่ก็ถาโถมเข้ามา
................................................................
ในโรงแรมแห่งหนึ่ง
เกาหมั่นจินจับคอของตนเอง ใบหน้าซีดเผือด
“พ่อ แม่ ตกลงไปทำอะไรมากันแน่ ได้จับคู่ให้ผมแต่งงานกับผีหรือเปล่า?”
เกาผิงพูดด้วยความตกตะลึง “จะเป็ไปได้ยังไงกัน? พ่อกับแม่จะทำกับลูกอย่างนั้นได้ยังไง?” ถึงแม้เกาผิงจะไม่เชื่อเื่วิวาห์ยมโลก แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาเสี่ยงอันตรายกับเื่นี้ได้
โจวเจวียนถามด้วยความร้อนใจ “หมั่นจินเป็อะไรไป คอของลูกไปโดนอะไรมา?”
คอของเกาหมั่นจินมีรอยนิ้วมือสีดำปรากฏอยู่ ดูแล้วทั้งแปลกและน่ากลัวพิลึก
“เมื่อคืนผมโดนผีอำ มันบอกว่ามันจะฆ่าผม และไม่พอใจที่ได้ผมเป็ภรรยาของมัน ผมเกือบจะโดนบีบคอตายแล้ว”
โจวเจวียนใจนหน้าซีดหลังจากได้ยินคำพูดของเกาหมั่นจิน “ทำไมถึงเป็แบบนี้? ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้!”
เกาหมั่นจินมองเกาผิงและพูดด้วยความโกรธแค้น “พ่อ ถ้าพ่ออยากได้เงิน ไปเอากับถังอวี่เซวียนก็ได้แล้ว ทำไมต้องจัดงานวิวาห์ยมโลกอะไรนั่นด้วย พ่อเผลอสลับดวงชะตาของผมกับถังอวี่เซวียนหรือเปล่าครับ? พ่อจะฆ่าผมให้ตายหรือไงครับ?”
โจวเจวียนรีบพูดว่า “จะสลับกันได้ยังไง ไม่มีทางผิดพลาดได้”
เกาหมั่นจินจับลำคอ แล้วพูดด้วยความโกรธว่า “ผมกำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว แต่กลับเกี่ยวพันกับเื่ผีแบบนี้ ถ้าเื่นี้รู้ไปถึงหูของแฟนผม แล้วผมจะทำยังไง”
“ลูกไม่ต้องกังวลไป! พ่อกับแม่จะหานักพรตมาไล่ผี ก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้วล่ะ” โจวเจวียนพูดปลอบ
เกาผิงสีหน้าคร่ำเครียด แล้วพูดว่า “ต้องเป็ฝีมือมันแน่ๆ! เ้าสารเลวนั่น ตามที่ร่างทรงบอกไว้ไม่มีผิด! เ้านั่นเป็ดาวพิฆาตมาเกิด ผลาญพ่อ ผลาญแม่ ไม่ผิดเลยสักนิด!”
“ถ้ารู้ว่าจะเป็อย่างนี้ั้แ่แรก ตอนที่มันเกิดมา ฉันน่าจะบีบคอให้ตายไปเลย” โจวเจวียนกล่าว
เกาหมั่นจินได้ยินคำกล่าวโทษของพ่อแม่ตัวเอง ก็พูดขึ้นด้วยความรำคาญว่า “เอาล่ะ พ่อกับแม่ด่ามันตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เวลานี้สิ่งที่ต้องทำก็คือตามหาคนทรงคนนั้นให้เจอ”
................................................................
ณ คฤหาสน์ของถังอวี่เซวียน
“นี่เป็บัตรเชิญแต่งงานของคุณ ผมได้มาแล้ว” เย่ฝานกล่าว
หลังจากที่คู่แต่งงานวิวาห์ยมโลกเปลี่ยนเป็เกาหมั่นจินแล้ว สองสามีภรรยาบ้านตระกูลเกาก็ร้อนใจ นึกไม่ถึงว่าเื่ที่เกิดขึ้นจะทำให้พวกเขาติดต่อกับคนทรงคนนั้น เย่ฝานได้กำชับให้ผีรับใช้คอยจับตามองสองสามีภรรยาอยู่ตลอด พอพวกเขาติดต่อคนทรงได้ เย่ฝานก็ฉวยโอกาสจากเบาะแสนี้ตามหาคนทรงจนพบ และนำบัตรเชิญงานแต่งกลับคืนมาได้ในที่สุด
“ต้องขอบคุณคุณชายเย่มากๆ นะครับ แล้วจะต้องจัดการกับบัตรเชิญงานแต่งนี้ยังไงครับ?” ถังอวี่เซวียนถาม
“ทำให้แยกออกเป็สองส่วนก็ได้แล้ว”
ถังอวี่เซวียนพยักหน้า หยิบกรรไกรแล้วลงมือตัดบัตรเชิญงานแต่งเป็สองส่วน เมื่อบัตรเชิญงานแต่งแยกออกจากกัน ถังอวี่เซวียนพลันสบายตัวขึ้นมาก
“ตอนนี้ปัญหาก็คลี่คลายลงแล้ว เงินค่าจ้างงวดสุดท้ายคุณจะโอนให้ผมเมื่อไรครับ! ” เย่ฝานถามตรงไปตรงมา
“คุณชายเย่วางใจเถอะครับ ผมจะบิดพลิ้วกับใครก็ได้ แต่ผมไม่กล้าทำแบบนั้นกับยอดฝีมืออย่างคุณแน่นอน เงินงวดสุดท้ายผมจะโอนเข้าบัญชีคุณภายในสองวันนะครับ”
เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าว “งั้นก็ดี ถ้าเป็อย่างนี้ ผมก็มีข่าวหนึ่งมาเตือนมิตรเช่นคุณ สองสามีภรรยานั่นกำลังจะฟ้องศาลเื่ที่คุณไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ พวกเขายังวางแผนติดต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ข่าวเื่ที่คุณทำร้ายพี่ชายอีกด้วย!”
ถังอวี่เซวียน “…” นี่เป็เื่ที่พวกเขาคิดจะทำจริงๆ ผีว่าน่ากลัวแล้ว ทว่าบางครั้งมนุษย์กลับน่าสะพรึงกว่า!
“ขอบคุณคุณชายเย่ที่เตือนครับ!”
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธ “ไม่เป็ไรครับ!”
......................................................................
ณ บริษัทเจาซี
เย่ฝานนั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าถูกบังด้วยหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
“นายไม่ไปถ่ายละครเหรอ!” ไป๋อวิ๋นซีถามอีกฝ่าย
เย่ฝานส่ายหน้า “ไม่ต้องไปแล้ว บทละครส่วนของฉันถ่ายทำเสร็จแล้ว อีกอย่างผู้กำกับบอกว่า ่นี้ข่าวของฉันเยอะเหลือเกิน บทละครมีมากไปก็ไม่ดีเท่าไร ให้ฉันมาพักผ่อนจนเื่เงียบไปก่อนดีกว่า”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะพลางคิดในใจ คำพูดของผู้กำกับน่าจะมีจุดประสงค์อื่นแฝงอยู่ เย่ฝานเพิ่งเข้าสู่วงการบันเทิงก็มีข่าวฉาวแพร่สะพัด แม้จะบอกว่าพวกแฟนคลับที่ชอบต่อต้านดาราก็คือแฟนคลับประเภทหนึ่ง แต่ถ้ากลุ่มคนที่คอยติดตามกลายเป็พวกต่อต้านทั้งหมดก็คงแย่เหมือนกัน
“ระยะนี้นายก็สงบเสงี่ยมหน่อยละกัน บนอินเทอร์เน็ตก็มีแต่ข่าวด้านลบของนายเต็มไปหมด” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
เย่ฝานพลิกตัวขึ้นจากโซฟา แล้วพูดด้วยความโกรธแค้น “นายดูข่าวบนหนังสือพิมพ์นี้สิ ล้วนแต่ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด อะไรกันหาว่าฉันเหยียบเรือสองแคม! เลียแข้งเลียขา ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล! แล้วยังบอกว่าฉันยอมนอนกับใครเพื่อหวังจะไต่เต้า! ฉันจะไปมีความสัมพันธ์กับใครได้ ฉันแค่อยากเลียแข้งเลียขานายคนเดียวเท่านั้น หรือถ้าอยากจะมีความสัมพันธ์กับใครเพื่อชื่อเสียงขึ้นมาจริงๆ นายจะยอมไหม?”
ไป๋อวิ๋นซี “…” สารรูปอย่างเย่ฝานยังคิดจะเข้าวงการบันเทิงจริงๆ งั้นเหรอ
“หลังจากถ่ายละครเื่นี้จบ นายก็ออกจากวงการบันเทิงเถอะ!” ไป๋อวิ๋นซีพูดน้ำเสียงจริงจัง
เย่ฝานถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะ! ผู้กำกับบอกว่าฉันมีความสามารถ อนาคตต้องสดใสแน่ๆ?”
“นายอยากหาเงินให้ได้หมื่นล้านหยวนไม่ใช่เหรอ? เป็ดาราหาเงินได้ไม่เท่ากับหากินกับคนรวยหรอกนะ!” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “มันก็ใช่! ผู้กำกับบอกว่าเป็เพราะเงินทุนค่อนข้างจำกัด เขาจึงให้ค่าตอบแทนฉันเพียงสองแสนหยวน ฉันทั้งะโไปมา เหาะวนไปเรื่อยๆ กลับให้เงินฉันมาแค่หลักแสน แย่จริงๆ เลย!”
“นายเป็นักแสดงใหม่ จะเรียกร้องให้ผู้กำกับจ่ายเงินนายเท่าไรเชียว! นายรู้ไหมว่ามีนักแสดงใหม่มากมายที่ยอมแสดงละครทั้งๆ ที่ไม่ได้ค่าตัว บางคนถึงขนาดยอมจ่ายเงินเพื่อให้ตนเองได้แสดงละครด้วยซ้ำ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
เย่ฝานพูดด้วยความงุนงง “มีคนโง่ขนาดนี้ด้วยเหรอ!”
ไป๋อวิ๋นซี “...มีสิ!”
“ดูท่าวงการบันเทิงจะอยู่ยากจริงๆ ฉันไม่เข้าไปข้องแวะด้วยดีกว่า บุคคลผู้ขาวสะอาดอย่างฉันกลับต้องโดนนักข่าวขี้นินทาป้ายสีว่าเป็หนุ่มเ้าชู้ ความจริงแล้ววงการบันเทิงก็ไม่ต่างกับสังคมอันเสื่อมทรามขนาดใหญ่ดีๆ นี้เอง!” เย่ฝานพูดด้วยเสียงที่น่าฟัง
ไป๋อวิ๋นซี “…” วงการบันเทิงเปรียบดั่งสังคมอันเสื่อมทรามขนาดใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย
“อวิ๋นซี คืนนี้นายจะไปกินข้าวกับฉันไหม!” เย่ฝานถาม
“นายรู้ไหมว่าชื่อเสียงของนายมันฉาวโฉ่ขนาดไหน! ยังอยากจะออกไปกินข้าวข้างนอกอีก นายไม่กลัวถูกปาไข่ใส่หรือไง!” ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยความเ็า
เย่ฝานพูดอย่างไม่เชื่อว่ามันจะเป็อย่างนั้นว่า “อะไรมันจะขนาดนั้น! ฉันหล่อเหลาอย่างนี้ ใครจะมาปาไข่ใส่ฉันกันเล่า!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
.....................................................................
เย่ฝานเดินไปถึงลานจอดรถใต้ดินก็พบว่ามีคนดักซุ่มอยู่ไม่น้อย
เย่ฝานทำหน้าบึ้งแล้วพูดว่า “ใคร! ออกมาให้หมด”
“พี่น้องทั้งหลาย ลุย!”
ภายในลานจอดรถใต้ดินมีหญิงสาวอาวุธครบมือยี่สิบคนกรูเข้ามาหาเย่ฝาน “พี่น้องทั้งหลาย บุคคลเป้าหมายปรากฏตัวแล้ว พวกเราลุย!”
เย่ฝานเอามือเท้าเอว ขณะที่ถูกหญิงสาวสิบกว่าคนโอบล้อมไว้ แล้วพากันปาไข่ไก่และมะเขือเทศใส่เย่ฝาน
เย่ฝานเพียงตวัดมือ ทั้งไข่ไก่และมะเขือเทศที่ถูกปามาพลันสะท้อนกลับไปหาหญิงสาวเ่าั้ ในทันใดนั้นก็เกิดเสียงร้องด้วยความเ็ปดังระงม!
เย่ฝานยังคงเท้าเอวพลางใช้สายตาดุร้ายกวาดมองหญิงสาวที่ใบหน้าเต็มไปด้วยไข่เน่า “เธอเป็หัวหน้าใช่ไหม สังคมเดี๋ยวนี้เสื่อมทรามลงมากจริงๆ! คนอ่อนหัดอย่างเธอกล้าทำตัวเป็หัวหน้าด้วยเหรอ เธอเป็ใครน่ะ! ใครใช้ให้เธอมาทำเื่แบบนี้”
“พวกเรามาด้วยตนเอง!” หญิงสาวพูดตรงไปตรงมา
เย่ฝานยืนกอดอก “พวกเธอมาด้วยตนเอง? ทำไมต้องทำอย่างนี้?”
“พวกเราทำเพื่อความยุติธรรมยังไงล่ะ! นายเหยียบเรือสองแคม ไม่สิ สี่แคม หรือห้าแคมเสียด้วยซ้ำ นายมันหน้าไม่อาย กล้าทำให้เซวียนเซวียนของพวกเรามัวหมอง เ้าสารเลว!” หญิงสาวพูดด้วยความโกรธแค้น หากเสียงที่พูดออกมาไม่สั่นเครือก็คงจะน่าเชื่อถือกว่านี้!
เย่ฝานพูดด้วยความไม่พอใจว่า “ใครทำให้เซวียนเซวียนของพวกเธอมัวหมองกันเล่า ฉันชอบอวิ๋นซีเพียงคนเดียวเท่านั้น คนอื่นมาเสนอตัวยังไงฉันก็ไม่สนทั้งนั้น”
“นายมันหน้าไม่อาย! กล้ารังเกียจเซวียนเซวียนของพวกเราเหรอ!” หญิงสาวพูดด้วยความโมโห
เย่ฝานเบะปากแล้วพูดว่า “ยัยเด็กบ้า พูดยากจริงๆ ใครได้เธอเป็เมียเนี่ยซวยแน่ๆ”
หญิงสาวร้องไห้ “โฮๆ” ออกมา เย่ฝานพูดด้วยความรังเกียจและไม่มีความสงสารเลยแม้แต่น้อย “ถังอวี่เซวียนนี่ยังไงกันนะ! ทำไมมีแต่แฟนคลับขี้ขลาดอย่างนี้ พูดนิดเดียวก็ร้องไห้แล้ว!”
หญิงสาวได้ยินคำพูดของเย่ฝานก็มีน้ำโห “ฉันไม่อนุญาตให้นายสบประมาทเซวียนเซวียนของพวกเราอย่างนี้นะ!”
“ฉันไม่ได้สบประมาทเซวียนเซวียนของพวกเธอ ฉันกำลังสบประมาทเธออยู่! ยัยบ้า เธอดูตัวเองสิอายุยังน้อยกันอยู่เลย กลับไปเรียนหนังสือดีกว่า จะได้เจริญก้าวหน้าในชีวิต อย่าออกมาให้ขายขี้หน้าไอดอลของพวกเธอเลย” เย่ฝานพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
หญิงสาวโมโหจนตาเบิกกว้าง “นาย… มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
เย่ฝานี้เีสนใจหญิงสาวเหล่านี้เต็มทน “หลบไป ถ้ายังอาละวาดอีก ฉันจะจับเธอไปโรงพัก!”
เย่ฝานเดินไปถึงรถก็หัวเสียไปทันที “พวกเธอกล้าทำให้รถฉันสกปรกเหรอ!”
ฝากระโปรงรถของเย่ฝานถูกปาด้วยไข่และมะเขือเทศจนเละเทะ!
“พวกเธอรู้ไหมว่ารถคันนี้มันเหมือนกับรถของอวิ๋นซี มันเป็รถคู่รัก พวกเธอกล้าทำให้รถคู่รักฉันสกปรกงั้นเหรอ!” เย่ฝานพูดด้วยความโกรธเคือง
หญิงสาวที่เป็หัวหน้ากล่าวว่า “รถคันนี้นายใช้ตัวแลกมา นายได้มาอย่างสกปรก! ”
“เฮ้ย! พวกเธอจะรู้อะไร รถคันนี้ฉันเอารถมินิคูเปอร์ของฉันแลกกับรถของพี่ภรรยามา ถึงฉันพูดไปพวกเธอก็ไม่เข้าใจหรอก! วันนี้พวกเธอก็อยู่ที่นี่ก็แล้วกัน ยัยผีบ้าทั้งหลาย” ว่าแล้วเย่ฝานก็ขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว
