หยีเหนียงทั้งหลายคิดว่า ตามทัศนคติของล่าวไท่จุนที่มีต่อซุนซื่อใน่เวลาที่ผ่านมา คราวนี้ล่าวไท่จุนจะต้องช่วยพวกนาง พร้อมใช้โอกาสนี้ในการเหยียบย่ำซุนซื่อกับฉินหยีหนิงหลายที
นึกไม่ถึงว่าฉินหยีหนิงพูดเพียงไม่กี่คำกลับทำให้ล่าวไท่จุนเปลี่ยนใจแล้ว
แม้ว่าซุนซื่อจะมีความหึงหวง แต่ฝ่ายนั้นไม่เคยปล่อยให้เสื้อผ้าเครื่องใช้ของพวกนางขาดตกบกพร่องเลย พวกนางคุ้นเคยกับความฟุ่มเฟือยและความสะดวกสบายในตระกูลฉินมานานมากแล้ว พวกนางจะทนต่อความเ็ปในการเป็บ่าวได้ที่ไหนเล่า? หากพวกนางถูกขายไปแล้ว ย่อมไม่มีวันที่จะได้กินอิ่ม ได้ใช้ชีวิตสบายเช่นนี้อีกต่อไป
หยีเหนียงทั้งสี่รู้สึกผิดอย่างมาก
พวกนางไม่ควรทำสิ่งนี้เพื่อเอาใจฉาวซื่อ
ตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้ว ฉาวซื่อกับพวกนางเป็หยีเหนียงเหมือนกันก็จริง แต่ฉาวซื่อมีภูมิหลังที่สูงส่ง จะมองพวกนางว่าเป็พวกเดียวกับตัวเองได้อย่างไร?
สร้างปัญหาขึ้นมา ไม่เพียงแต่แก้แค้นไม่สำเร็จ แต่ยังทำให้อนาคตของตนเองสูญเสียอีกด้วย
พวกนางเพียงแค่ขุดหลุมเพื่อฉาวซื่อ แล้วฝังตัวเองลงไปก็เท่านั้น
“ล่าวไท่จุน ได้โปรดเมตตา อนุบ่าวรู้ผิดแล้วเ้าค่ะ”
“ฮูหยินใหญ่ ได้โปรดเมตตา ฮูหยินได้โปรด!”
...
หยีเหนียงะโพลางร้องไห้ขอความเมตตา ยามนั้นไม่หลงเหลือใบหน้าเ้ากี้เ้าการกับใบหน้าเย้ยหยันอยู่อีกเลย
บ่าวที่แข็งแรงดึงพวกนางออกไปอย่างโหดร้าย ดึงไม่ได้ก็บีบเอวเสียหลายที จากที่กอดราวระเบียงทางเดินไม่ยอมปล่อย แต่เพราะความเ็ปจำต้องปล่อยมือในที่สุด
ก่อนหน้ามันเป็คำสั่งของฉินหยีหนิงเท่านั้น พวกนางไม่ได้เชื่ออะไรมากนัก แต่ตอนนี้เป็คำสั่งของล่าวไท่จุน พวกนางจึงกังวลอย่างมาก หลังได้ยินคำสั่ง เหล่าหยีเหนียงก็ร้องไห้ะโเสียงดังเซ็งแซ่จนฟังไม่ได้ศัพท์ว่าพูดอะไร นอกจากนี้บ่าวที่แข็งแรงยังปลดผ้าพันรอบเอวของหยีเหนียง ปั้นเป็ก้อนแล้วยัดเข้าไปในปากของพวกนาง
ในไม่ช้าเรือนซิ่งหนิงก็กลับมาสงบดังเดิม
สายตาของบ่าวรับใช้ที่เหลือในลานซึ่งมองดูฉินหยีหนิงและซุนซื่อได้แปรเปลี่ยนไปฉับพลัน
ใครบอกว่าฮูหยินใหญ่สูญเสียความโปรดปรานแล้ว?
ใครบอกว่าคุณหนูสี่สูญเสียความโปรดปรานแล้ว?
หากพวกนางสูญเสียความโปรดปรานไปแล้วจริงๆ ล่าวไท่จุนจะช่วยสนับสนุนคุณหนูสี่กับฮูหยินใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร?
หยีเหนียงทั้งสี่เข้ามาในบ้านฉินไม่ใช่หนึ่งวันหรือสองวัน พวกนางกล้าที่จะไม่เคารพฮูหยินใหญ่และคุณหนูสี่ ยังถูกขายเหมือนๆ กัน
โชคดีที่พวกเขาแสดงความเคารพต่อฮูหยินใหญ่และคุณหนูสี่ ไม่เช่นนั้นในวันนี้ ก็คงจะถูกขายไม่ต่างกัน!
ฉินหยีหนิงมองสำรวจสายตาของผู้คนในลานบ้าน พลอยรู้ว่าจุดประสงค์ของนางประสบความสำเร็จแล้ว ดูเหมือนว่าตราบใดที่พูดในสิ่งที่ถูกกับล่าวไท่จุน ก็ไม่ยากอะไรที่จะใช้ล่าวไท่จุนเป็มีด ในครั้งนี้นางไม่ได้ใช้ความหยาบกระด้างกระทบกระทั่ง แต่ก็บรรลุเป้าหมายเหมือนกัน
หากในคราวนี้ไม่ได้ใช้โอกาสกับหยีเหนียงทั้งสี่เพื่อสร้างกฎระเบียบ กลัวว่าในอนาคตแม้แต่บ่าวที่แข็งแกร่งคงกล้าที่จะรังแกพวกนางสองแม่ลูกเป็แน่
แน่นอนว่าฉินหยีหนิงรู้สึกขอบคุณล่าวไท่จุนที่ให้ ‘ความช่วยเหลือ’ และเชิญนางเข้าไปในบ้านเพื่อดื่มชาด้วยรอยยิ้ม
ล่าวไท่จุนเห็นการแสดงออกทางสีหน้าของทุกคนพร้อมคิดว่าถึงแม้วิธีการของนางจะทำให้ฉาวซื่อพอใจ แต่นั่นเป็การช่วยซุนซื่อและฉินหยีหนิงอีกด้วย นางรู้ในทันทีว่าตนเองถูกหลอกใช้เสียแล้ว อีกทั้งยังถูกหลอกด้วยความยินดีอีกด้วย จึงค่อนข้างรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้างหลังจากรู้ว่าตนถูกหลอกใช้
นางไม่้าคุยกับฉินหยีหนิงและซุนซื่ออีกต่อไป เพื่อไม่ให้โทสะพลุ่งพล่านไปมากกว่านี้
ล่าวไท่จุนหันหลังและเดินออกไป
ฉินหยีหนิงไม่สนใจทัศนคติของล่าวไท่จุน และคำนับให้กับทุกคนด้วยความเคารพ
ฮูหยินสองกับฮูหยินสามช่วยประคองล่าวไท่จุนทั้งซ้ายขวา หลังจากที่ได้เห็นการจัดการปัญหาของฉินหยีหนิง ทำให้การประเมินของพวกนางต่อซุนซื่อเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ซุนซื่อเอาแต่ใจตนเองและไร้เดียงสา แต่ฉินหยีหนิงนั้นแตกต่างกัน
ฉินหวยหยวนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับบ้านฝั่งใน แม้ว่าฉินหวยหยวนจะไม่เข้ามาจัดการเกี่ยวกับบ้านฝั่งใน แต่ตอนนี้ซุนซื่อมีฉินหยีหนิงอยู่ข้างกายแล้ว มันก็ยิ่งยากขึ้นสำหรับบ้านสองและสามในการจะเทียบเคียงกับบ้านใหญ่
หลังจากผู้คนทยอยออกไปจนหมด ฉาวหยูชิงจึงพยักหน้าให้ซุนซื่อและยิ้มให้กับฉินหยีหนิงพร้อมเอ่ยขึ้น “คุณหนูสี่ฉลาดมาก อนุบ่าวนับถือมากๆ วันหลังถ้ามีเวลาว่าง ยินดีต้อนรับคุณหนูสี่มานั่งที่เรือนของอนุได้ทุกเวลานะเ้าคะ”
ซุนซื่อจ้องหน้าฉาวหยูชิง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธ
อย่างไรก็ตามฉินหยีหนิงยังคงไม่ให้โอกาสซุนซื่อได้พูด นางเพียงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ขอบคุณฉาวหยีเหนียงมากๆ นะเ้าคะ”
ฉาวหยูชิงยิ้ม “คุณหนูสี่ไม่จำเป็ต้องเกรงใจเ้าค่ะ อนุบ่าวแค่ช่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็เท่านั้นเ้าค่ะ”
ทั้งสองมองหน้ากัน ใบหน้างดงามของพวกนางมีรอยยิ้มซึ่งสื่อความหมายไม่ชัดเจน ทั้งสองสบสายตากัน ทำให้พวกนางสามารถเข้าใจซึ่งกันและกันได้ ฉินหยีหนิงได้พูดว่า ‘ขอบคุณ’ และฉาวหยูชิงตอบกลับว่า ‘ก็แค่ช่วยเล็กๆ น้อยๆ’ แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงการที่ล่าวไท่จุนลงโทษฉินหยีหนิงให้คุกเข่าและฉาวหยูชิงอ้อนวอนช่วยเหลือเด็กสาว
ฉาวหยูชิงเข้ามาในบ้านกี่วันแล้ว? ใช้มือของฉินหยีหนิงเพื่อกำจัดศัตรูออกไปตั้งสี่คนได้อย่างง่ายดาย แผนนี้ระดับไหนกัน?
อย่างไรก็ตาม ฉินหยีหนิงได้ใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแต่สร้างอำนาจให้ซุนซื่ออีกครั้ง แต่ยังบังคับให้ล่าวไท่จุนสนับสนุนซุนซื่อในการขายอนุออกไปอย่างเปิดเผย ผู้คนจึงให้ความสำคัญกับซุนซื่อและฉินหยีหนิงมากขึ้น
เื่นี้เป็สถานการณ์ที่ได้รับชัยชนะและผลประโยชน์ร่วมกัน
ฉินหยีหนิงเข้าใจและฉาวหยูชิงก็เข้าใจเช่นกัน ทั้งสองมองหน้ากันสักครู่ แต่ละคนแสดงรอยยิ้มโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา
ซุนซื่ออยู่ข้างๆ ทว่าไม่สามารถเข้าใจความลึกลับระหว่างฉินหยีหนิงและฉาวหยูชิงได้ นางรู้สึกได้เพียงมันต้องมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ด้วย
ตอนนี้ฉินฮุ่ยหนิงจมอยู่กับความหวงแหน
นางไม่เข้าใจว่า ทำไมนางได้ยอมรับฉาวหยูชิงว่าเป็แม่บุญธรรมแล้ว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหยีหนิง นางก็ยังอยู่ในสถานะอ่อนแอเหมือนเดิม? ข้างๆ ของฉินหยีหนิงมีซุนซื่อเพียงคนเดียวที่เป็ตัวถ่วง แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงได้มีชีวิตที่ดีอยู่?
ทำไมฉาวซื่อถึงได้ปฏิบัติต่อฉินหยีหนิงอย่างใจดี และยังช่วยขอร้องให้ฉินหยีหนิงอีกด้วย?
ฉินฮุ่ยหนิงคิดเกี่ยวกับเื่นี้และไม่เข้าใจจุดตัดระหว่างสองคนที่เพิ่งพบกัน
นางรู้เพียงว่า นางตัดสินใจที่จะไม่คำนึงถึงชื่อเสียงยอมโดนตำหนิว่า ‘แล่นเรือไปตามลม’ แต่นึกไม่ถึงว่าหมากของการแล่นเรือไปตามลมนี้ไม่เพียงพอสำหรับนาง ที่จะปราบปรามและกดขี่ฉินหยีหนิงได้ นี่ก็ทำให้นางมีความเกลียดชังมากพอแล้ว
เมื่อฉาวหยูชิงและฉินฮุ่ยหนิงขอตัวออกไป ฉินหยีหนิงจึงช่วยประคองซุนซื่อเข้าไปในบ้านเพื่อทานอาหาร
พร้อมอธิบายสั้นๆ ถึงเหตุการณ์ในคราวนี้ให้ซุนซื่อได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เกี่ยวกับแผนการของฉาวหยูชิงและจุดประสงค์ของฉินหยีหนิง ส่งผลให้นางรู้สึกเชื่อมั่นในสติปัญญาและวิธีการของลูกสาวมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นข่าวที่ฉินหยีหนิงพูดเพียงไม่กี่คำก็สามารถกำจัดหยีเหนียงทั้งสี่ออกจากจวน และยังได้รับการสนับสนุนจากล่าวไท่จุน ได้กระจายไปทั่วจวนในเวลาไม่นาน
ล่าวไท่จุนคิดว่า หลังจากฉินหวยหยวนกลับมาถึงบ้าน ได้ยินเื่ที่นางขายบ่าวทั้งสี่แล้ว แน่นอนว่าอาจมีคำถามสักเล็กน้อย และนางได้คิดวิธีอธิบายไว้แล้วด้วย
ใครจะรู้ว่า หลังจากฉินหวยหยวนกลับมาถึงบ้าน เขาได้แต่ขังตัวเองในห้องหนังสือ กระทั่งล่วงเลยเวลาประจำวันที่เขาควรจะมาเรือนสื่อเซี่ยว ล่าวไท่จุนจึงให้คนไปถาม แต่ก็ไม่เห็นมีใครออกมา
อย่างไรก็ดี นายท่านสองฉินซิวหยวนได้มีโอกาสเข้าร่วมในการประชุมในราชสำนักเหมือนกัน กลับได้บอกข่าวที่น่าใและไม่คาดฝันแก่คนในครอบครัว
“เ้าพูดว่าอะไรนะ? เ้าพูดอีกครั้งได้หรือไม่ว่าราชวงศ์ต้าโจว้าเจรจาสันติภาพกับพวกเราหรือ?”
“ใช่ขอรับ” ฉินซิวหยวนพยักหน้า “การประชุมในราชสำนักในวันนี้ ราชทูตแห่งราชวงศ์ต้าโจวกล่าวว่าเขา้าเจรจาสันติภาพกับเรา สถานที่ของการเจรจาสันติภาพอยู่ในค่ายทหารนอกเมืองซีฮวา หลังจากการหารือหลายครั้ง พี่ชายใหญ่ก็ประสบความสำเร็จ หวงช่างแต่งตั้งให้พี่ชายใหญ่เป็ทูตแห่งสันติภาพ”
“ดี ดี!” ล่าวไท่จุนร่าเริงขึ้นมา พร้อมเอ่ยว่าดีอยู่หลายครั้ง
ไม่เพียงแต่ล่าวไท่จุนเท่านั้น แม้แต่สมาชิกในครอบครัวที่เหลือก็ยิ้มออกมาด้วย
ราชวงศ์ต้าโจวกับราชวงศ์ต้าเยี่ยนกำลังจะเจรจาสันติภาพ ใครก็ตามที่เจรจาประสบความสำเร็จ ย่อมได้รับรางวัล หลังจากเสร็จสิ้นการพูดคุยเจรจาสันติภาพ พวกเขาจะมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์อีกด้วย
ตอนนี้ฉินหวยหยวนกลายเป็ไท่ซือขององค์ชายรัชทายาท และถ้าเขาเจรจาได้สำเร็จ จะมีชื่อเสียงยอดเยี่ยม รวมถึงจะได้ถูกบันทึกชื่อเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์
ล่าวไท่จุนพูดซ้ำๆ ว่า “เป็สิ่งที่เทิดทูนเกียรติแก่บรรพบุรุษ เห็นได้ชัดว่านี่เป็สิ่งที่ดี เหตุใดพี่ชายของเ้าถึงไม่พอใจและเก็บตัวเงียบไม่ยอมออกมาพบเจอผู้คนเล่า?”
ฉินซิวหยวนได้ยินคำพูดดังกล่าว ในที่สุดใบหน้าของเขาก็แสดงอาการพิพักพิพ่วนออกมา
“รายงานท่านแม่ เื่มันมีอยู่ว่า ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อเจรจาสันติภาพนั้น มีฉาวกั๋วจ้างและพี่ชาย จำต้องเลือกหนึ่งคนในสองคน หลังจากที่หวงช่างได้แต่งตั้งพี่ชาย ฉาวกั๋วจ้างก็...ก็ทำให้หวงช่างมีความคิดแปลกประหลาด...”
ล่าวไท่จุนเอนตัวออกไปข้างหน้า เบิกตากว้างพลางเอ่ยถามว่า “รีบพูดออกมาสิ ว่าเป็ความคิดอะไรที่แปลกประหลาดหรือ!?”
ฉินซิวหยวนบ่นออกมา “ฉาวกั๋วจ้างกล่าวว่า ในครั้งผู้ที่ได้รับราชโองการเป็ผู้นำในการเจรจาสันติภาพของราชวงศ์ต้าโจว คือเหลียนเฉิงเจี๋ยเป็ช่างชูแห่งกรมกลาโหมของต้าโจว คนนี้เก่งที่สุดในการประจบประแจงและฉลาดแกมโกง แต่โชคดีที่บุคคลนี้มีจุดอ่อน ฉาวกั๋วจ้างแนะนำหวงช่างให้ใช้แผนคนงามจัดการกับคนคนนี้ เมื่อหวงช่างได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลมาก ทั้งพูดตรงๆ ออกมาว่า ‘วีรบุรุษนั้นมักจะแพ้คนงาม’ แผนคนงามนั้นดีมาก หวงช่างเพียงแค่ตอบว่าใช่ ฉาวกั๋วจ้างก็กล่าวว่า ‘ฉินไท่ซือมีชื่อที่สวยงามคือ จือพานอัน ได้ยินมาว่า บุตรสาวของฉินซื่อมีหน้าตาคล้ายพ่อของนาง และแน่นอนว่าจะต้องมีหน้าตาที่ดีมากเป็แน่ เพื่อส่งเสริมสันติภาพระหว่างทั้งสองแคว้น หากฉินไท่ซือเสียสละบุตรสาวอันเป็ที่รักไป ก็เป็ผลงานที่ยิ่งใหญ่มากอย่างหนึ่ง’ ขอรับ”
“อะไรนะ!”
ล่าวไท่จุนได้ยินเสียงหึ่งๆ ในหัวของนาง
นางยัง้าให้ฉินหยีหนิงแต่งงานกับองค์ชายรัชทายาทอยู่นะ!
ถ้าพานางไปเจรจาสันติภาพในครั้งนี้ด้วย หมากรุกตัวนี้ก็จะใช้ไม่ได้แล้วสิ
นางเคยได้ยินเื่ของเหลียนเฉิงเจี๋ยมาก่อนนี้ ได้มีการกล่าวกันว่าเขาเป็คนบ้ากาม ถ้าฉินหยีหนิงไปเจรจาสันติภาพในคราวนี้ ความบริสุทธิ์ของนางย่อมไม่สามารถรับประกันได้
ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่ครอบครัวจะมีลูกสาวที่เหมาะสมจะเป็ชายาขององค์ชายรัชทายาท แต่กลับจะต้องเสียสละเพื่อการเจรจาสันติภาพ?!
ล่าวไท่จุนกล่าวอย่างกระวนกระวายว่า “ถ้าเช่นนั้นหวงช่างพูดว่าอย่างไร? หวงช่างตอบรับหรือยัง?”
ฉินซิวหยวนถอนหายใจและพยักหน้า “หวงช่างได้ออกราชโองการแล้ว สั่งให้พี่ชายออกเดินทางในอีกสิบวันและพาหยีเจี่ยร์ไปเจรจาสันติภาพด้วย นอกจากนั้นจำเป็ต้องเจรจาสันติภาพให้ประสบความสำเร็จ มิฉะนั้นให้เอาศีรษะมาหาเขา ทำให้พี่ชายซึมเศร้าเช่นนี้ขอรับ”
คำพูดของฉินซิวหยวน ทำให้ทุกคนในบ้านเงียบปากและหนาวจัด
ทุกคนรู้ว่า ราชโองการได้ออกมาแล้ว หากฉินหวยหยวนไม่ยินยอมเสียสละบุตรสาว ตระกูลฉินทั้งครอบครัวก็อาจถูกทำลาย ครอบครัวฉินจะไม่ละทิ้งสิ่งที่สร้างกันมาหลายปีเพื่อปกป้องผู้หญิงคนเดียวเป็แน่ ดังนั้นการเสียสละของฉินหยีหนิงจึงเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ล่าวไท่จุนนั่งอย่างสง่าอยู่ที่เดิม เม้มริมฝีปากโดยไม่พูดอะไรออกมา
ทุกคนมองหน้ากัน และต่างมีความคิดเป็ของตัวเอง
ในเวลาเดียวกันที่โรงเตี๊ยมท่าหยุน ผางเซียวเพิ่งสั่งให้เสือน้อยออกไปส่งปิงถาง และเขาก็ได้รับข่าวลับจากคนของเขา
ชายหนุ่มยืนอยู่ริมหน้าต่าง สวมเสื้อคลุมทอจากขนแพะสีน้ำตาลเข้ม หลังจากอ่านข้อความบนกระดาษ เขาก็โยนมันลงอ่างถ่านด้วยท่าทางเคร่งขรึม สายตาทอดมองลงเปลวเพลิงซึ่งกำลังลุกไหม้ พร้อมขมวดคิ้วแน่น
เสือน้อยเดินเข้ามาในห้อง ครั้นเห็นว่าใบหน้าของผางเซียวดูเคร่งเครียด เขาจึงเอ่ยถามอย่างกังวลใจว่า “นายท่าน ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่? เป็เพราะแผลนั้นเจ็บมากใช่หรือไม่?”
สีหน้าของผางเซียวขาวซีดเล็กน้อย แต่ด้วยความโกรธของเขา ทำให้ดวงตาคู่นั้นดูคล้ายมีกองไฟลุกโชน ครั้นเสือน้อยได้เห็นมัน ก็เผลอก้าวถอยหลังออกมาสองก้าว
ผางเซียวเงียบอยู่ครู่หนึ่ง และหันไปเตะแอ่งถ่านล้มลงด้วยความโกรธแค้น!
ไฟถ่านในอ่างกระจัดกระจายไปทั่วพื้น เสือน้อยเห็นแล้วก็ใ จึงรีบไปนำน้ำมาเทลงบนพื้น “นายท่าน ท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ?”
ผางเซียวสบถอย่างดุเดือด “เย็ดยายของสุนัขแก่ยวี้ฉือแม่งเลย ฮ่องเต้ออกราชโองการให้เหลียนเฉิงเจี๋ยเป็ผู้นำในการเจรจาสันติภาพของราชวงศ์ต้าโจวกับราชวงศ์ต้าเยี่ยน ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนจะส่งฉินสี่ไปให้เหลียนเฉิงเจี๋ย”
“ฮะ! ว่าไงนะ” เสือน้อยอุทาน
ดอกไม้ช่อนี้ แม้แต่เ้านายของเขาเองยังไม่กล้าเด็ดมันออกมาเลย หรือว่าจะให้พวกเขาดูช่อดอกไม้งามถูกปักลงในกองขี้สุนัขอย่างเหลียนเฉิงเจี๋ยนั่นหรือ?
