“พี่รองเ้าคะ ขนมเหล่านี้ถูกปากหรือไม่เ้าคะ?” หลิ่วอวิ๋นหลี่ต้อนรับหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่มาเป็แขกในเรือนของนางอย่างอบอุ่น ขนมที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะล้วนเป็ขนมที่นางชอบทานทั้งสิ้น
“เ้าไม่จำเป็ต้องเกรงใจถึงเพียงนี้ วันนี้ข้ามาเยี่ยมเยียนเ้าเท่านั้น”
อวิ๋นหลี่แย้มยิ้ม ราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เมื่อสองวันก่อน ได้ข่าวว่าญาติผู้พี่ถูกคนของเรือนน้องหกทุบตีหรือเ้าคะ?”
“ฮึ ก็ใช่น่ะสิ! อวิ๋นซูหยิ่งผยองขึ้นทุกวัน!” น้ำเสียงของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีความรังเกียจเจืออยู่อย่างมิอาจเก็บซ่อน
“นี่เป็การไม่ไว้หน้าท่านแม่เลย ไม่เกรงกลัวฟ้าดินนัก ตอนนี้นางอาศัยความโปรดปรานของท่านย่า ไม่เห็นท่านแม่และพี่รองอยู่ในสายตาขึ้นทุกวัน! ช่างน่าโมโหจริงๆ” หลิ่วอวิ๋นหลี่ช่วยหลิ่วอวิ๋นฮว๋าระบายความรังเกียจออกมา ทว่าก็เป็การยุแยงไปในตัว
“อย่างไรก็ตาม อีกไม่นานนังสารเลวนั่นก็จะไม่ได้มีชีวิตที่ดีเช่นนี้แล้ว”
อวิ๋นหลี่มองท่าทางพี่สาวของตนจึงทราบว่ากำลังจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
ด้านนอกมีเสียงอันอ่อนแรงดังขึ้น “ท่านพี่...”
หลิ่วอวิ๋นเหยายืนอยู่ตรงประตูอย่างขลาดเขลา ในห้องเงียบลงทันที ตอนนี้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าและอวิ๋นหลี่สนิทสนมกัน แต่ว่าอวิ๋นเหยายังเยาว์เกินไป ดังนั้นนางจึงไม่คิดที่จะดูแลให้ดีกว่านี้ นิสัยก็ไม่ทันคน นางไม่กล้าใช้งานตามใจ
“น้องเจ็ด ยังไม่รีบกลับไปห้องตัวเองอีก”
น้ำเสียงของอวิ๋นหลี่ไม่เป็มิตรนัก อวิ๋นเหยาหดคอ หันกายเดินจากไปอย่างโกรธเคือง ประตูห้องถูกปิดลงในทันที
“อะไรกัน คุยความลับอะไรถึงไม่ยอมให้ข้ารู้!” นางมุ่ยปากเล็กๆ อย่างไม่พอใจ ั้แ่อี๋เหนียงตายไป พี่สี่ก็ทำตัวแปลกๆ ทั้งยังมีท่าทีเฉยชา ทำให้หลิ่วอวิ๋นเหยาไม่สบายใจเป็อย่างมาก ไม่รู้ว่าจู่ๆ พี่สี่ไปดีกับพี่รองได้อย่างไร เื่นี้ทำให้นางรู้สึกเหมือนตนเองกลายเป็คนนอก ถูกพวกนางกีดกันไว้ด้านหนึ่ง
ผู้อื่นในจวนเมื่อเห็นนางก็เมินเฉย ทำราวกับมองไม่เห็น ทำให้ชีวิตของนางขมขื่นยิ่งนัก
“พี่รองเ้าคะ น้องเจ็ดช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย” ในใจของหลิ่วอวิ๋นหลี่โกรธเคืองยิ่งนัก เหตุใดน้องสาวร่วมมารดาของตนจึงไม่ฉลาดกว่านี้เสียหน่อย ยามนี้เื่ทุกอย่างต่างกดทับลงมาที่ไหล่ของนางเพียงผู้เดียว ไม่มีใครสามารถร่วมกันแบกรับได้เลย
“น้องเจ็ดอายุยังน้อย ครั้งที่แล้วก็ถูกจ้าวหรงเติงขู่จนใ ตอนนี้ยังไม่ฟื้นคืนสติเลยกระมัง!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าอดไม่ได้ที่จะใช้น้ำเสียงเย้ยหยัน ในใจของอวิ๋นหลี่แข็งทื่อ ทว่าใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม
จะอย่างไรอวิ๋นเหยาก็เป็น้องสาวร่วมมารดาของตน นางย่อมไม่ชอบให้ใครใช้เื่คราวก่อนมาเยาะเย้ยหลิ่วอวิ๋นเหยา ทว่าอีกฝ่ายคือหลิ่วอวิ๋นฮว๋า ตนเองยังต้องพึ่งพานาง ต่อให้ไม่พอใจก็ทำได้เพียงกำจัดออกไปจากใจอย่างเงียบๆ
“ใช่แล้ว ท่านพี่มีความคิดอะไรหรือเ้าคะ?”
“ยังคงเป็น้องสี่ที่ฉลาด โอกาสลงมือของพวกเราก็คือระหว่างทางไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษในอีกไม่กี่วันนี้!” สายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเปล่งประกายความโเี้ “เมื่อถึงเวลา ยังต้องลำบากน้องสี่ให้ออกหน้าแล้ว”
“แต่ว่า...”
“นังเด็กสารเลวนั่นระวังข้าและท่านแม่มาก พวกเราย่อมไม่อาจเข้าใกล้นางได้ แต่เ้าไม่เหมือนกัน” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่ให้โอกาสอวิ๋นหลี่หลีกเลี่ยง เื่นี้ต้องให้นางเป็คนกระทำ!
“แต่ว่าน้องหกก็ระแวงข้ามาก...” อวิ๋นหลี่ก้มหน้าอย่างลำบากใจ “ข้ากลัวว่าจะทำลายเื่ดีๆ ของท่าน”
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท “ใช่แล้ว น้องเจ็ด...”
...
เพียงไม่นาน ภายในเรือนไผ่ก็มีคนมาหา
ชุนเซียงปิดประตูอย่างระมัดระวัง อวิ๋นซูเห็นข้ารับใช้ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น พลันเข้าใจว่าเขาจะต้องพบเจออะไรมาแน่นอน
“คุณหนูหกขอรับ เมื่อคืนที่เรือนฮูหยินมีคนท่าทางแปลกๆ มาหาขอรับ” น้ำเสียงของข้ารับใช้เจือความประหลาดใจอยู่หลายส่วน
“คนท่าทางแปลกๆ?”
“เป็บุรุษท่าทางดุดันน่ากลัวผู้หนึ่งขอรับ ที่หน้าและแขนของเขาล้วนมีรอยแผลเป็จากของมีคมอยู่ เรียกตัวเองว่าเป็ผู้ส่งเสบียงอาหาร แต่ว่าท่านลุงที่เป็ผู้ส่งเสบียงอาหาร ก่อนหน้านี้บ่าวก็เคยเห็นมาก่อน ทั้งยังไม่ได้ยินว่าจะเปลี่ยนคนส่ง ที่สำคัญก็คือ เมื่อก่อนเสบียงอาหารจะมาส่งตอนเช้า แต่คนผู้นี้มาตอนเย็นและตอนกลางคืน และยังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ เข้าไปในเรือนฮูหยิน แล้วเมื่อเช้าท่านลุงส่งเสบียงก็มาส่งของอีกด้วยขอรับ”
ความหมายของข้ารับใช้นั้นชัดเจนยิ่งนัก คนผู้นั้นไม่ใช่คนส่งเสบียงอาหาร ที่เข้าไปในเรือนเหลยซื่อก็เกรงว่าจะไปหารือเื่ที่ไม่อาจให้ผู้อื่นรู้ได้
รอยแผลเป็จากของมีคม? ดูแล้วคงเป็คนในยุทธภพ
“ทำได้ดี เ้าจำไว้ คุณหนูหกจะไม่ทำให้เ้าลำบากอย่างแน่นอน” ชุนเซียงหยิบถุงบรรจุเศษเงินออกมาส่งมอบให้ถึงในมือของข้ารับใช้ “เ้ากับญาติผู้น้องของเ้าล้วนทำได้ดี เงินนี่พวกเ้าเอาไปใช้เถิด”
ตอนนี้ฟ้ายังไม่มืด หากพวกเขาสองพี่น้องออกมาจากเรือนเหลยซื่อทั้งคู่เกรงว่าจะทำให้ผู้อื่นสงสัยได้ พวกเขาฉลาดเฉลียว รู้จักทิ้งคนไว้ดูต้นทางคนหนึ่ง ชุนเซียงทราบดีว่าผลประโยชน์ไม่อาจให้หนึ่งในพวกเขาเพียงคนเดียว ดังนั้นจึงกล่าวว่าเงินถุงนั้นให้พวกเขาเอาไปแบ่งกัน
“ขอบคุณคุณหนูหก! ขอบคุณคุณหนูหก!”
รอจนข้ารับใช้เดินออกไป ใบหน้าของชุนเซียงพลันเกิดความกังวลขึ้นมา “คุณหนูหกเ้าคะ ท่านคิดว่าฮูหยินกำลังวางแผนอะไรหรือเ้าคะ?”
“ชุนเซียง เ้ารู้จักทางไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษหรือไม่?”
สาวใช้หยักหน้าเบาๆ
“ให้คนไปตรวจสอบเสียหน่อย ใกล้ๆ ทางเส้นนี้มีโจรูเาออกมาหรือไม่ แล้วให้นักวาดภาพประกาศจับจากฝ่ายราชการคอยเฝ้าดูไว้คนหนึ่ง หากมีบุรุษที่มีแผลเป็บนใบหน้าก็ให้วาดรูปกลับมาดู” หากเป็คนดี บนใบหน้าและแขนจะมีรอยแผลเป็จากของมีคมได้อย่างไรกัน อวิ๋นซูเริ่มคาดเดาเป้าหมายของเหลยซื่อ
อย่างไรก็ตามยังโชคดีที่วันเซ่นไหว้บรรพบุรุษอยู่ก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมฉลอง นางยังมีเื่ที่ต้องเตรียมการสำหรับการแข่งม้าระหว่างสองแคว้นอยู่อีก
...
ณ สนามฝึกม้าของราชวงศ์
“ท่านอาจารย์อวิ๋น้าลากี่วัน? ไม่สบายหรือ?” รัชทายาทตงฟางซวี่เคร่งเครียดอยู่หลายส่วน วันนี้หลิ่วอวิ๋นเฟิงไม่ได้มาที่สนามฝึกม้าเพราะเตรียมการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ มีเพียงเฟิ่งอวี่และเฟิ่งฉีสองคน
“ฝ่าา อีกไม่กี่วันจวนชางหรงโหวจะไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษ คุณหนูหกย่อมต้องไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เฟิ่งอวี่อธิบาย ตงฟางซวี่ถึงรู้ตัวว่าเมื่อครู่กิริยาของตนออกจะเสียมารยาทอยู่บ้าง เขายิ้มอย่างอึดอัด “ท่านอาจารย์อวิ๋น ข้าไม่ได้จะตำหนิท่าน อย่าได้เข้าใจผิด”
“ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงห่วงใย ก่อนอื่น อวิ๋นซูมีของบางอย่าง้าให้ฝ่าาทรงทอดพระเนตรเพคะ” นางกล่าวก่อนจะหยิบห่อยาออกมาจากกระเป๋า
“นี่คือ...”
อวิ๋นซูมองเฟิ่งฉีและเฟิ่งอวี่ พวกเขาพลันเข้าใจความหมายของนาง จึงเดินไปด้านข้างเงียบๆ คุณหนูหกคงมีเื่ต้องคุยกับรัชทายาทเพียงลำพัง
“ที่ม้าของแคว้นอี้แข็งแรงดุดันก็เพราะกินยาบำรุงร่างกายนี้เข้าไป อวิ๋นซูไหว้วานให้คนนำออกมาจากค่ายทหารของแคว้นอี้ เชื่อว่าการแข่งม้าระหว่างสองแคว้น จักรพรรดิเซียวจะต้องนำม้าดีๆ มาใช้แน่นอน ส่วนยานี้ ฝ่าาจะทรงใช้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพระองค์เพคะ”
ความหมายของนางก็คือ จะให้ม้าของแคว้นเฉินกินยานี่ด้วย? ใบหน้าของตงฟางซวี่ปรากฏความลำบากใจออกมา ความจริงการใช้ยาเพื่อชัยชนะ ก็ดูจะเป็ชัยชนะที่ไม่น่าภูมิใจ แต่เดิมทีนี่ก็ไม่ใช่การแข่งขันที่ยุติธรรมอยู่แล้ว เขาไม่อยากแพ้ ไม่ เขาจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด! พวกเขาเป็ตัวแทนของความแข็งแกร่งของแคว้นเฉิน ในการแข่งขันครั้งนี้จะให้ผู้คนคิดว่าความสามารถของแคว้นเฉินอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด
“ฝ่าาโปรดวางใจ ยานี้สามารถให้ม้ากินก่อนแข่งสามวัน เช้าเย็นอย่างละครั้ง หลังจากการแข่งขันผ่านไปแล้วก็ให้หยุดยา จะไม่มีผลต่อม้ามากนัก” ความหมายของอวิ๋นซูชัดเจนมาก ให้กินยาก็เพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ
“จักรพรรดิเซียวเป็คนรอบคอบ เขาจะต้องเคยตรวจสอบม้าแคว้นเฉินของพวกเรามาก่อนแล้ว เื่นี้จะไม่...” ไม่กล่าวไม่ได้ว่าวิธีการของอวิ๋นซูนั้นมีความเสี่ยง หากผู้อื่นรู้ว่านางให้คนไปขโมยของมาจากค่ายทหารแคว้นอี้ เื่นี้ไม่สามารถตบตาผู้อื่นไปได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น
อวิ๋นซูไม่กังวลแม้เพียงนิด เพราะยานี้เดิมทีก็เป็นางที่ปรุงออกมา ทว่าเพื่อไม่ให้ตงฟางซวี่สงสัยจึงพูดว่าส่งคนไปขโมยมา ต่อให้เซียวอี้เชินสงสัย เขาก็ตรวจสอบไม่พบอะไร
“ฝ่าา ยานี้หม่อมฉันได้ใส่ส่วนผสมเพิ่มลงไปแล้ว ต่อให้จักรพรรดิเซียวมาพบความผิดปกติแล้วมาขอตรวจสอบ ก็ย่อมไม่เจอหลักฐานอะไรในตัวม้า เพราะว่ายานี้กับยาที่แคว้นอี้ใช้ไม่เหมือนกันเพคะ”
ใช้เพียงไม่กี่วัน ม้าก็จะไม่มีการแสดงออกที่แปลกจนเกินไป เซียวอี้เชินขี้ระแวง แต่นางก็ไม่ได้โง่
สีหน้าของตงฟางซวี่ยังคงเจือแววสงสัย อวิ๋นซูเข้าใจ รัชทายาทอายุน้อยผู้นี้ไม่อาจข้ามผ่านหลุมในใจไปได้ ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน เขาคิดจะเอาชนะเซียวอี้เชินได้ด้วยความพยายามและความสามารถของตนหรือ?
“ฝ่าา เดิมทีข้อกำหนดของการแข่งม้าก็มีช่องโหว่มากมาย จักรพรรดิเซียวเป็ผู้ที่ทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ ไม่แน่ว่าในการแข่งขันอาจจะมีแผนการอื่นที่ฝ่าาไม่ทราบก็เป็ได้ หากพวกเราแคว้นเฉินไม่ป้องกันเอาไว้ก่อน เกรงว่าจะต้องแพ้อย่างราบคาบ”
เมื่อมองใบหน้าเล็กๆ ที่ดูจริงจังตรงหน้า ตงฟางซวี่ก็พลันรู้สึกว่า เหตุใดตนเองไม่เด็ดขาดเท่าสตรีนางหนึ่ง? ผู้ที่จะทำการใหญ่ย่อมไม่ยึดติดกับเื่เล็กๆ น้อยๆ หากตนยังยึดติดอยู่กับหลักการคร่ำครึ เกรงว่าวันหน้าในการต่อสู้ระหว่างแคว้นต่างๆ คงพ่ายแพ้ั้แ่แรก
นอกจากนี้ เขายิ่งไม่อยากให้สตรีอ่อนแอตรงหน้าเป็กังวล ไม่อยากให้ความหวังดีของนางต้องเสียเปล่า
“ข้ารู้แล้ว ท่านอาจารย์อวิ๋น วันหน้าไม่ต้องทำเื่อันตรายเช่นนี้อีก หาก้าอะไร สามารถคุยกับข้าได้ทันที ข้าจะส่งคนที่พึ่งพาได้ไปช่วยท่านอาจารย์อวิ๋น”
“ขอบพระทัยฝ่าา อวิ๋นซูจะระวัง” นางผลักห่อยาในมือออกไป ตงฟางซวี่ถอนใจเบาๆ แล้วจึงรับยานั้นมา
เมื่อกลับมาถึงเรือนไผ่ ชุนเซียงออกมาต้อนรับด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ พาอวิ๋นซูเข้าไปในห้อง
“คุณหนูเ้าคะ เมื่อครู่มีข่าวมาจากในเรือนฮูหยิน เป็ดังที่คุณหนูคาดการณ์ไว้จริงๆ ตอนที่หลี่ซานกำลังย้ายของอยู่ในซอยด้านหลัง เห็นคนสนิทของฮูหยินนำของห่อหนึ่งให้บุรุษแปลกหน้า ดูแล้วเหมือนจะเป็เงินเ้าค่ะ”
จากนั้น ชุนเซียงหยิบกระดาษสีเหลืองออกมาจากแขนเสื้อ นี่เป็สิ่งที่นางไหว้วานให้คนข้างนอกหามาให้ กระดาษแผ่นนี้ติดอยู่บนป้ายประกาศ ในหมู่บ้านที่ตีนเขาของสุสานบรรพชนของจวนโหว เป็ประกาศจับใบหนึ่ง
ในภาพคือบุรุษโเี้ดุดัน บนใบหน้ามีรอยแผลเป็ยาวครึ่งหน้า คนผู้นี้เป็หัวหน้าโจรบนูเาใกล้ๆ สองปีมานี้ทำให้หมู่บ้านที่ตีนเขาวุ่นวายไปมาก รางวัลนำจับเป็เงินถึงหนึ่งหมื่นสองพันตำลึง
ชุนเซียงคิดไม่ถึงเลยว่า ฮูหยินที่เมื่อก่อนเป็คนดีมีคุณธรรมมาโดยตลอด จะถึงขั้นติดต่อกับโจรที่ศาล้าตัว คิดแล้วก็ทำให้นางเย็นสันหลังวาบ
หากเื่นี้แพร่ออกไป ไม่รู้ว่าวันหน้าจวนชางหรงโหวจะเอาหน้าที่ไหนไปพบเจอผู้คน
