ไม่รู้ว่าตนเองเดินมาไกลเท่าไรแล้วเขาเม้มปากและแหงนหน้าขึ้นพลันหยุดเดินต่อก่อนจะหันไปยิ้มให้กับทางที่ตนเดินมาและถอนหายใจ ซุ่ยเยวี่ยถูกเอ่ยเรียก"เ้าไปดูไป๋ิ่อวี้ว่ายังอยู่ที่เดิมไหม ถ้ายังอยู่ก็บอกให้เขาไปรอข้าที่เรือนพำนักของข้าก่อนกลับไปข้ามีอะไรจะให้เขา"
เขามองสาวใช้คนสนิทที่รับคำสั่งและรีบวิ่งกลับไปทางเรือนพำนักจนลับตารอยยิ้มชัดเจนปรากฏขึ้นขึ้น สักพักเขาก็หันหน้ากลับมาทางเดิมใบหน้านิ่งสงบหลงเหลือรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากเลือกผ้าที่จะใช้ตัดชุดเสร็จเรียบร้อยเขาก็กลับไปถึงที่พักในเวลาเที่ยงพอดี
เจียงลั่วอวี้เดินมาถึงประตูสวนมรกตก็พบกับซุ่ยเยวี่ยที่รออยู่ด้วยอาการลนลาน "เหตุใดมารออยู่นี่?"
"ซื่อจื่อท่านกลับมาเสียที"ซุ่ยเยวี่ยตาเบิกกว้าง เขารีบซอยเท้าไปถึงข้างตัวเพื่อกระซิบเบาๆ"ท่านไม่รู้ใช่ไหมว่าสามคนนั้น... "
เจียงลั่วอวี่เลิกคิ้วขึ้นราวกับไม่สนใจอะไร"ทำไมรึ?"
ซุ่ยเยวี่ยเห็นอาการของนายตนดูไม่สนใจก็เลยรีบเล่าเื่นี้ต่อด้วยอาการร้อนรน
"ท่านยังไม่รู้ว่าเมื่อครู่พวกนางคอยขัดข้าน้อยตลอดเวลาไม่ว่าข้าน้อยจะทำอะไรก็จะอ้างแต่ว่าข้าน้อยเป็สาวใช้คนสนิทของท่าน งานเล็กๆพวกนี้ให้พวกนางทำแทนยังถือวิสาสะแตะต้องของส่วนตัวของท่านด้วยโดยเฉพาะคนที่ชื่อลวี่อี้ที่คิดว่าตัวเองสวยนักหนา...เอาเป็ว่าไม่ว่าจะเป็ข้าน้อยหรือหว่านเสียะก็ห้ามนางไม่ได้ตอนนี้ห้องท่านเละไปหมดแล้ว ข้าน้อยได้แต่มารอท่านกลับมานี่แหละเ้าค่ะ"
"อ้อมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นด้วย?" เมื่อเจียงลั่วอวี้ได้ยินว่านางถึงขนาดกล้าแตะต้องของส่วนตัวของเขาสายตาและน้ำเสียงก็เข้มขึ้น "ลวี่อี้นางกล้าดีไปแล้ว"
ซุ่ยเยวี่ยเห็นอาการตอบสนองของเ้านายก็ใจชื้นขึ้นนางกำลังจะบอกให้เ้านายของนางขับไล่อีกสองคนออก เหลือไว้แค่หว่านเสียะแต่นายน้อยก็เรียกนางไว้ก่อน "ซุ่ยเยวี่ย"
"ท่านจะไล่พวกนางไปใช่ไหมเ้าคะ?"
เจียงลั่วอวี้เห็นท่าทางดีใจของนางก็ถอนหายใจเขากวาดตามองไปบริเวณที่พักกลับไม่พบร่างในชุดขาวก็รีบเปลี่ยนเื่พูด"เมื่อครู่เ้าเห็นคนเมื่อเช้าหรือไม่"
"คนเมื่อเช้า? คนเมื่อเข้าที่ท่านเอาชุดของท่านให้เขาใส่ใช่ไหมเ้าคะ?" ซุ่ยเยวี่ยได้ยินคำถามก็นึกถึงตอนที่กลับมาถึงเรือนพำนักนางได้ยินพวกสาวใช้พูดถึงความเป็มาของเขาจึงทำให้รู้ว่าเขาก็มีสองเพศเช่นกันซุ่ยเยสี่ยรู้ดังนั้นก็สบายใจขึ้น
"ข้าน้อยกลับมาเขาก็ตามมาด้วยแต่ทำอย่างไรก็ไม่ยอมเข้าไปรอในห้องเ้าค่ะข้าน้อยเห็นเขาหน้าขาวซีดก็บอกให้ไปรอท่านในห้องเขาก็เอาแต่ยืนไออยู่ด้านนอกไม่ยอมเข้าไปต่อมา..."
เจียงลั่วอวี้คาดเดา"เป็ลม?"
ซุ่ยเยวี่ยพยักหน้า"เ้าค่ะ"
เจียงลั่วอวี้ขมวดคิ้วและมองหา"แล้วอยู่ที่ไหน?"
ซุ่ยเยวี่ยเห็นอาการใและร้อนรนของเ้านายก็รู้ว่านายน้อยของตนกับคนผู้นั้นสนิทใจกันเป็อย่างดี"ข้าน้อยไม่กล้าพาไปไหนเลยพยุงไปพักบนตั่งในห้องข้าน้อยรู้ว่าท่านต้องเป็ห่วงเลยให้หว่านเสียะดูแลอยู่เ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินว่าพาเข้าไปพักและมีคนดูแลเขาก็เบาใจ"งั้นก็ดีแล้ว"
ซุ่ยเยวี่ยเห็นเ้านายไม่เดินต่อทั้งที่มีท่าทีอยู่ไม่สุขก็ถามขึ้นเบาๆ"ซื่อจื่อ... ทำไมไม่เดินต่อเ้าคะ?"
เจียงลั่วอวี่หันไปมองเจียงลั่วไป๋ที่ตามหลังมาไม่ยอมห่างดูก็รู้ว่ายังมีอะไรติดใจ เขาหันมายิ้มและพูดว่า"เ้ายืนอยู่ที่นี่ห้ามส่งเสียงห้ามกลับไปก่อนและอย่าให้คนในห้องรู้ว่าข้ากลับมาแล้วข้ามีเื่จะคุยกับน้องรองอย่าให้คนเข้ามาใกล้พวกข้าได้"
ซุ่ยเยวี่ยรีบพยักหน้าขานรับราวไก่จิกข้าวเปลือก"เ้าค่ะ"
เมื่อเห็นว่าซุ่ยเยวี่ยยังคงทำท่าทางเหมือนรอเขากลับมาและยังใช้ตากวาดมองเพื่อระวังคนนอกเขาก็สบายใจเขาหันกลับมามองเจียงลั่วไป๋ที่สายตาเต็มไปด้วยคำถาม "มีอะไรจะพูดก็พูดมา"
เจียงลั่วไป๋เดินตามพี่ชายไปที่ประตูทางเข้าหลังจากที่รอให้ปลอดจากสาวใช้มานานพวกเขาออกไปที่ลานด้านนอกถึงตอนนี้จึงยอมเปิดปาก "ท่านพี่พวกสาวใช้ในวันนี้... "
เจียงลั่วอวี้ไม่อยากพูดอ้อมค้อมอีกต่อไปเขาตอบด้วยสายตาจริงจังว่า "หน่วนอวี้เวิน เซียงชิงหง และลวี่อี้ทั้งหมดเป็คนที่เจินซื่อจัดแจงไว้ให้เราแต่สำหรับอวิ๋นไฉ่ที่ยกให้เ้ากับหว่านเสี่ยะที่ข้ารับไว้เป็คนที่เหนียนโหมวโม่วจัดหามาให้หลังจากที่เมื่อคืนข้าหาวิธีปิดปากนาง"
อวิ๋นไฉ่กับหว่านเสียะสองคนนี้แอบขึ้นรถม้ามาด้วยโดยซ่อนตัวไว้และพามาที่จวนนี้ด้วยเพื่อจะมาเป็สาวใช้ของพวกตน
เจียงลั่วไป๋แค่อยากจะถามเื่หน่วนอวี้กับเวินเซียงเขาไม่คิดว่าพี่ชายจะยอมเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟังคำตอบเ่าั้ถึงกับทำให้เขาพูดจาติดขัด"ท่านพี่...รู้แต่ต้นแล้วว่าพวกนาง...รู้ว่าพวกนางเป็ใคร"
เจียงลั่วองี้เห็นท่าทางของน้องชายที่ดูจะไม่ค่อยเชื่อจึงพูดต่อว่า"เหนียนโหมวโม่วเป็คนของอาสะใภ้พวกเราเพิ่งจะมาถึงอาสะใภ้ก็แสดงออกว่าอยากได้ทรัพย์สมบัติของพวกเราดังนั้นการถูกจับตามองย่อมเป็เื่ปกติ"
"พระชายาอยากได้สมบัติของจวนเรา? เจียงลั่วไป๋ไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบนี้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เขานึกถึงตอนที่พี่ชายส่งสัญญาณต่างๆ ให้เขาไหนจะเจินซื่อที่คอยพูดจาหว่านล้อมเวลาที่เขาอยู่คนเดียว รวมถึงคำพูดต่างๆของเมื่อวานในตอนเย็น ก็ยิ่งทำให้เขาสับสน
"นาง...้าอะไร? พวกเรามีอะไรให้นางงั้นหรือ?"
ได้ยินว่า่ไม่กี่ปีนี้สภาพการเงินในจวนจวิ้นหวังไม่คล่องนักโดยเฉพาะเจินซื่อผู้เป็อาสะใภ้ในสองปีนี้ต้องเอาสมบัติที่ติดตัวมาตอนแต่งงานออกขายเพื่อช่วยจุนเจือไหนจะต้องเตรียมเงินทองของมีค่าไว้ให้เจียงฮุ่ยเตรียมออกเรือนในอีกสองปีข้างหน้าลูกชายของนางที่ชื่อเจียงหยิ่งซึ่งอยู่ต่างมณฑลก็ต้องใช้เงินในการเดินทางกลับมาเมืองหลวง...นางคงเห็นว่าเราเหมือนแกะอ้วนจึงอยากจะได้เงินจากพวกเรา"
เจียงลั่วอวี้นึกถึงตอนที่ยังมาไม่ถึงจวนจวิ้นหวังเขาต้องตระเตรียมคนของตนไว้ให้พร้อม เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสังเวชใจเมื่อคิดไปถึงชาติก่อนที่เคยมองว่าจวนจวิ้นหวังช่างมั่งคั่งนักแต่แท้จริงแล้วข้างนอกสุกใสข้างในเป็โพรง
"คนของเรายังรายงานอีกว่านางไม่ใช่แค่้าเงินแต่ยังอยากได้ที่ดินจากจวนของเราเราด้วย...แต่นี่ก็เป็เพียงการคาดเดาซึ่งอาจไม่ใช่และเขาก็หวังว่ามันจะไม่ใช่จริงๆ...เพียงแต่ว่าตอนนี้พวกเราคงต้องระวังกันให้มาก"
เจียงลั่วไป๋เห็นว่าพี่ชายมีแผนมาในใจเป็อย่างดีและพูดด้วยสีหน้าราบเรียบแต่เขายังคงสงสัยจึงถามต่อว่า "พี่ใหญ่อยู่ที่นี่ได้เตรียมการไว้พร้อมแล้วหรือ?
"วันก่อนข้าเพิ่งจะวางแผนไว้จุดหนึ่งอาจจะไม่ใช่ตำแหน่งสำคัญแต่ก็พอจะแอบฟังพวกเ้านายคุยกันได้"เจียงลั่วอวี้ตอบขึ้นมาทันควัน ไม่สนใจว่าน้องชายจะเชื่อตนหรือไม่จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเื่ทันที "ไม่พูดเื่นี้แล้วข้าอยากรู้ว่าเ้ามาทำอะไร? "
เจียงลั่วไป๋อยากจะถามอีกแต่พี่ชายเขาเปลี่ยนเื่กลางคันจึงกลับไปคุยเื่เดิมต่อ "ท่านพี่ในเมื่อท่านรู้ว่าสาวใช้พวกนั้นเป็คนของพระชายาทำไมยัง... "
เจียงลั่วอวี้ไม่รอให้พูดจบก็รู้ว่าน้องชายตนจะพูดอะไรเขาจึงพูดแทรกขึ้นมาว่า "ทำไมยังยกหน่วนอวี้กับเวินเซียงให้น้องหญิงน่ะหรือ?"
เจียงลั่วไป๋มองตาและพยักหน้ารับว่าใช่
"แต่ไหนแต่ไรมาฉินเอ๋อร์ไม่ถูกกับข้าอีกทั้งนางยังเป็หญิง เื่ที่ข้าบอกเ้าถ้านางรู้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาข้าจึงเลือกที่จะไม่บอกเื่สำคัญกับนาง"
เจียงลั่วไป๋ก้มหน้าลงดวงตาไม่กระพริบดูเหมือนว่าตอนนี้เื่อะไรก็ไม่สามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้ เขายิ้มอ่อนๆและพูดขึ้นว่า
"ดังนั้นการที่ข้าส่งหน่วนอวี้กับเวินเซียงไปรับใช้นางก็เท่ากับว่าข้าอยากให้พวกนางเห็นอะไรพวกนางก็จะได้เห็นอย่างนั้น"
