บุรุษหล่อเหลาผู้นั้น ในยามนี้กำลังมองไปยังสตรีข้างกายอย่างลึกซึ้ง น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้น ถึงกับไม่ได้สังเกตเห็นสายตาอันแปลกประหลาดของคุณหนูเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
เสียงของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นดังอยู่ข้างหูแท้ๆ แต่ตงฟางซวี่กลับสนใจเพียงสนทนากับอวิ๋นซู ไม่ได้ตอบนาง
“ฝ่าา!”
ความรู้สึกเปรี้ยวฝาดเอ่อล้นขึ้นมาในใจ อวิ๋นซูหันไป ตงฟางซวี่ที่อยู่ข้างๆ จึงได้รู้สึกตัวว่าที่นี่ยังมีผู้อื่นอยู่จึงหันไปมอง
“อืม คุณหนูอู๋”
เขาพยักหน้าเบาๆ แล้วยิ้มให้ จากนั้นจึงมองไปทางอวิ๋นซูต่อไป “ม้าเ่าั้...”
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นไม่ทราบว่าพวกเขากำลังพูดอะไรกันอยู่ แต่นางกระจ่างชัดว่าในสายตาของรัชทายาทในตอนนี้ไม่ได้มีผู้อื่นอยู่เลย
“พี่อู๋เ้าคะ คนผู้นั้นมิใช่หย่งจี๋เสี้ยนจู่หรือ?”
ในวันงานพระราชพิธีเฉลิมฉลอง อวิ๋นซูสร้างความประทับใจอย่างลึกล้ำให้แก่ทุกคน มองเพียงปราดเดียวก็จำได้แล้ว
หรือว่ารัชทายาทเชิญนางเข้ามาในวัง? เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมาพวกนางก็ไม่เคยเห็นรัชทายาทเดินเล่นในสวนดอกไม้หลวงอย่างสนิทสนมกับคุณหนูคนใดมาก่อน
สายตาของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นตกอยู่บนใบหน้าอวิ๋นซู ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงรู้สึกคุ้นเคยราวกับเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่กลับคิดไม่ออก นอกจากในวันงานพระราชพิธีเฉลิมฉลองแล้ว ตนเองจะต้องเคยพบนางที่ไหนมาก่อนเป็แน่!
เมื่อครู่พระองค์ถึงกับไม่ได้สังเกตเห็นการมีอยู่ของตน นี่ทำให้อู๋ฮุ่ยอวิ๋นที่เดิมทียังรู้สึกภาคภูมิใจพลันรู้สึกเสียหน้าขึ้นมา
“คุณหนูจวนชางหรงโหวช่างวุ่นวายเหลือเกิน คุณหนูรองวุ่นวายอยู่กับไทเฮา คุณหนูหกวุ่นวายอยู่กับรัชทายาท” มีคุณหนูท่านหนึ่งเปิดปากพูดออกมาอย่างเสียดสี
ทุกคนทราบว่าวันคัดเลือกพระชายาใกล้เข้ามาแล้ว ความจริงระหว่างคุณหนูทุกคนต่างก็มีคลื่นใต้น้ำ ในระยะนี้ไม่ว่าใครก็ล้วนคิดจะเดินในพระราชวังให้บ่อยครั้งเพื่อปรากฏตัวให้ผู้คนรู้สึกคุ้นเคย แต่จะดีที่สุดหากสามารถสร้างความประทับใจแก่ฮองเฮาและรัชทายาทได้
“เช่นนั้นเ้าคิดว่าตําแหน่งชายาเอกและชายารอง ล้วนเป็จวนชางหรงโหวใช่หรือไม่?” มีคนหัวเราะออกมาอย่างไม่จริงใจ
อีกด้านหนึ่ง ไทเฮาราวกับสามารถมองออกว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงได้หยุดการแสดงก่อนเวลาเพื่อให้นางกลับจวนไปพักผ่อน
เงาร่างสีชมพูอันงดงามปรากฏขึ้น กลายเป็ทิวทัศน์อันโดดเด่นภายในสวนดอกไม้หลวงในพริบตา นางกำลังใคร่ครวญถึงความคิดของรัชทายาท คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดประโยคหลังของคนผู้นั้นเมื่อสักครู่นี้ ล้วนเป็จวนชางหรงโหว? นี่หมายความว่าอย่างไร?
มองไปตามเสียง พบคุณหนูหลายท่านกำลังล้อมอยู่รอบกายของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นที่กำลังเงยหน้ามองมาทางตนเอง ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ในสายตาของพวกนางจึงเจือไปด้วยความโกรธเคือง
ฮึ ตนเองเพิ่งจะออกมาจากตำหนักของไทเฮา จำไม่ได้ว่าเคยไปหาเื่พวกนาง
เดิมทีก็ไม่สบายใจอยู่แล้ว นางจึงไม่มีอารมณ์ที่จะมาพัวพันกับคุณหนูเหล่านี้ คิดจะหันกายเดินอ้อมจากไป แต่เมื่อย้อนคิดอีกครั้ง เหตุใดตนเองจึงต้องหลีกเลี่ยงด้วย นี่คือพระราชวัง ไม่ใช่จวนของพวกนาง หรือพูดอีกอย่างก็คือ ตนเองเป็แขกของไทเฮา คนที่ต้องหลบทางให้ควรจะเป็พวกนางถึงจะถูก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็สาวเท้าเข้าไปก้าวใหญ่ๆ เดินตรงไปยังคุณหนูกลุ่มนั้น
“นี่คือผู้ใดกัน ไม่ใช่คุณหนูหลิ่วหรอกหรือ? วันนี้คึกคักดีจริงๆ หรือว่าคุณหนูหลิ่วและหย่งจี๋เสี้ยนจู่ถูกเชิญเข้าวังมาด้วยกัน?” คุณหนูคนหนึ่งขวางอยู่เบื้องหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า เมื่อมองอย่างละเอียด ถึงกับเป็จวิ้นจู่1ของผิงซิ่งอ๋อง
ผิงซิ่งอ๋องเป็หนึ่งในอ๋องต่างสกุลที่จักรพรรดิเฉินทรงแต่งตั้ง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่้าหาเื่คนของจวนอ๋อง
นางทำเพียงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสีหน้า ไม่คิดจะตอบกลับ
“คุณหนูหลิ่วและหย่งจี๋เสี้ยนจู่มีความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องลึกซึ้ง เข้าวังมาด้วยกันก็เป็เื่สมเหตุสมผล”
“เช่นนั้นหรือ? แต่ระยะนี้ข้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหย่งจี๋เสี้ยนจู่มามาก สาวใช้ของจวนชางหรงโหวถึงกับทำร้ายคนบนถนนเชียว”
“นั่นเป็เพียงคำซุบซิบนินทาเท่านั้น พวกเราไม่สามารถเชื่อได้ มิเช่นนั้น ไม่ใช่ว่าจะเหมือนกับชาวบ้านร้านตลาดหรอกหรือ?”
“แต่ข้ากลับได้ยินมาว่าวิชาแพทย์ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ใช่แล้ว นั่นเรียกว่าอะไรนะ วิธีการทำคลอดด้วยการผ่าท้อง! พวกเ้าเคยได้ยินหรือไม่?”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพยายามสงบความโกรธแค้นในใจ คนเหล่านี้เป็อะไรไป พูดถึงนังสารเลวนั่นต่อหน้าตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าได้นำตนกับนางมาพูดเปรียบเทียบกัน น่าขยะแขยงนัก!
อย่างไรก็ตามสิ่งที่นางไม่ทราบก็คือ คุณหนูหลายท่านนี้เพียง้านำความโกรธและความอิจฉาทั้งหมดไประบายลงบนร่างของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเท่านั้น เมื่อครู่นี้หย่งจี๋เสี้ยนจู่อยู่ข้างกายของรัชทายาท พวกนางจะกล้าวุ่นวายได้อย่างไร หรือกล่าวคือ พวกนางยังไม่ทราบว่าระหว่างหย่งจี๋เสี้ยนจู่ผู้นั้นกับรัชทายาทเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หากว่าไปล่วงเกินนาง แล้วได้ยินไปถึงหูของรัชทายาทขึ้นมาไม่ใช่จะได้ไม่คุ้มเสียหรอกหรือ?
สมควรตาย! ช่างน่าขายหน้านัก! อวิ๋นซูจะขายหน้าก็แล้วไปเถิด แต่ยังเกี่ยวพันมาถึงนาง! หลิ่วอวิ๋นฮว๋าในตอนนี้โกรธจนลอบกัดฟัน
“เอาล่ะ ทุกคนอยากได้ไปรบกวนคุณหนูหลิ่วอีกเลย เมื่อครู่นางอยู่เป็เพื่อนไทเฮาก็ลำบากมากพอแล้ว ตอนนี้ไม่แน่ว่าอาจจะต้องไปอยู่เป็เพื่อนฮองเฮาอีก คนว่างงานอย่างพวกเราคงอิจฉาไม่ไหวหรอก”
เมื่อคำพูดนี้ถูกกล่าวออกมา คุณหนูเหล่านี้จึงพากันหัวเราะ อู๋ฮุ่ยอวิ๋นเห็นใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว จึงยืดตัวขึ้น “คุณหนูหลิ่วไม่ต้องใส่ใจ ทุกคนเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น หากคุณหนูหลิ่วมีธุระก็รีบไปเถิด”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองอู๋ฮุ่ยอวิ๋นที่เมื่อครู่นี้ดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ เสแสร้งทำเป็คนดีอะไรกัน รอจนพวกนางเล่นกันพอแล้วถึงจะออกหน้า หลิ่วอวิ๋นฮว๋าแย้มยิ้มเ็าอยู่ในใจ คิดว่าตนเองจะรู้สึกซาบซึ้งต่อนางหรือ?
ในใจเตือนสติตนเองไม่หยุด อดทนไว้ ที่นี่คือพระราชวัง หากเกิดเื่อะไรขึ้นก็จะได้ยินไปถึงหูของไทเฮาในเวลาเพียงพริบตาเดียว นี่ไม่เป็ผลดีต่อนาง คุณหนูเหล่านี้ก็แค่อิจฉาเท่านั้น อิจฉานางที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดไทเฮา ไม่จำเป็ต้องไปใส่ใจ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อารมณ์ของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ผ่อนคลายขึ้นมาก จึงยิ้มให้คุณหนูหลายท่านนี้แล้วเดินออกไปก้าวใหญ่ๆ ราวกับไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง
นางถึงกับยังมีอารมณ์ยิ้มอยู่อีก หรือจะคิดว่าตําแหน่งพระชายารัชทายาทจะเป็ของพวกนางสองพี่น้องโดยไม่ต้องเปลืองแรงอะไร? จะดูเบาผู้อื่นมากไปแล้ว! ในใจของคุณหนูทั้งหลายรู้สึกไม่พอใจ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหาย บรรยากาศกลายเป็อึมครึม
อารมณ์ของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าในตอนนี้กล่าวได้ว่าดิ่งจาก์ลงสู่นรก ก่อนหน้ายังคิดว่าจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับรัชทายาท ผลคือไม่เพียงแต่พบกับการไม่สนใจของพระองค์ แล้วยังถูกคนเหล่านี้พูดจาเสียดสีอีกต่างหาก
นางย่อมต้องนำเื่ทุกอย่างนี้ผลักไปอยู่บนร่างของอวิ๋นซู ต้องทราบว่าก่อนหน้านี้ที่นางยังไม่ได้กลับเมือง สายตาที่คุณหนูเหล่านี้มองตนเองล้วนเต็มไปด้วยความอิจฉา แต่เมื่อนังสารเลวนั่นได้รับการแต่งตั้งให้เป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่ พวกนางกลับยืนมองตนเองด้วยความขบขัน!
กล่าวว่าบุตรีอนุภรรยาขี่อยู่บนหัวของบุตรีภรรยาเอก กล่าวว่านางเป็เพียงบุตรีภรรยาเอกที่ลอยไปลอยมาโดยไร้ประโยชน์
สิ่งเหล่านี้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าล้วนทราบดี แต่ว่าความโกรธนี้นางทำได้เพียงเก็บกลืนลงไปชั่วคราว รอให้นางได้เป็พระชายารัชทายาท คนเ่าั้ก็ทำได้เพียงเบิกตามอง ผู้ใดจะสามารถหัวเราะได้เป็คนสุดท้าย นั่นก็ยังไม่แน่นอน!
เมื่อหลิ่วอวิ๋นฮว๋ากลับถึงจวนชางหรงโหว นางเห็นพ่อบ้านชราที่เดินเข้ามาต้อนรับบริเวณประตู
“คุณหนูหกกลับมาแล้วหรือไม่?” น้ำเสียงอันเ็าเช่นนั้นทำให้พ่อบ้านชราลอบใ “ตอบคุณหนู ยังไม่กลับมาขอรับ”
ถึงกับยังไม่กลับมา! คุณหนูเ่าั้กล่าวว่านางอยู่กับรัชทายาท ทำอะไรอยู่กันแน่ถึงได้ไปนานถึงเพียงนั้น? นางปีศาจจิ้งจอก!
“ท่านแม่เล่า?”
“ตอนนี้ฮูหยินและคุณชายใหญ่อยู่ในห้องขอรับ”
เหตุใดวันนี้พี่ใหญ่จึงได้กลับจวนเร็วนัก? พอดีเลย หลิ่วอวิ๋นฮว๋าคิดจะพูดกับเขาดีๆ ให้เขาพูดเื่ดีๆ ของตนเองต่อหน้ารัชทายาทสักหลายประโยค
อย่างไรก็ตาม ภายในเรือนของเหลยซื่อกลับฟุ้งกระจายไปด้วยบรรยากาศอันแปลกประหลาด บ่าวไพร่ที่เดิมทีควรจะกำลังทำความสะอาดอยู่ในยามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา
“คนเล่า ไปไหนกันหมด? ไม่ได้เื่! กระทั่งงานการก็ไม่ทำกันแล้วหรือ?” โทสะที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่มีที่ระบาย เดิมทีคิดจะจับบ่าวไพร่มาลงโทษสักคนหนึ่ง แต่กลับไม่สามารถทำให้นางพอใจได้
“ท่านแม่เ้าคะ ท่านรู้หรือไม่ว่าวันนี้ข้าพบอะไรมา?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสาวเท้าเข้าไปในห้อง เมื่อกล่าวจบจึงสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ
เหลยซื่อนั่งนิ่งอยู่ข้างโต๊ะ ในมือจับอาภรณ์พับหนึ่งไว้แน่น ราวกับสูญเสียจิติญญาอย่างไรอย่างนั้น ส่วนหลิ่วอวิ๋นเฟิงยืนเอามือไพล่หลังหันมาทางตนเอง มองอารมณ์ของเขาได้ไม่ชัดเจนนัก ทั้งสองไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
“พี่ใหญ่? ท่านแม่? เกิดเื่อะไรขึ้นเ้าคะ?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเดินเข้าไปด้วยความสงสัย สายตาตกอยู่บนอาภรณ์ในมือของเหลยซื่อ “นี่คืออะไร? สกปรกเหลือเกิน ท่านแม่รีบโยนทิ้งไปเถิด”
นางทำท่าทางราวกับ้าหยิบอาภรณ์เ่าั้ คิดไม่ถึงว่าจู่ๆ เหลยซื่อจะเงยหน้าขึ้นมา ทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าใ “อวิ๋นฮว๋า!”
“...ท่านแม่ ท่านทำข้าใหมดแล้ว!” นางดึงมือกลับมากุมหัวใจของตนราวกับถูกไฟช็อต เมื่อครู่นี้พบว่าดวงตาของเหลยซื่อบวมช้ำ และเต็มไปด้วยเส้นเื
หลิ่วอวิ๋นเฟิงค่อยๆ หันมา สีหน้าของเขาไม่น่ามองยิ่งนัก
“ท่านแม่ อย่าทำให้อวิ๋นฮว๋าใเลย เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเ้าคะ?” มือทั้งสองของนางจับอยู่บนไหล่ของเหลยซื่อ พบว่าร่างกายของนางถึงกับแข็งทื่อถึงเพียงนี้
“น้องรอง ระยะนี้อย่าได้สวมใส่อาภรณ์ที่งดงามถึงเพียงนี้เลย” หลิ่วอวิ๋นเฟิงพูดแปลกๆ เสียงของเขาเคร่งขรึมเป็อย่างยิ่ง
นี่หมายความว่าอย่างไร? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก้มหน้ามองการแต่งกายในวันนี้ของตน “เหตุใดหรือ? พี่ใหญ่ ท่านพูดให้ชัดเจนเถิด!”
“...น้องสาม...”
หลิ่วอวิ๋นเฟิงสูดลมหายใจลึก “จะไม่กลับมาอีกแล้ว” ต่อให้เขาเป็คนที่ผ่านสนามรบมาก่อน แต่ครั้งนี้เป็น้องชายร่วมมารดาของเขา ความหนักอึ้งในใจยากที่จะบรรยายออกมา
“นี่หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ?” ในใจของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกไม่สงบ
เหลยซื่อกัดฟันแน่น “เป็นาง! เป็หลิ่วอวิ๋นซู! เป็นางที่ทำร้ายน้องสามของเ้าจนตาย!”
“ท่านแม่ ท่านกล่าวอะไร?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสะดุ้ง นางขมวดคิ้ว ยากจะเชื่อข่าวที่ตนเองได้ฟังเมื่อสักครู่
“ท่านแม่! น้องสามติดโรคระบาดจนตาย!” หลิ่วอวิ๋นเฟิงเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่ง
“ไม่ เขาถูกนังสารเลวหลิ่วอวิ๋นซูวางแผนทำร้ายจนตาย! หากไม่ใช่เพราะนาง พวกเราก็ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นทุกวันนี้ นายท่านก็จะไม่เมินเฉยต่อพวกเรา ฮั่นเอ๋อร์ก็จะไม่ถูกไล่กลับไปที่ค่ายทหาร แล้วก็จะไม่ติดโรคระบาด ทั้งหมดล้วนเป็เพราะนาง เป็นาง! ไม่ใช่ว่าวิชาแพทย์ของนางสูงส่งหรอกหรือ จะต้องเก็บซ่อนไว้ไม่ยอมใช้ยากับฮั่นเอ๋อร์เป็แน่! วันนี้บิดาของเ้าไม่สนใจพวกเรา ไหนเลยจะสนใจความเป็ความตายของฮั่นเอ๋อร์...ข้า ข้าจะสู้กับนางสุดชีวิตแล้ว...” ความเ็ปจากการสูญเสียลูกชายทำให้เหลยซื่อไม่ใช่สตรีที่เงียบสงบผู้นั้นอีกต่อไป การตายของหลิ่วอวิ๋นฮั่นส่งผลกระทบกับนางอย่างรุนแรงยิ่งนัก เป็เื่ยากที่นางจะยอมรับความจริงได้ในตอนนี้
“ท่านแม่ ท่านอย่าทำเช่นนี้!” ในที่สุดหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ได้สติกลับมาจากความตกตะลึง รีบห้ามเหลยซื่อเอาไว้ หางตามีรอยแดงบ้างแล้ว นางรู้ว่ามารดาของตนโกรธจนบ้าไปแล้ว แต่จะไปสู้กับนางสารเลวนั่นสุดชีวิตหรือ? ท่านย่าและท่านพ่อคงไม่มีใครที่ปล่อยพวกนางไปแน่!
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายังคงจดจำการสั่งสอนของเหลยซื่อก่อนหน้านี้ได้ ขอเพียงมีเขาเขียวย่อมไม่ไร้ฟืนไฟ ความโกรธแค้นนี้พวกนางจะต้องอดกลั้นไว้ชั่วคราว หลิ่วอวิ๋นฮว๋าขอสาบาน จะต้องเอาชีวิตนังสารเลวนั่นให้ได้อย่างแน่นอน!
***************************
1 จวิ่นจู่ เป็ ตำแหน่งองค์หญิงหรือท่านหญิง ขึ้นอยู่กับการสืบสายเืทางบิดากับจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้ต้องเป็พระธิดาในอ๋องกับพระชายาเอกเท่านั้น
