เสียงหัวเราะอันเบิกบานดังแว่วขึ้นมา ทุกคนในห้องโถงได้ยินจึงหันไปมอง พบชางหรงโหวและนายท่านรองเดินมาด้วยกัน
“ไม่ได้มาจวนโหวเสียนาน วันนี้ได้มาเห็น ที่นี่ยังคงสดใสดังเช่นฤดูใบไม้ผลิตลอดเวลา” นายท่านรองกล่าวชื่นชมออกมาจากใจจริง ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เขาจึงรู้สึกว่าจวนโหวในวันนี้เปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตอย่างเห็นได้ชัด ไม่อึมครึมมืดมนเฉกเช่นที่ตนเองมาในกาลก่อน
“ฮ่าๆๆ เป็ซูเอ๋อร์ที่จัดการได้ดี” ชางหรงโหวในยามนี้มีความยินดีมากเป็พิเศษ
ฮูหยินผู้เฒ่าที่อยู่ไกลออกไปได้ยินเสียงของนายท่านรอง จึงเดินเข้ามาภายใต้การประคองของแม่นมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “หืม นายท่านรองเองก็มาแล้วหรือ?”
“ท่านแม่ขอรับ น้องรองและข้าออกจากวังมาด้วยกัน อีกทั้งพวกเรายังไม่ได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกันนานแล้ว ข้าได้สั่งคนให้ไปรับน้องสะใภ้รองและเฉิงซีมาแล้ว วันนี้ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้ากันอย่างมีความสุข” ชางหรงโหวพบนายท่านรองในวังพอดี เมื่อกลับมาจึงถือโอกาสเชิญเขากลับจวนมาด้วยกัน ถึงแม้ว่าเขาไม่อยากจัดงานให้ใหญ่โตหรูหรามากเกินไปนัก แต่อย่างไรวันนี้ก็มีเพิ่มมาอีกสามคนเท่านั้น พอดีกับที่ก่อนหน้านี้ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็บ่นว่าไม่ได้พบคุณชายซีมาหลายวันแล้ว
“ดีๆๆ เด็กๆ จัดเตรียมสำรับเพิ่มอีกสามชุด!”
ภายในมุมหนึ่ง หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองอยู่อย่างเงียบงัน ท่านลุงรองก็มาหรือ? แล้วยังพาหลิ่วเฉิงซีที่ทำให้ผู้คนเกลียดชังผู้นั้นมาด้วย?
ฮึ ถึงแม้ว่าตนเองกับท่านลุงรองจะไม่ได้มีความเกี่ยวพันอะไรกัน แต่ในเมื่อพวกเขานำตนเองมาส่งถึงประตูบ้าน ก็กล่าวได้เพียงว่าโชคไม่ดีแล้ว ในเมื่อ์มีเจตนาเช่นนี้ หลิ่วเฉิงซีผู้นั้นก็เคยกลั่นแกล้งตนไว้มาก มาวันนี้บางทีอาจจะได้ทวงคืนจากเขาทั้งต้นทั้งดอก
นายท่านรองสังเกตได้ว่าในมุมมืดมีคนกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ จึงมองไปตามสายตานั้น พบว่าเป็หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่สวมชุดฮว๋าฝูสีขาวเงินทั้งร่าง
คุณหนูรอง นาง...กลับมาแล้ว?
จะกล่าวว่าชางหรงโหวเกิดเื่มากมายถึงเพียงนี้ ตนเองก็ไม่ได้พบกับคุณหนูรองมานานมากแล้ว เพียงแต่เมื่อมองจากระยะไกลเช่นนี้ เขารู้สึกได้ว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีความเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย
นางในสมัยก่อนดูราวกับถูกห้อมล้อมไปด้วยดอกท้อ เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง ในตอนนี้ถึงแม้ว่าบนใบหน้าของนางจะแขวนไว้ด้วยรอยยิ้ม ทว่ารอบด้านกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึมอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ฮูหยินผู้เฒ่าและชางหรงโหวสังเกตเห็นถึงสายตาของนายท่านรอง จึงกล่าวเสียงเข้ม “อวิ๋นฮว๋า ยังไม่รีบมาพบท่านลุงรองของเ้าอีก”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสูดหายใจลึก เอาเถิด หลังจากผ่านคืนนี้ไปก็ไม่นับว่าเป็อะไรได้แล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ค่อยๆ เดินเข้าไป กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากปกติ “ท่านลุงรอง”
ใช่แล้ว กระทั่งนายท่านรองเองก็รู้สึกแปลก บรรยากาศอันแปลกประหลาดของนางทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ค่อยดีอยู่บ้าง สายตาของนางคล้ายจะมีความเห็นใจเจืออยู่
เห็นใจหรือ? นายท่านรองคิดว่าการตายของพี่สะใภ้ใหญ่มีผลกระทบกับนางมากนัก จึงทำให้ในสายตาของนางเจือไปอารมณ์เ็ปมากมายถึงเพียงนี้
“คุณหนูรอง ไม่ได้พบกันนาน สีหน้าของเ้าดูไม่ค่อยดีนัก”
“ขอบคุณท่านลุงรองที่เป็ห่วงเ้าค่ะ อวิ๋นฮว๋าเพียงแค่ต้องลมเย็นยามค่ำคืน แต่ก็มิได้เป็อะไรมากเ้าค่ะ” มุมปากของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายกโค้งเล็กน้อย นางรู้ดีว่าคืนนี้จะต้องเกิดเื่ขึ้น เกรงว่ายังไม่ถึงเวลาให้ท่านลุงรองมาใส่ใจตนเอง
รถม้าคันหนึ่งจอดลงหน้าจวนชางหรงโหว ใบหน้าของพ่อบ้านชราเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ฮูหยินผู้เฒ่า นายท่าน ฮูหยินรองและคุณชายซีมาถึงแล้วขอรับ!”
“หืม? เร็วเข้า ให้ข้าดูเสียหน่อยว่าเขาสูงขึ้นหรือไม่”
ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเจือไปด้วยความรักและเมตตาอย่างอดไม่อยู่ บริเวณไม่ไกล เงาร่างสองร่างค่อยๆ เดินใกล้เข้ามา น้ำเสียงออดอ้อนดังขึ้น “ท่านย่าขอรับ!”
“เฉิงซี? ฮ่าๆ ช้าลงหน่อย!”
หลิ่วเฉิงซีวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา มีเพียงเขาเท่านั้นที่กล้าทำตัวสนิทสนมตามสบายถึงเพียงนี้กับฮูหยินผู้เฒ่า ต้องทราบว่าคุณชายแปดและคุณชายเก้าต่างก็เคารพหวาดกลัวนางจากก้นบึ้งหัวใจ
อย่างไรก็ตาม เป็เพราะเขาเป็เืเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของบ้านรอง เดิมทีเมื่อปีนั้นฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าหลานชายคนนี้จะไม่รอดแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมีบุญวาสนา ด้วยเหตุนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจึงรักและถนอมหลิ่วเฉิงซียิ่งนัก
“หลิ่วเฉิงซี!” ฮูหยินรองที่ตามมาด้านหลังส่งสายตาไปให้ หลิ่วเฉิงซีแลบลิ้นอย่างซุกซนจากนั้นจึงหันเดินไปยังชางหรงโหว ทำความเคารพครั้งหนึ่ง “ขอให้ท่านลุงมีความสุขดั่งทะเลตงไห่ ชีวิตยืนยาวดุจเขาหนานซาน”
เสียงนี้ก้องกังวานยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
“ฮ่าๆ ดี ดี! เฉิงซี นับวันเ้าก็ยิ่งรู้จักพูด!” ชางหรงโหวแย้มยิ้ม บางทีอาจเป็เพราะหลิ่วเฉิงซียังอายุน้อย เขาจึงไม่ได้มีท่าทีที่เข้มงวดจนเกินไป
“มา เฉิงซี หิวแล้วหรือไม่? ย่าจะให้โรงครัวยกอาหารขึ้นโต๊ะเร็วเสียหน่อย”
“หิวขอรับ!” หลิ่วเฉิงซีกล่าวอย่างออดอ้อน จูงมือฮูหยินผู้เฒ่าไปนั่งข้างโต๊ะกลมตัวใหญ่ พลันนั้นเกิดเสียงหัวเราะดังขึ้น อย่างไรก็ตามราวกับว่าเขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ใช่แล้ว ท่านย่าขอรับ พี่ซูเล่า ข้าอยากนั่งข้างพี่ซู!”
“ฮ่าๆๆ ได้ ได้!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายืนอยู่ตรงนั้นอย่างโดดเดี่ยวราวกับถูกทุกคนลืมเลือน นางรู้สึกว่ารอยยิ้มของหลิ่วเฉิงซีเสียดแทงสายตายิ่ง เอาแต่เรียกหาพี่ซูทั้งวัน มีฐานะเป็บุตรชายคนโตของบ้านรอง เหตุใดจึงต้องทำดีกับบุตรีอนุเช่นนั้น
แต่ไม่เป็ไร ในเมื่อเขาชอบหลิ่วอวิ๋นซูมากมายถึงเพียงนั้น คืนนี้ก็ส่งพวกเขาไปด้วยกันเสียเลย เื่นี้ไม่จำเป็ต้องขอบคุณตนอย่างเด็ดขาด
ภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งมีคนมากก็ยิ่งคึกคัก คุณชายแปดและคุณชายเก้าถูกแม่นมทั้งหลายพาเข้ามาแล้ว หลิ่วอวิ๋นเหยารู้ตัวเองดีจึงเอาแต่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างระมัดระวัง นางมองไปรอบๆ รอให้หลิ่วอวิ๋นซูปรากฏตัว นางจึงจะกล้านั่งลงข้างโต๊ะกลมตัวนั้น
ฮูหยินผู้เฒ่าและชางหรงโหว นายท่านรองและฮูหยินรอง ต่างพากันเข้าประจำที่ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเองก็ไม่ได้ทำตัวไร้เหตุผลนางยังคงรักษาขอบเขตของบุตรีภรรยาเอกเอาไว้ แต่กลับนั่งลงข้างกายของฮูหยินรอง นางทราบดีว่าบิดาไม่ชอบให้นางนั่งข้างกายเขา
สายตาอดไม่ได้ที่จะมองไปทางอื่น หลิ่วอวิ๋นซูเล่า? หากว่าวันนี้นางไม่มา งิ้วดีๆ ก็คงแสดงไม่ได้
เพียงไม่นานเงาร่างสุขุมเยือกเย็นก็ปรากฏตัวท่ามกลางสายตาของผู้คนได้ในที่สุด
ด้านหลังอวิ๋นซู อนุห้าอุ้มคุณชายสิบที่อยู่ในห่อผ้า ด้านหลังตามมาด้วยสาวใช้ทั้งสามคน อนุสี่ตามหลังพวกนางมาติดๆ และยังมีหลิ่วอวิ๋นชิงที่ตามนางมาด้วยท่าทางไร้อารมณ์บนใบหน้า
ดวงตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าวาววับหลังจากที่มองหลิ่วอวิ๋นชิง มุมปากก็ยกโค้งเป็รอยยิ้ม
ที่เอวของอีกฝ่ายมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูเหน็บอยู่ ตนเองได้กำชับนางไว้ว่า ขอเพียงนางวางยาพิษในอาหารเ่าั้สำเร็จ ก็ให้เหน็บผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งมาด้วยเพื่อเป็การบอกตน
ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน รอยยิ้มของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าดูโเี้มืดครึ้มอยู่หลายส่วน สายตาเลื่อนมองไปยังอวิ๋นซู คิดไม่ถึงว่าทั้งสองจะสบตากัน ชั่วขณะนั้นนางรู้สึกไม่เป็ธรรมชาติ แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง ตนเองได้สั่งหลิ่วอวิ๋นชิงไว้แล้วว่าจะต้องลงมือในยามที่ไร้ซึ่งผู้คน
ประโยชน์ของยาชนิดนี้ก็คือ หุ่นเชิดจะเชื่อฟังคำสั่งของตนเองอย่างเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีผู้ใดทราบว่าตนเองและคนชุดดำผู้นั้นเคยติดต่อกันมาก่อน จะคิดถึงได้อย่างไรว่าในคืนวันงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของท่านพ่อ จะเป็งานเลี้ยงฉลองอำลาของทั้งจวนโหว
มิอาจตำหนินางได้ว่าลงมือโเี้ ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนเป็พวกเขาบีบบังคับ!
ท่านยายได้จัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ขอเพียงนางลงมือ ท่านยายก็จะสั่งคนให้เตรียมนักฆ่าเข้ามาในจวน แสร้งทำเป็ว่าที่นี่ผ่านการฆ่าฟันมาครั้งหนึ่ง ถึงตอนนั้นเมื่อราชสำนักสืบสวนลงมา ก็จะพบว่าจวนชางหรงโหวถูกนักฆ่าทำให้จวนอาบยอมไปด้วยเื ทุกชีวิตจะในนี้จะตายด้วยการใช้พิษสังหาร ส่วนตนเองก็เป็คนเดียวที่โชคดีรอดชีวิตมาได้
ส่วนบ่าวไพร่ในจวนโหวเองก็โชคไม่ดีที่ต้องพบกับความลำบาก ทั้งหมดย่อมต้องนองไปด้วยเื ไม่อาจให้เหลือพยานใดๆ เอาไว้ได้
สิ่งที่ทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายินดีก็คือ หลายวันก่อน หลิ่วอวิ๋นเฟิงพี่ใหญ่ของตนถูกชางหรงโหวส่งไปที่ชายแดนเพื่อตรวจสอบเื่บางอย่าง มิเช่นนั้นวันนี้นางก็คงลงมือได้ยากแล้ว
เช่นนี้ก็ประจวบเหมาะยิ่งนัก กระทั่งพี่ใหญ่กลับมา นางย่อมต้องหาข้ออ้างมาอธิบายแก่เขา
ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนได้แตกหักกับจวนชางหรงโหวอย่างถึงที่สุด เนื่องมาจากการตายของบุตรีของตน นาง้าให้ฮูหยินผู้เฒ่าชางหรงโหวชดใช้ด้วยสิ่งที่มีค่ามากที่สุด นี่เป็ลักษณะนิสัยในการกระทำเื่ต่างๆ ของนาง ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงเกินจวนแม่ทัพเวยหย่วนและถอยกลับออกไปได้อย่างปลอดภัย ในกาลก่อนยังเห็นแก่ฐานะญาติมิตรของทั้งสองตระกูล แต่วันนี้...
“ซูเอ๋อร์ มาตรงนี้ เฉิงซีร้องจะนั่งด้วยกันกับเ้า”
ฮูหยินผู้เฒ่าแย้มยิ้มชี้ไปยังตำแหน่งข้างกายของหลิ่วเฉิงซี สายตาของอวิ๋นซูไม่ได้ละออกไปจากหลิ่วอวิ๋นฮว๋า นางเดินเข้าไปอย่างเงียบสงบและนั่งลง รอยยิ้มอ่อนหวานและน้ำเสียงออดอ้อนของหลิ่วเฉิงซีพลันทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาอีกครั้ง
บรรยากาศอบอุ่นกลมเกลียวยิ่งนัก ไม่มีผู้ใดสนใจท่าทีของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าในยามนี้เลย
สายตาอันอบอุ่นของชางหรงโหวตกอยู่บนร่างของอนุห้า ทั้งยังรับห่อผ้าในอ้อมอกของนางมาอย่างชำนาญ
นิ้วชี้จิ้มลงบนใบหน้าเล็กอมชมพูเบาๆ หลิ่วเฉิงซีหันเข้าไปใกล้ “หวา ญาติผู้น้องสิบน่ารักเหลือเกิน พี่ซูร้ายกาจมากจริงๆ ขอรับ!”
“หือ? เหตุใดพี่ซูของเ้าจึงร้ายกาจ?” ฮูหยินผู้เฒ่าเลิกคิ้วขึ้น
“แน่นอนว่าเป็พี่ซูที่ร้ายกาจ ญาติผู้น้องสิบน่ารักถึงเพียงนี้ ล้วนเป็เพราะวิชาแพทย์ของพี่ซูสูงส่ง!”
ในตอนนี้เอง อนุห้าที่อยู่ข้างๆ ส่งสายตาซาบซึ้งไปให้อวิ๋นซูอีกครั้ง “ใช่แล้ว คุณชายซีกล่าวได้ถูกต้อง” หากไม่มีอวิ๋นซูจะมีอวิ๋นหงในวันนี้ได้อย่างไร
“ฮ่าๆๆๆ ดูเถิด เฉิงซีคิดอยากจะแต่งงานแล้วหรือ?”
คำกล่าวนี้ของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ทุกคนตกตะลึง นี่หมายความว่าอย่างไร คุณชายซียังเล็กนัก อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานทุกคนพลันได้สติกลับมา ฮูหยินรองอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ หลิ่วเฉิงซีไม่เข้าใจ ทุกคนกำลังหัวเราะอะไรกัน?
“อีกสองปีเฉิงซีเองก็แต่งงานได้แล้ว สามารถมีเด็กที่น่ารักเป็ของตัวเองได้แล้ว!”
แต่งงาน? แต่ไหนแต่ไรหลิ่วเฉิงซีไม่เคยคิดถึงจุดนี้มาก่อน ปากเล็กๆ ของเขาเบะออก “ท่านย่า!”
“โธ่ ดูเถิด คุณชายที่ไม่เกรงกลัวฟ้าดินของพวกเราหน้าแดงเสียแล้ว ทำไม หรือว่าย่าพูดถูก? มีแม่นางที่ชอบแล้วหรือ?”
แม่นางที่ชอบ? “หึ ข้าไม่มี!”
ในตอนนี้เอง ไม่ทราบว่าผู้ใดกล่าวออกมา “ใช่คุณหนูเจ็ดจวนชางติ้งโหวหรือไม่?”
ในสมองของหลิ่วเฉิงซีพลังปรากฏเงาร่างน่ารักซุกซนนั้นขึ้น ความเงียบของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างมันเงียบลงตาม พากันส่งสายตาหยอกล้อไปให้เขา จากนั้นคุณชายน้อยจึงส่ายศีรษะอย่างแรง “พะ พวกท่านมองข้าทำไม?!”
“ฮ่าๆๆ...”
ทุกคนเห็นคุณชายน้อยผู้นี้อายจนโกรธ จึงหัวเราะขึ้นมา หลังจากนั้นจึงไม่ได้กล่าวถึงหัวข้อนี้อีก
มุมปากของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายกยิ้มเ็า เห็นภาพที่เต็มไปด้วยความสุขตรงหน้าแล้วก็ยิ่งมั่นใจในการตัดสินใจของตน แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยเห็นรอยยิ้มอบอุ่นถึงเพียงนี้ของท่านพ่อมาก่อน เขาในตอนนี้ใส่ใจเพียงหลิ่วอวิ๋นซูและคุณชายสิบหรือ? เขายังจำท่านแม่ที่จากโลกนี้ไปไม่นานได้หรือไม่?
ท่านพ่อใจแข็งนัก ท่านแม่ปฏิบัติต่อเขาอย่างซื่อสัตย์จริงใจถึงเพียงนั้น พยายามทำเพื่อจวนโหวมาหลายปี สุดท้ายกลับมีเพียงจุดจบที่ต้องร้องไห้จากการได้ใหม่ลืมเก่าของท่านพ่อ
แต่ไม่เป็ไร อีกไม่นานเกินรอ นางจะส่งท่านพ่อไปหาท่านแม่ด้วยมือตัวเอง มารดาที่ตายไปแล้วจะได้สงบใจ
