ขณะที่เย่ฝานกำลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ในโรงแรม ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“คุณตา ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ?” ผู้ที่เคาะประตูคือตาของไป๋อวิ๋นซี เขาคิดว่าอย่างไรเสียก็ควรเห็นแก่หน้าของไป๋อวิ๋นซี จึงต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยน
พอเซี่ยวฉือเดินเข้าไปในห้องก็เห็นรอยยิ้มโง่ๆ ของเย่ฝาน “เธอกำลังตามจีบอวิ๋นซีอยู่หรือ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้วครับ! พอผมเห็นเขา ผมก็รู้สึกชอบเขาขึ้นมาเลย”
“นายรู้ไหมว่ามีคนชอบอวิ๋นซีตั้งมากมาย”
“ผมจะจัดการพวกอ่อนหัดเ่าั้ให้ราบคาบ และแสดงฝีมือที่แท้จริงของผมอย่างสุดความสามารถเลยครับ!” เย่ฝานพูดด้วยความมั่นใจ
เซี่ยวฉือ “…”
“นายก็รู้ดีว่าสุขภาพของอวิ๋นซีไม่สู้ดีนัก วันนี้ฉันเห็นยันต์ที่เธอขายให้อาจารย์จางมันใช้ได้ผลดีมาก ไม่รู้ว่ายันต์นั่นจะเป็ประโยชน์กับร่างกายของอวิ๋นซีหรือไม่”
เย่ฝานส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า “ปัญหาด้านร่างกายของอวิ๋นซี ยันต์นี้ช่วยไม่ได้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นพอจะมีทางรักษาอีกไหม?” ก่อนหน้านี้มีนักพรตท่านหนึ่งเคยรักษาให้อวิ๋นซี เขาบอกว่าถ้าต่อไปยังหาวิธีรักษาให้หายขาดไม่สำเร็จ อวิ๋นซีอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงสามสิบปี
เย่ฝานกะพริบตาแล้วตอบกลับไป “ขอแค่ให้เขายอมหลับนอนกับผมก็พอครับ ร่างกายของเขามีธาตุหยินสูงมาก ส่วนร่างกายของผมเต็มไปด้วยพลังหยาง! ร่างเทียนหยินแบบเขา ถ้ามีสัมพันธ์กับหญิงสาวล่ะก็ ธาตุหยินจะยิ่งทวีคูณซึ่งไม่เป็ผลดีต่อร่างกายของเขา มีแต่เสียกับเสีย แต่ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะหมกมุ่นกับกลิ่นอายของสตรีคนไหน อวิ๋นซีมีร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์แฝงอยู่ แล้วยังเป็ร่างเทียนหยินอีก บางทีเขาอาจไม่สามารถมีทายาทสืบสกุลได้อีกแล้ว!”
“ไอ้คนสารเลว” เซี่ยวฉือลุกพรวดและจ้องเย่ฝานด้วยสายตาอาฆาต
เย่ฝานถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมคุณตาถึงโมโหขึ้นมาล่ะครับ!”
“ฉันคงสมองเลอะเลือนไปแล้ว ถึงได้มาทนฟังนายพูดจาเหลวไหลแบบนี้” เซี่ยวฉือด่าออกไปอย่างโกรธเคือง
เย่ฝานมองเซี่ยวฉือและเอ่ยว่า “ผมไม่ได้พูดเหลวไหลนะ! ตาอย่าทำนิสัยเสียแบบนี้สิ ต่อไปถ้าอยู่ต่อหน้าอวิ๋นซี ตาต้องพูดดีๆ กับผมหน่อยนะ!”
เซี่ยวฉือมองเย่ฝานอย่างหมดคำพูด ก่อนจะส่ายหน้าและเดินจากไป
…
เซี่ยวฉือเดินเข้ามาในห้องพักของไป๋อวิ๋นซี เขากำลังจัดของอยู่
“คุณตา เป็อะไรไปครับ? ดูเหมือนอารมณ์ไม่ดีเลย!”
เซี่ยวฉือเอามือเท้าเอวและพูดด้วยความโมโหว่า “เมื่อกี้ตาไปหาเย่ฝานมา ไอ้สารเลวนั่นเอาแต่พูดจาเหลวไหล ตาไปหาเขาก็เพราะมีปัญหา แต่เขากลับพูดจาแย่ๆ แบบนั้น”
“เขาพูดอะไรครับ?” ไป๋อวิ๋นซีเห็นท่าทีของเซี่ยวฉือแล้วก็ประหลาดใจ เพราะคุณตาของเขาเป็คนสุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอด ทว่ากลับถูกเย่ฝานทำให้โกรธถึงขนาดนี้
“เขาบอกว่าหลาน… ไม่อาจสืบสกุลได้ ไอ้ทุเรศ” เซี่ยวฉือกัดฟันพูดมันออกมา
ไป๋อวิ๋นซีได้ฟังแล้วก็ก้มหน้า ไม่มีคำพูดออกจากปากของเขา
เซี่ยวฉือเห็นสีหน้าของไป๋อวิ๋นซี ก็เกิดลางสังหรณ์ร้ายในใจ “อวิ๋นซี หลาน… คงไม่ใช่...”
ไป๋อวิ๋นซีพูดออกไปอย่างไร้อารมณ์ว่า “คุณตา อย่าถามผมอีกเลย”
เซี่ยวฉือสูดหายใจลึกๆ พร้อมกล่าว “หรือว่าที่เ้าหมอนั่นพูดจะเป็ความจริง...”
จู่ๆ เซี่ยวฉือนึกขึ้นได้ว่าไป๋อวิ๋นซีไม่ชอบเข้าใกล้ผู้หญิง เวลาทำงานหากมีหญิงสาวเข้ามาใกล้หวังจะแนบชิดหรืออยากใช้เรือนร่างในการไต่เต้า เขาก็จะไล่ผู้หญิงคนนั้นออกจากงานทันทีและไม่มีวันจ้างงานต่ออีก ตอนนั้นเซี่ยวฉือไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่รู้สึกว่าหลานชายอาจจะไม่ชอบผู้หญิงฉวยโอกาสพรรค์นั้น ทว่าตอนนี้...
เซี่ยวฉือเข้าใจเื่ที่ผ่านมาได้ทันที ที่ไป๋อวิ๋นซีไม่สนใจในตัวผู้หญิงย่อมเป็เพราะ้าปิดบังปัญหาทางร่างกายของตนเอง
“เขาพูดอะไรอีกไหมครับ?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“เขายังบอกอีกว่า ถ้าหลานได้นอนกับเขาแล้วอาการป่วยจะหายดี” พอคำพูดนี้ออกจากปาก ตอนแรกเขาคิดว่าเย่ฝานพูดจาเหลวไหล จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาพูดจริงหรือไม่ แต่ถ้าสิ่งที่เย่ฝานพูดเป็ความจริง อย่างนั้นแล้ว...
ไป๋อวิ๋นซี “…”
…
หยางเฟยเดินเข้าไปในห้องพักแล้วพูดขึ้น “เย่ฝาน ภารกิจขุดสุสานล้มเลิกไปแล้ว ต่อจากนี้นายวางแผนจะทำอะไรต่อ!”
“ผมจะอยู่ที่นี่ต่อ” เย่ฝานตอบกลับไป
หยางเฟยถามกลับอย่างสงสัย “จะอยู่ต่อ?”
เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าว “ใช่แล้ว”
เดิมทีเย่ฝานคิดว่าไป๋อวิ๋นซีมีร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์แฝงอยู่ แต่ตอนนี้กลับได้รู้ว่าเขายังเป็ร่างเทียนหยินอีกด้วย คราวนี้เย่ฝานคงไม่กล้าขอหลับนอนกับไป๋อวิ๋นซีเหมือนที่ผ่านมา เพราะถ้ามีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ดีไม่ดีเขาอาจถูกปราณเย็นเล่นงานจนแข็งตายได้
เย่ฝานเห็นว่าบริเวณรอบๆ สุสานมีพลังปราณที่เข้มข้นมาก เขาคิดว่าจะขึ้นเขาไปเสาะหาสมุนไพรวิเศษที่ใช้ประโยชน์ได้
“ทีแรกฉันนึกว่าเธอจะตามคุณชายไป๋ไปเมืองหลวงซะอีก” หยางเฟยกล่าว
เย่ฝานยักไหล่แล้วพูดว่า “อืม ผมคิดว่าอยู่ห่างกันบ้างก็ดีเหมือนกัน ใกล้ชิดแบบนี้ตลอดจะทำให้เบื่อเอาง่ายๆ อีกอย่างผมรู้สึกว่าผมควรเพิ่มระดับความสามารถให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มเสน่ห์ในตัวเอง ถ้าผมกลายเป็คนเ้าเสน่ห์ล่ะก็ บางทีอวิ๋นซีอาจจะอยากแนบชิดกับผมก็ได้”
หยางเฟยพยักหน้าและพูดว่า “ถูกต้องแล้ว! นายคิดอย่างนี้ได้ก็ดีแล้ว แต่สุสานนั่นมันทั้งลี้ลับและน่ากลัวมาก นายรู้ไหมว่าตอนอยู่บนเขา ฉันเหมือนกับมองเห็นผีเข้าจริงๆ...”
เย่ฝานถามกลับด้วยความงุนงง “คุณเห็นอะไรนะ”
“ฉันเห็นผู้หญิงสวมชุดจีนโบราณ ด้านหลังมีผีดิบจำนวนหนึ่งตามติดมาด้วย ชุดที่สวมใส่ดูเหมือนจะเป็เครื่องแต่งกายในสมัยราชวงศ์ฮั่น”
เย่ฝานหัวเราะแล้วกล่าวว่า “คุณคงจะเก็บเอาเื่กลางวันไปฝันกลางคืนมากกว่า”
หยางเฟยพยักหน้าพลางพูดว่า “ก็คงจะใช่ แต่ว่าเื่ที่เกิดขึ้นที่สุสานมันก็พิลึกจริงๆ นั่นแหละ ทหารในทีมพากันล้มป่วยเกือบทั้งหมด แต่คุณตากลับไม่เป็อะไรเลย เออใช่สิ ยันต์ของนายมันยอดเยี่ยมมาก นายได้มาจากไหนเหรอ?”
“อ๋อ ผมรู้จักกับยอดฝีมือคนหนึ่ง เขาบอกว่าถูกชะตากับผมก็เลยมอบยันต์ให้น่ะ” เย่ฝานตอบ
หยางเฟยกล่าวชื่นชม “เย่ฝาน นายนี่โชคดีจริงๆ เลย! นึกไม่ถึงว่าจะรู้จักกับยอดฝีมือผู้มากความสามารถ”
เย่ฝานหัวเราะแล้วตอบว่า “ใช่แล้วๆ! ผมนี่ช่างโชคดีจริงๆ”
