พออาจารย์ใหญ่ซุนชี้แจงจบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือความกระอักกระอ่วนที่ไร้สุ้มเสียง
หลิวเฟินขยับปากแต่ไร้เสียง เธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไรโดยสิ้นเชิงหากเป็คนอื่นที่ประสบกับสถานการณ์เช่นนี้ ก็อาจจัดการอย่างเหมาะสมไม่ได้ นับประสาอะไรกับหลิวเฟินที่เป็เพียงสตรีชนบทผู้สัตย์ซื่อซึ่งไม่เคยพบโลกภายนอกมากมายนักเซี่ยจื่ออวี้จับจุดอ่อนของหลิวเฟินได้จริงๆ ด้วยสถานะของอาจารย์ใหญ่ซุนหมายความว่าผู้ปกครองของนักเรียนทั่วไปย่อมมีใจเคารพนบนอบต่อเขา
อาจารย์ใหญ่เป็ปัญญาชนผู้สำคัญเพียงใดกันเมื่อเขาบอกว่าทำเช่นนี้เป็ผลดีต่อการเรียนของใครสักคน นั่นยังจะเป็เื่โกหกได้อีกหรือ?
อาจารย์ใหญ่ซุนให้ทั้งสองฝ่ายแสดงความคิดเห็น สมองของหลิวเฟินยุ่งเหยิงจนกลายเป็ก้อน
เซี่ยต้าจวินจดจำคำพูดของหลานสาวได้ เขาต้องเป็ฝ่ายขอโทษหลิวเฟินก่อนบอกว่าตนเองนั้นเลวทราม เมื่อก่อนเขาทำผิดพลาดไป แต่เขาได้รับบทเรียนแล้ว พร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงตัวอย่างแน่นอนในระหว่างที่หลิวเฟินและเซี่ยเสี่ยวหลานไม่อยู่สองสามเดือนนั้น เขาคิดถึงสองแม่ลูกยิ่งนักรอคอยวันที่ครอบครัวจะกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งเสมอ
“อาเฟิน ฉันผิดไปแล้วจริงๆ ฉันยอมแก้ไขปรับปรุงเื่ทั้งหมดแล้วเธอพาเสี่ยวหลานกลับมา และพวกเราสองคนพยายามถึงที่สุดด้วยกันเถอะส่งเสียเสี่ยวหลานเรียนจบมหาวิทยาลัย ครูใหญ่ซุนบอกแล้วนี่ผลการเรียนของเสี่ยวหลานยังสามารถพัฒนาได้ ถ้าใส่ใจกับการเรียนมากขึ้น ลูกจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีกว่าได้...ฉันออกไปช่วยคนทำงานนอกบ้าน หนึ่งเดือนได้เงินตั้งหลายสิบหยวน พวกเธอสองแม่ลูกอาศัยบ้านคนอื่นเช่นนี้เสี่ยวหลานจะจดจ่อกับการเรียนได้อย่างไร?”
เซี่ยต้าจวินพูดพร่ำมากมาย กล่อมเสียหลิวเฟินสับสนไปจนหมดแล้ว
อาจารย์ใหญ่ซุนอยู่ตรงนั้นคอยช่วยไกล่เกลี่ยด้วยอีกแรงทำให้หลิวเฟินรู้สึกว่าการที่ตนเองไม่แต่งงานอีกครั้งนั้นกำลังถ่วงรั้งอนาคตของเซี่ยเสี่ยวหลาน
ทว่าพอเซี่ยต้าจวินพูดถึงเื่ส่งเสียเสี่ยวหลานเรียนหนังสือหนึ่งเดือนได้เงินหลายสิบหยวนอะไรนั่น จะทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานตั้งใจศึกษาเล่าเรียนได้หลิวเฟินเริ่มระวังตัวในบัดดล
เธอจำเป็ต้องแต่งงานกับเซี่ยต้าจวินอีกครั้งเพื่อขอร้องให้เซี่ยต้าจวินหาเงินเพียงไม่กี่สิบหยวนต่อหนึ่งเดือนในการส่งเสียเสี่ยวหลานเรียนหนังสือหรือ?
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเธอและเซี่ยเสี่ยวหลานสะสมเงินเก็บได้เป็หลักหมื่นหยวนแล้วด้วยซ้ำแม้ตัวเธอคนเดียวขายกากน้ำมัน เดินทางไปกลับสองรอบทุกวัน หักวันที่อากาศไม่ดีออกยังทำเงินได้หลายร้อยหยวน มากกว่าที่เขาหามาได้อยู่มาโขเลยทีเดียว...เซี่ยเสี่ยวหลานเลือกเรียนด้วยตนเองที่บ้านไม่ใช่การปรากฏตัวที่โรงเรียนทุกวันเหมือนนักเรียนคนอื่นๆแรกเริ่มเดิมทีอาจเป็เพราะเงิน แต่ตอนนี้ต้องไม่ใช่เหตุผลข้างต้นแน่นอน
ดูจากเงินในบัญชีของครอบครัว ถึงตอนที่เซี่ยเสี่ยวหลานเรียนมหาวิทยาลัยจนจบก็ใช้ไม่หมดไม่สิ้นแน่นอน
หลิวเฟินไม่รู้ว่าเรียนมหาวิทยาลัยต้องจ่ายเงินเท่าไรเธอคำนวณจากมาตรฐานของเซี่ยจื่ออวี้ เซี่ยจื่ออวี้นำเงิน 500 หยวนติดตัวไปปักกิ่ง ระหว่างนั้นตระกูลเซี่ยต้องส่งเงินไปให้เซี่ยจื่ออวี้เพิ่มอีกแน่แต่ตระกูลเซี่ยสามารถส่งได้เท่าไรกัน? ต่อให้หนึ่งปีเซี่ยจื่ออวี้ใช้เงินถึง 2000 หยวน ตัด่ปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยออกเสีย ทุกๆ เดือนจะมีค่าครองชีพ 200 หยวน แม้อาหารการกินของปักกิ่งจะแพงขนาดไหน แต่ 200 หยวนต่อเดือนยังไม่พอใช้อีกหรือ
ในบัญชีของครอบครัวเธอมี 12000 หยวนมหาวิทยาลัยสี่ปีก็ใช้เพียง 8000 หยวน
คะแนนของเสี่ยวหลานสามารถพัฒนาได้อีกหรือไม่ ปัญหามิใช่เื่เงินทอง!
หากจะบอกว่าหลิวเฟินไม่รู้ความอย่างไรเสียเธอก็เป็สตรีผู้ลาจากหมู่บ้านต้าเหอที่ปิดกั้นจากโลกภายนอกและอาศัยในเมืองซางตูมานานกว่าได้สองสามเดือนแล้วแผนการของเซี่ยจื่ออวี้จับโดนจุดอ่อนของหลิวเฟินทว่าเซี่ยจื่ออวี้ประเมินความแข็งแกร่งแท้จริงทางการเงินของเซี่ยเสี่ยวหลานผิดไปเซี่ยเสี่ยวหลานพกเงินเก็บเป็หมื่นหยวน แต่ยังทวงเงิน 35 หยวนคืนจากหวังเจี้ยนหัว... ด้วยความสะเพร่าไม่รอบคอบนี้ลิขิตให้เซี่ยจื่ออวี้ต้องผิดหวัง
พอเซี่ยต้าจวินกล่าวว่าจะร่วมแรงกับหลิวเฟินส่งลูกสาวศึกษาเล่าเรียนสมองที่สับสนงงงวยของหลิวเฟินก็เริ่มประมวลผลอีกครั้ง
พูดพร่ำไปมากมายขนาดนั้น ช่างไร้ประโยชน์ทุกประการเธอหาเงินได้มากกว่าเซี่ยต้าจวินเสียอีกทำไมต้องพาเสี่ยวหลานกลับไปตระกูลเซี่ยเพื่อโดนกดขี่รังแกกัน?
อาจารย์ใหญ่ซุนยังคงทำหน้าที่เป็ผู้ไกล่เกลี่ยอย่างจริงจังและจริงใจ “ความมั่นคงของครอบครัว พื้นฐานการเงินที่แน่นอนทำให้นักเรียนเซี่ยไม่ต้องหนักใจเื่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และสามารถรวบรวมกำลังทั้งหมดได้ พิชิตมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติของประเทศเรา! สหายเซี่ยต้าจวินก็รับประกันกับคุณแล้วเขาตระหนักถึงความผิดของตนเองแล้ว...”
“ครูใหญ่ซุน”
หลิวเฟินเงยหน้าขึ้นมาทันที อาจารย์ใหญ่ซุนวาจาสัตย์จริงสมกับเป็ผู้บริหารใหญ่ของโรงเรียน เธอไม่กล้ามองตาของอีกฝ่ายนัก และไม่กล้าโต้แย้งเสียงดังต่อหน้าอาจารย์ใหญ่ซุนด้วยเช่นกันทว่าเธอใช้แรงที่มีกล่าวประโยคนั้นออกจากปากอยู่ดี
“ฉันไม่ยินยอมแต่งงานอีกครั้ง”
“ดีดีดี ยินยอมก็... อะไรนะ?”
อาจารย์ใหญ่ซุนนึกว่าการไกล่เกลี่ยของตนเองได้ผลแล้วเสียอีก พูดโพล่งไปถึงได้รู้สึกตัวว่าเหมือนหลิวเฟินจะบอก ‘ไม่ยินยอม’
เซี่ยต้าจวินถลึงตาจนใหญ่โตราวกับระฆังทองแดง ดูแล้วน่ากลัวมากขนอ่อนด้านหลังลำคอของหลิวเฟินพากันลุกชูชันขึ้น แต่เธอก็ย้ำอย่างกล้าหาญและแน่วแน่อีกรอบ
“ฉันไม่ยินยอมแต่งงานอีกครั้ง! ฉันและเสี่ยวหลานไม่้าให้คุณคอยเลี้ยง!”
น้ำเสียงของเธอช่างเด็ดเดี่ยวเหลือเกินเซี่ยต้าจวินคิดว่าผู้หญิงคนนี้สมควรโดนทุบตียิ่งนักถ้ามิใช่เพื่อลูกสาวว่าที่นักศึกษามหาวิทยาลัย เขาไม่มีทางเปลืองน้ำลายคุยกับหลิวเฟินอยู่ที่นี่จื่ออวี้บอกว่าต้องอดทนต่อความอัปยศและแบกรับภารกิจหนักถึงจะบรรลุเป้าหมายเขาถึงกับขอโทษขอโพยหลิวเฟินซ้ำแล้วซ้ำเล่า วางศักดิ์ศรีของบุรุษลง แต่หลิวเฟินกลับไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น
ทำไมเล่า?
อยู่ๆ เซี่ยต้าจวินก็รู้สึกว่ามีความเป็ไปได้เพียงหนึ่งเดียว
เขาไม่ได้เจอหลิวเฟินหลายเดือนเมื่อครู่จึงละเลยความเปลี่ยนแปลงบางอย่างบนตัวของหลิวเฟินเสื้อผ้าของหลิวเฟินสะอาดสะอ้านไม่ถือว่าแปลกประหลาดมาโรงเรียนย่อมตั้งใจแต่งตัวสักหน่อย แต่ห่างจากหลิวเฟินแค่ไม่กี่ก้าว เขาก็ได้กลิ่นอายหอมหวนใบหน้าของหลิวเฟินไม่ได้ขาวใสขนาดนั้นแต่ก็นับได้ว่าขาวกระจ่างกว่าเดิมยิ่งมือของเธอวางบนหน้าตัก หลังมือและนิ้วมือล้วนไม่มีาแ... นี่ไม่เหมือนมือที่ต้องคอยทำไร่ไถนา
ความเปลี่ยนแปลงของหลิวเฟินชัดเจนมาก เซี่ยต้าจวินไม่เชื่อว่าสองแม่ลูกจะอาศัยสองมือของตนเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็ไปได้อีกหนึ่งอย่างที่เขาคิดคือหลิวเฟินมีสามีใหม่แล้ว!
“ผู้หญิงอย่างเธอนี่นะ สวมหมวกเขียวให้ฉันใช่หรือไม่ ถึงตีให้ตายก็ไม่ยินยอมแต่งงานอีกครั้งงั้นหรือ?”
บุรุษที่สวมหมวกเขียวยังจดจำการอดทนต่อความอัปยศอะไรได้ที่ไหนเซี่ยต้าจวินด่าทออย่างรุนแรงต่อหน้าอาจารย์ใหญ่ซุนทันที
คุณนายซุนหมดความอดทนตั้งนานแล้ว เธอยังหั่นต้นหอมอยู่ในครัวแท้ๆ แต่เพียงครู่เดียวเธอก็ถือมีดทำครัววิ่งออกมา “คุณเอะอะอะไร โวยวายอะไร นี่คือหอพักอาจารย์นะ คุณคำนึงถึงผลกระทบหน่อย!”
มีดทำครัวเพิ่งลับใหม่ แวววาวคมกริบ อาจารย์ใหญ่ซุนกลัวโดนเฉือนเนื้อหลุดหากไม่ระวัง
คุณนายซุนหันศีรษะไปตำหนิอาจารย์ใหญ่ซุน “ผู้ชายอย่างพวกคุณล้วนใช้ไม่ได้หย่าร้างแล้วยังต้องซื่อสัตย์ไปตลอดทั้งชาติหรือไร ถ้าฉันหย่ากับคุณวันรุ่งขึ้นจะหาผู้ชายคนใหม่แน่นอน! กฎหมายบ้านเมืองสนับสนุนฉันฉันจะรอดูว่าใครหน้าไหนกล้าพูดพร่ำไม่รู้ความ ฉันจะสับเขาเสีย!”
กำลังตำหนิอาจารย์ใหญ่ซุนที่ไหนเล่ากำลังตีวัวกระทบคราดตำหนิเซี่ยต้าจวินอยู่อย่างเห็นได้ชัด
หน้าด้านหน้าทนเสียจริง สตรีที่หย่าในสังคมศักดินายังสามารถแต่งงานใหม่ได้นับปรสาอะไรกับสังคมใหม่นี้ หย่าร้างแล้วไม่สามารถหาคนรักใหม่ได้อย่างนั้นหรือ? ท่าทางจะกินเืกินเนื้อคนเมื่อครู่ของเซี่ยต้าจวิน คิดอยากทำร้ายคนโดยไม่สนด้วยซ้ำว่ายังคงอยู่ในบ้านของอาจารย์ใหญ่ซุน
หลิวเฟินโมโหจนริมฝีปากสั่นเทา
อยากรับพวกเธอแม่ลูกกลับไปมีชีวิตสงบสุขด้วยกัน?
เขา้าทำให้พวกเธอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ได้ต่างหากเล่า หย่าแล้วก็ยังตามตอแยอีกเดี๋ยวก็สร้างปัญหาในโรงเรียนที่เสี่ยวหลานเรียนหนังสือ เดี๋ยวก็ทำให้อาจารย์ใหญ่ดูแคลนเสี่ยวหลานหลิวเฟินเดือดดาลเสียจนตาแดงก่ำเธอไม่มีความเสน่หาอาลัยอาวรณ์ต่อเซี่ยต้าจวินแม้แต่สักนิดเดียวทั้งใจเธอคือความชิงชังและรังเกียจ เมื่อคิดว่าเซี่ยต้าจวินจะติดตามก่อกวนไม่จบสิ้นไปตลอดหลิวเฟินแทบอยากจะพาเขาให้พินาศไปพร้อมกัน
ใชแล้ว พินาศไปพร้อมกัน เขาก็จะไม่สามารถทำลายชีวิตของเสี่ยวหลานได้อีก!
หลิวเฟินไม่รู้ว่าเอาความบ้าดีเดือดมาจากไหนชิงมีดทำครัวในมือคุณนายซุนด้วยความว่องไว ฟันไปยังเซี่ยต้าจวินอย่างดุร้าย
“คุณไปตายเสีย! เสี่ยวหลานไม่มีพ่อแบบคุณ!”
