วันที่สามสิบ [1] เซี่ยต้าจวินแบกสัมภาระกลับบ้าน
เขาไม่ขาดพละกำลัง จึงรับทำงานไปทั่ว เวลามีงานหนึ่งวันสามารถทำเงินได้หลายหยวน เวลาไม่มีงานเขาก็รับประทานน้อยลงและพยายามไม่ใช้เงิน พอกลับบ้านฉลองตรุษจีน ในกระเป๋าเซี่ยต้าจวินจึงมีเงินอยู่หลายร้อยหยวนทีเดียว
เขาคิดว่าเงินข้างนอกหาง่ายกว่าเฝ้าผืนนา จึงเตรียมพร้อมออกไปทำงานอีกคราหลังฉลองปีใหม่เสร็จสิ้น
เมื่อนำเงินติดตัวกลับมา คนในครอบครัวล้วนต้อนรับเซี่ยต้าจวินด้วยความกระตือรือร้น ทำให้ท่อนไม้ที่ภรรยาและลูกสาวหนีหายไปซาบซึ้งเป็อย่างมาก โดยเฉพาะเซี่ยจื่ออวี้ที่เรียกอารองอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน เซี่ยต้าจวินก็แทบควักหัวใจออกมาแล้ว
เขาหาเงินกลับมาหลายร้อยหยวน สุดท้ายยังไม่ทันเก็บไว้จนอุ่นก็ส่งมอบสู่มือของแม่เฒ่าเซี่ยแล้ว
หญิงชราเซี่ยเองแค่รับผิดชอบในนาม พอเงินส่วนนั้นส่งต่อถึงมือ อย่างไรเสียสุดท้ายก็ต้องให้จื่ออวี้อยู่ดี คนทั้งบ้านล้วนเข้าใจในจุดนี้
หวังเจี้ยนหัวติดตามเซี่ยจื่ออวี้กลับบ้าน หิ้วกระเป๋าของฝากน้อยใหญ่ ทุกคนในตระกูลเซี่ยต่างมีของอยู่ในมือ ลองคิดดูก็รู้ว่าทุกคนพอใจเขามากมายขนาดไหน เซี่ยต้าจวินได้รับรองเท้าพื้นยางหนึ่งคู่เช่นกัน เขาสวมมันไว้ที่เท้าพลางหัวเราะอย่างทึ่มทื่อ
ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานปรองดองของครอบครัว จู่ๆ เซี่ยจื่ออวี้ก็ได้กล่าวถึงเซี่ยเสี่ยวหลาน
“ไม่รู้ว่าอาสะใภ้รองกับเสี่ยวหลานจะอยู่ดีหรือไม่ อารอง อาและอาสะใภ้กลับมาเป็เหมือนเดิมไม่ได้จริงหรือ? ฉันได้ยินว่าถ้าพ่อแม่หย่าร้างกัน เมื่อลูกหาคู่จะโดนคนอื่นคอยจับผิด... ไม่ใช่เื่ดีต่อเซี่ยเสี่ยวหลานเลย เธอและอาสะใภ้รองอาศัยบ้านลุง ท้ายที่สุดอย่างไรก็ไม่ใช่บ้านของตัวเอง”
แม่เฒ่าเซี่ยไม่อยากจะด่าทอหลานสาวคนโปรด ทว่าอารมณ์บูดแล้ว
“ปีใหม่ทั้งทีจะพูดถึงสองคนนี้ทำไม ไม่ใช่เื่ง่ายที่ในบ้านจะได้อยู่อย่างสงบสุขเช่นนี้!”
แม่เฒ่าเซี่ยคิดในใจว่าหลานโง่หรือเปล่า เด็กชั้นต่ำนั่นจะยั่วยวนพี่เขยชัดๆ ยิ่งแยกเธอกับหวังเจี้ยนหัวให้ไกลจากกันยิ่งดี เวลานี้ยังพูดถึงเซี่ยเสี่ยวหลานเพื่ออะไรอีก!
หลานสาวคนดีของเธอไม่ผิดแน่นอน จื่ออวี้แค่จิตใจงดงามเกินไป
เซี่ยจื่ออวี้มีแผนการของตนเองแน่นอน
เธอครุ่นคิดจนถี่ถ้วน ส่งเซี่ยเสี่ยวหลานไปไกลไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้สายตาของเธอ เซี่ยจื่ออวี้ถึงจะมีความรู้สึกว่าปลอดภัย
เธอหวั่นกลัวเซี่ยเสี่ยวหลานขึ้นมาเล็กน้อยเสียแล้ว
คนคนนี้ไม่ลงไพ่ตามอุบายที่เธอวางไว้แม้แต่น้อย เมื่อนึกว่าเธอจะถูกเหยียบย่ำจมลงดิน ทว่ากลับพลิกเหตุร้ายจนกลายเป็ดีได้ในวินาทีคับขันเสมอ มีสิ่งที่เรียกว่าโชคอยู่จริงๆ หรือ? เซี่ยจื่ออวี้แค่รู้สึกว่าโชคชะตาเข้าข้างเซี่ยเสี่ยวหลานเหลือเกิน หวังเจี้ยนหัวถูกส่งมายังหมู่บ้านต้าเหอ ทุกคนหลีกเลี่ยงกันหมด ทว่าเซี่ยเสี่ยวหลานกลับถูกใจผู้ชายคนนี้
มีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ว่าหวังเจี้ยนหัวยอดเยี่ยมไม่น้อย เซี่ยเสี่ยวหลานได้เลือกหุ้นที่มีแนวโน้มขึ้นราคา
ต่อมาเซี่ยเสี่ยวหลานถูกล้อมด้วยข่าวลือ ถ้าเป็หญิงสาวชนบทคนอื่นจะเป็อิสระจากชื่อเสียได้อย่างไร ทว่าเซี่ยเสี่ยวหลานชนผนังแต่ไม่ตาย อีกทั้งหน่วยปราบปรามยังจับจางเสเพลไปแล้ว!
โดนตระกูลเซี่ยขับไล่ออกจากบ้านแท้ๆ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ชีวิตเซี่ยเสี่ยวหลานกลับไม่ได้ตกต่ำลง แถมสอบติดเซี่ยนอีจงอีกด้วย... ทุจริตหรือใช้เส้นสายกัน? ไม่ ไม่ใช่ทั้งนั้น! เซี่ยจื่ออวี้โมโหมารดาที่ไร้น้ำยาจับประเด็นสำคัญจนเกือบขาดใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอจงใจไปเยี่ยมเยียนอาจารย์ใหญ่ซุนตอนอยู่เขตอันชิ่ง จะรู้ได้อย่างไรว่าเซี่ยเสี่ยวหลานสอบได้เป็อันดับสองของการสอบปลายภาคด้วยผลคะแนน 514 คะแนน?
การสอบปลายภาคไม่เหมือนกับการสอบเกาเข่า
สำหรับการสอบเกาเข่ายังไม่แน่นอนว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะสามารถทำได้มากกว่าห้าร้อยคะแนนหรือไม่
ทว่าขอเพียงไม่เกิดความผิดพลาดร้ายแรง เซี่ยเสี่ยวหลานสอบติดมหาวิทยาลัยแน่นอน
เซี่ยจื่ออวี้ค่อนข้างเกรงกลัวดวงชะตาไปถึงไหน โชคดีถึงนั่นของเซี่ยเสี่ยวหลาน เธอยังกล่าวถึงเซี่ยเสี่ยวหลานต่อหน้าอาจารย์ใหญ่ซุนด้วย จึงได้ฟังความปลื้มปริ่มและความชื่นชมของอาจารย์ใหญ่ซุนที่มีให้แก่เซี่ยเสี่ยวหลาน
ก่อนหน้านั้นไม่นาน ความชื่นชมยินดีเช่นนี้ล้วนเป็ของเธอ เซี่ยจื่ออวี้!
คนไม่ได้เื่อย่างเซี่ยเสี่ยวหลานนั้น ใช้ความสวยผลาญเวลาทิ้งไป เซี่ยจื่ออวี้พากเพียรกว่าคนไม่ได้เื่คนนั้นเป็ร้อยเท่า จากหมู่บ้านต้าเหอแสนยากจนสอบเข้าเขตอันชิ่ง และจากเขตอันชิ่งสอบเข้าวิทยาลัยฝึกหัดครูปักกิ่ง จากชนบทของอวี้หนานถึงปักกิ่ง ต้องเสียหยาดเหงื่ออุตสาหะของความขยันศึกษาเล่าเรียนโดยไม่ย่อท้อเป็เวลาสี่ปีเต็ม ถึงสามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตซึ่งเดิมทีคาดการณ์ได้ว่าไม่พ้นทำการเกษตรในชนบท ทว่าเซี่ยเสี่ยวหลานกลับได้ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้มาอย่างง่ายดาย?
เซี่ยจื่ออวี้ไม่ยอม
เป็เพราะความไม่จำนนต่อชะตาชีวิต ทำให้เซี่ยจื่ออวี้กลายเป็นักศึกษามหาวิทยาลัย
เธอนั่งข้างหญิงชราเซี่ย ไม่ว่าภายในใจจะคำรามเกรี้ยวกราดอย่างไร ภายนอกเธอยังคงเป็หญิงสาวผู้แสนอ่อนโยนคนนั้น
“ย่าจ้ะ เสี่ยวหลานกับเจี้ยนหัวรู้จักกันมาก่อน พูดถึงแล้วฉันต่างหากที่ทำให้เสี่ยวหลานผิดหวัง เื่ราวมันเกิดขึ้นแล้ว แม้เสี่ยวหลานจะโทษฉัน มันก็สมควรแล้ว ฉันไม่กลัวเธอกล่าวโทษฉันหรอก ขอแค่เธอให้อภัยฉันก็พอแล้ว การทำให้เธอกลับตระกูลเซี่ยอีกครั้ง จะให้ฉันทำอะไรย่อมได้ทั้งนั้น! ย่าอย่าเพิ่งโกรธ ฟังฉันพูดก่อน การที่ฉันคบเจี้ยนหัวอย่างไรก็คือความจริง แม้จะต้องทำร้ายความรู้สึกของเสี่ยวหลาน ฉันก็ไม่อาจยอมปล่อยเจี้ยนหัวให้เธอได้ แต่ในด้านอื่น ฉันหวังเพียงเธอจะดีขึ้นเรื่อยๆ ”
แม่เฒ่าเซี่ยไม่พอใจอย่างมาก เธอไม่สามารถด่ากราดรุนแรงต่อหน้าหวังเจี้ยนหัวได้ สุดท้ายจึงทำได้เพียงแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ดี
แต่เซี่ยต้าจวินซาบซึ้งมาก เขาเคยบอกว่าหลานสาวคนโตรู้เื่ที่สุด เป็คนคนหนึ่งที่จิตใจงดงามและมีเหตุผลมากที่สุด เสี่ยวหลานลูกคนนั้นดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง แผลงฤทธิ์เสียทั้งบ้านอยู่ไม่สุข
ต่อให้เซี่ยเสี่ยวหลานรู้จักหวังเจี้ยนหัวก่อน ทว่าการแต่งงานให้ความสำคัญเื่ความเหมาะสม หวังเจี้ยนหัวคือนักศึกษามหาวิทยาลัย มีแค่เซี่ยจื่ออวี้ซึ่งเป็นักศึกษาเหมือนกันที่คู่ควร เซี่ยต้าจวินทำงานเสริมข้างนอก ไม่มีคนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หลังจากได้ฟังคำพูดของเซี่ยจื้ออวี่ ความโกรธเคืองที่หลิวเฟินยกเื่หย่าขึ้นมาก็สลายหายไปเกือบสิ้น... ในชนบทมีคนหย่าที่ไหนกัน ผู้หญิงคือสมบัติของสามีตลอดไปนั่นคือหลักการที่บรรพบุรุษส่งต่อมา เซี่ยต้าจวินยึดมั่นในกฎเกณฑ์ล้าหลังนี้
เขาเป็คนไม่ได้รับการศึกษา ไม่มีวัฒนธรรม ไม่รู้กฎหมาย ลงชื่อบนสัญญาไปก็ไร้ประโยชน์ เขาจึงเชื่อมั่นว่าหลิวเฟินยังเป็ภรรยาของเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เขาและหลิวเฟินแค่ทะเลาะกัน ภรรยาเกี่ยงงอนเขาก็ทนแล้ว ยัง้าอย่างไรอีก?
เซี่ยต้าจวินลืมเื่โดนตีที่หมู่บ้านชีจิ่งโดยไม่รู้ตัว อย่างไรเสียเื่นั้นช่างไม่น่าภาคภูมิเลยสักนิด
เซี่ยจื่ออวี้พูดแล้วว่าตนเองไม่ถือโทษเสี่ยวหลาน ทั้งยังออกปากเกลี้ยกล่อมแม่เฒ่าเซี่ยอนุญาตให้เสี่ยวหลานและมารดากลับมา เซี่ยต้าจวินคิดว่าละครตลกฉากนี้ควรถึงบทส่งท้ายเสียที
แน่นอน เมื่อเซี่ยจื่ออวี้ใจกว้าง อารองอย่างเขาไม่อาจนิ่งเฉยทำเหมือนเื่นี้ไม่สำคัญอีกได้ ต้องทำให้เสี่ยวหลานมาขออภัยจากจื่ออวี้!
เซี่ยจื่ออวี้ราวกับรู้เห็นความคิดของอารอง เธอแค่นหัวเราะขมขื่น
“อารอง เสี่ยวหลานอารมณ์ร้อน เธอกลับมาย่อมเป็ผลดีกว่าอะไรทั้งนั้น อาอย่าพูดถึงเื่ขอโทษหรือไม่อีกเด็ดขาด ถ้าจะขอโทษ ก็ควรเป็ฉันขอโทษเสี่ยวหลาน ขอให้เธออภัยที่ฉันหัก...”
เซี่ยจื่ออวี้ยังพูดไม่จบ สายตาของเธอประสานเข้ากับหวังเจี้ยนหัว แววตาเสน่หาไร้จุดจบ ทำให้หวังเจี้ยนหัวและเซี่ยจื่ออวี้รู้ซึ้งถึงหัวใจของกันและกันขึ้นมาในบัดดล
คำที่เธอยังพูดไม่จบคือ ‘หักห้ามใจไม่ได้’
หวังเจี้ยนหัวหวนนึกกลับไปถึงคืนวันนั้นที่การสอบเกาเข่าสิ้นสุดลง คนสองคนซึ่งเดิมทีไม่สนิทสนม ต่างสนทนากันั้แ่เื่การสอบเกาเข่าจนถึงเป้าหมายในอนาคต เซี่ยจื่ออวี้เข้าใจความกดดันบนบ่าของเขา เธอเองก็เป็ยอดหญิงดีเด่นคนหนึ่งผู้ที่สามารถแบกรับความกดดันไปพร้อมกับคนรักได้ ทั้งสองยิ่งสนทนายิ่งถูกคอ สุราและแสงจันทร์เป็แม่สื่อ ในที่สุดเขาและเซี่ยจื่ออวี้หักห้ามใจไว้ไม่ได้...
เขาว่ากันว่ากลางใจบุรุษมีกุหลาบขาวและกุหลาบแดง ไม่ว่าได้รับดอกไหนมา ก็รู้สึกเสียดายอีกดอกหนึ่งอยู่ดี
เซี่ยจื่ออวี้ก็คือกุหลาบขาว อ่อนโยนน่ารัก
เซี่ยเสี่ยวหลานคือกุหลาบแดง ทั้งงดงามทั้งหอมหวน ประมาทเพียงเล็กน้อยอาจโดนหนามของเธอตำเข้า
หวังเจี้ยนหัวก็คิดว่าจะปล่อยให้เซี่ยเสี่ยวหลานพึ่งใบบุญคนอื่นนั้นไม่ค่อยดีนักเหมือนกัน ด้วยนิสัยของเธอ นานวันผ่านไปย่อมเกิดการปะทะกับผู้อื่น ได้ยินว่าทางบ้านหลิวไม่มีญาติที่พอออกหน้าช่วยเหลือมากนัก หวังเจี้ยนหัวอาศัยอยู่ในชนบทมาหลายปี จะไม่รู้ว่านี่หมายความว่าอะไรได้หรือ
ในครอบครัวมีผู้ชายน้อยย่อมถูกข่มเหง บ้านหลิวหนีภัยแห้งแล้งมาลงหลักปักฐานในอวี้หนานเพียงไม่กี่สิบปี คุณตาคุณยายของเซี่ยเสี่ยวหลานก็จากไปเร็ว ไม่มีเครือญาติที่เกี่ยวดองกันจากการแต่งงานให้พึ่งพาแม้แต่น้อย เมื่อทราบว่าหลิวเฟินหย่าและพาเซี่ยเสี่ยวหลานกลับไปอาศัยบ้านแม่ หวังเจี้ยนหัวจึงรู้สึกกังวลกับปัญหาเหล่านี้
แต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเอ่ยปากพูด การที่เซี่ยจื่ออวี้เป็คนเกริ่นขึ้นมา ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!
พอเห็นแววตาของหวังเจี้ยนหัว เซี่ยจื่ออวี้ก็รู้ว่าตนเองทำถูกต้องแล้ว
ความรู้สึกในใจเธอซับซ้อนยิ่งนัก แต่ข่มกลั้นความไม่สบายใจไว้ก่อน ทำตามแผนการดั้งเดิม
“ย่า อารอง ทุกคนคงยังไม่รู้ว่าเสี่ยวหลานสอบติดเซี่ยนอีจงเมื่อไม่นานมานี้สินะ?”
อะไรนะ?!
อันที่จริงคู่สามีภรรยาหวังจินกุ้ยและเซี่ยหงปิงรู้ตั้งนานแล้ว แต่ก็ต้องแสร้งแสดงออกว่าตกตะลึง
ในครอบครัวนี้มีเพียงเซี่ยต้าจวินและแม่เฒ่าเซี่ย บวกหวังเจี้ยนหัวอีกคนที่ไม่รู้เื่ใหญ่เช่นนี้จริงๆ
แม่เฒ่าเซี่ยไม่ยอมรับ “เธอถ่อไปทำอะไรที่เซี่ยนอีจง หรือว่ายั่วยวนพวกเด็กผู้ชายในนั้นจนวุ่นวายหมดแล้ว!”
เชิงอรรถ
[1]ในที่นี้คือวันสุดท้ายของปีตามปฏิทินจันทรคติหรือวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ ในภาษาจีนเรียกว่า ฉูซี (除夕)
