ซุนซื่อที่กำลังถือน้ำแกงไก่ดำด้วยใบหน้าจืดเจื่อนนั้นคิดอยากจะขอคืนดีด้วย ซึ่งเกินความคาดหมายของล่าวไท่จุนอย่างมาก
แม่นมฉินเพิ่งบอกกับล่าวไท่จุนอย่างเงียบๆ ว่าซุนซื่อได้ไปที่บ้านอบอุ่นเพื่อพบแม่นมช่ายและนางออกมาด้วยความโกรธต่อฉินหยีหนิง นางได้ดึงฉินหยีหนิงออกไปแล้วและเห็นได้ชัดเจนว่านางจะต้องลงโทษฉินหยีหนิงเป็แน่
ล่าวไท่จุนกำลังรอฟังสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าซุนซื่อนั้นจะสร้างเื่ทะเลาะกันอย่างไร
ใครจะไปคาดคิดว่า ไม่นานนัก แม่และลูกสาวทั้งคู่นั้นยิ้มราวกับว่าไม่มีเื่ที่ทำให้ไม่พอใจเกิดขึ้นมาก่อนเลย ฝ่ายฉินหยีหนิงเองดูเหมือนไม่ได้ถูกดุด้วยเช่นกัน มิหนำซ้ำนึกไม่ถึงว่าซุนซื่อยังยอมอ่อนข้อเพื่อจะมาขอโทษอีกด้วย
ล่าวไท่จุนและฉินหวยหยวนต่างก็รู้ว่าอารมณ์ของซุนซื่อนั้นเป็อย่างไร คนทั้งสองชื่นชมฉินหยีหนิงพร้อมๆ กันโดยไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน
“ล่าวไท่จุน เมื่อสักครู่นี้ลูกสะใภ้ใจร้อนและหุนหันพลันแล่น ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของข้า ข้ารักลูกสาวมาก แต่ข้าไม่ใช่ไม่กตัญญูต่อท่านนะเ้าคะ ท่านก็รู้ว่าข้าเป็คนอารมณ์เยี่ยงนี้มาโดยตลอด หลังจากที่ใจร้อน ก็สำนึกผิดอีก ลูกสะใภ้จะขออภัยที่ตรงนี้นะเ้าคะ”
ยิ่งซุนซื่อพูดมากเท่าไรเสียงของนางก็จะยิ่งแหบแห้งลงเท่านั้น นี่คือสิ่งที่นางสามารถพูดออกมาได้อ่อนนุ่มที่สุดแล้ว
เมื่อสักครู่ ฉินหยีหนิงกับนางได้วิเคราะห์ว่าฉินหวยหยวนจะต้องมาที่นี่เป็แน่ มันเป็การดีกว่าที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ในการแสดง ตอนแรกนางยังไม่อยากอ่อนข้อให้ แต่ว่าคล้อยตามในคำพูดของฉินหยีหนิง ซึ่งบุตรสาวได้กล่าวไว้ว่า ‘ใช้การถอยออกมา เพื่อเข้าไปให้สำเร็จ’ นางลองคิดดูแล้วก็มีเหตุผลอยู่พอสมควร ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฉินหวยหยวนจำเป็ต้องได้รับการบำรุงรักษาจริงๆ และไม่สามารถจะมีเื่บาดหมางไปมากกว่านี้อีก นางจึงรับฟังคำแนะนำของฉินหยีหนิงในที่สุด
อีกอย่างไม่ว่าซุนซื่อจะคิดอย่างไร ซุนซื่อสามารถทำเช่นนี้ได้ ฉินหวยหยวนก็พอใจแล้ว
“ท่านแม่อย่าโกรธเลยขอรับ หากท่านโกรธจนสุขภาพไม่ดีขึ้นมา จะให้ลูกชายทำอย่างไรละขอรับ? ซุนซื่อเป็คนใจร้อนหุนหันพลันแล่น นางเป็คนพูดตรงแต่ไม่ได้คิดร้ายมาโดยตลอด ในใจของนางนั้นกตัญญูต่อท่านนะขอรับ”
ซุนซื่อเต็มใจอ่อนข้อให้ อีกทั้งลูกชายพูดดีด้วย ทั้งสองทอดบันไดให้ล่าวไท่จุนเพียงพอแล้ว ตอนนี้ล่าวไท่จุนรู้สึกว่าหน้าของตัวเองนั้นได้ถูกยกขึ้นมาแล้ว ไม่อยากจะให้ลูกชายต้องมาลำบากใจ จึงได้เอ่ยขึ้น “เ้าลุกขึ้นเถิด เราต่างก็เป็ครอบครัวเดียวกัน วันหลังไม่ทำอย่างนี้อีกนะ”
หลังจากที่ซุนซื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็ถอนหายใจโล่งอก แล้วก็รีบเปิดกล่องอาหารหอยทากสีดำและนำน้ำแกงไก่ดำออกมา จากนั้นก็ได้หยิบช้อนเพื่อบริการให้ล่าวไท่จุนด้วยตนเอง
ความจริงก่อนหน้านี้ ล่าวไท่จุนเพิ่งได้ทานน้ำแกงโสมไป ดังนั้นนางจึงไม่อยากทานน้ำแกงไก่ดำอีกด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึงลูกชายของนางแล้ว นางก็ยอมซุนซื่อและทานไปครึ่งชาม
ยามนั้นซุนซื่อรู้สึกสบายใจมากขึ้น นางมองดูฉินหวยหยวนด้วยความเขินอาย
ฉินหวยหยวนมีสีหน้าเรียบๆ พลางพยักหน้าให้ภรรยา
ใบหน้าของซุนซื่อเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่ออีกครั้ง และหัวใจของนางก็เต้นรัวขึ้นมา
ฉินหยีหนิงเห็นภาพความสัมพันธ์ของบิดามารดาจึงพลอยโล่งอกไปด้วย
คนในครอบครัวรักใคร่ปรองดอง ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ท่านแม่กับล่าวไท่จุนเป็ศัตรูกัน แล้วก็ดื้อรั้นกับท่านพ่อด้วย การกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะเสียเลย นางใช้ความพยายามอย่างมากในการโน้มน้าวให้คืนดีกัน และโชคดีที่คำพูดของนางไม่ได้ไร้ประโยชน์
ล่าวไท่จุนโบกมือเรียกให้ฉินหยีหนิง ให้นางมาอยู่ข้างๆ ตน “ข้ากับพ่อของเ้ากำลังพูดถึงเื่ของเ้าอยู่”
ฉินหยีหนิงเดินเข้ามาและได้เอ่ยถามขึ้น “ท่านย่าบอกกับท่านพ่อว่าข้าไม่ตั้งใจเรียน จนทำให้ท่านอาจารย์ต้องโกรธข้าแล้วหรือเ้าคะ?”
“เ้าเด็กคนนี้นี่” ทำให้ล่าวไท่จุนยิ้มเยาะออกมาด้วยความขัน “เ้าไม่ตั้งใจเรียน ย่าก็คงจะเฆี่ยนเ้าด้วยไม้กระดานก่อนแล้ว จะรอมาถึงตอนนี้เพื่อบอกท่านพ่อของเ้าหรือ? เมื่อสักครู่นี้ท่านพ่อของเ้าได้บอกว่าให้เ้าย้ายไปที่เรือนหญิงงาม เรือนนั้นอยู่ใกล้ๆ สวนดอกไม้หลังบ้าน มีวิวทิวทัศน์ที่ดีมาก นอกจากฤดูหนาวจะอบอุ่นและฤดูร้อนอากาศเย็นสบายแล้ว ในบ้านยังมีหนังสือมากมาย เป็หนังสือที่ท่านพ่อของเ้าได้เก็บเอาไว้ ตอนที่ท่านพ่อของเ้ายังเป็เด็กหนุ่ม ก็ได้อาศัยอยู่ในเรือนหญิงงามหลังนี้ ตอนนี้หนังสือที่เก็บเอาไว้นั้นเ้าก็เปิดดูได้ เ้าจะได้มีความรู้ด้วย เ้าว่าดีหรือไม่?”
เมื่อก่อนตอนที่ฉินหยีหนิงเยี่ยมชมสวนหลังบ้าน นางสังเกตเห็นเรือนหญิงงาม ที่นั่นมีลานที่สง่างามมากและได้ถามเกี่ยวกับประวัติความเป็มาแล้วด้วย ในเวลานี้นางชื่นชอบมันมากๆ
นางเอ่ยพูดอย่างร่าเริง “ขอบพระคุณท่านย่า ขอบพระคุณท่านพ่อ หากข้าได้อาศัยที่เรือนหญิงงามแล้ว ข้าก็สามารถมาทานอาหารที่นี่บ่อยๆ แล้วสิ”
เมื่อล่าวไท่จุนได้ยินในสิ่งที่นางพูดออกมา ก็หัวเราะขึ้นมา พลางชี้ไปที่ฉินหยีหนิงและเรียกว่า “เ้าตัวป่วน!”
ฉินหยีหนิงได้กล่าวว่านางสามารถมาทานอาหารที่นี่บ่อยๆ นั้น ถึงแม้ว่าจะเป็ประโยคที่ดูไร้สาระ แต่นางกำลังจะบอกกับล่าวไท่จุนและฉินหวยหยวนว่านางยอมรับการจัดการของท่านพ่อของนาง และจะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน
ฉินหวยหยวนเห็นว่านางเข้าใจในทันที เขาพอใจอย่างมากและนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้น เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “หยีเจี่ยร์ เื่ที่บ่าวพูดคุยกันหลังูเาหินนั่น เป็ฝีมือของเ้าใช่หรือไม่?”
ล่าวไท่จุนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มองดูฉินหยีหนิงด้วยคำถาม
ดวงตาของซุนซื่อเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและะโว่า “ที่แท้ เ้าเป็คนทำร้ายฮุ่ยเจี่ยร์”
เสียงของซุนซื่อแหลมคมเกินไป และได้ทำลายบรรยากาศแห่งความสุขจนหมดสิ้นอย่างฉับพลัน ฉินหวยหยวนได้ยินที่นางพูดก็มองดูซุนซื่อด้วยความไม่พอใจ
ฉินหยีหนิงไม่ใคร่จะสนใจทัศนคติของซุนซื่อที่มีต่อนางแล้ว เพียงแต่ทำเป็ว่านางไม่ได้ยินประโยคดังกล่าวก็เท่านั้น นางยิ้มให้ฉินหวยหยวนและเอ่ยขึ้น
“ตอบท่านพ่อ เื่นี้เป็ฝีมือของข้าจริงๆ คุณหนูฮุ่ยหนิงฉวยโอกาสตอนที่ข้าอยู่ในศาลบรรพบุรุษกำลังท่องหนังสือนั้น นางได้สั่งให้ปี้ถงกับแม่นมช่ายวางแผนโกหกรุ่ยหลานและใส่ร้ายนางว่าขโมยกำไลหยกของท่านย่า จึงถูกทุบตีโดยไม่มีเหตุผล ถ้าโชคไม่ดี นางอาจจะตายในที่เกิดเหตุแล้วก็เป็ได้
ข้าสามารถเข้าใจความทุกข์ของฉินฮุ่ยหนิงได้ แต่ข้าไม่สามารถให้อภัยที่นางทำเพื่อความสะใจและไม่สนใจชีวิตของผู้อื่น นางไม่พอใจข้า นางสามารถมาเผชิญหน้ากับข้า แต่ว่านางไม่กล้าและไร้ความสามารถ ก็เลยไปทำร้ายคนเคียงข้างข้า บ่าวที่ไร้เดียงสาไม่เคยมีเื่ด้วยเลย รุ่ยหลานต้องน่าสงสารถึงเพียงไหนเ้าคะ?
สำหรับปี้ถงและเสี่ยวอ้ายที่โดนไล่ออกไปนั้น ปี้ถงขโมยเครื่องประดับของข้าจึงถูกข้าบีบนางไว้ ส่วนเสี่ยวอ้ายมือไม่สะอาดมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว พวกนางทั้งสองก็ถือว่าได้รับสิ่งที่ควรได้รับแล้ว ออกไปแล้วก็หางานใหม่เพื่อทำงานก็ไม่ถึงกับอดตายนี่เ้าคะ
ดังนั้นวันนี้ ข้าก็แค่ให้ความจริงได้เปิดเผยก็เท่านั้นเองเ้าค่ะ”
“ก็เท่านั้น?” ฉินหวยหยวนหัวเราะเบาๆ “ ‘ก็เท่านั้น’ ของเ้าทำได้ใหญ่โตมากเชียวนะ เ้าสามารถมาบอกข้าโดยตรงหรือบอกล่าวไท่จุนก็ได้ เหตุใดถึงได้เอาเื่นี้ไปพูดต่อหน้าองค์ชายรัชทายาทเล่า? เ้าไม่กลัวว่าจะเป็การทำลายอาชีพการงานของบิดาของเ้าหรือ?”
ฉินหยีหนิงฟังออกในสิ่งที่ฉินหวยหยวนบ่นนั้นเป็ความจริงและความเสแสร้งครึ่งๆ กลางๆ แล้วก็มองออกด้วยว่าล่าวไท่จุนได้ขมวดคิ้วเวลาที่ฉินหวยหยวนพูดถึงอาชีพการงาน
นางไม่ได้ประหม่าแต่อย่างใด นางได้เอ่ยพูดอีก “แน่นอนว่าข้าคิดถึงสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่ว่าอาชีพการงานของท่านพ่อไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แน่นอนเ้าค่ะ องค์ชายรัชทายาทเป็คนที่มีอารมณ์อ่อนโยนและมีความหลงใหลในการประดิษฐ์ตัวอักษรและภาพวาด แม้ว่าเขาจะมีจิติญญาเป็ผู้นำในการปกครองแคว้น แต่ก็ไม่มีพร์นั้น สิ่งที่เขาขาดคือสิ่งที่ท่านพ่อมีอยู่พอดีเ้าค่ะ
ท่านพ่อมีไหวพริบในเื่การเมือง วิธีการของท่านพ่อก็เด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวด้วย เป็คนที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี องค์ชายรัชทายาทมีความเชื่อมั่นในอำนาจและแผนการของท่านพ่อว่าจะมีข้อดีมากกว่านั้น แม้ว่าจะคิดถึงนิสัยของเขาก็ดี หรือว่าอนาคตของเขาก็ดี เขาก็ไม่มาสนใจเื่เล็กๆ น้อยๆ ของเด็กผู้หญิงในบ้านหรอกเ้าค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นท่านพ่อก็ได้สอนบทเรียนแรกว่าด้วยการกระทำและคำพูดต่อหน้าองค์ชายรัชทายาทแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ”
ฉินหวยหยวนเอ่ยถาม “บทเรียนไหนหรือ?”
ฉินหยีหนิงยิ้มและเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อสอนองค์ชายรัชทายาทให้รู้จักความเมตตาเป็อย่างไรเ้าค่ะ”
ฉินหวยหยวนหัวเราะเสียงดังออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ
เห็นได้ชัดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ใช้การมาเยือนขององค์ชายรัชทายาทเพื่อทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่น เขารู้ว่าตนเป็อาจารย์ แน่นอนว่าย่อมไม่สามารถฆ่าหรือเฆี่ยนตีบ่าวต่อหน้าองค์ชายรัชทายาทได้ ดังนั้นจึงต้องไว้ชีวิตของปี้ถงและเสี่ยวอ้าย และนางก็สามารถพูดทั้งหมดออกมาเป็ภาษาได้สวยงามเหมือนดอกบัว
ฉินหวยหยวนหัวเราะอย่างหนักโดยไม่สามารถควบคุมได้ เขาตบไหล่เบาๆ และเอ่ยขึ้น “ความสามารถในการโน้มน้าวของหยีเจี่ยร์ช่างสมบูรณ์แบบและไร้ร่องรอยจริงๆ”
เมื่อล่าวไท่จุนเห็นลูกชายของนางหัวเราะอย่างมีความสุขเช่นนั้น ตนเองก็หัวเราะตามไปด้วย
ใน่เวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีน้อยมากที่ฉินหวยหยวนจะหัวเราะเสียงดัง
อีกทั้งได้ทบทวนคำพูดของฉินหยีหนิงอย่างละเอียดแล้ว ล่าวไท่จุนรู้สึกประหลาดใจที่พบว่า ฉินหยีหนิงกระทำการใดนั้น นางได้คิดถึงผลที่เกิดขึ้นในทุกแง่ทุกมุมแล้ว และชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดและปัญหาได้อย่างแม่นยำ ที่แท้นางก็เป็ลูกสาวของลูกชายคนโตที่นางรักมากที่สุดนี่เอง
ล่าวไท่จุนกอดฉินหยีหนิง จากนั้นก็แตะที่ปลายจมูกของนางแล้วพูดว่า “เ้าตัวป่วน เห็นได้ชัดว่าเ้าทำไม่ดีแล้ว ยังสามารถพูดอ้อมไปเลี้ยวมา ครั้งนี้ฮุ่ยเจี่ยร์มีความผิดด้วย เ้าทำเช่นนี้ก็เอาเถอะ แต่วันข้างหน้าไม่อนุญาตให้ทำเยี่ยงนี้อีกแล้วนะ”
“ที่ท่านย่าพูดสอนหลานนั้นถูกแล้ว หลานจะจำไว้เ้าค่ะ” แน่นอนว่านางจะไม่ใช้วิธีการใดๆ ที่จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เพียงแต่ว่าถูกคนรังแกถึงศีรษะของนางแล้ว นางไม่มีเหตุผลให้ต้องอดทนจนไม่กล้าทำสิ่งใด
ฉินหวยหยวนหัวเราะมาพักหนึ่งแล้ว ก็รู้สึกว่าความอึดอัดใจเต็มอกนั้นได้แผ่กระจายออกไปหมดแล้ว หลังจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสามารถของฉินหยีหนิง เขาก็มีความคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับการเตรียมการในอนาคตของนาง
เขาไม่อาจให้เด็กผู้หญิงที่โง่เขลาต้องแต่งงานในสถานที่ชั่วช้าจนจำเป็ต้องใช้กลอุบาย เพราะถึงแม้ว่าตระกูลจะสูงส่งเพียงใด แต่การใช้ชีวิตก็จะไม่มีความสุขอย่างแน่นอน และหากทำไม่ดีขึ้นมา อาจจะทำให้ลูกต้องมาเสียชีวิตก็เป็ได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่ฉลาดเฉลียวและเก่งกาจในการตัดสินสถานการณ์นั้น จะต้องวางในตำแหน่งที่สำคัญอย่างแน่นอน
“ท่านแม่ วันนี้ท่านเหนื่อยมากแล้ว ท่านพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ ลูกกับลูกสะใภ้ขอตัวลาแล้วนะขอรับ พรุ่งนี้ข้าจะมาหาท่านอีกขอรับ” ฉินหวยหยวนลุกขึ้นยืน
ซุนซื่อยังคงตกตะลึงกับสถานการณ์ นางยังไม่ได้รู้สึกตัว เมื่อเห็นฉินหวยหยวนลุกขึ้นมาคำนับ นางมึนงงอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ตอบสนองและคำนับตามด้วย
เมื่อล่าวไท่จุนเห็นลักษณะท่าทางของซุนซื่อแล้ว ก็รู้ว่าลูกชายของนางต้องใช้เวลามากในการพูดคุยให้อีก จากนั้นก็ถอนหายใจและโบกมือ “พวกเ้าไปเถิด”
หลังจากที่ฉินหวยหยวนและซุนซื่อได้เดินออกไปแล้ว ฉินหยีหนิงยิ้มและเอ่ยพูดขึ้น “หลานคิดว่าคนที่ช่วยย้ายของจะต้องยุ่งมากแน่ๆ เลยเ้าค่ะ หลานก็ขอตัวลาด้วยนะเ้าคะ”
นี่คือการให้เวลาแก่ล่าวไท่จุนเพื่อที่จะได้พักผ่อน
ล่าวไท่จุนพยักหน้า ให้นางกลับไปเพื่อจัดของ
แม่นมฉินยิ้มและช่วยล่าวไท่จุนให้นอนราบ จากนั้นก็เอ่ยพูดว่า “ล่าวไท่จุนไม่มีอะไรที่ไม่สบายใจแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ?”
ล่าวไท่จุนนอนอยู่และมองที่มุ้งกันยุงลายพรห้าประการ จากนั้นนางก็ถอนหายใจพลันเอ่ยขึ้น “ในครอบครัวนี้ มักจะมีสิ่งที่ดีและไม่ดีอยู่เสมอ ทั้งสองคนก็กำลังดึงไปมา บ้านใหญ่เป็เช่นนี้ บ้านสอง บ้านสามก็เป็เช่นนี้เช่นกัน ข้าแก่แล้ว ไม่มีแรงที่จะจัดการให้มากแล้ว”
แม่นมฉินยิ้มและเอ่ยขึ้น “ล่าวไท่จุนแก่ที่ไหนกันเ้าคะ บ่าวยังอยากจะอยู่ข้างๆ ท่านเพื่อรับใช้ท่านอีกห้าสิบปีนะเ้าคะ”
ล่าวไท่จุนยิ้ม “ห้าสิบปี? เราทั้งสองคนยังไม่ได้กลายเป็นางฟ้าแก่ๆ ไปแล้วหรือ” หลังจากหัวเราะแล้วนางก็พูดว่า “พูดถึงเื่ย้ายบ้าน ฮุ่ยเจี่ยร์จะเป็อย่างไรบ้างนะ?”
แม่นมฉินครุ่นคิดและพูดในเชิงให้ความเห็นว่า “คุณหนูฮุ่ยหนิงไม่เป็อะไร แต่ว่าใจของนางหงุดหงิดอยู่ ตอนนี้คงจะกำลังร้องไห้อยู่ในเรือนเสวี่ยลี่ แต่ทุกอย่างถูกจัดวางไว้เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ บ่าวได้ให้เก๋อเจียเป็หัวหน้าแม่บ้าน นอกจากนี้บ่าวยังเลือกฟู่กุ้ยกับฉ่ายหยุนบ่าววัยกลางคนทั้งสองไปดูแล พรุ่งนี้บ่าวที่ซื้อไว้ก็มาถึงแล้ว จากนั้นก็จะเลือกที่ดีที่สุดให้คุณหนูฮุ่ยหนิงนะเ้าคะ”
ล่าวไท่จุนพยักหน้าและเอ่ยขึ้น “เก๋อเจียเป็คนที่มีความรับผิดชอบ หวังว่านางจะตักเตือนฮุ่ยเจี่ยร์ให้อยู่ในความสงบได้ เมื่อก่อนนี้ข้าเคยคิดว่าฮุ่ยเจี่ยร์เป็คนที่มีเหตุผลมาก ทำไมตอนนี้ถึงได้... เฮ้อ”
แม่นมฉินยิ้มและพูดอธิบายให้ล่าวไท่จุนหนึ่งรอบ จากนั้นก็เกลี้ยกล่อมล่าวไท่จุนให้พักผ่อนแล้ว
ขณะเดียวกัน ฉินหยีหนิงได้พาสาวใช้ไปที่เรือนหญิงงาม และนางยังได้เชิญชวนแม่นมจานให้มาอาศัยอยู่กับนางเป็พิเศษด้วย
ในหลายวันที่ผ่านมานี้ แม่นมจานรู้ถึงอุปนิสัยของคุณหนูทั้งหลายในตระกูลฉินอย่างชัดเจน และรู้ว่าฉินฮุ่ยหนิงไม่สงบแน่ ถ้าอยู่ที่เรือนเสวี่ยลี่ต้องมีเื่ให้ทำอีกมากมาย ฉินหยีหนิงเปิดปากเชิญนางเช่นนี้ นางก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย
