ไป๋อวิ๋นซีนั่งอ่านหนังสืออยู่ในโรงแรม ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกถีบเข้ามาอย่างแรง
ไป๋อวิ๋นซีเงยหน้ามองไปทางปากประตู
ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณในชุดสีเทาปรากฏกายอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาแสดงถึงความโมโห “นายคือเย่ฝานงั้นหรือ”
ไป๋อวิ๋นซีปิดหนังสือส่ายหน้าพลางตอบ “ไม่ใช่”
“แล้วเย่ฝานล่ะ?”
“เขาออกไปซื้ออาหาร” เดิมทีเย่ฝานคิดจะสั่งอาหารเข้ามากินในโรงแรม แต่ในเมืองเล็กเช่นนี้ไม่มีบริการส่งอาหาร จึงจำเป็ต้องออกไปหาซื้อด้วยตนเอง
หยางเชียนซันมองไป๋อวิ๋นซี แล้วหัวเราะด้วยความเ็า “ในเมื่อเขาไม่อยู่ จัดการนายก็คงไม่ต่างกัน พวกนายช่างโอหังนัก กล้าแตะต้องคนของตระกูลหยาง”
ไป๋อวิ๋นซีเคลื่อนตัวหลบคมดาบของหยางเชียนซัน เขารู้สึกถึงพลังของฝ่ายตรงข้ามซึ่งไม่สามารถต่อกรได้ จึงะโลงไปทางหน้าต่าง
ไป๋อวิ๋นซีฝึกพลังปราณจนสำเร็จขั้นที่สอง สำหรับเขาแล้ว ความสูงขนาดตึกสองชั้นไม่ใช่เื่ยากเย็นนัก
“คิดหนีงั้นหรือ” หยางเชียนซันยิ้มเยาะราวกับแมวกำลังไล่จับหนู และะโตามไป
หยางเชียนซันพุ่งดาบไปยังไป๋อวิ๋นซีอีกครั้ง ไป๋อวิ๋นซีส่งยันต์หนึ่งแผ่นออกไปสู้
“ะเิ”
เมื่อยันต์ปะทะกับดาบก็เกิดะเิขึ้น ไป๋อวิ๋นซีถูกแรงะเิจนร่างกระเด็นไปหลายก้าว หยกคุ้มภัยบนตัวเปล่งแสงป้องกันแรงะเิไว้
หยางเชียนซันดูไป๋อวิ๋นซีั้แ่หัวจรดเท้า ดวงตาของเขาเกิดประกายความละโมบ “ความสามารถของนายอ่อนด้อยขนาดนี้ แต่ของวิเศษบนตัวกลับมีไม่น้อยเลยนะ?”
ไป๋อวิ๋นซีมองหยางเชียนซันด้วยความระแวดระวัง เขาโยนยันต์ผลักวายุอีกสองแผ่น แล้ววิ่งหนีไป
……..............................................................................
“ไอ้สารเลว แกจะทำอะไร?”
เมื่อเย่ฝานถือกล่องอาหารกลับมา ก็เห็นภาพไป๋อวิ๋นซีกำลังถูกตามฆ่า
ความสามารถของหยางเชียนซันเหนือชั้นกว่าไป๋อวิ๋นซีมาก เขาไม่รีบร้อนฆ่าไป๋อวิ๋นซีให้ตายในคราวเดียว แต่หวังให้ไป๋อวิ๋นซีต้องตายอย่างทรมาน
ขาข้างซ้ายของไป๋อวิ๋นซีได้รับาเ็เป็แผลลึก เืสีแดงเข้มไหลย้อมกางเกง ส่วนแขนของเขาก็ได้รับแผลเช่นกัน เย่ฝานเห็นอย่างนั้น ความโกรธแค้นก็ถูกปลุกเร้าขึ้นมาทันที
“ไอ้สารเลว กล้าทำร้ายเมียฉันเหรอ?”
เย่ฝานทิ้งกล่องอาหาร ก่อนมองหยางเชียนซันด้วยสายตาดุดัน
“ฉันทำร้ายเขา แล้วนายจะทำไม?” หยางเชียนซันพูดอย่างไม่พอใจ
“นายกล้าทำร้ายเมียฉัน งั้นก็ตายซะเถอะ!” เย่ฝานซัดหมัดไปยังหยางเชียนซัน หยางเชียนซันถูกหมัดของเย่ฝานที่ชกออกไปด้วยโกรธแค้นเข้าอย่างจัง ทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปไกลอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“แกกล้ามาก!” หยางเชียนซันใบหน้าซีดขาว มองเย่ฝานด้วยความโกรธ
เย่ฝานพุ่งไปหาเขา แล้วใช้เท้าเตะอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไปอีก
ตอนที่หยางเชียนซันถูกหมัดของเย่ฝาน เขายังนึกว่าตนเองพลาดที่ประมาทคู่ต่อสู้เกินไปจึงไม่ทันได้ตั้งตัว แต่หลังจากโดนเตะอีกที เขาจึงตระหนักถึงความเก่งกาจของเย่ฝาน
เย่ฝานทุ่มร่างของหยางเชียนซันไปมาราวกับกระสอบทราย
เมื่อได้ััถึงพลังของเย่ฝานที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ หยางเชียนซันจึงหวาดกลัว “มันเป็เื่เข้าใจผิดน่ะ เรามาเจรจากันดีๆ เถอะนะ”
“เจรจา แกเก็บคำพูดไปเจรจากับยมบาลเถอะ”
ไป๋อวิ๋นซีจับาแบนขาของตน ดูเย่ฝานชกหยางเชียนซันจนกระเด็น จึงพูดว่า “เย่ฝาน อย่าฆ่าเขา” หากมีคนตายระหว่างงานชุมนุมจะเกิดเื่ใหญ่ได้
เย่ฝานกัดฟันกรอด เขาเตะกระดูกหัวเข่าของหยางเชียนซัน จากนั้นเสียงกระดูกแตกระลอกหนึ่งก็ดังขึ้น...
หลังจากการต่อสู้สิบกระบวนท่าจบลง หยางเชียนซันก็ทรุดตัวลงกับพื้น ขนาดจะคลานยังคลานไม่ไหว เย่ฝานยังกระทืบเท้าลงไปอย่างไม่ปรานีอีกหลายรอบ
……..................................................................................
ลูกหลานบ้านตระกูลหยางหลายคนซุ่มดูเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบ แต่ละคนล้วนมีสีหน้าเหยเกไปตามๆ กัน
หลังจากหยางอ้าวกลับไปยังบ้านตระกูลหยาง เขาก็เล่าเื่ของเย่ฝานให้คนในตระกูลฟัง โดยใส่สีตีไข่จนเกินความเป็จริง เขาบอกว่าเย่ฝานเป็ผู้ช่วยของบ้านตระกูลมู่ และเป็พวกเดียวกับบ้านตระกูลมู่
บ้านตระกูลหยางสนใจต้นไม้วิเศษของบ้านตระกูลมู่มาโดยตลอด เดิมทีบ้านตระกูลหยางได้ร่วมมือกับตระกูลทหารระดับสูง เพื่อบีบให้ตระกูลมู่ยอมนำต้นไม้วิเศษให้กับพวกเขา แต่ในตอนนี้อาการป่วยของมู่เคอถูกรักษาจนหายเป็ปกติ เมื่อมู่เคอกลับมาผงาดอีกครั้ง ก็ได้หาทางขัดขวางแผนการที่ตระกูลหยางได้วางไว้ พวกเขาจึงจำเป็ต้องหยุดยั้งแผนการนั้นไปเสียก่อน
ประจวบเหมาะกับเื่ที่เย่ฝานเผชิญหน้ากับหยางเหลิงเสวี่ย ทำให้หล่อนถึงกับกระอักเื หยางเชียนซันจึงคิดว่าเื่ที่เกิดขึ้นเป็การท้าทายจากบ้านตระกูลมู่ คนบ้านตระกูลหยางถูกยกย่องจนติดเป็นิสัย จะรับการยั่วยุแบบนี้ได้อย่างไร พอถูกหยางอ้าวกระตุ้นเข้าไปอีก หยางเชียนซันจึงอดมาหาเย่ฝานเพื่อแก้แค้นไม่ได้
หยางอ้าวซ่อนตัวในที่มืด ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง จากนั้นพูดพึมพำ “เป็ไปไม่ได้... เขาเก่งกาจขนาดนี้ได้ยังไงกัน”
หยางเชียนซันมาหาเย่ฝานเพื่อแก้แค้น หยางอ้าวก็แอบติดตามมาด้วย เดิมทีเขาคิดว่าจะได้เห็นภาพสุดสะใจ แต่กลับต้องมาเห็นผู้าุโในตระกูลถูกทำร้ายอย่างหนัก หยางอ้าวปากสั่นจนฟันกระทบกัน เขาคงไม่กล้าออกมาสู้หน้าผู้คนอีกนาน
พวกที่ติดตามหยางอ้าวมาด้วยลังเลอยู่สักพัก จึงพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ “คุณชายหยางอ้าว พวกเราพาผู้าุโกลับไปดีไหม!”
ปล่อยให้ผู้าุโนอนเจ็บอยู่ข้างถนนแบบนี้ มันไม่ค่อยดีเท่าไรนะ!
หยางอ้าวอึ้งไปครู่เดียวจึงพยักหน้ารับคำ “ใช่ๆๆ พวกเรารีบพาผู้าุโกลับไปกันเถอะ”
ตอนที่หยางอ้าวและพวกเข้าไปใกล้หยางเชียนซัน เขาหมดหมดสติไปแล้ว แต่พอเริ่มเคลื่อนย้ายร่าง หยางเชียนซันก็ได้สติขึ้นมา
สายตาของหยางเชียนซันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น หยางอ้าวเห็นก็สั่นเทิ้มไปทั้งตัว
……................................................................................
มู่เหลียนผิงและสวีหยวนชิงกำลังรับประทานอาหารกัน ระหว่างนั้นก็ได้รับสายด่วนจากบ้านตระกูลมู่ ทำให้มู่เหลียนผิงต้องรีบเดินทางไปยังโรงแรมชั่วคราวของบ้านตระกูลมู่
“เหลียนผิง ในที่สุดนายก็มา” มู่สืออวี้กล่าว
“พี่ชาย เรียกผมกลับมาเร่งด่วนขนาดนี้ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือครับ?” มู่เหลียนผิงดูสีหน้าของมู่สืออวี้ ก็พบว่าเขาเหมือนกับกำลังดีใจเสียมากกว่า
“นายยังไม่รู้ข่าวเหรอ? เย่ฝานเล่นงานหยางเชียนซันแห่งตระกูลหยางจนหมดสภาพเลย กระดูกข้อมือและขาของเขาโดนเย่ฝานเตะจนแหลกไปหมด” มู่สืออวี้พูดด้วยความดีใจบนความเดือดร้อนของคนพวกนั้น
มู่เหลียนผิงกระตุกมุมปากแล้วพูดว่า “ไม่น่าเป็ไปได้นะครับ คุณชายเย่ไม่ใช่คนโเี้ขนาดนั้น!”
มู่เหลียนผิงคิดในใจว่า คุณชายเย่เป็คนที่มีความคิดแปลกประหลาดก็จริง แต่นิสัยไม่เลวเลยทีเดียว เวลาลงมือกับใคร ก็จะยั้งมืออยู่เสมอ
“ฉันคิดว่า คงเป็เพราะหยางเชียนซันทำร้ายไป๋อวิ๋นซีน่ะสิ ตอนที่เย่ฝานกลับไป เผอิญเห็นไป๋อวิ๋นซีกำลังถูกหยางเชียนซันไล่ฆ่า แล้วยังฝากาแไว้บนร่างของไป๋อวิ๋นซีหลายแห่ง พอเย่ฝานเห็นอย่างนั้นก็โมโหมาก จากคำพูดของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่าตอนแรกเย่ฝานคงคิดจะเล่นงานหยางเชียนซันจนถึงตาย แต่ว่าถูกไป๋อวิ๋นซีห้ามไว้เสียก่อน”
ถ้าเป็อย่างที่ว่าก็พอจะเข้าใจได้ ไป๋อวิ๋นซีเป็คนที่เย่ฝานหวงแหนมากที่สุด หยางเชียนซันกล้าลงมือกับเขา ไม่แปลกเลยที่เย่ฝานจะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
การประเมินอิทธิพลในแวดวงตระกูลวิทยายุทธ์โบราณ จะอิงจากจำนวนยอดฝีมือชั้นนำของแต่ละตระกูล ก่อนหน้านี้ที่ผู้าุโมู่เคอเกิดเื่ ทำให้ยอดฝีมือของตระกูลมู่เหลือเพียงหนึ่งคน นั้นคือท่านผู้นำตระกูล พวกเขาจึงถูกจัดอยู่ในอันดับสุดท้ายของสี่ตระกูลใหญ่
ยอดฝีมือชั้นนำของตระกูลหยางมีทั้งหมดสามคน หยางเชียนซันก็เป็หนึ่งในนั้น ตอนนี้เ้าหมอนั่นาเ็ขนาดนั้น คงไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ในระยะเวลาอันสั้น หากเป็อย่างนี้ บ้านตระกูลหยางก็จะเหลือยอดฝีมือเพียงสองคน ประกอบกับตอนนี้มู่เคอหายดีแล้ว จำนวนยอดฝีมือของทั้งสองตระกูลจึงเท่ากัน การจัดอันดับของสี่ตระกูลใหญ่ในวันข้างหน้าก็คงไม่ใช่เื่ง่ายๆ
“บ้านตระกูลหยางหมายปองต้นไม้วิเศษของตระกูลเรามาตลอด ไม่รู้ว่าพวกนั้นแอบวางแผนกับอีกสองตระกูลเพื่อทำสิ่งใดบ้าง เมื่อเกิดเื่อย่างนี้ขึ้น ระยะนี้อีกสองตระกูลก็คงไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรมาก” มู่เหลียนผิงกล่าว
มู่เหลียนผิงพยักหน้า “อย่างนั้นก็เป็เื่ดีสิครับ แต่ว่าทำไมหยางเชียนซันถึงไปยุ่งกับไป๋อวิ๋นซีได้นะ” ยังไงก็ตามหยางเชียนซันก็เป็ผู้ใหญ่ ลงมือกับผู้น้อยอย่างนี้ ไม่น่าภาคภูมิใจเอาเสียเลย
“คงจะถูกหยางอ้าวยุแยงน่ะ” หลายปีมานี้หยางเชียนซันไม่ได้พบกับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าเลย น่าจะนึกไม่ถึงว่าคนหนุ่มอย่างเย่ฝานจะสามารถคุกคามเขาได้หนักหน่วงขนาดนี้
“หยางเชียนซันจะถึงขั้นพิการไหมครับ?”
มู่สืออวี้พยักหน้าตอบ “กระดูกแขนและกระดูกขาทั้งสองข้างแหลกละเอียดขนาดนั้น คาดว่าน่าจะพิการไปตลอดชีวิต”
“ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ หยางอ้าวก็คงใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่เป็สุขเช่นกัน...” จะว่าไปแล้วคนที่จุดชนวนไฟเื่นี้ ก็คือหยางอ้าวนั่นเอง!
“ว่าแต่เหลียนผิง คุณชายเย่มาจากสำนักไหนกันแน่! ทำไมถึงเก่งกาจขนาดนี้?” มู่สืออวี้ถาม
มู่เหลียนผิงย่นคิ้วเข้าหากันพลางตอบ “ที่ไปที่มาของคุณชายเย่ มันพูดยากจริงๆ ครับ”
…….......................................................................
ไป๋อวิ๋นซีนอนอยู่บนเตียง เย่ฝานทำความสะอาดแผลให้เขา ใช้ผ้าพันแผลพันไว้อย่างแ่า แถมยังผูกเป็โบว์ให้อีกด้วย
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝาน แล้วพูดว่า “ฉันกินยาสมานแผลของนายแล้วรู้สึกดีขึ้นมาก นายอย่าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่เลยนะ”
เย่ฝานหันหน้ากลับมามองไป๋อวิ๋นซี แล้วพูดอย่างจริงจัง “นายอย่ามองข้ามเื่เล็กๆ เชียวนะ หากแผลติดเชื้อจะทำยังไง”
“นายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันก็กำลังฝึกตนอยู่เหมือนกัน แผลคงไม่ติดเชื้อง่ายขนาดนั้นหรอก” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
เย่ฝานพยักหน้า “ก็จริงอย่างที่นายว่านะ”
ไป๋อวิ๋นซีมองาแของตน แล้วเงยหน้ามองเย่ฝานพลางพูด “เอาจริงๆ นะ วิธีพันแผลของนายนี้ห่วยจริงๆ เลย!”
เย่ฝานเม้มปากมองไป๋อวิ๋นซีด้วยใบหน้าเ็ป
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะ แล้วเอนตัวนอนอย่างสบายใจ ไม่สนใจกับเย่ฝานผู้เ็ปเลย
เย่ฝานขึ้นคร่อมเหนือร่างของไป๋อวิ๋นซีด้วยความโมโห แล้วกดร่างของเขาไว้บนเตียง
“โตขนาดนี้แล้ว นายยังขี้น้อยใจเป็เด็กๆ ไปได้”
ทั้งสองคนกำลังหยอกเย้ากันเสียงดังอยู่ในห้อง ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“นี่ฉันเอง!” เสียงของจางเซวียนดังลอดเข้ามาในห้อง
“เข้ามาสิ” เย่ฝานพูดเซ็งๆ
จางเซวียนเปิดประตูเดินเข้ามา ก็เห็นใบหน้าไม่สบอารมณ์ของเย่ฝาน เขาพลันเกาหัวและอดเดาไม่ได้ว่าตนเองมาไม่ถูกเวลาหรือเปล่า
“คุณชายไป๋ ได้ยินว่าคุณได้รับาเ็หรือครับ?” จางเซวียนถาม
ไป๋อวิ๋นซียิ้มแล้วพูดว่า “าแเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เย่ฝานเขาเป็ห่วงมากเกินไปหน่อย”
เย่ฝานขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “าแเล็กน้อยที่ไหนกันล่ะ แผลลึกขนาดนั้น ถ้าฉันกลับมาช้าอีกนิดละก็ ไม่รู้ว่าไอ้แก่นั่นจะทำอะไรร้ายแรงอีก นายยังห้ามไม่ให้ฉันฆ่ามันอีก ความจริงฉันควรปลิดชีวิตมันั้แ่วันนั้น แล้วทำลายิญญาของมันทิ้งด้วย”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
จางเซวียนรีบพูด “คุณชายเย่ ในระหว่างการจัดงานชุมนุม นายจะฆ่าคนไม่ได้นะ...”
เย่ฝานไม่ได้ฆ่าคนก็จริง แต่ผู้าุโบ้านตระกูลหยางคนนั้นก็ต้องกลายเป็คนพิการ คนผู้นั้นเป็ถึงยอดฝีมือวิทยายุทธ์โบราณระดับเจ็ดเชียวนะ! ถือว่าเขาเป็บุคคลที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของแวดวงวิทยายุทธ์โบราณก็ว่าได้ แต่กลับถูกเย่ฝานเล่นงานจนพิการเช่นนี้
“คุณชายเย่ ทำไมนายถึงเก่งขึ้นขนาดนี้!”
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “มันแน่นอนอยู่แล้ว!”
เย่ฝานโอบกอดไป๋อวิ๋นซี “เป็เพราะฉันและอวิ๋นซีได้เสียกันแล้ว ดังนั้นตอนนี้ฉันจึงเก่งกาจขึ้นมากเลย”
จางเซวียน “…”
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “อย่าพูดเื่ที่ไม่ควรพูดได้ไหม!”
เย่ฝานเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ต้องหยุดเมื่อถูกไป๋อวิ๋นซีถลึงตาใส่
“เย่ฝานเล่นงานผู้าุโตระกูลหยางคนนั้นแล้ว คนบ้านตระกูลหยางจะตามมาหาเื่พวกเราอีกไหม?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
ไป๋อวิ๋นซียังถามอีก “นักพรตจาง คุณคิดว่าเย่ฝานทำร้ายหยางเชียนซันจนพิการอย่างนั้น คนบ้านตระกูลหยางจะกลับมาแก้แค้นเย่ฝานไหม?”
จางเซวียนหัวเราะแล้วตอบว่า “คุณชายไป๋วางใจเถอะครับ หยางเชียนซันก็พิการไปแล้ว คนอื่นๆ ในบ้านตระกูลหยางไหนเลยจะกล้าลงมือ อีกอย่างเื่ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้ชื่อเสียงของคุณชายเย่โด่งดังไปทั่ววงการวิทยายุทธ์โบราณเลยครับ”
ดวงตาของเย่ฝานเป็ประกายแวววาว “อ้อ จริงเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่พอใจ “ชื่อเสียงยิ่งโด่งดังก็จะกลายเป็เป้าให้ศัตรูทำร้ายได้ง่ายขึ้น มีอะไรให้น่าดีใจ”
เย่ฝาน “…”
