โทรศัพท์ของเย่ฝานดังขึ้น เขารับสายแล้วพบว่าปลายสายคือเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทางเข้าหน้าชุมชน
“ใช่ เขาเป็เพื่อนของฉันเอง!”
“ได้ ฉันรู้แล้ว ให้เขาเข้ามาเถอะ”
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานแล้วถามว่า “ใครเหรอ!”
“มีคนส่งของมาให้ฉัน แต่โดนขวางอยู่หน้าทางเข้าชุมชน” เย่ฝานตอบ
รถบรรทุกคันหนึ่งขับเข้ามา พอรถจอดจางซือเลี่ยงก็ลงมาจากรถ ไช่เจิ้นจวิ้นตกตะลึงไปชั่วครู่ คาดไม่ถึงว่าคนที่มาจะเป็พี่ใหญ่ท่านนี้
“คุณชายเย่ ของที่คุณ้าผมนำมาให้แล้วครับ” จางซือเลี่ยงกล่าวด้วยความเคารพ
เย่ฝานพยักหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า “ลำบากคุณจริงๆ”
ไช่เจิ้นจวิ้นกะพริบตาปริบๆ อดไม่ได้ที่จะมองเย่ฝานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่คิดเลยว่าไม้เพียงท่อนเดียวแต่เถ้าแก่จางต้องมาส่งด้วยตนเอง แสดงให้เห็นว่าเถ้าแก่จางให้เกียรติคุณชายเย่มากขนาดไหน
“สวัสดีครับเถ้าแก่จาง” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าวด้วยความนอบน้อม
“คุณชายไช่นั่นเอง! บังเอิญจริงๆ เลย!” จางซือเลี่ยงพยักหน้าให้ไช่เจิ้นจวิ้นเบาๆ
“เถ้าแก่จาง ของ้าขอนไม้นี่คืออะไรกัน!” ไช่เจิ้นจวิ้นเกิดสนใจในยันต์ที่ติดอยู่บนขอนไม้ เขากำลังจะยื่นมือไปเปิดออก
จางซือเลี่ยงดึงแขนของไช่เจิ้นจวิ้นเอาไว้ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แตะไม่ได้นะ นี่คือยันต์ที่คุณชายเย่ติดเองกับมือ มันป้องกันผีได้ ถ้าดึงออกมาภูตผีจะแห่มาที่นี่”
“คุณชายเย่เป็คนติด?” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ใช่แล้ว คุณชายเย่เป็ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้!”
ไช่เจิ้นจวิ้นแทบกระอักเืออกมาทันที ไอ้คนที่บอกเขาว่าไม่ควรงมงายในไสยศาสตร์เป็จริงเป็จัง แต่ตัวเองกลับเป็คนวาดยันต์เสียเอง เ้าหมอนี่ยังมีหน้ามาสอนเขาว่าไม่ควรงมงายในไสยศาสตร์! โลกใบนี้มันเป็ยังไงกันนะ พูดอะไรออกมา ไม่ต้องรับผิดชอบเลยหรือไง!
จางซือเลี่ยงดูคฤหาสน์ที่ถูกเปลี่ยนโฉมไปอย่างมาก จึงกล่าวชื่นชมว่า “คุณชายเย่ บ้านของคุณออกแบบได้ไม่เลวเลยนะ!”
“ไป๋อวิ๋นซีเป็คนเชิญนักออกแบบมาเอง! พวกเขาตกแต่งใหม่ตามรสนิยมของไป๋อวิ๋นซี”
“ที่แท้ก็เป็ทีมออกแบบบ้านที่คุณชายไป๋เชิญมานี่เอง ผมว่าแล้วฝีมือของพวกเขาไม่ธรรมดาเลย ไม่ใช่ใครที่ไหนก็เชิญมาได้” จางซือเลี่ยงอุทาน
ไช่เจิ้นจวิ้นได้ยินคำพูดของจางซือเลี่ยง ก็ยิ่งอยากกระอักเือีกครั้ง คุณชายไป๋ ใช่คุณชายไป๋คนนั้นจริงๆ น่ะเหรอ? ไม่ใช่คนชื่อซ้ำกันจริงๆ ใช่ไหม?
“ฉันก็ไม่ค่อยรู้เื่เหมือนกัน! อวิ๋นซีเป็คนจัดการเองทั้งหมด” เย่ฝานแย้มมุมปาก ใบหน้าของเขาแสดงความโอ้อวดอย่างไม่อาจห้าม
จางซือเลี่ยงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “คุณชายไป๋เอาใจใส่บ้านของคุณมากๆ เลยนะครับ!”
จางซือเลี่ยงคิดในใจ ไป๋อวิ๋นซีต้องจัดการธุระเป็หมื่นๆ เื่ในแต่ละวัน ทว่ากลับมีอารมณ์มาดูแลบ้านของเย่ฝาน ไม่รู้ว่าเป็เพราะเย่ฝานวิชาเก่งกล้าจนไม่กลัวอะไรหรือเปล่า ถึงได้ซื้อบ้านหลังนี้ไว้ อีกอย่างทีมออกแบบบ้านทีมนี้ไม่น่าจะเชิญมาได้ง่ายๆ! ที่ไป๋อวิ๋นซีทุ่มเทขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองแน่นแฟ้นขนาดไหน!
“อืม เขาก็ต้องใส่ใจอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าวันข้างหน้าเขาอาจย้ายมาอยู่กับผมก็ได้” เย่ฝานกล่าว
จางซือเลี่ยง “…” จะให้คุณชายไป๋ทายาทผู้สูงส่งแห่งตระกูลไป๋มาอยู่บ้านผีสิง เื่แบบนี้มีแต่คนพิสดารแบบเย่ฝานเท่านั้นที่คิดได้ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าคนพิสดารได้อย่างไร คนพิสดารความคิดย่อมไม่เหมือนคนทั่วไปอยู่แล้ว คำพูดนี้ของคุณชายเย่ คุณปู่ตระกูลไป๋จะรู้ไหม? คุณไม่กลัวโดนคุณปู่ตระกูลไป๋ตีจนขาหักหรืออย่างไร?
จางซือเลี่ยงพูดคุยกับเย่ฝานอีกสักพัก ก่อนจะขอตัวจากไป
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานด้วยความนับถือก่อนถามว่า “คุณชายเย่ ที่นายปรับปรุงบ้าน นายกะว่าจะอยู่กับคุณชายไป๋งั้นเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ฉันคิดไว้ว่าอย่างนั้น”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” เขาได้ยินอะไรกันเนี่ย? เขาเหมือนกับได้ยินเื่ที่เหนือความคาดหมาย
“คุณชายเย่ นายกับคุณชายไป๋รู้จักกันได้ยังไง!” ไช่เจิ้นจวิ้นถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เขาหน้าตาดี ฉันก็เลยไปจีบเขา” เย่ฝานพูดโดยไม่ต้องคิด
“แล้วตอนนั้นคุณชายไป๋เตะนายไหม?” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
เย่ฝานมองไช่เจิ้นจวิ้นอย่างไม่เข้าใจ แล้วตอบว่า “ทำไมเขาต้องเตะฉันด้วยล่ะ!”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
…
“คุณชายเย่ มาแล้วเหรอคะ” พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์บริษัทเจาซีคุ้นเคยกับเย่ฝานเป็อย่างดี
เย่ฝานพยักหน้า เขาเห็นชายคนหนึ่งใส่สูท สวมรองเท้าหนังในมือถือกระเป๋าเอกสารยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เย่ฝานไม่ได้สนใจอะไร เขาเดินตรงขึ้นตึกไปเลย
ชายในชุดสูทมองเย่ฝานขึ้นลิฟต์ไป ใบหน้าแสดงความโกรธแค้นขึ้นมา
“ทำไมวัยรุ่นไร้สมองคนนั้นเข้าไปพบคุณชายไป๋ได้ แล้วทำไมฉันกลับเข้าพบไม่ได้” ชายในชุดสูทพูดอย่างไม่พอใจ
พนักงานต้อนรับใช้สายตาเหมือนเห็นคนปัญญาอ่อนมองชายในชุดสูทคนนั้นแล้วกล่าวว่า “คุณชายเย่ไม่ใช่คนธรรมดา เขาสนิทสนมกับคุณชายไป๋มาก”
แต่ไหนแต่ไรไม่มีใครกล้ากินทุเรียนในห้องของคุณชายไป๋ และที่สำคัญคือคุณชายไป๋ไม่เคยไล่เขาออกไปเลย ในบริษัทเจาซี คุณชายเย่มีฉายาว่า ‘หนุ่มน้อยมหัศจรรย์’ เ้าปัญญาอ่อนนี่มาจากไหน กล้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคุณชายเย่
ชายในชุดสูทมาเพื่อหาผู้ช่วยเหลือโครงการธุรกิจในมือเขา คนประเภทนี้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์มักได้เจออยู่บ่อยๆ โครงการของไป๋อวิ๋นซีก็มากจนล้นมืออยู่แล้ว ไม่มีเวลามาสนใจคนพวกนี้หรอก
ชายในชุดสูทมองไปทางลิฟต์ด้วยความไม่พอใจ แล้วจากไปอย่างเบื่อหน่าย
พนักงานต้อนรับสาวหน้าเคาน์เตอร์เห็นเย่ฝานเดินลับตาไป ก็อดหันไปนินทากันไม่ได้
“เธอรู้ไหม? คุณชายเย่ซื้อคฤหาสน์ใกล้ๆ นี้หนึ่งหลัง ท่านประธานไป๋ส่งคนไปปรับปรุงบ้านให้ด้วยล่ะ!”
“ทั้งสองคนคงไม่ได้คิดจะอยู่ด้วยกันหรอกนะ”
“ฉันได้ยินว่า คฤหาสน์ที่คุณชายเย่ซื้อราคาแค่สามล้านหยวนเองนะ แต่มันเป็บ้านผีสิงนี่สิ!”
“ถึงจะเป็บ้านผีสิงก็ไม่มีอะไรให้เป็ห่วง คุณชายเย่จัดการกับผีร้ายได้นี่นา!”
“ท่านประธานไป๋คงไม่ได้คิดจะย้ายไปอยู่กับคุณชายเย่จริงๆ ใช่ไหม”
…
เย่ฝานหอบหนังสือภาพมาหลายเล่ม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซี
“นายหอบอะไรมาเข้ามาน่ะ!” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“หนังสือไง!” เย่ฝานตอบ
“นายอ่านหนังสือเป็ด้วยเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความประหลาดใจ
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซีก่อนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “อวิ๋นซี นายจะหาว่าฉันไม่ได้ร่ำเรียนก็เลยไม่มีความรู้ใช่ไหม ที่ฉันไม่อ่านหนังสือเป็เพราะฉันมีความจำเป็เลิศ หนังสือพวกนั้นฉันดูแค่ครั้งเดียวก็จดจำเนื้อหาได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นฉันจะอ่านหลายครั้งๆ ทำไม”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
คำพูดของเย่ฝานฟังดูเหมือนตลก แต่ไป๋อวิ๋นซีรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดเล่น เ้าหมอนี่ดูเหมือนสมองมีปัญหา แต่แท้จริงแล้วกลับมีมันสมองเหนือกว่าคนทั่วไปอย่างไม่เห็นฝุ่น เสียดายที่หมอนี่ไอคิวสูงแต่อีคิวต่ำ หากไม่ใช่เพราะเย่ฝานมีความสามารถมากพอ คนอื่นๆ คงจะเห็นเขาเป็แค่ไอ้โง่คนหนึ่ง
“นายช่วยฉันสักเื่ได้ไหม?” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวถาม
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้สิ อย่าว่าแต่เื่เดียวเลย ให้ช่วยร้อยเื่ก็ไม่มีปัญหา”
ไป๋อวิ๋นซียิ้มแล้วเอ่ยว่า “ฉันมีหนังสือโบราณอยู่หนึ่งเล่ม เป็หนังสือสมัยราชวงศ์ซ่งที่หลงเหลืออยู่ฉบับเดียว หนังสือเล่มนี้ได้มาไม่ง่ายเลย ฉันคิดว่าคุณตาต้องสนใจมันแน่ๆ นายช่วยฉันเอาไปให้ท่านได้ไหม”
เย่ฝานพยักหน้าก่อนตอบว่า “ได้สิ พอดีก่อนหน้านี้คุณตาอยากได้ยาบำรุงครอบจักรวาลเพิ่ม ตอนนั้นฉันไม่มีให้ท่านแต่ตอนนี้มีแล้ว ฉันถือโอกาสเอาไปให้พร้อมกันเลยดีกว่า”
ไป๋อวิ๋นซีเห็นท่าทางของเย่ฝานก็ออกปากเตือน “ส่งหนังสือเสร็จแล้วให้รีบกลับ อย่าก่อเื่นะ!”
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซี แล้วพูดอย่างน้อยใจว่า “นายพูดเหมือนฉันเป็ตัวป่วนที่ชอบก่อเื่วุ่นวายในบริษัทอย่างนั้นแหละ วางใจเถอะฉันเป็คนรักความสงบ ไม่ก่อเื่วุ่นวายหรอก”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “นายน่ากลัวยิ่งกว่าตัวป่วนในบริษัทเสียอีก”
พวกตัวป่วนในบริษัทไม่มีความสามารถเหมือนเย่ฝาน ถึงแม้เขายังไม่เคยเห็นเย่ฝานประมือกับใคร แต่คาดว่าฝีมือน่าจะไม่เลวเลย โจวจิ่นจือเคยเล่าว่าเย่ฝานจัดการกับพวกชายฉกรรจ์ที่บุกเข้าไปหาเื่เสียราบคาบในชั่วพริบตา
…
เย่ฝานเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย ก็เห็นว่าบริเวณทางเดินสองข้างทางเต็มไปด้วยร่มเงาจากต้นไม้ มีกลุ่มคนกำลังต่อสู้กันอยู่
จะบอกว่ากำลังต่อสู้กันก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เป็คนหนึ่งคนกำลังถูกรุมทำร้ายมากกว่า นานๆ ทีจะเห็นคนตีกัน เย่ฝานอดไม่ได้ที่จะหยุดดูสักหน่อย เมื่อเห็นสภาพการณ์แล้ว เย่ฝานก็ขมวดคิ้วเพราะคนที่โดนรุมเป็คนที่เขารู้จัก
“ลูกพี่เย่ ช่วยด้วย!” ไช่เจิ้นจวิ้นเมื่อเห็นเย่ฝานก็รีบกระโจนเข้าหาเหมือนเจอที่พึ่ง
เย่ฝานเห็นใบหน้าดั่งคนเขลาของไช่เจิ้นจวิ้น เกิดนึกสนุกขึ้นในทันใด เขาจึงพูดออกไปว่า “นายเปลี่ยนชื่อจากไช่เจิ้นจวิ้น ไปเป็ผักโดนยำดีกว่านะ[1]”
ไช่เจิ้นจวิ้นที่หวังพึ่งเย่ฝานได้ยินคำพูดนั้นก็แทบหยุดหายใจ!
“เกิดอะไรขึ้น!” เย่ฝานถาม
เขากำลังจะเปิดปากพูด หวงเหมาที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ชิงเอ่ยขึ้นว่า “ไอ้น้อง รีบถอยไป ถ้ายังเกะกะ แม้แต่นายก็จะโดนดีไปด้วย!”
“โดนดี โดนเื่อะไร?” เย่ฝานหน้านิ่วคิ้วขมวด พูดอย่างไม่พอใจ
“อยากโดนใช่ไหม! พวกเราลุย!” หวงเหมาะโด้วยความฮึกเหิมก่อนเรียกลูกน้องหลายคนให้รุมตีเย่ฝาน
เย่ฝานเพียงยกเท้าขึ้นมาเตะพวกนั้นจนกระเด็นไปทีละคน เพียงพริบตาเดียวคนเ่าั้ต่างโดนเตะจนล้มระเนระนาด
ไช่เจิ้นจวิ้นมองเย่ฝานด้วยความนับถือ แล้วพูดว่า “คุณชายเย่ คุณสุดยอดไปเลย!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่เท่าไรหรอก แล้วทำไมคนพวกนี้ต้องทำร้ายนายด้วย?”
“มันแย่งผู้หญิงของฉัน!” หวงเหมาชี้หน้าด่าไช่เจิ้นจวิ้นอย่างไม่พอใจ
เย่ฝานหันมาทางไช่เจิ้นจวิ้นแล้วตำหนิว่า “นายไปแย่งผู้หญิงของคนอื่น แบบนี้ไม่ดีเลย!”
ไช่เจิ้นจวิ้นรีบส่ายหน้าแก้ตัว “ลูกพี่ ฉันไม่รู้เลยว่าหล่อนเป็ผู้หญิงของเ้าหมอนี่ อีกอย่างฉันไม่ได้แย่งมาด้วย ผู้หญิงคนนั้นมาหาฉันเอง เนื้อมาป้อนถึงปากแล้ว ถ้าไม่กินก็เสียดายแย่ จะว่าไปแล้วฉันก็ไม่ได้กินฟรีๆ ด้วย เพราะเสียเงินให้กับผู้หญิงคนนั้นไม่น้อยเลย”
เย่ฝานเอามือลูบคางแล้วกล่าว “อืม งั้นก็โทษนายไม่ได้ ต้องโทษที่นายเสน่ห์แรงเกินไป เสน่ห์แรงเกินไปก็ทำให้เกิดปัญหาได้ ก็เหมือนกับฉันนี่ไง”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
หวงเหมาพูดด้วยความโมโหว่า “พูดจาเหลวไหล แย่งของคนอื่นไปแท้ๆ!”
ไช่เจิ้นจวิ้นตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “คุณชายอย่างฉันทั้งรวยและหล่อ ทำไมต้องแย่งของคนอื่นด้วย?”
เย่ฝานมองใบหน้าโง่เขลาของไช่เจิ้นจวิ้น พลันคิดในใจว่าที่เขาพูดว่าตนเองหล่อนั้น อาจจะฟังดูเกินจริงไปสักหน่อย
…
“ทุกคนห้ามขยับ!” จู่ๆ ก็มีเสียงะโดังขึ้น
ไช่เจิ้นจวิ้นเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามา คิ้วทั้งสองข้างพลันกระตุก นึกในใจว่า ให้ตายเถอะ คนพวกนี้ถ้ามาเร็วกว่านี้สักหน่อยเขาจะดีใจมาก แต่เื่ราวคลี่คลายไปแล้ว กลับโผล่มาแบบนี้คงลำบากแล้วล่ะ
ตำรวจกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาถึง “พวกนายใช่ไหมที่ทะเลาะวิวาทกัน? ทุกคนต้องไปสถานีตำรวจกับฉัน!”
“ฉันไม่ว่าง!” เย่ฝานพูดขึ้น
“ใครสนว่านายว่างหรือไม่ว่าง ต้องไปกับฉันทุกคน!” ตำรวจหญิงพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
เย่ฝาน “…”
เย่ฝานพูดด้วยความไม่พอใจ “ฉันยังมีธุระต้องทำ งั้นวันหลังค่อยไปก็แล้วกัน”
ตำรวจหญิงถลึงตาใส่เย่ฝานด้วยความโกรธและพูดว่า “นายอยากมีเื่ใช่ไหม กล้าบอกว่าวันหลังเหรอ!”
“คุณชายเย่ ผมว่าพวกเราไปสักหน่อยเถอะ ความจริงอย่างมากก็แค่ลงบันทึกประจำวัน เสียค่าปรับนิดหน่อยก็หมดเื่แล้ว” ไช่เจิ้นจวิ้นบอก
เย่ฝานเอ่ยออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “น่ารำคาญจริงๆ”
ตำรวจหญิงเห็นท่าทางไม่ยอมของเย่ฝาน ก็โมโหเป็ฟืนเป็ไฟขึ้นมา!
..............................................................................................................
[1] ชื่อของไช่เจิ้นจวิ้น (蔡振俊) ตัวแรกของชื่อเป็แซ่ ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า 菜 (อ่านว่า ไช่) ซึ่งแปลว่าผัก เย่ฝานซึ่งนำคำพ้องเสียงนี้มาพูดล้อเล่นกับไช่เจิ้นจวิ้น
