เจียนอวี่เห็นกู้โยวหนิงวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางกรุ่นโกรธพลันตกตะลึงและวิ่งเข้าไปหมายจะถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้นทว่ากู้โยวหนิงกลับรีบวิ่งเข้าไปในห้องโดยไม่สนใจเขาสักนิด จากนั้นก็ปิดประตูจนเกือบจะกระแทกหน้าของเจียนอวี่เขาได้แต่หันหลังกลับไปมองฉู่อวี้ที่อยู่ด้านหลังด้วยความมึนงง
ฉู่อวี้ลูบจมูกตนอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกเ้าตัวดีช่างน่าแกล้งยิ่งนักท่าทางยามโมโหจนร้องไห้ช่างคล้ายกับลูกแมวกรุ่นโกรธไม่มีผิด
ฉู่อวี้สะดุ้งใเมื่อเห็นกู้โยวหนิงโมโหจนร้องไห้ออกมาทว่าเขาไม่ถนัดเอ่ยวาจาปลอบใจผู้ใด จึงทำได้เพียงยืนขมวดคิ้วจ้องคนผู้นั้นพร้อมกับสำนึกผิดคิดว่าตนทำเกินไปหรือไม่
พลันพบว่าแท้จริงแล้วเ้าตัวดีแสร้งร้องไห้ไร้น้ำตาแม้แต่หยดเดียวทว่าท่าทางน่ารักน่าชังจนเขาอดยกยิ้มไม่ได้ พาลให้กู้โยวหนิงต้องกรุ่นโกรธหนักกว่าเดิมพยายามส่งเสียงร้องไห้ให้ดังกว่าเดิมอย่างสุดชีวิต ฉู่อวี้ร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูกเพราะเกรงว่าเขาจะตะเบ็งเสียงจนเจ็บคอท้ายที่สุดตัดสินใจมือปิดปาก กึ่งลากกึ่งอุ้มเขาให้เข้ามานั่งในเกี้ยว
กู้โยวหนิงหนีมาหลบอยู่ในห้องเขาไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากการดื่มน้ำจับเลี้ยงไปอึกหนึ่งจากนั้นใช้มือปิดหน้าที่แดงก่ำเพราะความอับอายของตนตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าวันหน้าจะอยู่ให้ห่างจากเหวินอ๋องในระยะปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองต้องถูกกลั่นแกล้ง
ขณะเขากำลังหวนนึกถึงความรู้สึกตอนถูกฉู่อวี้อุ้มไว้ในอ้อมกอดโดยไม่รู้ตัวพลันมีคนเสียงเคาะประตูดังขึ้น นางคือหญิงรับใช้ข้างกายของฉู่อวี้นามว่าไฉ้เซวียน“เรียนพระชายาพระชายารองและแม่นางทั้งสามจะมายกน้ำชาเพื่อแสดงความเคารพพระชายาเ้าค่ะ”
กู้โยวหนิงมึนงงไปครู่หนึ่งนึกได้ว่าหลังพระชายาอภิเษกเข้าจวน เหล่าอนุชายาต้องมายกน้ำชาต้อนรับกู้โยวหนิงบอกให้พวกนางรออยู่ข้างนอก จากนั้นก็รีบลุกไปผลัดอาภรณ์
ถังซู่อวิ๋นพาอนุชายาทั้งสามนางยืนรออยู่ด้านนอกเพราะนางคือชายารองจึงยืนอยู่ด้านหน้าอนุชายาทั้งสาม ชุดที่สวมช่างหรูหรายิ่งนักมองก็รู้ได้ทันทีว่านางตั้งใจแต่งกายมาเป็อย่างดี
ป๋ายเยี่ยนอยู่ในชุดกระโปรงสีเขียวครามลอบยิ้มเย้ยหยันขณะมองถังซู่อวิ๋นผู้ยืนอยู่หน้าตนหันไปสะกิดลั่วสยาเพื่อบอกให้นางมองไปยังถังซู่อวิ๋นที่แต่งกายโอ้อวดผู้คน
ลั่วสยาลอบยกยิ้มเพราะมีความคิดไม่ต่างจากนางด้านข้างยังมีหลานเซียงที่เป็คนของถังซู่อวิ๋นกำลังถลึงตาใส่พวกนางทว่าลั่วสยาทำราวกับมองไม่เห็น ทันใดนั้นก็เอ่ยพลางแสร้งยกยิ้มน่าเอ็นดู“วันนี้ฮูหยินงดงามเหลือเกิน ปิ่นระย้าทำจากหยกประณีตชิ้นนี้ช่างดูโดดเด่นยิ่งนัก!”
ถังซู่อวิ๋นหันหลังกลับมาปรายตามองนางเพียงครู่หัวเราะและเอ่ยอย่างลำพองใจ “เ้าก็ชอบปิ่นระย้างั้นหรือ? เดิมทีควรจะมอบให้เ้า แต่ช่างน่าเสียดายปิ่นระย้าชิ้นนี้ข้าได้มาเมื่อครั้งเข้าจวนท่านอ๋องตั้งใจเอากลับมาจากเจียงหนานเพื่อมอบให้ข้า!”
ป๋ายเยี่ยนไม่พอใจท่าทีอวดดีของถังซู่อวิ๋นหันไปสบตากับลั่วสยาครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นว่า“ถ้าเช่นนั้นฮูหยินคงต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีเสียแล้ว ภายภาคหน้าหากท่านอ๋องเดินทางไปเจียงหนานคาดว่าคงจะพาพระชายาเคียงข้างกายไปด้วยแทบทุกครั้งสิ่งของที่ซื้อกลับมาเกรงว่าจะมีแต่ของที่เด็กหนุ่มชอบคงจะหลงลืมเสียแล้วว่าฮูหยินที่เป็สตรีชื่นชอบสิ่งใด”
ถังซู่อวิ๋นขมวดคิ้วโดยพลันใบหน้าเคร่งขรึม หลานเซียงรีบเอ่ยขัดเมื่อเห็นผู้เป็นายเสียกิริยา“ท่านอ๋องเป็ห่วงเป็ใยพระชายาย่อมเป็เื่ปกติพวกเราพี่น้องล้วนแต่เป็คนของท่านอ๋องท่านอ๋องไม่มีทางสนใจเพียงพระชายาจนไม่สนใจพวกเรานอกจากนั้นฮูหยินยังเป็ผู้ที่ท่านอ๋องโปรดปรานมานานหลายปีในใจของท่านอ๋องย่อมต้องมีฮูหยินอย่างแน่นอน”
“จะเป็เช่นนั้นจริงหรือ~” ลั่วสยาแสร้งเบิกตาโตอย่างใสซื่อ เอ่ยทั้งรอยยิ้ม “เ้าไม่ใช่ท่านอ๋องจะรู้ได้อย่างไรว่าในใจของท่านอ๋องมีผู้ใด?”
“ฮ่าๆๆๆ~” ป๋ายเยี่ยนป้องปากหัวเราะจากนั้นเอ่ยผสมโรงกับลั่วสยา “เ้ากล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูกต้องภายในใจท่านอ๋องมีผู้ใด ถือเป็เื่ที่คนทั้งจวนอ๋องต่างรู้ดีได้ยินมาว่าเมื่อครู่พระชายาบันดาลโทสะระหว่างกลับมาจากวังหลวงไม่ว่าท่านอ๋องจะเอาใจเช่นไรก็ไม่ยอมฟัง ท้ายที่สุดก็ปิดประตูทิ้งให้ท่านอ๋องอยู่นอกตำหนักทว่าข้าได้ยินคนแบกเกี้ยวเล่ากันว่าพระชายาถูกท่านอ๋องอุ้มออกมาจากวังเป็เพราะเขินอายถึงได้แสดงท่าทางเง้างอนกับท่านอ๋องต่างหาก”
ถังซู่อวิ๋นกัดฟันข่มความโกรธนางดึงทึ้งผ้าเช็ดหน้าในมือจนแทบขาดออกจากกันใบหน้างดงามราวกับภาพวาดพลันบิดเบี้ยว ครั้นกำลังจะปริปากระบายโทสะ กลับได้ยินเสียงไฉ้เซวียนที่เดินออกมาจากตำหนักส่วนในเอ่ยว่า“ฮูหยินและแม่นางเชิญเข้าด้านในเ้าค่ะ”
