“อวิ๋นซี นายดูตรงโน้นสิมีคู่รักคู่หนึ่งขอแต่งงานกันแล้ว!” เย่ฝานบอกด้วยความตื่นเต้น
ไป๋อวิ๋นซีหันไปมองพวกเขาแวบหนึ่งแล้วกล่าว“อืม ใช่! ขอแต่งงานกันแล้ว”
“ไม่นึกว่าจะใช้ดอกกุหลาบขอแต่งงาน!เชยจริงๆ” เย่ฝานพูดอย่างดูแคลน
ไป๋อวิ๋นซี “…”คนอื่นเขาไม่มีความคิดแหวกแนวอย่างนาย หอบถังหูลู่กองหนึ่งมาด้วยแถมยังกินไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“เย้ๆๆ ตอบตกลงแล้ว!ไม่นึกเลยว่าจะตอบตกลงง่ายขนาดนี้ ผู้หญิงคนนี้หลอกง่ายจริงๆ!” เย่ฝานทำปากจู๋อย่างอดไม่ได้
หลังจากฝ่ายหญิงตอบตกลงคำขอแต่งงานของฝ่ายชายทั้งสองก็จุมพิตกันอย่างมีความสุขในร้านอาหารท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดี
เย่ฝานขมวดคิ้วด้วยความเบื่อหน่ายสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ชายคนนั้นดูธรรมดา แต่กลับทำสำเร็จได้ง่ายๆ ซะอย่างนั้น”เขาหล่อขนาดนี้ ทำไมตามจีบเมียถึงไม่ง่ายอย่างนี้บ้างทั้งที่เขาและไป๋อวิ๋นซีเป็คู่ที่ฟ้าดินบรรจงสร้างแท้ๆ
ไป๋อวิ๋นซีนั่งกินฟัวกราส์อย่างสงบเขากล่าวว่า “ลางเนื้อชอบลางยา แต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกันคนอื่นเขาก็ชอบธรรมดาๆ แบบนั้นกัน!”
เย่ฝานเบิกตาโตมองไป๋อวิ๋นซี“แล้วนายล่ะ ชอบธรรมดาๆ แบบนั้นเหมือนกันเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นซีจ้องดวงตาของเย่ฝานที่ส่องประกายแวววาวพลางพยักหน้าตอบ “ใช่! ฉันก็ชอบธรรมดาๆ แบบนั้นเหมือนกัน”
เย่ฝานกลอกตาไปมา แล้วพูดว่า“ดูท่าว่าฉันจะมาผิดทางซะแล้ว ต่อไปฉันต้องทำตัวธรรมดาๆ หน่อยแล้วล่ะ”
ไป๋อวิ๋นซี “…” ทำตัวธรรมดาๆมันก็ถูกต้องแล้ว เขาไม่อยากตกเป็เป้าสายตาของใครๆ แบบนี้อีก!
เย่ฝานโน้มตัวลงแล้วพูดกับไป๋อวิ๋นซีด้วยเสียงต่ำว่า “ผู้หญิงโต๊ะข้างๆ คนนั้นหล่อนต้องสนใจฉันแน่ๆ มองฉันตลอดเลย รีบๆ ตอบตกลงฉันซิ!ไม่อย่างนั้นฉันอาจโดนคนอื่นแย่งไปก็ได้นะ”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น“นายคิดมากเกินไปแล้วเขามองนายก็เพราะรู้สึกว่าท่าทางการกินของนายมันดูตลกต่างหากล่ะ”
“นายไม่รู้หรอกสายตาที่ผู้หญิงคนนั้นมองฉัน มันไม่ธรรมดาเลยนะ” เย่ฝานเอ่ยด้วยความสัตย์จริง
ไป๋อวิ๋นซีนึกในใจ ก่อนพูดว่า“นั่นน่าจะไม่ใช่สายตาที่หมายความว่าชอบหรอกนะ”
เย่ฝานกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า“รังเกียจฉัน ทำไมต้องรังเกียจฉันด้วย”
ไป๋อวิ๋นซียักไหล่แล้วพูดว่า“ก็เพราะนายมันน่ารังเกียจยังไงล่ะ!”
เย่ฝาน “…”
…
บริกรหญิงสองคนแอบกระซิบกระซาบกันอยู่อีกฝั่งหนึ่ง“แขกคนที่นั่งโต๊ะตรงนู้นสั่งอาหารตั้งสิบกว่าอย่าง รวยจริงๆ เลย!”
“เธอแน่ใจเหรอว่าเขารวย?เมื่อกี้ตอนสั่งเครื่องดื่ม เขาสั่งน้ำโค้ก น้ำสไปรต์พวกนี้ยังไม่ค่อยเท่าไรนะ เขาถึงขนาดถามฉันว่ามีนมสดยี่ห้อหวาฮาฮาไหมฉันว่าตอนที่ดูเมนูเขามองเลขศูนย์หายไปสองหลักหรือเปล่านะ! ถ้าเป็อย่างนี้รอให้ถึงตอนจ่ายเงิน อย่าออกอาการอึ้งก็แล้วกัน”
"เธอวางใจเถอะหากไอ้หมอนั่นจ่ายไม่ไหว ผู้ชายที่นั่งตรงข้ามเขาช่วยจ่ายให้ได้แน่นอนเขาสวมนาฬิกายี่ห้อวาเชอรองคองสตองแตงรุ่นที่ผลิตจำนวนจำกัดราคาหลายล้านหยวนเชียวนะ! "
“เป็ของเลียนแบบหรือเปล่า!ถ้ารวยจริง ทำไมถึงไม่จองห้องส่วนตัวล่ะ!”
“ไม่น่าจะใช่ของเลียนแบบนะ ของปลอมพื้นผิวจะไม่แวววาวขนาดนั้น”
…
“เย่หลิงเธอกำลังดูอะไรน่ะ?”ไป๋ชิงเหอเห็นท่าทางของเย่หลิงที่เปลี่ยนไป จึงอดถามไม่ได้
“ไม่มีอะไร! ” เย่หลิงไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบกับเย่ฝานที่เมืองหลวงพฤติกรรมที่ทำตัวเหมือนเศรษฐีใหม่ของเย่ฝาน ทำให้หล่อนรู้สึกขายหน้าอย่างที่สุดจิตใต้สำนึกของหล่อนบอกหล่อนว่าต้องตัดความสัมพันธ์กับเย่ฝาน
เย่หลิงเป็ญาติผู้พี่ของเย่ฝานเพียบพร้อมทั้งความรู้และคุณธรรม
เย่ฝานและเย่หลิงหากเปรียบเทียบกันแล้วก็เปรียบเหมือนสุนัขกับนกยูง
ไป๋ชิงเหอหันหลังไปก็มองเห็นเย่ฝานเย่ฝานดูสะดุดตาอยู่ไม่น้อย คนในห้องอาหารกว่าครึ่งหนึ่งล้วนสังเกตเห็นเขา
ตอนที่ไป๋ชิงเหอหันไปมองเย่ฝานกำลังม้วนเส้นสปาเกตตีจานใหญ่ ปาดทุกอย่างไปจนหมด
เย่ฝานอ้าปาก แล้วยัดสปาเกตตีทั้งหมดเข้าไปแก้มทั้งสองของเขาป่องราวกับเป็หนูตัวหนึ่ง!
“เ้าหมอนั่นกินเก่งจริงๆ!”ไป๋ชิงเหออดกล่าวชมไม่ได้
ที่จริงแล้วไป๋ชิงเหอก็นับเป็คนตระกูลไป๋แต่เป็ญาติห่างๆ ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับบ้านตระกูลไป๋มากนัก
“ช่างมันเถอะ อย่าดูอีกเลยแค่เศรษฐีใหม่คนหนึ่ง ไม่มีอะไรน่าดูหรอก!” เย่หลิงกล่าว
“เอ๋”ไป๋ชิงเหอเปล่งเสียงที่แฝงด้วยความแปลกใจออกมา เย่หลิงถามด้วยความงุนงง“เป็อะไรไปเหรอ?”
“ไม่มีอะไรเพียงแต่คนที่อยู่ข้างๆ เศรษฐีใหม่คนนั้นดูคล้ายกับญาติผู้น้องที่สูงส่งของฉันแต่ว่าลูกพี่ลูกน้องของฉันเป็คนชอบเก็บตัว มีนิสัยเ็าไม่มีทางปรากฏตัวในที่แบบนี้แน่นอน” เพราะไป๋อวิ๋นซียกแก้วแชมเปญขึ้นมาดื่มทำให้ใบหน้าของเขาถูกบังไปครึ่งหนึ่ง ไป๋ชิงเหอจึงมองเห็นไม่ชัดเจนนัก
“ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นที่เธอว่าหมายถึงคุณชายสามแห่งตระกูลไป๋ใช่ไหม” เย่หลิงอดถามไม่ได้
ไป๋ชิงเหอพยักหน้า ถึงแม้จะแซ่ไป๋เหมือนกันแต่ญาติห่างๆ แบบเขา เมื่อเทียบกับทายาทโดยตรงอย่างไป๋อวิ๋นซี ก็เทียบกันไม่ได้เลย
ในใจเย่หลิงพลันคิดถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้ไป๋อวิ๋นซีเหมือนจะไปที่เมืองชางแต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นหล่อนอยู่ที่วิทยาลัยในเมืองหลวง จึงไม่ได้พบกัน
เย่หลิงเคยได้ยินพ่อแม่ของตนพูดขึ้นโดยบังเอิญว่าญาติผู้น้องไม่เอาถ่านคนนี้ คิดจะเอาชนะใจไป๋อวิ๋นซีเื่นี้ทำให้เย่หลิงรู้สึกว่าเย่ฝานนั้นช่างไร้สาระแต่ในเวลาเดียวกันก็กังวลใจว่าไป๋อวิ๋นซีจะพลอยไม่พอใจบ้านตระกูลเย่ไปด้วยดีที่ไป๋อวิ๋นซีอยู่ไม่นานก็เดินทางกลับและในตอนนั้นญาติผู้น้องคนนี้ก็โดนไล่ออกจากบ้านไปแล้วส่วนเื่ราวต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตัวเย่หลิงเองก็ไม่รู้ชัดเจนมากขนาดนั้น
…
เย่ฝานสังเกตเห็นว่ามีชายหญิงซึ่งแต่งกายในชุดหรูหราคู่หนึ่งกำลังหันมองมาทางเขาและไป๋อวิ๋นซี ชายหญิงคู่นั้นจ้องมองพวกเขาอยู่สักพักก็ตรงเข้ามาหา“อวิ๋นซี เธอก็อยู่ที่นี่เหรอ!” จู่เสวี่ยเป่าเอ่ยถาม
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วได้เจอกับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ในร้านอาหารแบบนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนจับได้ว่าแอบมากับแฟน
จู่เสวี่ยเป่าพยักหน้าให้เย่ฝานแล้วทักทาย“คุณชายเย่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”
เย่ฝานพยักหน้าตอบพร้อมกล่าว“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ พวกคุณก็มากินข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอ!”
จู่เสวี่ยเป่าพยักหน้าพลางตอบว่า“ใช่แล้วค่ะ!”
“อ๊า! พวกคุณมาช้าขนาดนี้เกรงว่าจะไม่มีโต๊ะว่างแล้ว ถ้าไม่รังเกียจเชิญนั่งกับพวกเราไหมครับ?” เย่ฝานเอ่ยถาม
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก ไป๋อวิ๋นจิ่นก็ชิงตอบตกลงไปแล้ว “ได้สิฉันกำลังกลุ้มใจเลยว่ามาดึกขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่เหลือโต๊ะว่างจะทำยังไงดี!”
ไป๋อวิ๋นซีเหลือบตามองบน คิดในใจว่า :พี่ใหญ่ของเขาเวลามาทานข้าวที่นี่จะใช้ห้องส่วนตัวทุกครั้งจะมากังวลเื่โต๊ะว่างไม่ว่างได้อย่างไร
“คุณชายเย่่นี้ทำอะไรอยู่ล่ะ!” ไป๋อวิ๋นจิ่นเอ่ยถาม
“ผมเหรอ!่นี้ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ! ระยะนี้อวิ๋นซีไม่ให้ผมออกไปทำงานจะให้ผมเกาะเขากินให้ได้! ความจริงแล้วผมไม่ชอบเกาะใครกินไปวันๆแต่อวิ๋นซี้าอย่างนั้น!” เย่ฝานกล่าวด้วยความทุกข์ใจ
ไป๋อวิ๋นจิ่นกวาดตามองไป๋อวิ๋นซีแวบหนึ่งไป๋อวิ๋นซีกำลังยกมือเรียกบริกรมา “ขอแก้วไวน์แดงอีกสองใบ”
ไป๋อวิ๋นซีกลอกตามองบนเขาคงบ้าไปแล้วที่ยอมออกมากินข้าวกับเย่ฝานในวันแห่งความรัก
“นี่คืออะไรคะ?” จู่เสวี่ยเป่าสังเกตเห็นถังหูลู่ที่อยู่ข้างๆ จึงเอ่ยถาม
“อ๋อนี่คือของขวัญที่ผมเตรียมมาให้อวิ๋นซีครับ แต่เขากลับเอาแต่ประชุมไม่สนใจผมเลยผมเลยกินไปแล้วครึ่งหนึ่ง” เย่ฝานตอบราวกับไม่ได้รับความยุติธรรม
ไป๋อวิ๋นซียกแก้วแชมเปญขึ้นมาดื่มในใจรู้สึกเซ็งไม่น้อย! เย่ฝานไอ้คนสมองกลวง!
จู่เสวี่ยเป่ามองไป๋อวิ๋นซี แล้วพูดว่า“อวิ๋นซี วันนี้เป็วันแห่งความรัก นานทีปีหน เธออย่าทำงานเอาเป็เอาตายขนาดนั้นเลย!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
…
เป็ไปได้ยังไง? ไป๋ชิงเหอเบิกตาโตอย่างอดไม่ได้
เย่หลิงถามอย่างงุนงงว่า “มีอะไรเหรอ?”
“ไป๋อวิ๋นจิ่นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลไป๋และภรรยา!”ด้วยฐานะระดับไป๋อวิ๋นจิ่นควรจะเข้าไปนั่งในห้องส่วนตัวที่เงียบสงบแล้วเลือกสั่งอาหารกับไวน์รสเลิศอย่างสบายอกสบายใจไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงต้องมาร่วมโต๊ะกับคนอื่นในพื้นที่แคบๆ แบบนั้นด้วยไป๋อวิ๋นจิ่นและจู่เสวี่ยเป่าร่วมโต๊ะกับคนคู่นั้น แสดงว่าเขาไม่ได้ดูคนผิดคนที่อยู่ข้างกายเศรษฐีใหม่คนนั้นคือไป๋อวิ๋นซีนั่นเอง!
ไป๋ชิงเหอรู้สึกแปลกใจปกติแล้วไป๋อวิ๋นซีและไป๋อวิ๋นจิ่นจะมีสายตาสูงส่งมากการที่เขาทั้งสองให้ความสำคัญขนาดนี้แสดงให้เห็นว่าที่มาที่ไปของเ้าเศรษฐีใหม่นั่น คงไม่ธรรมดาเลย!
“คุณชายเย่กินเก่งไม่เบาเลยนะ”ไป๋อวิ๋นจิ่นพูดพร้อมหัวเราะออกมา
“ก็พอได้ครับ ที่สำคัญคืออาหารที่นี่ให้ปริมาณไม่เยอะครับ” เย่ฝานพูดพร้อมกับส่ายหัว
ไป๋ชิงเหอรู้สึกนั่งไม่ติดลุกขึ้นแล้วเดินไปทางโต๊ะของเย่ฝาน
“คุณชายใหญ่ คุณชายสามไม่นึกเลยว่าจะได้เจอพวกคุณที่นี่” ไป๋ชิงเหอกล่าวทักทายด้วยความกระตือรือร้น
ไป๋อวิ๋นซีรู้สึกกลัดกลุ้มในใจ เขาพยายามจะลดตัวตนของตัวเองลงแล้วแต่เสียดายที่ยังมีคนพบเจอจนได้ ต้องโทษพี่ชายพี่สะใภ้ที่ไม่ยอมไปนั่งห้องส่วนตัวจะต้องมานั่งร่วมโต๊ะตรงนี้ให้ได้
“ชิงเหอ นายเองเหรอ!ได้ยินว่า่นี้การงานของนายไปได้สวยเลยนี่” ไป๋อวิ๋นจิ่นเอ่ยปากชมไปอย่างนั้น
ไป๋ชิงเหอรู้สึกเหมือนได้รับคำชมโดยไม่คาดฝัน“คุณชายใหญ่ชมเกินไปแล้วครับ ท่านนี้คือ?”
“เย่ฝานเป็เพื่อนสนิทของน้องชายฉัน”ไป๋อวิ๋นจิ่นแนะนำ
“แท้ก็เป็เพื่อนสนิทของคุณชายสามนี่เองมิน่าดูท่าทางเหมือนคนที่มีความสามารถ”ไป๋ชิงเหอเหลือบมองเย่ฝานอีกหลายครั้งอย่างอดไม่ได้
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะฝืดๆ ในใจลักษณะภายนอกของเย่ฝานก็พอจะใช้ได้ แต่ท่าทางการกินไม่น่าดูเท่าไรนักยากที่ไป๋ชิงเหอจะพูดชมว่าเขาเป็คนที่มีความสามารถได้เต็มปาก
ไป๋อวิ๋นซีจ้องมองเย่หลิงอยู่หลายครั้งคิดในใจว่า เมื่อครู่ที่เย่ฝานบอกว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งแอบชอบเขา ก็คงจะเป็คนนี้สินะ
เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของไป๋อวิ๋นซีที่มองมาเย่หลิงรู้สึกตื่นเต้นและดีใจอยู่ลึกๆ ทว่าไม่กล้าแสดงท่าทางอะไรตอบกลับไป
“ญาติผู้น้องเย่ฝานคิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอนายที่เมืองหลวง” เย่หลิงเอ่ยปากทักทาย
ไป๋อวิ๋นซีอดตกตะลึงไม่ได้ที่แท้ก็เป็ลูกพี่ลูกน้องกันหรือ? เ้าซื่อบื้อเย่ฝานเป็ลูกพี่ลูกน้องกันแท้ๆ หมอนี่กลับรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามแอบชอบตัวเอง
เย่ฝานจำหน้าคนไม่ค่อยเก่งสำหรับเขาแล้วผู้หญิงแต่ละคนล้วนมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน ตอนแรกเขายังจำไม่ได้แต่ตอนที่เย่หลิงทักทายเขา เขาจึงคิดขึ้นมาได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร!
“อ้าว ญาติผู้พี่นี่เอง!”
เย่ฝานค้นหาความทรงจำจากเ้าของร่างเดิมพบว่าเ้าของร่างเดิมนั้นเลื่อมใสพี่สาวคนนี้ไม่น้อยแต่สายตาที่เย่หลิงมองเ้าของร่างเหมือนมองหนูเล็กๆ ตัวหนึ่งที่ไม่มีความสำคัญ
ไป๋อวิ๋นซีมองดูเย่ฝานในแววตาพลันเกิดประกายความสงสัย เย่ฝานเ้าหมอนี่ แม้แต่ลูกพี่ลูกน้องก็จำไม่ได้ช่างน่า...
ก่อนที่เย่ฝานจะโดนไล่ออกจากบ้านเขาเป็คนไม่โดดเด่นอะไร แถมยังไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา หลังจากที่ถูกไล่ออกจากบ้านก็พัฒนาตนเองจนโดดเด่นขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคนบางทีอาจเปลี่ยนเป็อีกคนไปแล้วก็ได้
ไป๋ชิงเหอมองดูเย่ฝานด้วยความรู้สึกเหนือความคาดหมายไม่นึกเลยว่าแฟนสาวของตนจะเป็ญาติกับเพื่อนสนิทคุณชายสามแห่งตระกูลไป๋
ผู้จัดการร้านรีบเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว“คุณชายใหญ่ ทำไมถึงมานั่งตรงนี้ล่ะครับ! ห้องส่วนตัวเตรียมไว้พร้อมแล้วครับ”
ก่อนที่ไป๋อวิ๋นจิ่นจะมาถึงร้านอาหารเขาได้โทรมาสั่งไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นร้านอาหารจึงรีบตระเตรียมให้อย่างรวดเร็วแต่พอเลยเวลานัดไปแล้ว ทางร้านยังไม่เห็นวี่แววของคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ผู้จัดการร้านจึงรู้สึกกังวลขึ้นมา
พอผู้จัดการร้านตรวจสอบดูอีกครั้งก็พบว่าคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋และภรรยามาถึงแล้วแต่ไปนั่งเบียดอยู่ที่โต๊ะเดียวกันกับลูกค้าอีกสองคน เท่านั้นยังไม่พอเขายังสังเกตเห็นคุณชายสามตระกูลไป๋ที่ไม่ได้มาที่นี่นานแล้วและที่สำคัญคุณชายสามเหมือนว่ามานั่งที่นี่เป็เวลานานแล้วด้วย
