ไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่ฉินหยีหนิงเข้าใจว่า ท่านพ่อสอนนางโดยใช้วิธีการสอนเหมือนสั่งสอนลูกชายต่อหน้าทุกคน ไม่เพียงแต่เป็การให้เกียรตินางเท่านั้น แต่เป็การสนับสนุนนางอีกด้วย เขากำลังเตือนทุกคน ไม่ว่าเขาจะมีอนุภรรยาจำนวนเท่าใดก็ตาม ฉินหวยหยวนมีลูกสาวเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
คนที่นั่งอยู่ที่นี่ ต่างไม่มีคนโง่เง่า แน่นอนว่าพวกนางต่างเข้าใจความหมายลึกๆ ของการกระทำของฉินหวยหยวนในคราวนี้ และสายตาของพวกนางตอนมองดูฉินหยีหนิงนั้นได้แปรเปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน
ทว่าล่าวไท่จุนเริ่มมีความเสียใจกับการกระทำที่ได้ขว้างกล้องยาสูบทองเหลือง เพื่อทุบคนเมื่อครู่ก่อนแล้ว
ยังดีที่ฉินหยีหนิงหลบได้ทัน ถ้าสิ่งนี้กระทบกระแทกโดนนางจริงๆ ศีรษะนางก็จะแตกและใบหน้าของนางก็จะแตกด้วย นางจะอธิบายกับฉินหวยหยวนอย่างไร?
ล่าวไท่จุนเป็แม่ นางรับรู้ถึงความยากลำบากของบุตรชาย ถึงฉินหวยหยวนจะเก่งกาจมากเพียงใด แต่ตอนนี้เขายังไม่มีลูกชายเอาไว้สืบทอด แต่ฉินหยีหนิงเกิดมามีใบหน้าเหมือนฉินหวยหยวนและนางยังฉลาดเฉลียวมากด้วยซ้ำ ทั้งการกระทำของนางก็ทำได้ดีมาก ซึ่งไม่เหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ในบ้านทั่วไป มีความเป็เด็กผู้ชายที่น่ารักอยู่หลายส่วน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าฉินหวยหยวนจะชอบนางและ้าฝึกฝนนางในฐานะลูกชาย
ล่าวไท่จุนคิดอย่างลับๆ ว่า วันข้างหน้า ถ้าจะลงโทษฉินหยีหนิง ก็ต้องปิดบังฉินหวยหยวนเสียแล้ว
“ฮุ่ยเจี่ยร์” ฉินหวยหยวนได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ฉินฮุ่ยหนิงผู้ซึ่งกำลังก้มศีรษะอยู่ จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองฉินหวยหยวน แต่เมื่อสบสายตากับบิดา ก็รู้สึกว่าหัวใจกระตุกอย่างฉับพลัน นางรีบก้มหน้าด้วยความหวาดกลัวพร้อมคำนับ “ท่านพ่อ”
ฉินหวยหยวนจ้องมองไปที่ฉินฮุ่ยหนิงซึ่งสวมเสื้อผ้าสีแดงและบนศีรษะประดับด้วยหยก ทำให้เขาไม่ชื่นชอบเอาเสียเลย จากนั้นเขาหันไปดูฉินหยีหนิง ซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็สีขาว แม้แต่เครื่องประดับก็ไม่ได้สวมใส่ จึงรู้สึกดีอยู่หลายส่วน
“ฮุ่ยเจี่ยร์ วันนี้แต่งตัวได้สวยนะ”
ฉินฮุ่ยหนิงกลืนน้ำลายอย่างกระวนกระวาย เพราะรู้ว่าฉินหวยหยวนกำลังตำหนินาง นางจึงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “ท่านพ่อ วันธรรมดาทั่วๆ ไป ลูกก็ไม่ได้แต่งตัวเช่นนี้เ้าค่ะ เพียงแต่ว่า วันนี้ฉาวหยีเหนียงเข้ามาที่บ้าน ลูกทำเพื่อแสดงความปีติในครอบครัว แน่นอนว่าจะต้องแต่งตัวให้ดีหน่อย ถึงจะได้รู้สึกว่าให้ความสำคัญอย่างไรละเ้าคะ”
ในที่สุดสายตาของฉินหวยหยวนก็มองไปที่ฉาวหยูชิง
ั้แ่เขาเข้ามาในบ้าน นี่เป็ครั้งแรกที่เขามองนาง
ฉาวหยูชิงยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาฉายประกายแห่งความสุขและความผูกพันรวมกันอยู่ภายใน
ฉินหวยหยวนหลบสายตาและเอ่ยว่า “ฉาวหยีเหนียงเกิดมาในตระกูลที่มีชื่อเสียง เป็คนที่มีการศึกษาและมีมารยาทดี จะไปใส่ใจว่าเ้าแต่งตัวได้อย่างไรด้วยหรือ? ฮุ่ยเจี่ยร์ สมาชิกผู้ชายครอบครัวติ้งกั๋วกงเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน อย่างน้อยเ้าก็เรียกติ้งกั๋วกงว่าท่านตามาสิบกว่าปีแล้ว เ้าเป็หญิงสาวที่อยู่ในบ้าน ไม่สามารถอดทนใส่เสื้อผ้าเรียบๆ ธรรมดาๆ เลยหรือ เท่านี้เ้าก็ทำไม่ได้หรือ?”
ฉินฮุ่ยหนิงถูกสั่งสอนจนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็สีแดง ราวกับมีเืไหลออกมาจากใบหน้า นางคุกเข่าลงทันควัน “ท่านพ่ออย่าโกรธเลยนะเ้าคะ ลูกคิดผิดไปแล้ว ขอให้ท่านพ่อได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยนะเ้าคะ”
ฉินหวยหยวนกล่าวว่า “ั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป ให้เ้าคิดทบทวนตนเองอยู่ในเรือนเสวี่ยลี่ ถ้ายังไม่คัดลอก ‘คัมภีร์กตัญญูกตเวที’ หนึ่งร้อยครั้ง ก็ไม่ต้องออกมา ตนเองทำอะไรแล้ว ตนเองก็คิดด้วยตนเองให้ดีๆ เถิด”
แม้ว่าฉินหวยหยวนเพียงแค่พูดสั่งสอน แต่คำตักเตือนถูกกล่าวต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ทำให้ฉินฮุ่ยหนิงรู้สึกเหมือนใบหน้าของตนเองถูกตบจนบวมแล้วจริงๆ
ในครอบครัวนี้ ท่านพ่อเป็ผู้าุโ เขาได้จัดการล่าวไท่จุนไปแล้ว ถึงจะให้ความกล้าหาญกับนางมาสิบครั้ง นางย่อมไม่กล้าที่จะไม่เชื่อฟังเขา
ฉินฮุ่ยหนิงก้มศีรษะด้วยความคับแค้นใจ ได้แต่เอ่ยตอบรับ “เ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านพ่อที่สั่งสอน”
“เ้าก็ทำตัวเองให้ดีเถิด”
ฉินหวยหยวนยิ้มและคำนับให้กับล่าวไท่จุน “ท่านแม่ขอรับ ลูกยังรอที่จะไปอ่านหนังสือกับหยีเจี่ยร์อยู่ขอรับ ถ้าเช่นนั้นข้าขอพานางออกไปแล้วนะขอรับ”
ล่าวไท่จุนทำได้เพียงพยักหน้า
ฉินหวยหยวนสวมเสื้อคลุม จากนั้นเดินออกไปที่ประตู แล้วเอ่ยพูดเบาๆ ว่า “ยีเจี่ยร์ ยังไม่ตามมาอีกหรือ”
ฉินหยีหนิงคำนับแสดงความเคารพต่อล่าวไท่จุน ฮูหยินสองกับฮูหยินสาม รวมถึงพี่สาวน้องสาวคนอื่นๆ จากนั้นนางก็เดินตามออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงระเบียงทางเดิน ฉินหวยหยวนมองไปที่ซุนซื่อซึ่งกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น มองไปที่แม่นมจินซึ่งหนาวเหน็บจนตัวสั่นและมองฉ่ายจู๋ว ทั้งสามกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น จึงถอนหายใจพร้อมเอ่ยขึ้น “ฮูหยินใหญ่ร่างกายอ่อนแอ ครั้งก่อนที่ป่วยไป อาการก็ยังไม่ดีขึ้นเลย พวกเ้ายังไม่ลุกขึ้นช่วยประคองฮูหยินอีกหรือ เตรียมรถม้า แล้วส่งกลับไปที่เรือนซิ่งหนิงเพื่อพักผ่อนเถิด”
นี่คือการปกป้องลูกสาว และมาปกป้องภรรยาของเขาอีกด้วย
เมื่อล่าวไท่จุนซึ่งอยู่ข้างในได้ยินเข้า นางปิดปากชำเลืองมอง แต่ไม่ได้ขัดขวางอะไร พลางให้แม่นมฉินออกไปเพื่อฟังคำสั่ง
แม่นมฉินตอบทันที “เ้าค่ะ” และให้คนไปเตรียมรถม้า
ฉาวหยูชิงก็ก้าวเดินต่อท้ายรอยเท้าของฉินหวยหยวนไปตามทางเดินด้วย ขณะเดียวกันนางได้เห็นใบหน้าซึ่งร้องไห้จนซีดเซียวของซุนซื่อ จากนั้นมองไปที่ด้านหลังของฉินหวยหยวนและกัดริมฝีปากล่าง ดูเหมือนว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
ทันทีที่ซุนซื่อเงยหน้าขึ้น นางเห็นการแต่งตัวสีสันสดใส ฉาวหยูชิงสวยงามจนทำให้นางดูสกปรกไปเลย
ดวงตาของซุนซื่อ แสดงความเกลียดชังอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน!
ไม่นานมานี้ ครอบครัวของนางได้สอบสวนอย่างชัดเจนแล้ว ที่ราชทูตของราชวงศ์ต้าโจว้าสมองของซุนหยู่ เดิมทีฮ่องเต้มีโอกาสที่จะปฏิเสธมัน แต่เป็เพราะปีศาจหวงโฮ่วยุยงจนทำให้ฮ่องเต้ออกพระราชกฤษฎีกาและบังคับซุนหยู่จนต้องตาย ต่อมาราชวงศ์ต้าโจวออกเอกสารโดยอ้างว่าจะเอาชีวิตของฮ่องเต้ นั่นก็เป็ความคิดของหวงโฮ่วอีกที่บอกให้ทำลายตระกูลซุนเพื่อลดความโกรธของราชวงศ์ต้าโจว ตระกูลซุนถึงได้มีจุดจบเช่นนี้
ครอบครัวฉาวเป็ศัตรูในการทำลายล้างตระกูลซุน
แต่ฉินหวยหยวนกลับต้อนรับลูกสาวของตระกูลฉาวให้เป็อนุภรรยา!
ตอนนี้นางเหมือนตกอับและคุกเข่าร้องไห้อยู่ในหิมะ
ฉาวหยีเหนียงแต่งตัวด้วยชุดสวยงาม พร้อมทั้งยืนข้างๆ ฉินหวยหยวนด้วยรอยยิ้ม
ความเกลียดชังลึกล้ำมากถึงเพียงนี้ จะให้ซุนซื่อไม่บ่นได้อย่างไร? นางเกลียดชังมากเสียจนสามารถกลืนกินเืเนื้อของครอบครัวฉาวได้แล้ว!
เมื่อเห็นความผันผวนในอารมณ์ของซุนซื่อ แม่นมจินก็ตื่นตระหนกพลางยื่นมือปิดปากซุนซื่อไว้ จากนั้นเรียกฉ่ายจู๋ว “เร็วเข้า รีบช่วยประคองฮูหยินให้ขึ้นรถที”
น้ำตาของซุนซื่อไหลกระทบลงบนมือของแม่นมจิน นางสะอื้นดิ้นรน แต่ในที่สุดก็อ่อนแรงลงและทำได้เพียงแค่ร้องไห้อยู่บนไหล่ของแม่นมจิน
ฉินหวยหยวนมองเงาด้านหลังของภรรยาเอก ความรู้สึกไม่มีทางเลือกและความรู้สึกผิดพุ่งเข้ามาในดวงตา อย่างไรก็ดี เขากลับยังคงก้าวลงบันไดด้วยทีท่าเรียบเฉย “หยีเจี่ยร์ ตามข้ามา”
“เ้าค่ะ” เมื่อฉินหยีหนิงแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว และได้ถือกระถางอุ่นมือ นางจึงพาปิงถาง ชิวหลู่และซงหลานเดินตามฉินหวยหยวนอยู่ข้างหลัง
ฉาวหยูชิงอดไม่ได้ที่จะไล่ตามไปด้วยสองก้าว และเรียกด้วยน้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้ง “ล่าวแหย่”
ฉินหวยหยวนหยุดก้าวเดินก่อนเอ่ยโดยไม่มองกลับไป “ฉาวหยีเหนียง เหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว เ้าพักผ่อนก่อนเถิด”
จากนั้นสั่งการกับแม่นมฉินว่า “เ้าช่วยจัดคนที่เหมาะสมดูแลฉาวหยีเหนียงด้วย ต้องอย่าละเลยแม้แต่น้อย เลือกอาหารและเสื้อผ้าที่ดีที่สุดส่งไปให้นางด้วย”
แม่นมฉินพยักหน้า ฉินหวยหยวนหมายความว่า จะเลี้ยงฉาวหยีเหนียงเป็อย่างดี แต่ไม่ได้ตั้งใจที่จะแตะต้องนางหรือ?
ก็ใช่
ครอบครัวซุนพังทลายได้อย่างไร ทุกคนต่างก็รู้ดี
ฉินหวยหยวนกับติ้งกั๋วกงไม่เคยมีเื่บาดหมางต่อกัน และเมื่อชั่วครู่ก่อนเพิ่งได้ตำหนิฉินฮุ่ยหนิงที่ไม่ยอมสวมเสื้อผ้าเพื่อไว้อาลัย จนต้องลงโทษนางด้วยการคิดทบทวนอยู่ในบ้านและคัดลอก ‘คัมภีร์กตัญญูกตเวที’ หนึ่งร้อยครั้ง วันนี้จะยอมรับฉาวหยีเหนียงทันทีได้อย่างไร?
หากมีผู้หญิงถูกยกเข้ามาในบ้าน ก็อดไม่ได้ที่จะรีบไปหลับนอนด้วย ทว่านั่นไม่ใช่ฉินหวยหยวน คนที่นางเฝ้าดูมาั้แ่เด็กจนถึงเติบใหญ่อย่างแน่นอน
แม่นมฉินชื่นชมในความเป็คนของฉินหวยหยวน และรู้สึกว่าในบางประการของฉินหยีหนิงมีความคล้ายคลึงกันกับฉินหวยหยวนอย่างน่าประหลาดใจ ทำให้นางต้องเผยยิ้มออกมา
ฉาวหยูชิงมองดูฉินหวยหยวนเดินออกไปไกลอย่างตั้งใจ ความคาดหวังในสายตายังมีอยู่ จากนั้นนางก็ถอนหายใจเบาๆ
แม่นมฉินเข้าใจความหมายของล่าวไท่จุนอย่างลึกซึ้ง จึงขอให้ฉาวหยูชิงเข้าไปนั่งอีกสักพักด้วยความเคารพและสุภาพ
ฉินฮุ่ยหนิงก็คิดให้กำลังใจตนเอง โดยคิดว่าในเมื่อวันพรุ่งนี้จะต้องปิดประตูบ้านเพื่อทบทวนตนเองแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็อยู่พูดคุยกับฉาวหยูชิงก่อนก็แล้วกัน
ทุกคนปฏิบัติต่อฉาวหยูชิงราวกับดาวล้อมจันทร์ รวมตัวกันเพื่อส่งฉาวหยูชิงให้เข้าไปในเรือนอีกครั้ง พูดคุยกันอย่างมีชีวิตชีวา
ฉินหยีหนิงเดินตามฉินหวยหยวนจนมาถึงห้องหนังสือแล้ว พ่อลูกนั่งลงบนเตียงหลั่วฮั่นบริเวณริมหน้าต่าง ทั้งทางด้านซ้ายและขวา อีกครู่หนึ่งบ่าวได้ยกชาร้อนเข้ามา จากนั้นโบกมือให้บ่าวออกไป
ฉินหยีหนิงกัดริมฝีปาก พลางพูดด้วยความเสียใจ “ท่านพ่อ วันนี้ลูกหุนหันพลันแล่นมากเกินไปแล้ว และได้กระทบกระทั่งกับล่าวไท่จุนด้วย ขอให้ท่านพ่อได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยเ้าค่ะ”
