หลังออกจากห้องทำงานของสื่อเว่ย โหวอันก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ “คุณชายเย่ หยกที่ศาสตราจารย์สื่อมีมันคือหยกอะไรหรือครับ”
“มันเป็สินสอดที่ฉันมอบให้อวิ๋นซี มันมีประสิทธิภาพในการป้องกันภัย” เย่ฝานกล่าว
“หากผมมีหยกนั่นไว้กับตัว จะไม่โดนทำร้ายได้ง่ายๆ ใช่ไหมครับ” โหวอันถาม
เย่ฝานพยักหน้าตอบว่า “อืม ใช่”
“แล้วหยกที่คุณมอบเป็สินสอดให้กับคุณชายไป๋ มีทั้งหมดกี่ชิ้นครับ!” เซี่ยวฉือมีอยู่หนึ่งร้อยชิ้น คิดว่าผู้าุโไป๋น่าจะแบ่งไปไม่น้อยกว่าของเซี่ยวฉือแน่นอน
“อ่อ ไม่เยอะหรอก ก็แค่สองพันชิ้นเอง” เย่ฝานตอบ
สองพันชิ้นยังว่าไม่เยอะอีกเหรอ! โหวอันตัดสินใจด้วยตนเองว่า จะต้องหาทางได้หยกนั่นมาสักสองชิ้น
“คุณชายเย่ คุณชายเย่…" โฮวอันเขยิบเข้าไปใกล้ด้านหลังของเย่ฝาน อยู่ๆ เขาก็มีอาการหวาดกลัว เอาแต่หลบอยู่ข้างหลังเย่ฝาน
เย่ฝานเห็นท่าทางของโหวอัน จึงพูดขึ้นว่า “นายอย่าขี้ขลาดตาขาวไปหน่อยเลย! เป็อะไรไปอีกล่ะ”
“คุณชายเย่ ผู้หญิงคนนั้น เป็ผู้หญิงคนนั้น...”
เย่ฝานมองตามทิศทางที่โหวอันชี้ ก็มองเห็นหญิงสาวซึ่งสวมเสื้อและกระโปรงสีขาวคนหนึ่ง สีหน้าท่าทางของหญิงสาวดูเย่อหยิ่งและเ็า ให้ความรู้สึกไม่น่าเข้าใกล้
“เอ๋ หล่อนเป็ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณนี้” แต่ระดับพลังปราณเพิ่งจะขั้นสองเท่านั้น เป็พวกอ่อนหัดคนหนึ่ง
หญิงสาวกระโปรงขาวหันมามองโหวอันซึ่งหลบหลังเย่ฝานด้วยสายตาเ็า แล้วเดินจากไปด้วยท่าทางรังเกียจ
“ผู้หญิงคนนี้ช่างเ็าจริงๆ!” เย่ฝานหยุดสักครู่ แล้วพูดต่อว่า “หน้าตาของหล่อนก็ไม่เท่าไร เมื่อก่อนนายคิดจะจีบหล่อนงั้นเหรอ? สายตานายมีปัญหาหรือเปล่า ผู้หญิงคนนี้สู้อวิ๋นซีไม่ได้เลยแม้แต่ปลายเล็บ”
โหวอันพูดด้วยความกระดากกระเดื่องว่า “สายตาของผมย่อมสู้สายตาของคุณไม่ได้อยู่แล้วครับ” ต่อให้ไป๋อวิ๋นซีดีแค่ไหน เขาก็เป็ผู้ชาย! เขาชอบหญิงสาวที่อ่อนหวานต่างหากล่ะ อีกอย่างคุณชายไป๋หน้าตาหล่อเหลาก็จริง แต่จิตสังหารของเขาก็น่ากลัวมาก คนทั่วไปจะเอาอยู่ได้ยังไง!
…….......................................................................................
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์เย่ฝานดังขึ้น “ฮัลโหล มู่เหลียนผิง มีอะไรหรือเปล่า!”
“คุณชายเย่ เื่ที่คุณชายไป๋วานให้ผมไปสืบได้ข้อมูลมาแล้วนะครับ ผู้หญิงคนที่ล่วงเกินนั้น น่าจะเป็คนของวังจันทรา”
“วังจันทรา ความสามารถของพวกเขาเป็ยังไงบ้าง!”
“นิกายวังจันทรามีแต่ผู้ฝึกตนที่เป็หญิง ความสามารถของพวกหล่อนก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมขนาดนั้น คนที่ระดับวรยุทธ์สูงสุด ฝีมือน่าจะพอๆ กับหยางเหลิงเสวี่ย แต่เื่นิสัยใจคอของหญิงสาวในวังล้วนแล้วแต่เย่อหยิ่งยโส เพราะพวกหล่อนทึกทักเอาเองว่าพวกตนเป็นางฟ้าของวังจันทรา จำเป็ต้องรักษาร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์และรังเกียจผู้ชาย” มู่เหลียนผิงกล่าว
“พวกหล่อนไม่อยากมีลูกงั้นเหรอ?” เย่ฝานถามด้วยความสงสัย
“พวกหล่อนจะมีลูกไม่ได้ คนของวังจันทรา เชื่อว่าตนเป็นางฟ้าในวังจันทราที่กลับชาติมาเกิด เป็ผู้ที่ต้องคอยปรนนิบัติเทพเ้า ไม่สามารถมีความรักได้ หากผู้หญิงในวังจันทรามีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ชาย หรือว่าคิดทรยศ ก็จะถูกคนอื่นๆ ในวังจันทราตามฆ่า”
“ผู้หญิงในนิกายนั้นไม่มีทายาท แต่นิกายนั้นกลับยังอยู่มาได้จนถึงตอนนี้?” เย่ฝานถามด้วยแปลกใจ
“พวกหล่อนไม่้ามีลูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รับลูกศิษย์นี่ครับ!” มู่เหลียนผิงตอบ
“อ่อ ฉันรู้แล้ว” เย่ฝานเอ่ย
เย่ฝานวางสายโทรศัพท์ แล้วพูดกับโหวอัน “เมื่อกี้นายบอกว่าจะให้เงินฉันสามร้อยล้านหยวน!”
โหวอันพยักหน้า แล้วพูดว่า “ใช่ครับ สามร้อยล้านหยวน!”
“เดี๋ยวฉันจะเขียนใบสั่งยาให้นาย สมุนไพรทุกตัวนายต้องเป็คนจัดเตรียมเอง” เย่ฝานบอก
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่ฝาน ก็รู้ในทันทีว่าเย่ฝานรับงานนี้แล้ว โหวอันจึงรีบกล่าวขอบคุณ
โหวอันเคยได้ยินไช่เจิ้นจวิ้นเล่าว่า ความสามารถในการปรุงยาของเย่ฝานไม่ธรรมดาเลย คราวก่อนนักพรตสวีหยวนชิงก็เคยขอให้เขาช่วยปรุงยาให้ ขอเพียงเย่ฝานยอมลงมือ ก็น่าจะไม่มีปัญหา
“คุณชายเย่ คุณจะไปไหน! ” โหวอันเอ่ยถามพลางดึงเย่ฝานเอาไว้
“ฉันจะไปห้องสมุด! คุณตาอยู่ที่นั่น!" เย่ฝานตอบ
โหวอันพูดด้วยความหวาดหวั่น “แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นเพิ่งเดินเข้าไปนะครับ”
เย่ฝานเหลือบตามองบน แล้วกล่าวว่า “หล่อนเข้าไป แล้วฉันเข้าไปไม่ได้เหรอ? นี่มันหลักการอะไรกัน”
เื่น่าหัวเราะ หล่อนมีระดับวรยุทธ์ขั้นสองเท่านั้น อย่างมากก็แค่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป เขาซัดเพียงฝ่ามือเดียวก็ทำให้หล่อนตายได้แล้ว
“ถ้านายกลัวก็รออยู่ข้างนอก ฉันจะเข้าไปหาคุณตา” เย่ฝานพูด
โหวอันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ผมเข้าไปกับคุณดีกว่า”
หลังจากที่เย่ฝานเข้าไป ก็มุ่งหน้าไปยังโซนหนังสือโบราณของห้องสมุด เย่ฝานพบว่าหญิงสาวที่เขาเห็นเมื่อสักครู่ก็กำลังเดินไปทิศทางเดียวกัน
“นายจะทำอะไร? อยากจะชวนฉันไปกินข้าวเหมือนกันเหรอ?” หูเซียงอวี้หยุดเดิน แล้วหันมามองเย่ฝานพลางถาม
เย่ฝานเอามือไขว่หลัง แล้วพูดอย่างไม่พอใจ “ทำไมฉันต้องชวนเธอไปกินข้าวด้วย ถึงฉันจะมีเงินเยอะ ก็ใช่ว่าจะใช่เงินสุรุ่ยสุร่ายนะ”
“แล้วทำไมนายต้องตามฉันมา?” หูเซียงอวี้ถาม
เย่ฝานพูดด้วยความเบื่อหน่ายว่า “เธอคิดมากเกินไปแล้ว ฉันไม่ได้จะมาหาเธอ”
หูเซียงอวี้หัวเราะเยาะ เห็นแน่ชัดแล้วว่าเย่ฝาน้าดึงดูดความสนใจของหล่อน “ไม่ได้มาหาฉัน แล้วนายตามฉันมาทำไม?”
เย่ฝานเปล่งเสียงฮึเบาๆ แล้วพูดว่า “ใครมาหาเธอกันเล่า ฉันมาหาคนต่างหาก”
“อ่อ แล้วนายมาหาใคร?” หูเซียงอวี้ถามกลับ
เซี่ยวฉือเดินออกมาจากโซนหนังสือโบราณแล้วพูดว่า “เย่ฝาน นายมาแล้วเหรอ!"
“คุณตา! อวิ๋นซีให้ผมมาพบคุณครับ ตอนนี้ก็สายมากแล้ว พวกเราไปกินข้าวกันก่อนเถอะครับ”
เซี่ยวฉือเห็นเย่ฝานก็พูดด้วยความดีอกดีใจ “อ่อ ได้สิ”
ครั้งก่อน ตอนที่ไป๋อวิ๋นซีขอให้เย่ฝานคอยดูแลความปลอดภัยแก่เขา เซี่ยวฉือถูกเย่ฝานรบกวนจนเอือมระอา แต่หลังจากนั้น พอเย่ฝานไม่อยู่เฝ้าเขาแล้ว เขากลับคิดถึงเย่ฝานขึ้นมา
หูเซียงอวี้ได้ยินบทสนทนาของเย่ฝานและเซี่ยวฉือ ก็รู้ว่าที่แท้เย่ฝานมาพบเซี่ยวฉือ นึกไม่ถึงว่าทั้งคู่จะสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง พอเข้าใจว่าตนเป็ฝ่ายคิดมากไปเอง หูเซียงอวี้ก็พลันหน้าร้อนผ่าว ในใจรู้สึกโมโหไม่น้อย
หูเซียงอวี้มองเซี่ยวฉือ แล้วถามด้วยความยโสโอหัง “ศาสตราจารย์เซี่ยว ของของฉันแปลเสร็จหรือยัง?”
“ของชิ้นนั้นเสียหายค่อนข้างมาก และยังมีความซับซ้อนอยู่บ้าง ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย” เซี่ยวฉือตอบ
หูเซียงอวี้พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ศาสตราจารย์เซี่ยว ของชิ้นนี้สำคัญมาก คุณต้องเร่งมือหน่อยนะ?”
เซี่ยวฉือขมวดคิ้วเข้าหากัน “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม เื่นี้จะให้เร่งมือยังไงก็คงไม่ได้หรอก”
“ศาสตราจารย์เซี่ยวคงไม่ได้ใส่ใจมากกว่า ดูสิยังมีเวลาออกไปกินข้าวอีก! ทำงานเฉื่อยชาขนาดนี้ งานเสร็จเร็วสิถึงน่าแปลก”
“คุณตาครับ คุณรับเงินค่าแปลมาเท่าไรครับ! ผมจะจ่ายเงินคืนเขาเอง” เย่ฝานถามด้วยความเ็า
“ฉันไม่ได้รับเงินหรอก” เื่นี้ทีมัเป็ผู้ไหว้วาน เซี่ยวฉือเองก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง จึงทำงานจิตอาสาเป็ครั้งคราว นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำงานให้ผู้อื่นโดยไม่รับเงิน แต่เ้าของงานที่พูดยากอย่างนี้ ก็เพิ่งจะเคยเจอเป็ครั้งแรก ส่วนมากคนที่ไหว้วานให้เขาช่วยล้วนปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพ
เย่ฝานเอามือเท้าเอวพร้อมกับพูดอย่างไม่พอใจ “ไม่ได้รับเงิน งั้นคุณตาก็ทำงานให้เขาฟรีสิครับเนี่ย นังผู้หญิงนี้ เธอวางท่าอะไรกัน! ถ้าเธอรีบนักก็เอาไปให้คนอื่นทำสิ ที่คุณตาของฉันยอมแปลให้เธอก็ถือว่าให้หน้าเธอแค่ไหนแล้ว ถ้าไม่พอใจก็เอางานกลับไปแล้วไสหัวไปซะ”
หูเซียงอวี้เปล่งเสียงฮึ แล้วพูดว่า “เ้าคนไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ที่ฉันให้คุณตาของนายช่วย ก็เป็เพราะให้หน้าเขาต่างหาก นายรู้ไหมว่าของนี้มันล้ำค่าขนาดไหน!”
“ไอ้หยา นังบ้าเอ๊ย น่าไม่อายจริงๆ เลย! หน้าหนาขนาดนี้ พ่อแม่ของเธอจะรู้ไหมเนี่ย” เย่ฝานทำหน้าเขร่งครึม
หูเซียงอวี้ซัดฝ่ามือใส่เย่ฝาน เย่ฝานซัดฝ่ามือโต้กลับ พลังสะท้อนพุ่งกระทบหูเซียงอวี้จนกระเด็นออกไป
หูเซียงอวี้ล้มลงกับพื้นในทันใด พลันกระอักเืกองใหญ่ “แก...”
พอถูกเย่ฝานลงมือ หูเซียงอวี้ถึงได้กระจ่างว่าเย่ฝ่านก็เป็ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่คิด
เซี่ยวฉือย่นคิ้วเข้าหากันพร้อมพูดว่า “เย่ฝาน ทำไมนายถึงลงมือหนักขนาดนี้ล่ะ?”
“ผมไม่ได้ลงมือหนักเลยครับ! เป็เพราะหล่อนอ่อนหัดเองต่างหาก วางใจเถอะครับคุณตา หล่อนไม่ตายหรอก” เย่ฝานกล่าว
หูเซียงอวี้ค่อยๆ คลานขึ้นจากพื้น แล้วมองเย่ฝานด้วยความโกรธแค้น
“คุณตาครับ พวกเราไปกินข้าวกันเถอะครับ” เย่ฝานพาเซี่ยวฉือเดินจากไป
โหวอันดีใจที่เย่ฝานจัดการผู้หญิงคนนั้น อย่างนี้พวกเขาก็เป็พวกเดียวกันแล้ว
“คุณตา ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครหรือครับ! คุณตารู้จักหล่อนได้ยังไงครับ?” เย่ฝานถาม
“คนระดับเบื้องบนของทีมัเป็คนพาหล่อนมา บอกว่ามีของชิ้นหนึ่งจะขอให้ฉันช่วยแปล” เซี่ยวฉือเล่า
หูเซียงอวี้เป็ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ หลายวันก่อนคนของทีมัพาหล่อนมา เพื่อนำอักษรโบราณฉบับหนึ่งมาให้เซี่ยวฉือแปล อักษรโบราณฉบับนั้นถูกฉีกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนไม่สามารถปะติดปะต่อเป็ประโยคได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเซี่ยวฉือ ก็พอจะรู้ว่างานที่หูเซียงอวี้้าให้เขาแปลน่าจะเป็เคล็ดวิชาฉบับหนึ่ง เพียงแต่มันถูกฉีกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปหมดแล้ว
เพราะว่าของนั่นถูกฉีกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดังนั้นงานแปลจึงคืบหน้าค่อนข้างช้า
เป็เพราะงานของเขาค่อนข้างช้า หูเซียงอวี้เคยมาตามงานหลายครั้งด้วยกิริยาที่แย่มาก ทำให้เซี่ยวฉือไม่พอใจในตัวหล่อน แต่ถึงจะไม่พอใจอย่างไร เซี่ยวฉือก็ไม่อยากทำให้มันเป็เื่ใหญ่โต
เย่ฝานแทะปูขนในปากพลางถาม “คุณตา ทำไมถึงรับปากช่วยเหลืองานคนอย่างนั้นได้ละครับ! ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีความสามารถเท่าไรนัก แต่กลับกำเริบเสิบสานมาก” เมื่อครู่ ผู้หญิงคนนั้นคงคิดว่าเขาเป็คนธรรมดา หากเขาเป็คนธรรมดาจริงๆ โดนฝ่ามือที่หล่อนซัดมาขนาดนั้น สภาพของเขาตอนนี้ก็คงไม่ต่างจากโหวอันเป็แน่
เซี่ยวฉือส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ตอนที่ฉันรับงานนี้ ไม่รู้เลยว่าหล่อนจะมีนิสัยใจคอแบบนี้” ตอนที่หูเซียงอวี้ตามคนของทีมัมา หล่อนมีกิริยาสุภาพเรียบร้อยและดูสงบปากสงบคํา เซี่ยวฉือยินดีช่วยเหลือคนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จึงรับปากทำงานนี้ให้
หลังจากรับภารกิจนั้นมาแล้ว เซี่ยวฉือถึงได้รู้ว่าหูเซียงอวี้ไม่ได้เป็คนสุภาพและสงบเสงี่ยม แต่เป็เพราะหล่อนไม่ประสงค์จะเสวนากับคนธรรมดาอย่างพวกเขาต่างหาก
ในสายตาของผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ คนทั่วไปถึงแม้จะประสบความสำเร็จเพียงใด มีเงินทองมากมายแค่ไหน ก็เป็เพียงคนธรรมดาที่หยาบกระด้างเท่านั้น และหูเซียงอวี้ก็เป็หนึ่งคนที่มีความคิดอย่างนั้น
แต่ในเมื่อรับภารกิจนี้มาแล้ว ถึงเซี่ยวฉือจะรู้สึกเสียใจในภายหลัง ก็ไม่ทันแล้ว
“คุณชายโหว ทำไมเธอถึงดูเซื่องซึมไม่กระปรี้กระเปร่าอย่างนี้ล่ะ เธออดหลับอดนอนมาหรือเปล่า คุณชายโหว ถึงแม้เธอจะอายุยังน้อย แต่ก็ต้องดูแลและใส่ใจสุขภาพบ้างนะ อายุยังน้อยแต่ร่างกายทรุดโทรม แล้วต่อไปจะทำยังไง! ” เซี่ยวฉือกล่าว
โหวอัน “…” ใช่ว่าเขาอยากให้ร่างกายของตนเองทรุดโทรมอย่างนี้ เื่นี้เป็เพราะเขาดวงไม่ดี ถูกคนทำร้ายเอาไม่ใช่หรือไง?
“เขาไม่ได้อดหลับอดนอนมาหรอก เขาถูกผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณทำร้ายต่างหากครับ!” เย่ฝานเอ่ย
“ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ?” ตอนแรกเซี่ยวฉือนึกว่าโหวอันเที่ยวเตร่หามรุ่งหามค่ำจนมีสภาพแบบนี้ แต่พอได้ยิน เขาถึงกระจ่างในความจริง!
“ก็คือผู้หญิงคนที่วานให้คุณตาช่วยแปลของให้หล่อนนั่นแหละครับ” เย่ฝานกล่าว
เซี่ยวฉือตกตะลึงไปชั่วครู่ แล้วพูดว่า “คือหล่อนเองหรือ? นึกไม่ถึงเลยว่าหล่อนจะลงมือหนักขนาดนี้ ว่าแต่คุณชายโหวไปทำอะไรล่วงเกินหูเซียงอวี้ได้ล่ะ?
“หล่อนลงมือหนักไปจริงๆ” เย่ฝานกล่าว
เดิมทีเย่ฝานคิดว่าที่โหวอันไม่ได้ถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต เป็เพราะฝ่ายตรงข้ามยั้งมือเอาไว้ พอได้พบกับหญิงสาวคนนั้นถึงได้รู้ว่าหล่อนใช้พลังทั้งหมดที่มีลงมือกับโหวอัน แต่ระดับวรยุทธ์ยังไม่สูงพอ จึงทำให้โหวอันรอดตายมาได้
“คุณชายโหว แล้วเธอเผลอไปล่วงเกินหล่อนได้ยังไงกัน” เซี่ยวฉือถามด้วยความประหลาดใจ
“ก็เขาอยากจีบหล่อนน่ะสิครับ” เย่ฝานเอ่ย
โหวอัน “…” คุณชายเย่ ถึงแม้มันคือเื่จริง แต่ช่วยรักษาหน้ากันหน่อยได้ไหม?
“เมื่อกี้มีคนบอกฉันว่า หญิงสาวในนิกายวังจันทราล้วนต้องปรนนิบัติเทพเ้า จึงจำเป็ต้องรักษาร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ นายไม่มีหวังหรอก! ฉันคิดว่านะ ต่อไปนายอย่าเพ้อฝันในตัวผู้หญิงคนนั้นอีกเลย ตระกูลนายมีลูกชายคนเดียวมาสามรุ่นแล้ว พ่อแม่ของนายก็หัวโบราณมาก นายมีหน้าที่ต้องสืบสกุล ส่วนหล่อนเป็พวกนิกายไร้บุตร พวกนายเดินอยู่คนละเส้นทาง ไม่มีทางมากันแน่นอน” เย่ฝานให้คำชี้แนะอย่างจริงใจ
“คุณชายเย่พูดถูกต้องแล้วครับ พูดถูกทุกข้อเลยครับ...” คุณชายเย่คิดมากไปจริงๆ คราวก่อนเป็เพราะเขาไม่รู้เื่ราวต่างหากล่ะ แต่ตอนนี้เขารู้ทุกอย่างแล้ว ถ้ายังขืนไปจีบผู้หญิงแบบนั้น เกรงว่าชีวิตคงจะไม่ยืนยาว?
