หลิวอวิ๋นชูรู้สึกแสบร้อนไปทั่วฝ่ามือทว่าหัวใจกลับเ็ปยิ่งกว่าเขามองรอยฝ่ามือสีแดงที่ประทับอยู่บนใบหน้าของเฟิ่งสือจิ่นมองท่าทีนิ่งเรียบของนางพลางถามขึ้น “รู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงตบหน้าเ้า?”
เฟิ่งสือจิ่นสติหลุดลอยออกไปชั่วขณะ เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้งนางกลับพูดสิ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบทสนทนาก่อนหน้านี้ออกไปแทน “หลายวันมานี้เ้าสบายดีหรือไม่ วันนั้น ข้ากับอาจารย์กลับไปเร็ว ข้าเห็นว่าเ้าดื่มจนเมาแล้วจึงไม่ทันได้พูดอวยพรเ้า”
“ข้าถามว่าเ้ารู้ไหม ว่าทำไมข้าถึงตบหน้าเ้า!”หลิวอวิ๋นชูพูดด้วยเสียงที่ดังยิ่งขึ้น “จนถึงตอนนี้เ้ายังพูดกับข้าด้วยท่าทีนิ่งเรียบแบบนี้ได้อีกหรือ เ้าทำอะไรเอาไว้ไม่รู้ตัวเลยหรือไง เฟิ่งสือจิ่น หัวใจของเ้าสร้างมาจากก้อนหินหรือไง?”
เฟิ่งสือจิ่นหรี่ตาลง นางแสดงสีหน้านิ่งเรียบ คล้ายไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิดนางเข้มแข็งจนกลายเป็นิสัยไปแล้ว เพราะในอดีตนางเคยถูกผู้คนเยาะหยันมามากเหลือเกิน หากไม่เข้มแข็งเข้าไว้นางจะอ่อนแอไปให้ใครดู? กลับมาที่เมืองหลวงแล้วทำตัวอ่อนแอให้คนพวกนั้นดูถูกต่อไปหรือ? เหตุนี้นางจึงเก็บความรู้สึกมากมายเอาไว้ในหัวใจ ยิ่งให้ความสำคัญกับเื่นั้นมากเท่าใดนางก็จะแสร้งทำเป็นิ่งเฉย ทำเหมือนไม่สนใจมากเท่านั้น
ครั้งนี้ เฟิ่งสือจิ่นก็ไม่คิดจะตบคืนเช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้ เจี่ยนซืออินเคยตบหน้านางมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตามเพราะนางรู้สึกว่าตนติดค้างหลิวอวิ๋นชูและหนี้เ่าั้ก็ไม่อาจชำระได้ด้วยการถูกตบแค่สองครั้งเช่นนี้ หากมันทำให้หลิวอวิ๋นชูรู้สึกดีขึ้นเช่นนั้นก็จงตบมาเถิด นางเองก็จะรู้สึกดีขึ้นเช่นกัน
เฟิ่งสือจิ่นหรี่ตาลงเล็กน้อย นางข่มความรู้สึกในแววตาเอาไว้เหลือไว้เพียงความราบเรียบและเฉยเมย “ข้าลืมไปแล้วจริงๆ นั้นแหละว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้ช่วยบอกข้าทีได้หรือไม่ ว่าข้าทำอะไรเอาไว้กันแน่?”
“เ้ารู้หรือไม่ว่าตอนที่แต่งงานกับข้า เจี่ยนซืออินกำลังตั้งครรภ์อยู่?”หลิวอวิ๋นชูถามด้วยเสียงแ่เบา
เฟิ่งสือจิ่นตอบ “แม้เ้าจะไม่ได้บอกข้าตรงๆแต่เห็นเ้ารีบแต่งงานกับนางแบบนั้น ข้าก็พอจะเดาได้บ้าง”
ฟังจบ หลิวอวิ๋นชูก็ยิ่งโมโหมากกว่าเดิม เขาคำรามเสียงต่ำ“งั้นเ้าให้ยาอะไรนั่นกับนางทำไม เ้าทำให้นางแท้งลูกในคืนเข้าหอทำให้นางเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้วรู้ไหม! ทำไมเ้าถึงทำเช่นนี้ การที่ข้าชอบเ้ามันทำให้เ้ารู้สึกขยะแขยงขนาดนั้นเชียวหรือ เ้าถึงรีบผลักข้าไปให้นางแบบนี้? เฟิ่งสือจิ่น เ้ามีหัวใจหรือไม่ในเมื่อรู้ว่านางตั้งครรภ์อยู่ ทำไมถึงยังให้ยาแบบนั้นกับนางเ้าคิดจะฆ่านางให้ตายเลยหรือไง!”
“ยาอะไร?” เฟิ่งสือจิ่นชะงักอึ้งจริงอยู่ที่เจี่ยนซืออินเคยมาหานาง และเคยขอยาชนิดหนึ่งกับนางแต่นางไม่ได้ให้ไปนี่
หลิวอวิ๋นชูขยับเข้ามาใกล้ เขาพูดด้วยเสียงที่เบาจนพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“จวนราชครูมียาลับที่ปรุงขึ้นเพื่อวังหลังโดยเฉพาะไม่ใช่หรือยาที่ทำให้ผู้ใช้เห็นภาพลวงตา เห็นหน้าคนที่ร่วมรักด้วยเป็คนที่ตนรักเ้ามอบยานั้นให้เจี่ยนซืออิน บอกให้นางเอามาให้ข้ากิน ทำให้ข้าหลงคิดว่านางเป็เ้าตลอดทั้งคืน!”
เฟิ่งสือจิ่นหน้าซีดเผือด “ข้าเปล่า”
หลิวอวิ๋นชูจับไหล่ของเฟิ่งสือจิ่นเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างเขามองเข้าไปในดวงตาของนาง “เจี่ยนซืออินเกือบจะตายเพราะเ้าแล้วแท้ๆนางอาจจะมีลูกไม่ได้อีกแล้ว แต่เ้ากลับยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ได้ทำอีกหรือ? นอกจากจวนราชครู ผู้อื่นไม่มีทางมียาแบบนั้นแน่ข้าไม่สนอีกแล้วว่าเ้าทำไปเพื่ออะไรกันแน่ แต่เฟิ่งสือจิ่นเ้าเป็คนกล้าทำกล้ารับ ทำทุกอย่างด้วยความผ่าเผยมาโดยตลอดไม่ใช่หรือทำไมตอนนี้ถึงไม่กล้ายอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำ! จริงอยู่ที่ข้าชอบเ้า แต่แล้วจะอย่างไรเพราะเห็นว่าข้าชอบเ้า เ้าก็เลยกล้าทำเช่นนี้สินะ? ข้าเห็นว่าเ้าเป็เพื่อน แต่เ้าล่ะเ้ากลับทำร้ายข้าอย่างเืเย็น!”
เขาเกลียดแค้นเฟิ่งสือจิ่นเหลือเกิน แต่ในขณะเดียวกัน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ตนโกรธแค้นเฟิ่งสือจิ่นเช่นนี้เป็เพราะนางทำให้เจี่ยนซืออินต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้หรือเป็เพราะนางพยายามผลักไสตนไปให้ผู้หญิงคนอื่น...
“เจี่ยนซืออินเป็คนบอกกับเ้าด้วยตัวเองหรือ ว่าข้าเป็คนให้ยานั้นกับนาง?”เฟิ่งสือจิ่นพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์“จวนราชครูจะส่งยานั้นไปให้พระสนมทั้งหลายรวมไปถึงฝ่าาได้ก็ต่อเมื่อมีรับสั่งจากฝ่าาเท่านั้นไม่มีทางที่ยาของจวนราชครูจะไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ใช่คนของวังหลังถ้าข้าบอกว่าข้าไม่ได้ให้ยานั้นกับนาง เ้าจะเชื่อหรือไม่?”
หลิวอวิ๋นชูเงียบลงชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทีคาดคั้นไม่ต่างไปจากเดิม “แต่เื่นี้นอกจากเ้าแล้วยังจะเป็ใครไปได้อีก? เ้าชอบทำอะไรเด็ดขาดและไม่สนผลที่จะตามมาเสมอ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเ้าไม่ได้แอบให้ยานั้นกับเจี่ยนซืออินอย่างลับๆ”
เฟิ่งสือจิ่นมองหน้าหลิวอวิ๋นชู “งั้นก็แสดงว่าเ้าไม่เชื่อข้าสินะจริงอยู่ที่ข้ามักจะทำอะไรเด็ดขาดและไม่สนผลที่จะตามมาแต่ข้าเป็เช่นนั้นแค่กับคนอื่น ไม่ใช่กับเ้า หลิวอวิ๋นชู...ในเมื่อเ้าเชื่อมาั้แ่แรกแล้วว่าเป็ฝีมือของข้า ไม่ว่าข้าจะอธิบายอย่างไรก็เปลี่ยนแปลงความคิดของเ้าไม่ได้อยู่ดีถ้าอย่างนั้น ถือว่าข้าเป็คนทำก็แล้วกัน พอใจหรือยัง?”
หลิวอวิ๋นชูขยับลูกกระเดือกหลายครั้งคล้ายกำลังจะพูดบางอย่างแต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา
“ข้าเป็คนเืเย็นอำมหิตไม่ต่างไปจากซูเหลียนหรู ข้าไม่พอใจที่เ้าต้องฝืนใจตัวเองไปแต่งงานกับเจี่ยนซืออินก็เลยคิดจะทำร้ายนาง เหตุผลนี้ เพียงพอหรือยัง?” หลิวอวิ๋นชูใบหน้าซีดเผือดขณะที่เฟิ่งสือจิ่นยังคงพูดต่อไปคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ตอนนี้เ้าตามหาคนร้ายตัวจริงเจอแล้ว แล้วเ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ? จะประกาศให้คนทั้งโลกรู้เลยหรือไม่?” นางหัวเราะเบาๆคล้ายไม่ใส่ใจ “คงทำไม่ได้สินะ นอกเสียจากเ้าคิดจะทำลายชื่อเสียงของเจี่ยนซืออินโดยการบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่าเ้าแต่งงานกับผู้หญิงที่ถูกย่ำยีจนตั้งครรภ์”
“หุบปาก!”หลิวอวิ๋นชูคำรามกร้าว
เฟิ่งสือจิ่นไม่ยอมหยุด นางพูดต่อ “เจี่ยนซืออินหน้าไม่อายเองนางเป็คนมาขอยานั่นกับข้าก่อนวันแต่งงานของพวกเ้าแค่วันเดียวเพราะหวังจะเ้าในวันแต่งงาน ในเมื่อนาง้าแบบนั้นข้าต้องทำให้นางสมหวังอยู่แล้ว แล้วเ้าล่ะ เ้าคิดว่าตัวเองดีนักหรือไงที่เจี่ยนซืออินแท้งลูก ที่นางเกือบตายอยู่อย่างนี้ เป็ฝีมือของข้าหรือไงเ้าเป็คนทำเองต่างหาก...”
“ข้าสั่งให้เ้าหุบปาก...”
เฟิ่งสือจิ่นมองเข้าไปในดวงตาของหลิวอวิ๋นชู พลางเค้นพูดทีละพยางค์“เ้าเป็คนทำเื่สกปรกกับนางเอง พวกเ้าสองคน ยินยอมที่จะทำแบบนั้นเอง...”
“หยุดพูดเสียที!” พูดจบหลิวอวิ๋นชูก็เหวี่ยงฝ่ามือไปที่ใบหน้าอีกข้างของเฟิ่งสือจิ่น เขาเหวี่ยงมือออกไปสุดแรงแรงตบทำให้ฝ่ามือของเขารู้สึกชาไปหมด
ต้องเจ็บมากแน่ๆ
เสียงตบหน้าดังก้อง และลอยหายไปกับสายลม
หลิวอวิ๋นชูมองฝ่ามือของตนเองพลางชะงักอึ้งลง
เส้นผมที่หน้าผากของเฟิ่งสือจิ่นร่วงลงมาปรกหน้า นางยืดตัวตรงแล้วเริ่มจัดทรงผมของตนเองคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น เส้นผมสีดำถูกทัดไว้ที่หลังหูแก้มทั้งสองข้างกลายเป็สีแดงก่ำ ดวงตาหลุบลงต่ำ
หลิวอวิ๋นชูเป็คนรักศักดิ์ศรี วินาทีนี้เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเฟิ่งสือจิ่นจงใจยุให้เขาโกรธอยู่ แต่แม้จะรู้ดังนั้นเขาก็ไม่อาจควบคุมปากของตัวเองได้อยู่ดี หลิวอวิ๋นชูพูดด้วยเสียงแ่เบา “แต่ก่อนข้ามองเ้าผิดไป หัวใจของเ้ามันแข็งเสียยิ่งกว่าเหล็กเสียแรงที่ข้ามองว่าเ้าเป็เพื่อนคนหนึ่ง ข้ามองผิดไปเอง เพราะเ้าไม่คู่ควร”
เฟิ่งสือจิ่นเงยหน้าขึ้น นางลูบจับใบหน้าของตนเองช้าๆพลางพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ “ตระหนักเื่นั้นได้ในตอนนี้ ก็ยังไม่ถือว่าสายจนเกินไปในอนาคต เ้าควรระวังตัวให้มากกว่านี้ อย่าคบใครเป็เพื่อนง่ายๆ ไม่เช่นนั้นคนพวกนั้นอาจจะแทงข้างหลังเ้าในตอนที่เ้าไม่ทันได้ระวัง ดีแล้วที่เ้าตบหน้าข้ามันทำให้เ้ารู้สึกดีขึ้น ข้าเองก็รู้สึกดีขึ้นเช่นกัน ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปข้าไม่ติดค้างเ้าอีก และเราก็ไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้ว เดินทางใครทางมันเถอะ...แต่ถึงแบบนั้น ข้าก็ยังหวังว่าเ้าจะมีความสุข อยู่อย่างปลอดภัย ร่างกายแข็งแรงมีชีวิตที่ราบรื่นไปตลอดชีวิต” ทางที่ดี ไม่ต้องมีข้าคอยเป็ตัวถ่วงอีก...
ท้ายที่สุด เฟิ่งสือจิ่นก็ไม่ได้พูดคำสุดท้ายนั้นออกไป
